เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 34
ตอนที่ 34 T^T Plz dun cry.
เจมส์ไม่ขัดข้องสำหรับคำขอของมินาเสะ แม้ว่าข้อมูลของเขาจะทำให้มินาเสะถูกล่อลวงแต่มูลค่าของข้อมูลที่เจมส์ขอไปนั้นก็เป็นจำนวนเงินที่มากอยู่ ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกที่เธอจะขอเวลาในการตัดสินใจ
นอกจากนี้ในปัจจุบันยังเป็นเพียงแค่ระยะแรกของเส้นทางดวงดาวดังนั้นจึงไม่มีกลุ่มนายทุนกลุ่มใดกล้าที่จะซื้อข้อมูลในช่วงเริ่มต้นด้วยจำนวนเงินมหาศาล เหตุผลข้อนี้เจมส์รู้ดีกว่าใครๆแต่เขาก็เลือกที่จะเสี่ยงโชค ถึงแม้ว่าราคาที่เขาเรียกร้องจะถูกปฏิเสธแต่เจมส์ก็พร้อมที่จะเจรจา
เช่นเดียวกันเจมส์เองก็มีแผนที่จะขายข้อมูลเหล่านี้ให้กับกลุ่มกองกำลังอื่นๆ ในความทรงจำของเขามีกองกำลังมากมายที่มีชื่อเสียงในทางที่ดีแต่การขายข้อมูลให้กับหลายกองกำลังในคราวเดียวกันนั้นย่อมส่งผลเสียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การขายข้อมูลให้กับกองกำลังจำนวนมากจะทำให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลอย่างแน่นอน โลกอินเตอร์เน็ตจะทำให้ข้อมูลเหล่านี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
เจมส์จะไม่เป็นกังวลเลยถ้าหากว่าข้อมูลของเขาช่วยทำให้กลุ่มกองกำลังที่ดีนั้นพัฒนาเร็วขึ้น แต่ก็ใช่ว่ากองกำลังทั้งหมดที่อยู่ในเส้นทางดวงดาวจะเป็นกองกำลังที่ดี กว่า40%ของกองกำลังเหล่านี้เป็นกองกำลังที่เคยสร้างความหายนะให้กับโลกเมื่อในครั้งอดีต
ดังนั้นเพื่อไม่ให้วายร้ายเหล่านั้นเติบโตเร็วจนเกินไปและเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตถูกบิดเบือนจนไม่อาจคาดเดาได้เจมส์จึงตัดสินใจระงับความคิดนี้เอาไว้ก่อน
หลังจากที่มินาเสะจากไปเจมส์ก็เลือกที่จะตั้งเต็นท์ในบริเวณใกล้เคียงกับผู้เล่นคนอื่นๆ เขาก่อกองไฟและเริ่มย่างเนื้อเพื่อเติมเต็มค่าความหิว
ในระหว่างที่ทานอาหารเจมส์ก็ตรวจสอบรายการสมุนไพรที่เขาได้รับจากการแลกเปลี่ยน มันมีจำนวนมากกว่าห้าร้อยต้น ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรเกรด 1 ที่พบเห็นได้ทั่วไปแต่ก็ยังมีสมุนไพรหายากเกรด 1 ปะปนอยู่ไม่น้อยเลย
นอกจากนี้เจมส์ยังพบว่าในรายการสมุนไพรยังมีสมุนไพรเกรด 2 ทั้งทั่วไปและหายากปะปนอยู่ไม่ต่ำกว่าครึ่งร้อย ซึ่งการปรากฏของสมุนไพรเกรด 2 เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าทีมสำรวจของกองกำลังจัสติคนั้นสามารถเข้าไปยังส่วนสุดท้ายของเกาะแห่งการเริ่มต้นได้แล้ว พวกเขาสำรวจได้ไวมาก
“ นี่มันต้นพิ๊กพิ๊นซ์ เพียงแค่เจ้านี้ฉันก็ได้รับกำไรจากการค้าขายในครั้งนี้แล้ว ” เจมส์พึมพำพร้อมรอยยิ้ม
ต้องรู้ก่อนนะว่ามูลค่าของสมุนไพรที่ผู้เล่นแลกเปลี่ยนกันในปัจจุบันนั้นยังไม่เทียบเท่ากับหนึ่งในสิบของมูลค่าที่แท้จริงของสมุนไพรและถึงแม้ผู้เล่นจะขายสมุนไพรเหล่านี้ให้กับ NPC ของหมู่บ้านพวกเขาจะได้รับเงินไม่มากไปกว่าเหรียญทองแดงเพราะ NPC เหล่านี้ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องของสมุนไพร
บนเกาะแห่งการเริ่มต้นแห่งนี้มีเพียงหญิงชราที่มอบทักษะปรุงยาผู้เดียวเท่านั้นที่รู้มูลค่าของสมุนไพรแต่น่าเสียดายที่เธอไม่มีเงินเลย
นี่เป็นสาเหตุที่เจมส์เลือกที่จะแลกเปลี่ยนอุปกรณ์เวทย์มนต์และแร่หายากกับสมุนไพร เพราะถ้าหากเขาแลกเปลี่ยนอุปกรณ์และแร่เหล่านั้นกับค่าเงินในเกมเขาจะได้รับอย่างมากที่สุดไม่เกินสองถึงสามร้อยเหรียญเงิน
เมื่อเสร็จสิ้นจากมื้ออาหารเจมส์ก็เตรียมตัวที่จะพัฒนาทักษะการปรุงยา โชคดีที่สูตรของยาเม็ดบางสูตรนั้นไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบจากมอนสเตอร์เสมอไป การจับคู่สมุนไพรต่างชนิดก็สามารถก่อให้เกิดผลลัพธ์เป็นยาเม็ดได้เช่นกัน
ใช้เวลาอยู่หนึ่งชั่วโมงเศษๆเจมส์ก็เสร็จสิ้นจากการปรุงยา เขาได้ยาเม็ดเกรด 1 ทั้งหมด 64 เม็ดจากการสร้างทั้งหมด 82 ครั้ง โชคดีที่มันเป็นเพียงยาเม็ดเกรด 1 ดังนั้นอัตราความสำเร็จจึงยังคงสูงอยู่ เขาล้มเหลวเพียง 19 ครั้งและมีครั้งหนึ่งที่เจมส์ได้รับผลโบนัสเม็ดยา *2
ในส่วนของสมุนไพรหายากที่เหลืออยู่นั้นเจมส์ไม่มีวัตถุดิบเพียงพอที่จะปรุงมันดังนั้นเขาจึงเก็บสมุนไพรหายากเอาไว้ก่อน สำหรับสมุนไพรเกรด 2 แน่นอนว่าทักษะปรุงยาของเขายังไม่สูงพอที่จะปรุง
จากการปรุงยาในครั้งนี้เจมส์ได้รับค่าประสบการณ์ของทักษะปรุงยาทั้งสิ้น 213 หน่วยเมื่อรวมกับค่าประสบการณ์ที่มีอยู่ก่อนหน้าทำให้ทักษะปรุงยาระดับ 3 ของเจมส์ขาดค่าประสบการณ์อีกเพียง 215 หน่วยเท่านั้นในการขึ้นสู่ระดับถัดไป
“ ตอนนี้ฉันมีเม็ดยารักษาบาดแผลที่สามารถฟื้นฟูค่าพลังชีวิตได้นิดหน่อย เม็ดยาล้างพิษ เม็ดยาต้านชา เม็ดยาว่องไวและเม็ดยาฟื้นวิญญาณ ทั้งหมดเป็นเกรดหนึ่ง มันน่าจะพอแล้วสำหรับการทำภารกิจสุดท้ายก่อนที่จะออกไปจากที่นี่ ”
เมื่อฟื้นขึ้นจากการพักผ่อนซึ่งใช้เวลาไปเกือบสองชั่วโมงเศษๆเจมส์ก็ควบอาชาเมฆหมอกกลับไปยังหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้น
ค่ำคืนภายในป่าไม่ได้วังเวงหรือดูเปลี่ยวเหงาอีกต่อไป ในทางกลับกันป่าโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาจากผู้เล่นจำนวนมากที่ล่ามอนสเตอร์อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ควบม้าไปตามทางเจมส์ไม่เคยขาดซึ่งแสงไฟส่องสว่าง บ่อยครั้งที่เจมส์พบกับผู้เล่นที่ถือคบไฟเดินกันเป็นกลุ่มคล้ายกับกิจกรรมเดินป่าในยามค่ำคืนของการเข้าค่อยนอกสถานที่อย่างไรอย่างนั้น ในบางครั้งเสียงระเบิดและเสียงกู่ร้องของผู้เล่นจะดังแว่วเข้ามาในหู มันสามารถกล่าวได้ว่าค่ำคืนวันนี้เต็มไปด้วยกิจกรรมของผู้เล่นที่ซึ่งไม่เคยทำให้รู้สึกเปลี่ยวเหงาเลย
คุณเคยพบกับบรรยากาศเหล่านี้ในเกมออนไลน์บ้างหรือไม่ . . .แน่นอนว่าคุณสามารถพบกับบรรยากาศเหล่านี้ได้ในเส้นทางดวงดาว โลกในจินตนาการที่ผู้เล่นต่างก็เฝ้าถวิลหา
กลับมายังหมู่บ้านเริ่มต้นเจมส์ตรงไปยังหลุมฝังศพของหมู่บ้านในทันที เมื่อเขามาถึงเสียงแรกที่เขาได้ยินคือเสียงกรีดร้องของหญิงสาวซึ่งในไม่ช้าก็มีผู้เล่นคนหนึ่งวิ่งก้มหน้าออกมาด้วยความตื่นกลัว
ด้วยความลนลานเธอชนเข้ากับเจมส์อย่างจัง โชคร้ายที่หญิงสาวนั้นมีร่างกายโคจรต่ำกว่าเจมส์เธอจึงเป็นฝ่ายที่กระเด็นออกไป
แต่ก่อนที่หญิงสาวนั้นจะล้มลงก้นจ้ำเบ้า เธอก็รู้สึกว่าร่างกายของเธอมีความสามารถต้านแรงโน้มถ่วง ในวินาทีต่อมาเธอจึงรู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ได้มีความสามารถพิเศษแต่เป็นเพราะมือของผู้เล่นชายคนนั้นที่ฉุดรั้งแขนของเธอไว้ได้ทัน
หญิงสาวรีบดึงแขนของเธอกลับมา ภายใต้แสงจันทร์ใบหน้าที่ละเอียดอ่อนของเธอนั้นเผยให้เห็นรอยแดงระเรื่อราวกับลูกพีชสุก ดวงตาสีน้ำตาลที่แสนอ่อนหวานราวกับน้ำค้างในยามเช้าก้มลงหรุบต่ำ เธอกำลังเขินอายในความซุ่มซ่ามของตนเองและความอ่อนต่อโลกของเธอนั้นทำให้เธอไม่สามารถเอ่ยคำใดๆออกมาในเวลานี้
“ คุณโอเคไหม ? ” เจมส์ถามสั้นๆหลังจากที่บรรยากาศเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง
หญิงสาวยังคงนิ่งเงียบ เธอกุมแขนข้างที่ถูกสัมผัสด้วยมือเล็กๆแนบมันไว้ที่บริเวณหน้าอก ด้วยรูปลักษณ์ที่อ่อนโยนและบริสุทธิ์ทำให้ท่าทางของเธอในปัจจุบันนั้นให้ความรู้สึกน่าทะนุถนอมอย่างบอกไม่ถูก เธอเป็นเหมือนกับดอกไม้สีขาวที่จะแปดเปื้อนมลทินเมื่อถูกสัมผัสและไม่มีชายหนุ่มคนใดในโลกนี้อยากทำเช่นนั้น
ขณะนี้เจมส์รู้สึกเหมือนกับคนร้ายที่กำลังคุกคามหญิงสาว ทั้งๆที่ตนเองนั้นพยายามที่จะช่วย
แค่ตอบฉันแต่ทำไมเธอต้องทำเหมือนกับว่าฉันกำลังรังแกเธอ . . .
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวนั้นไม่มีท่าทีว่าจะสนทนากับเขาดังนั้นเจมส์จึงเลือกที่เดินจากไป แต่ในขณะที่เจมส์ก้าวผ่านจุดที่เธอยืนอยู่ เสียงเล็กๆที่บริสุทธิ์เหมือนกับแก้วก็ดังขึ้น
“ ขะ-ขอบคุณนะคะ ”
เจมส์เหลือบสายตาเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบจากหญิงสาวแต่เขาไม่ได้หันกลับไป เจมส์เพียงแค่โบกมือในเชิงที่ว่าไม่เป็นไร
เมื่อเจมส์มาถึงหลุมฝังศพของดารินเขาก็พบว่าวิญญาณของดารินนั้นกำลังนั่งกุมท้องหัวเราะให้กับผลงานของตนเองอย่างขบขัน เจมส์ใช้มือของเขาทุบไปบนศีรษะของดารินเบาๆแน่นอนว่าเขารู้จักวิธีสัมผัสกับดวงวิญญาณ
ดารินกุมศีรษะของเธอด้วยมือทั้งสองข้าง แม้ว่าเธอจะไม่รู้สึกเจ็บแต่เธอก็ประหลาดใจเมื่อพบว่ามีคนที่สามารถสัมผัสร่างกายของเธอได้
“ เจ้าตีข้า ! ” เธอโพล่งขึ้นด้วยความฉุนเฉียว สายตาของเธอเหมือนเด็กสาวที่ไม่พึงพอใจ
“ ครั้งต่อไปอย่ารังแกนางอีกเลย ” เจมส์เอ่ยขึ้น
ได้ยินเช่นนั้นดารินก็ไม่พอใจมาก เธอโกรธและพยายามตะเบ็งเสียงอันน้อยนิดของเธอ “ ที่นี่คือที่ของข้า ข้าจะรังแกใครก็ได้ ข้าจะรังแกเจ้าก็ได้ ลองดูสิ เจ้ากล้าท้าทายข้าไหม !? ”
เจมส์ยักไหล่สบายๆพร้อมกับเอ่ยขึ้น “ เจ้าหลอกข้าไม่ได้เพราะข้าไม่กลัวเจ้าและเจ้าก็ไม่สามารถทำร้ายข้าได้เพราะเจ้าไม่มีพลัง ”
ดารินเม้มริมฝีปากแน่นเธอจ้องมองชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกอึดอัด เธอพบว่าไม่มีทางที่จะรังแกชายคนนี้ได้เลย เมื่อไม่สิ้นไร้หนทางในที่สุด . . .
“ วู วู . . . เจ้ารังแกข้า ตอนข้ามีชีวิตข้าก็ถูกรังแกจนตาย วู วู. . . เจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าต้องหลอกให้คนอื่นกลัว มันเป็นเพราะว่าถ้าข้าไม่น่ากลัวพวกเขาก็จะรังแกข้า เหมือนตอนที่ข้ายังมีชีวิต ” ดารินร้องไห้ รูปลักษณ์หญิงสาวของเธอค่อยๆจางลงและในไม่ช้ามันก็ถูกทดแทนด้วยรูปลักษณ์ของเด็กสาว
ร่างที่แท้จริงของดารินนั้นเป็นเพียงเด็กสาวที่มีอายุราวๆ 8-9 ขวบ เธอมีผมสีน้ำตาลและถักเปียทั้งสองข้าง ดวงตาสีอัลมอนด์ของเธอดูบริสุทธิ์และเศร้ามอง เธอมีใบหน้าที่น่ารัก แก้มทั้งสองบวมออกเหมือนลูกซาลาเปา เธอควรจะเป็นเด็กสาวที่มีความน่ารักสดใสตามวัยแต่กลับกลายเป็นว่าเธอตายและกลายเป็นวิญญาณในช่วงเวลานั้น
“ วู วู . . . เพราะข้าอ่อนแอขี้โรค วู วู . . . เด็กๆพวกนั้นรุมเขวี้ยงหินใส่ข้าเพราะข้าไม่น่ากลัว ข้าถูกรังแกจนตาย ” ดารินกอดเข่าร้องไห้สะอื้น ร่างกายของเธอสั่นเหมือนกับลูกสุนัขที่ตากฝน เสียงร้องของเธอเป็นเหมือนกับความโศกเศร้าของสายลม
แม้แต่เจมส์ที่เคยผ่านความสูญเสียและโศกนาฏกรรมมาอย่างมากมายก็อดไม่ได้ที่จะมองดูเธอด้วยความรู้สึกเจ็บที่หัวใจ มันเป็นครั้งแรกที่เขาค้นพบความลับของวิญญาณแค้นดาริน ขณะนี้เจมส์รู้สึกเสียใจที่ทำให้เธอร้องไห้
—