เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 33
ตอนที่ 33
วิญญาณของดารินทำให้กลายเป็นคนซื่อบื้อซะเอง เธอปล่อยให้เขายืนอยู่ที่นั่นด้วยใบหน้าเหรอหรา ไม่ว่าเจมส์จะเรียกเธอหลายต่อหลายครั้งวิญญาณของดารินก็ไม่ปรากฏตัวขึ้น
ที่สุดแล้วเจมส์ก็ต้องล้มเลิกความตั้งใจที่จะเรียกเธอออกมา เขาได้แต่ส่ายหัวให้กับความบื้อของตัวเอง “ ถ้าฉันรู้ว่าจะเป็นแบบนี้ฉันจะไม่พูดอะไรเลย. . .”
โชคดีที่ในปัจจุบันเจมส์มีสัตว์พาหนะดังนั้นเขาจึงไม่ซีเรียสมากนัก เจมส์เลือกที่จะกลับไปยังบริเวณถ้ำที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของดันเจี้ยนแห่งแรก
ในครึ่งชั่วโมงต่อมาเจมส์ยืนอยู่บริเวณหน้าดันเจี้ยนแห่งแรก เขาพบว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ในบริเวณนี้ได้หายไปแล้ว เจมส์ไม่แปลกใจ เขารู้ว่าหลังจากที่มินาเสะรู้เทคนิคในการเคลียร์ดันเจี้ยนแล้วเธอจะไม่ยอมให้สมาชิกที่เหลืออยู่เฉยๆ
แม้ว่าในปัจจุบันเจมส์จะสามารถเคลียร์ดันเจี้ยนระดับยากได้ด้วยตัวคนเดียวแต่เขาก็ไม่สามารถทำการสำรวจซ้ำ ดันเจี้ยนระดับยากนั้นมีข้อกำหนดเรื่องเวลาอยู่ หลังจากที่ถูกเคลียร์แล้วผู้เล่นคนเดิมจะไม่สามารถเข้าดันเจี้ยนระดับยากได้ภายใน 48 ชั่วโมงแต่กระนั้นเองดันเจี้ยนระดับทั่วไปก็ยังคงสามารถเข้าได้
ร่างของเจมส์หายเข้าไปในดันเจี้ยนอีกครั้ง เขาตัดสินใจที่จะเคลียร์ดันเจี้ยนถ้ำผาแดนผีดิบในระดับทั่วไป
. . .
สามชั่วโมงผ่านไปร่างของเจมส์ปรากฏขึ้นในบริเวณหน้าถ้ำ เจมส์เสร็จสิ้นจากการเคลียร์ดันเจี้ยนถ้ำผาแดนผีดิบเป็นครั้งที่สามของวันและมันเป็นขีดจำกัดของผู้เล่นที่จะสามารถเคลียร์ดันเจี้ยนระดับทั่วไปได้อีกครั้งภายในวันนี้
ความคุ้มค่าจากของรางวัลที่ได้จากการเคลียร์ดันเจี้ยนในระดับทั่วไปไม่สามารถเทียบเท่าได้กับดันเจี้ยนระดับยาก แน่นอนว่าเจมส์ไม่ได้คาดหวังไอเท็มหรืออุปกรณ์ระดับเวทย์มนต์ใดๆจากดันเจี้ยนระดับทั่วไปอยู่แล้วเพราะอัตราการดรอปนั้นต่ำจนไม่น่าเชื่อ
เมื่อไม่หวังเจมส์จึงไม่ผิดหวัง อย่างน้อยเขาก็ได้ดาบระดับทั่วไปมาใช้ฟรีๆแน่นอนว่ามันดีกว่าดาบสำริดที่เขาเคยใช้
แท้จริงแล้วสาเหตุที่เจมส์เลือกเคลียร์ดันเจี้ยนในระดับทั่วไปจนหมดโควตาของวันนั้นก็เพื่อค่าละอองดาว
ใช้เวลาสามชั่วโมงเพื่อเคลียร์ดันเจี้ยนถึงสามรอบเจมส์ได้รับค่าละอองดาวทั้งสิ้นหนึ่งแสนห้าหมื่นหน่วย น่าเสียดายที่การเคลียร์ดันเจี้ยนด้วยลำพังตัวคนเดียวนั้นไม่ได้ทำให้เจมส์ได้รับค่าละอองดาวที่มากกว่าการเคลียร์เป็นปาร์ตี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นผลรวมละอองดาวที่เขาได้รับจะเกินกว่าห้าแสนหน่วย
อย่างไรก็ตามการได้รับละอองดาวหนึ่งแสนห้าหมื่นหน่วยในเวลาเพียงสามชั่วโมงนั้นก็ถือว่ามากแล้วเมื่อเทียบกับการล่าละอองดาวจากมอนสเตอร์ในพื้นที่ทั่วไป
เมื่อมีละอองดาวเพียวพอเจมส์ก็ไม่รีรอที่จะยกระดับร่างกายโคจรของตน
ระดับร่างกายของเขาพิ่มขึ้นถึงระดับ 19 โดยการใช้ละอองดาวหนึ่งแสนหน่วย
“ ในที่สุดฉันก็มาถึงเงื่อนไขขั้นต่ำสำหรับการออกไปจากเกาะแห่งนี้ ” เจมส์พึมพำ เกาะแห่งการเริ่มต้นนั้นเป็นเพียงแค่ดินแดนแห่งการฝึกฝนที่จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถผจญภัยในเส้นทางดวงดาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นภายในเกาะแห่งนี้จึงไม่มีอะไรให้เก็บเกี่ยวมากนัก
แน่นอนว่าเกาะแห่งการเริ่มต้นมีภารกิจลับที่ซ่อนอยู่มากมายและผลรางวัลอาจจะล่อตาล่อใจผู้เล่นหลายคน อย่างมากที่สุดรางวัลเหล่านั้นอาจจะเป็นอุปกรณ์ในระดับล้ำค่าหรือศาสตร์ระดับทั่วไปขั้นกลางถึงสูงซึ่งสำหรับเจมส์แล้วมันไม่คุ้มค่าสำหรับเวลาที่เสียไปกับการไล่ตามภารกิจที่มีความยากและซับซ้อน
“ ที่นี่ไม่มีอะไรให้ฉันเก็บเกี่ยวอีกต่อไปแล้ว แม้ว่าฉันจะอยากสะสมความมั่งคั่งจากการหาสิ่งใหม่ๆมาขายให้กับผู้เล่นแต่กำลังซื้อของพวกเขาในตอนนี้ยังคงต่ำเกินไป ฉันควรออกไปจากที่นี่และเข้าสู่สนามแข่งขันที่แท้จริง ”
เจมส์ตัดสินใจแล้ว ในทีแรกเขาคิดว่าจะใช้เวลาอยู่บนเกาะแห่งนี้จนกระทั่งปลดล็อคเงื่อนไขร่างกายโคจรระดับที่ 20 ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาอีกสามถึงห้าวันแต่ประสิทธิภาพในการล่าของจอมขลังผีร้ายนั้นอยู่เหนือความคาดหมายของเขา ดังนั้นเจมส์จึงคิดว่าเขาจะสามารถเข้าสู่โลกที่แท้จริงของเส้นทางดวงดาวได้เร็วกว่ากำหนด
ในระหว่างที่รอมินาเสะรวบรวมสินค้าเจมส์ก็ได้ขี่อาชาเมฆหมอกหายเข้าไปในป่าบริเวณใกล้เคียง เขาเลือกที่จะล่ามอนสเตอร์ในบริเวณนั้นที่ซึ่งมีระดับร่างกายโคจรตั้งแต่ 16-18
เมื่อพระอาทิตย์คล้อยต่ำลงเจมส์ก็กลับมายังบริเวณหน้าดันเจี้ยนที่นั่นเต็มไปด้วยกองไฟนับสิบและเต็นท์อีกเกือบร้อย แน่นอนว่าส่วนใหญ่คือคนของกองกำลังจัสติค
“ นี่คือสมุนไพรของนาย ” มินาเสะเอ่ยพร้อมกับแสดงหน้าต่างรายการของสมุนไพรหลากหลายชนิด โดยรวมๆแล้วมันมากกว่าห้าร้อย
เจมส์มองดูรายการของสมุนไพรก่อนที่จะเอ่ยตอบด้วยความประหลาดใจ “ มันมากกว่าจำนวนที่เราตกลงกันไว้ ”
“ นี่มันยังน้อยเกินไปสำหรับผลงานของนาย ถ้าฉันมีเวลามากกว่านี้สักหน่อยจำนวนคงจะมากกว่านี้แต่ช่างมันเถอะ ยังไงซะฉันก็ยังติดหนี้นายอยู่ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลย ” มินาเสะเอ่ย น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความจริงใจ
หลังจากประกาศความสำเร็จดังก้องไปทั่วทั้งเส้นทางดวงดาวชื่อเสียงของผีเสื้อจันทราก็พุ่งทะยานขึ้นเหมือนพลุไฟที่เบิดออกในท้องฟ้ายามค่ำคืน ผลลัพธ์ที่ตามมาเกินกว่าจะคาดเดา ตระกูลของเธอได้รับผลประโยชน์มหาศาลเพียงแค่ประกาศความสำเร็จนี้ออกไปก็มีกลุ่มนายทุนมากมายสนใจที่จะร่วมลงทุนกับกองกำลังจัสติค สิ่งนี้ทำให้พ่อของมินาเสะพึงพอใจมาก
ขณะนี้มินาเสะกลายมาเป็นคนสำคัญของตระกูลที่มีตำแหน่งไม่น้อยไปกว่าเหล่าผู้อาวุโส แม้แต่เหล่าญาติๆที่คอยต่อต้านเธออยู่เสมอๆก็ต้องเจียมเนื้อเจียมตัวเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้มินาเสะมอบผลตอบแทนมากมายให้กับชายหนุ่มตรงหน้า
“ ในส่วนของหนี้หกสิบล้านถ้านายต้องการฉันสามารถยกให้นายได้ ” มินาเสะเอ่ยเสริม เพียงแค่การช่วยเหลือเพียงครั้งเดียวจากชายคนนี้ก็ทำให้เธอได้รับผลประโยชน์มากมาย เพื่อแลกกับความโปรดปรานของผู้เชี่ยวชาญทำไมเธอต้องสนใจเงินแค่หกสิบล้าน ?
ได้ยินเช่นนั้นเจมส์ก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธ เขาไม่ใช่คนที่จะยืนสูงเมื่อพบกับข้อเสนอที่ดีเช่นนี้ ยืมก็ส่วนยืม ให้ก็ส่วนให้ ประโยคแบบนั้นคืออะไร ? ตอนนี้เจมส์ต้องการความมั่งคั่งมากกว่าใครๆเพราะแผนการเปลี่ยนชะตากรรมโลกนั้นจะขาดความมั่งคั่งไปไม่ได้เลย
“ เอาล่ะ แล้วฉันจะไม่เกรงใจ ” เจมส์เอ่ยสั้นๆ
มินาเสะพยักหน้าในเชิงที่ว่ายอมรับในข้อตกลง หลังจากนั้นเธอเงียบไปครู่หนึ่งคล้ายกับกำลังครุ่นคิดก่อนที่จะเอ่ยขึ้นในไม่กี่วินาทีต่อมา “ นายสนใจจะเข้าร่วมกับกองกำลังจัสติคของฉันไหม ด้วยระดับฝีมือของนายฉันสามารถมอบตำแหน่งรองหัวหน้ากองกำลังให้กับนายได้ ”
ในครั้งนี้เจมส์ส่ายหัวปฏิเสธโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคิด แม้ว่าการเข้าร่วมกับกองกำลังจัสติคจะทำให้เจมส์มีกำลังคนและทุนสนับสนุนมากมายแต่เขาจะถูกผูกอยู่กับหน้าที่และติดอยู่ในสงครามแย่งชิงอำนาจ หากว่าเป็นชีวิตก่อนหน้านี้เจมส์ก็คงตอบตกลงอย่างไม่ลังเลแต่ทว่าในครั้งนี้เขามีเส้นทางของตนเองอยู่แล้วและมันเป็นเส้นทางที่เขาไม่อาจละทิ้ง
“ ต้องขอโทษด้วย ฉันมีเป้าหมายของตัวเองแต่ถ้าในฐานะหุ้นส่วน เราสามารถตกลงกันได้ ” เจมส์เอ่ย
เมื่อได้ยินคำตอบมินาเสะก็ดูเหมือนจะไม่ผิดหวัง เธอรู้อยู่แล้วว่าโอกาสสำเร็จในการดึงตัวผู้เชี่ยวชาญให้มาทำงานด้วยนั้นต่ำมากเพียงใด อย่างไรก็ตามการเป็นหุ้นส่วนกับผู้เชี่ยวชาญก็ถือว่าดีมากแล้ว
“ ด้วยความยินดี ” มินาเสะตอบรับ
“ ถ้าเช่นนั้นฉันมีข้อเสนอสำหรับการค้าครั้งแรกของเรา ” เจมส์เปิดประเด็นในทันที
“ โอ้ ลองว่ามาสิ ” มินาเสะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูสนอกสนใจ ต้องบอกก่อนนะว่ามินาเสะได้รับผลประโยชน์มากมายจากการกระทำของชายคนนี้ ในครั้งแรกที่เจอกันเขาช่วยชีวิตเธอเอาไว้ ในครั้งนี้เขายังช่วยให้เธอมีชื่อเสียงจนแม้แต่พ่อที่เย็นชาของเธอเอ่ยสรรเสริญไม่รู้จักจบสิ้น ใครจะรู้ว่าครั้งต่อไปชายผู้นี้จะมอบของขวัญแบบใดให้กับเธอ. . .
“ ฉันมีข้อมูลของภารกิจที่มอบทักษะพิเศษของศาสตร์จักรวาลพื้นฐานทั้งหมด นอกจากนี้ฉันยังสามารถบอกเทคนิคในการเคลียร์ดันเจี้ยนที่สองของเกาะเริ่มต้นอีกด้วย ”
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มสิ่งที่มิคาเสะแสดงออกในวินาทีต่อมาคือความประหลาดใจ หากว่าเป็นคนอื่นที่พูดสิ่งเหล่านี้เธอจะไม่เชื่อเลยแต่มันมาจากปากของชายคนนี้
จากการแสดงที่ผ่านมาของเขาได้พิสูจน์แล้วว่าผู้เล่นที่มีนามเรียกว่าจักรพรรดิดวงดาวนั้นเป็นของจริง เขาจะไม่โกหกอย่างแน่นอน
แม้ว่ามิคาเสะจะเพิ่งรู้จักโลกของเกมออนไลน์ไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์แต่เนื่องจากในทุกๆวันเธอได้ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับผู้เล่นระดับอาชีพ ดังนั้นเธอจึงรู้ว่าข้อเสนอที่ถูกเอ่ยออกมานั้นสำคัญเพียงไร
เริ่มต้นที่ทักษะ ทักษะนั้นถือเป็นหัวใจสำคัญของความแข็งแกร่งของผู้เล่น ลองคิดดูว่าผู้เล่นที่มีระดับเท่าเทียมกันแต่แตกต่างกันที่จำนวนทักษะเมื่อทั้งสองต่อสู้กันใครจะมีโอกาสชนะมากที่สุด แน่นอนว่ามันคือผู้เล่นที่มีทักษะมากกว่า
ถ้าหากว่ากองกำลังจัสติคมีข้อมูลของภารกิจที่มอบทักษะพิเศษของทุกศาสตร์ นั่นจะเป็นก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่ เมื่อผู้เล่นมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นการล่าหรือแม้แต่การเคลียร์ดันเจี้ยนก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งที่จะตามมาคือการอัตราการเติบโตที่รวดเร็วกว่ากองกำลังอื่นๆ เพียงแค่ข้อเสนอแรกมิคาเสะก็ถูกล่อลวงแล้ว
ในส่วนของเทคนิคการเคลียร์ดันเจี้ยนที่สอง โดยไม่ต้องอธิบายให้มากความ มันคือทางลัดที่ไวที่สุดในการสำรวจดันเจี้ยน ลองคิดดูว่าคนสองกลุ่มกำลังแข่งขันกันสำรวจถ้ำ คนกลุ่มหนึ่งไม่รู้อะไรเลยแต่ในขณะเดียวกันคนอีกกลุ่มหนึ่งมีแผนที่อยู่แล้วแน่นอนว่าคนที่มีแผนที่อยู่แล้วจะเป็นผู้ที่สำรวจได้ไวกว่า
นั่นหมายความว่าถ้าหากมิคาเสะได้รับเทคนิคในการเคลียร์ดันเจี้ยนที่สอง ปาร์ตี้ของเธอก็มีโอกาสสูงมากที่จะมีปรากฏชื่ออยู่บนประกาศโลกอีกครั้งหนึ่ง นั่นจะตอกย้ำประสิทธิภาพของกองกำลังจัสติค ผลประโยชน์ที่จะตามมานั้นคาดเดาไม่ได้
“ เท่าไหร่ ? ” มิคาเสะเอ่ยถามออกไปสั้นๆ เธอตื่นเต้นจนลืมความสงสัยที่ว่าชายคนนี้ไปเอาข้อมูลมาจากไหน
นี่เป็นเพียงไม่กี่ครั้งที่มินาเสะสูญเสียความเยือกเย็นของเธอ แน่นอนเพราะมันคือโอกาสอันหอมหวาน ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเธอไม่เคยทำข้อตกลงใดๆที่น่าล่อตาล่อใจถึงเพียงนี้
“ ยี่สิบห้าล้านเป็นยังไง. . . ” เจมส์เอ่ยขึ้นแต่เสียงของเขาทำให้มันดูคล้ายกับการพูดพึมพำมากกว่า
“ นายกำลังล้อฉันเล่น ? ” มินาเสะตกใจ ยี่สิบห้าล้าน มันถูกเกินไป !
เจมส์เผยยิ้มเขารู้ว่ามินาเสะคิดอย่างไรแต่สิ่งที่เขาต้องการคือยี่สิบห้าล้านจริงๆ “ มันเป็นหน่วยเงินดอลลาร์สหรัฐ ”
** อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินในเวลานั้น 1 US = 29 BTH
ได้ยินเช่นนั้นมิคาเสะก็เข้าใจในทันที เธอพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ย “ นี่มันเป็นเงินก้อนใหญ่ ฉันต้องการเวลาในการตัดสินใจ ”