เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 40
ตอนที่ 40
ในเส้นทางดวงดาวมอนสเตอร์จำแนกออกเป็นหลายระดับตามความแข็งแกร่งทางสายเลือด แม้ว่ามอนสเตอร์สองตัวจะมีระดับร่างกายโคจรที่เท่าเทียมกันแต่ถ้าหากว่ามอนสเตอร์อีกตัวหนึ่งมีระดับที่สูงกว่าความแข็งแกร่งก็ยิ่งมากกว่า
ยกตัวอย่างเช่นฟิลด์บอสที่เจมส์พบในคราวนี้ ฟิลด์บอสคือบอสของมอนสเตอร์ระดับวิวัฒซึ่งมีความแข็งแกร่งกว่าบอสมอนสเตอร์ทั่วไปอย่างเทียบไม่ติดแม้ว่าจะมีระดับร่างกายโคจรที่เท่ากัน
มงกุฎสีเงินบนศีรษะของมอนสเตอร์คือเอกลักษณ์ของฟิลด์บอส เจมส์จะไม่รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงต้องถอยกลับมาอย่างรวดเร็ว
ต้องรู้ก่อนนะว่าเมื่อระดับร่างกายโคจรไปถึงระดับ 20 แล้วผู้เล่นจะสามารถเรียนรู้ศาสตร์รูปแบบใหม่ที่นอกเหนือจากศาสตร์จักรวาลพื้นฐาน เช่นเดียวกันกับมอนสเตอร์บางตัวเมื่อพวกมันมีระดับร่างกายโคจรมากกว่า 20 แล้วพวกมันก็จะได้รับศาสตร์ความสามารถตามสายเลือดของแต่ละสายพันธุ์
ยิ่งมอนสเตอร์มีระดับสูงมากเท่าไรความเป็นไปได้ที่พวกมันจะครอบครองศาสตร์ความสามารถประจำสายเลือดก็ยิ่งสูง โดยเฉพาะฟิลด์บอสซึ่งมอนสเตอร์ในระดับนี้จะต้องครอบครองศาสตร์ความสามารถประจำสายเลือดอย่างน้อยหนึ่งประเภท
นั่นหมายความว่าความแข็งแกร่งของฟิลด์บอสนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นที่มี่ระดับร่างกายโคจรต่ำกว่า 20 สามารถต่อสู้ด้วยได้ แม้กระทั่งเจมส์
“ ฉันไม่สามารถต่อสู้กับฟิลด์บอสได้ด้วยความสามารถในปัจจุบัน ” เจมส์พึมพำด้วยใบหน้าเหยเก แม้ว่าเขาจะมีทักษะในการต่อสู้ที่สูงล้ำและถือครองภูมิปัญญาสองยุคสมัยแต่ความแข็งแกร่งที่แตกต่างกันจนเกินไปไม่สามารถชดเชยได้ด้วยสิ่งเหล่านี้
มองดูที่หน้าจอภารกิจเจมส์มีเวลาเหลืออยู่เกือบสองวันในการพัฒนาความแข็งแกร่งของตนเองเพื่อให้สามารถต่อสู้กับฟิลด์บอสตัวนี้ได้ หากว่าเป็นผู้เล่นทั่วไปพวกเขาจะจนปัญญาแต่สำหรับเจมส์ที่เคยโลดแล่นในเส้นทางดวงดาวมาแล้วครั้งหนึ่งเจ้าตัวย่อมรู้ว่าควรจะทำอะไร
“ สองวัน . . . นั่นจะเพียงพอแล้ว ”
ในปัจจุบันตัวละครของเจมส์อยู่ไม่ไกลจากการยกระดับร่างกายโคจรขึ้นสู่ระดับที่ 20 เขาต้องการละอองดาวอีกเพียงหนึ่งแสนสองหมื่นหน่วยเพื่อการยกระดับในครั้งนี้ซึ่งการล่ามอนสเตอร์ในภูเขาแห่งความมืดเพียงสองร้อยตัวก็น่าจะเพียงพอ
โดยไม่ต้องรีรอเจมส์เริ่มต้นการกระทำในทันทีเพราะเขาต้องทำงานแข่งกับเวลา ความล้มเหลวของภารกิจหมายถึงเจมส์จะสูญเสียสิทธิ์ในการออกจากเกาะโดยใช้เงื่อนไขขั้นต่ำ หากเป็นเช่นนั้นเขาจะต้องออกจากเกาะโดยใช้เงื่อนไขสุดท้ายนั่นคือจะต้องมีร่างกายโคจรไม่ต่ำกว่าระดับ 29
การล่าเริ่มต้นขึ้นและเสียงของวิญญาณร้ายก็ดังสะท้านไปทั่วทั้งป่า ทุกๆนาทีจะมีมอนสเตอร์ไม่ต่ำกว่าหนึ่งตัวถูกฆ่าตาย เพื่อไม่ให้เสียเวลามากจนเกินไปเจมส์เลือกชำแหละแต่เฉพาะซากของมอนสเตอร์ที่เขาต้องการ ในส่วนของซากที่มอบวัตถุดิบที่เจมส์ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์เขาจำเป็นที่จะต้องทิ้งพวกมันไว้
โชคดีที่เวลานี้คือตอนกลางวันเจมส์จึงไม่ต้องระมัดระวังฝูงของเงามืดผู้หิวโหย การล่าเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ อุปสรรคเพียงอย่างเดียวคือค่าความเหนื่อยล้าซึ่งเจมส์จะต้องหยุดพักเป็นเวลากว่าสามชั่วโมงเพื่อนอนหลับและเติมเต็มความหิว
เวลาเดินต่อไปเช่นเดียวกันละอองดาวที่เจมส์สะสมก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าเสือดาวเจ้าอำพรางมอนสเตอร์ที่มีระดับร่างกายโคจร 23 ก็ถูกฆ่าตาย ค่าละอองดาวที่เจมส์ได้รับมากว่าเจ็ดร้อยหน่วยเป็นตัวเลขสุดท้ายที่เติมเต็มละอองดาวให้ครบหนึ่งแสนสองหมื่นหน่วย การล่าเพื่อยกระดับเสร็จสิ้นแล้ว
:: ยินดีด้วยร่างกายโคจรของคุณระดับเพิ่มขึ้นเป็น 20 ::
: ท่านสามารถเรียนรู้หรือสรรสร้างศาสตร์ดวงดาวทั้งสามประเภทได้แล้ว :
: ทะเลดวงดาวได้ก่อตัวขึ้นภายในวิญญาณและร่างกายของท่าน :
ขณะนี้เจมส์หลับตายืนนิ่ง สมาธิของเขาจดจ่ออยู่กับความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย เมื่อผู้เล่นมีระดับร่างกายโคจรถึงระดับที่ 20 นั่นหมายความว่าพวกเขากลายเป็นผู้บ่มเพาะละอองดาวเต็มตัวแล้ว
สำหรับเส้นทางดวงดาวเมื่อคนๆหนึ่งมีระดับร่างกายโคจรถึงระดับที่ 20 นั่นก็แปลว่าร่างกายของพวกเขามีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับพลังของดวงดาวอันเป็นพลังงานที่มีความบริสุทธิ์ยิ่งกว่าพลังงานใดๆ นอกจากนี้มันยังมีความลึกลับที่สุดและว่ากันว่าเป็นพลังงานที่สรรสร้างทุกสรรพสิ่ง เมื่อมาถึงจุดนี้ทะเลดวงดาวจะก่อตัวขึ้นในจิตวิญญาณของพวกเขา
ภายในจิตสมาธิเจมส์รู้สึกได้ถึงการไหลเวียนของละอองดาวภายในร่างกายของเขา หลังจากที่เปิดโหมดสัมผัสอย่างถ่องแท้นั่นหมายความว่าเจมส์สามารถรับรู้การคงอยู่ของละอองดาวภายในร่างกายตนเองได้แล้ว ดังนั้นในปัจจุบันการจับสัมผัสละอองดาวที่อยู่ภายในร่างกายจึงเป็นเรื่องที่ง่าย
กระแสละอองดาวที่ไหลเวียนภายในร่างกายเป็นเหมือนลำธารที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายและเชื่องช้า อย่างไรก็ตามในปัจจุบันกระแสละอองดาวภายในร่างกายของเจมส์กำลังปั่นป่วนเหมือนกับกระแสน้ำในมหาสมุทรที่ไม่มีความเป็นระเบียบ
โดยปกติกระแสละอองดาวจะไหลเวียนโคจรไปทั่วทั้งร่างกายอย่างเป็นระบบและมีระเบียบ แต่ทว่าในปัจจุบันกระแสละอองดาวภายในร่างกายของเจมส์กำลังปั่นป่วนถึงขีดสุด บางจุดไหลเชี่ยว บางจุดไหลย้อนกลับ อย่างไรก็ตามกระแสของละอองดาวทั้งหมดนั้นไหลไปในทิศทางเดียวกันนั่นคือมุ่งเข้าสู่จุดกึ่งกลางของร่างกายราวกับว่ามีหลุมขนาดใหญ่ที่รอการเติมเต็มอยู่ในบริเวณนั้น
ขณะเดียวกันละอองดาวที่ซึมอยู่ในกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆถูกบีบออกมาราวกับว่ามันได้รับการเรียกหาจากบางสิ่งบางอย่าง พวกมันรวมตัวเข้ากับกระแสละอองดาวที่ไหลเชี่ยวก่อนที่จะรีบวิ่งไปยังจุดกึ่งกลางของร่างกาย
ความเจ็บปวดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในกระบวนการสร้างทะเลดวงดาว สำหรับเจมส์ที่เพิ่มค่าความรู้สึกรับรู้ถึงความเจ็บปวดมากถึง 80% ทำให้ในปัจจุบันเขารู้สึกเจ็บปวดราวกับมีมีดนับพันนับหมื่นเล่มกรีดแทงทั้งภายในและภายนอกร่างกายของเขา
ร่างของเจมส์สั่นอย่างหยุดไม่ได้เนื่องจากความเจ็บปวดที่ทรมานจิตใจของเขา เหงื่ออาบท่วมใบหน้าและลำตัวของเขาจนเปียกชุ่ม คิ้วของเขาขดเข้าหากันจนเกือบจะกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียว ฟันบนและล่างที่ขบกัดกันแน่นแสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดที่เขาได้รับ มันยากที่จะพรรณนา
แม้ว่าร่างกายจะโงนเงนจนเกือบจะล้มลงหลายครั้งแต่หลังของเจมส์ก็ยังคงตั้งตรงเหมือนเสาค้ำจุนสวรรค์ สิ่งเหล่านี้บ่งบอกได้ว่าหัวใจของเขายิ่งใหญ่เพียงใด
ไม่มีใครรู้ว่าความเจ็บปวดนี้มากมายแค่ไหนแต่สามารถอธิบายได้ว่ามันทรมานเหลือใจ . . . หากเป็นคนทั่วไปความเจ็บปวดเหล่านี้จะทำให้พวกเขาหมดสติแต่เจมส์นั้นมีความอดทนที่เหนือกว่าคนอื่นๆ ช่วงชีวิตก่อนหน้านี้เขาได้ผ่านการทดสอบทั้งไฟและคมมีด ประสบการณ์นับไม่ถ้วนสอนให้เขารู้ว่าไม่มีความเจ็บปวดใดๆที่ให้ความรู้สึกเจ็บปวดเท่ากับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก
เมื่อเทียบกับสิ่งเหล่านั้นความเจ็บปวดในตอนนี้ไม่มีค่าอะไร. . .
เมื่อเวลาผ่านไปได้หนึ่งร้อยลมหายใจละอองดาวทั่วทั้งร่างกายก็มารวมตัวกันอยู่ที่จุดเดียว พวกมันเป็นเหมือนกับแอ่งน้ำวนขนาดเล็กที่อยู่บริเวณใจกลางร่างกายของเจมส์
อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่กระบวนการทั้งหมดของการก่อตั้งทะเลดวงดาว มันเป็นเพียงแค่ขั้นตอนแรก
เมื่อความเจ็บปวดลดลงไปแล้วเจมส์ก็ลืมตาขึ้น สายตาของเขาสอดส่องหาสถานที่ที่ปลอดภัยที่อยู่ใกล้ๆ ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสองวินาทีเจมส์ก็พบกับรากไม้ขนาดใหญ่ที่พันกันเป็นโพรงถ้ำขนาดเล็กที่มีช่องว่างมากพอสำหรับคนๆหนึ่ง
โดยไม่รีรอเจมส์พุ่งร่างเข้าไปในโพรงไม้ดังกล่าวทันทีหลังจากนั้นเขารีบนั่งขัดสมาธิ
“ โอกาสในการแก้ไขความอ่อนแอที่ฉันไม่สามารแก้ไขได้ในอดีตมาถึงแล้ว ลองดูว่าทะเลดวงดาวที่จะเกิดขึ้นนี้สามารถสร้างอาณาจักรดาวได้มากน้อยแค่ไหน ฉันหวังว่ามันจะทำให้ฉันถึงอาณาจักรอจินไตย. . . ” เจมส์พึมพำรอยยิ้มเล็กๆของเขาแสดงให้เห็นถึงความคาดหวัง