เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 39
ตอนที่ 39
ก่อนหน้านี้หลังจากทำข้อตกลงเจมส์และมินาเสะก็ได้ตกลงที่จะเพิ่มนามเรียกของกันและกันไว้ในรายชื่อเพื่อน ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการติดต่อ
ใช้เวลารอเพียงไม่กี่วินาทีคำขอสนทนาของเจมส์ก็ได้รับการอนุมัติ มินาเสะเป็นผู้ที่เริ่มต้นเอ่ยคำทักทาย เสียงของเธอยังเย็นและฟังดูเหินห่างดังเช่นเคย สิ่งที่แตกต่างก็คือความเหินห่างนั้นสั้นลงกว่าแต่ก่อน
“ สวัสดี ”
“ สวัสดี ปัญหาคืออะไร ? ” เจมส์เอ่ยทักทายพร้อมกับถามเข้าประเด็น
ดูเหมือนว่ามินาเสะนั้นได้เตรียมตัวมาก่อนแล้ว เธอเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็วและชัดเจน “ ฉันได้เสนอข้อตกลงของนายไปยังกลุ่มของผู้บริหารแล้ว พวกเขามีความยินดีที่จะแลกเปลี่ยนแต่ราคานั้นสูงเกินไป นอกจากนี้พวกเขายังไม่มีความมั่นใจในความถูกต้องของข้อมูล ”
“ เรื่องความถูกต้องของข้อมูลนั้นไม่เป็นปัญหาฉันพร้อมที่จะพิสูจน์แต่เรื่องของราคานั้น. . . พวกเขาให้ได้มากแค่ไหน ? ”เจมส์เอ่ยถาม
“ สิบล้านนั่นคือราคาที่ได้รับการตัดสินแล้ว ” มินาเสะเอ่ยตอบ
เจมส์เงียบไปครู่หนึ่งหลังจากที่ได้ยินคำตอบ พวกเขาตระหนี่เกินไปไหม ?
“ ราคานี้ต่ำเกินไป. . . ” เจมส์สบถ
“ นายต้องอย่าลืมว่านี่เป็นเพียงแค่เกม สิบล้านดอลลาร์นั้นมากพอที่จะเปิดบริษัทขนาดกลางได้เลย ” มินาเสะเอ่ยขึ้น
แม้ว่าคู่สนทนาจะเป็นผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้แต่ในการค้าผลประโยชน์ของครอบครัวต้องมาก่อน แน่นอนว่ามินาเสะไม่ใช่คนอกตัญญู ตอบแทนส่วนตอบแทนแต่การสนทนาครั้งนี้เป็นการค้า นอกจากนี้ราคาสิบล้านดอลลาร์ก็เป็นราคาที่มินาเสะเพิ่มให้ได้มากที่สุดแล้ว อันที่จริงราคาที่ผู้บริหารเหล่านั้นยอมรับได้คือเจ็ดล้านดอลลาร์เท่านั้น
“ เธอไม่สามารถนำเส้นทางดวงดาวไปเปรียบเทียบกับเกมอื่นๆ ถ้านี่เป็นเกมทั่วไปทำไมถึงมีขุมอำนาจมากมายลงทุนในเส้นทางดวงดาว ? ฉันไม่สามารถยอมรับราคานี้ได้ ” เจมส์ตอกกลับ เสียงของเขาฟังดูโกรธแต่จริงๆแล้วมันเป็นเพียงคารมของนักต่อรอง
เมื่อได้ฟังคำพูดของคู่สนทนามินาเสะก็ถูกดึงเข้าไปสู่วังวนของความนึกคิด ปัญหาที่เธอคาใจอยู่คือความลับที่อยู่เบื้องหลังเกมออนไลน์ล้ำยุคที่มีชื่อว่าเส้นทางดวงดาว เหตุใดครอบครัวของเธอจึงยอมร่วมทุนกับตระกูลอื่นๆเพื่อลงทุนในโลกของเกมออนไลน์ มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ! นอกจากนี้ธุรกิจหลักของครอบครัวก็ไม่ใช่อุตสาหกรรมเกม จะต้องมีบางสิ่งบางอย่างในเส้นทางดวงดาว อย่างไรก็ตามคำตอบของคำถามนี้ยังเป็นปริศนาสำหรับเธอ
“ สิบห้าล้านคือขีดจำกัดของราคาที่ฉันสามารถยอมรับได้ ไปบอกผู้บริหารเหล่านั้นว่าอนาคตในเส้นทางดวงดาวไม่ใช่สิ่งที่สามารถซื้อได้ด้วยเงินเพียงอย่างเดียว ถ้าพวกเขาไม่ต้องการฉันสามารถขายข้อมูลนี้ให้กับกองกำลังอื่น ” เจมส์ยื่นคำขาด เขาไม่ใช่คนที่ตระหนี่แต่ความมั่งคั่งก็เป็นสิ่งที่เขาขาดไม่ได้
“ เอาล่ะ ฉันจะบอกพวกเขาตามนี้ ” มินาเสะเอ่ยรับคำ
หลังจากที่เสร็จสิ้นจากการสนทนาด้วยเสียง เจมส์ก็ส่งข้อมูลของภารกิจพิเศษสองศาสตร์จักรวาลพื้นฐานให้กับมินาเสะในทันที
เจมส์มั่นใจว่ามินาเสะนั้นมีความไว้เนื้อเชื่อใจในข้อมูลของเขาแต่คนแก่ที่ยืนอยู่เบื้องหลังนั้นไม่ เหตุนี้เองเขาจึงมอบส่วนเล็กๆของข้อมูลให้กับคนเหล่านั้นเพื่อยืนยันว่าสินค้าของเขานั้นมีอยู่จริงและเป็นการสร้างความเชื่อมันให้กับคู่ค้า
หลังจากเสร็จสิ้นการสนทนาเจมส์ก็ออกเดินทางต่อไป มันใช้เวลาอีกเพียงไม่กี่นาทีในที่สุดกระท่อมไม้เก่าๆก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเขา
ในช่วงเวลากลางวันกระท่อมไม้นั้นมีความโดดเด่นมากเนื่องจากพื้นที่ที่กระท่อมไม้ตั้งอยู่นั้นมีแสงแดดสาดส่องเข้ามาราวกับว่าที่ดินเพียงไม่กี่สิบตารางเมตรคือโลกอีกโลกที่แยกออกจากหุบเขาแห่งความมืด
รอบๆกระท่อมไม้เต็มไปด้วยพืชสีเขียวขจีและดอกไม้หลากหลายสีสัน สิ่งที่ทำให้เจมส์ตาลุกวาวคือสวนสมุนไพรเล็กๆที่อยู่ใกล้ๆกัน ทั้งหมดเป็นสมุนไพรหายากและพวกมันทั้งหมดคือสมุนไพรระดับ 3 นี่คือวัตถุดิบในการสร้างยาเม็ดเกรด 3 ซึ่งไม่สามารถหาได้ในเกาะแห่งการเริ่มต้น แต่เขาพบมันที่นี่ !!
ถ้าหากว่าสมุนไพรเหล่านี้ปรากฏบนพื้นที่ทั่วไปเจมส์จะไม่รีรอที่จะคว้าสมบัติเหล่านี้แต่ทว่าสมุนไพรเหล่านี้มีเจ้าของ สำหรับตัวตนที่ต้องการผลประโยชน์จากสมุนไพรระดับ 3 นั้นจะต้องมีระดับไม่ต่ำกว่านักรบดวงดาวซึ่งแน่นอนว่าบุคคลผู้นี้ที่มีความแกร่งที่เจมส์ไม่สามารถยั่วยุได้
[ นักรบดวงดาว – มีระดับโคจรร่างกายมากกว่า 30 ]
ทันทีที่เท้าของเจมส์ก้าวเข้ามาในเขตที่อยู่อาศัย เสียงของชายฉกรรจ์ก็ดังลอดออกมาจากภายในกระท่อม
“ เจ้าเป็นใคร ? มีธุระอะไรกับที่นี่ ? ” เสียงที่ลอยออกมาเต็มไปด้วยความดุร้ายซึ่งแฝงไปด้วยจิตสังหารเล็กๆ
ในทันทีเจมส์ก็หยุดฝีเท้าซึ่งจิตสังหารที่มากับเสียงนั้นบ่งบอกได้ว่าเขาควรตอบคำถามเป็นอันดับแรก การก้าวเท้าเข้าไปไกลกว่านี้จะทำให้เจ้าของสถานที่ไม่พอใจ
“ ข้าคือผู้ศรัทธาในความตาย มาที่นี่เพื่อรับหนังสือรับรองจากท่าน ” เจมส์เอ่ยตอบด้วยเสียงที่ชัดถ้อยชัดคำ นี่คือสิ่งที่เขาต้องการจากภารกิจ หนังสือรับรองการเป็นผู้นับถือศาสนาซึ่งเป็นใบเบิกทางที่จะทำให้เขาสามารถออกจากเกาะแห่งการเริ่มต้น
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาทีประตูไม้ทรุดโทรมก็ถูกเปิดออก ความเก่าแก่ของประตูไม้เกือบจะทำให้มันหลุดออกจากบานประตู ในขณะเดียวกันมันก็เผยให้เห็นร่างของชายวัยกลางคนที่ซึ่งชะโงกหน้าออกมา ชายคนนี้แต่งตัวคล้ายกับชาวบ้านทั่วไปเพียงแต่รัศมีของเขานั้นไม่ธรรมดาเลย
“ หลักฐาน . . . ” ชายคนนั้นเอ่ยสั้นๆ
เจมส์ไม่รอช้าเขารีบแสดงเทวรูปสลักให้ชายคนดังกล่าวดู ในฉับพลันบรรยากาศที่ไม่เป็นมิตรก็หายไปและถูกทดแทนด้วยรอยยิ้มของความเป็นมิตร
“ โอ้ ที่แท้ก็เป็นสหายทางความเชื่อ ขอองค์เทพเซรอสอวยพรเจ้า ”
“ ขอองค์เทพเซรอสอวยพร ” เจมส์ขานตอบ นี่เป็นคำทักทายตามมารยาทของสาวกผู้เคร่งศาสนาซึ่งในอดีตเจมส์คุ้นเคยกับคำเหล่านี้ดีดังนั้นเขาจึงพลาดมารยาทของสาวกผู้เคร่งศาสนา
ชายวัยกลางคนพยักหน้าด้วยความยินดีสายตาของเขาจ้องมองมายังเจมส์ด้วยดวงตาที่แวววาวสื่อให้เห็นถึงความประทับใจในการพบกันครั้งแรก
“ รอข้าสักครู่ ” เอ่ยสิ้นชายคนนั้นก็หายกลับเข้าไปในกระท่อมไม้
เพียงไม่นานชายวัยกลางคนก็กลับออกมาพร้อมกับเก้าอี้ไม้ตัวเล็กๆสองตัว มันถูกวางไว้ในบริเวณที่ร่มรื่น
“ มาเถอะ มานั่งก่อน ”
ทั้งสองคนนั่งลงและได้พูดคุยกันสักพัก นอกจากการแนะนำตัวแล้วหัวข้อของการพูดคุยเกือบทั้งหมดนั้นเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าแห่งความตายเซรอสแน่นอนว่าเกือบทั้งหมดของบทสนทนาเป็นการพูดของชายผู้มีนามว่า “ เอโบ ” เจมส์เพียงทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี เพียงไม่ถึงสิบนาทีการสนทนาก็มาถึงประเด็นที่สำคัญ
“ ไม่กี่วันก่อนข้าได้ยินเสียงคำรามคลั่งของลิงป่ามืดใกล้ๆกับที่ตั้งของเทวรูป ข้ากลัวว่ามันจะเผลอไปทำลายรูปปั้นของเทพเจ้าเซรอส ถ้าไม่ลำบากเกินไปเจ้าช่วยข้ากำจัดลิงตัวนั้นได้รึเปล่า ? ”
“ ไม่มีปัญหาเลย การปกป้องเกียรติขององค์เทพของเซรอสคือหน้าที่ของสาวกอย่างเรา ” เจมส์ตอบรับในทันที
: ค้นพบภารกิจทดสอบศรัทธา ปกป้องเทวรูปของเทพเจ้าเซรอสจากมอนสเตอร์คลั่ง :
กำจัดลิงป่ามืดที่อยู่ในสภาวะคลั่งก่อนที่มันจะทำลายรูปปั้นของเทพเจ้าแห่งความตายเซรอส
ความยาก : A
เงื่อนไข : จำกัดเวลา 2 วัน เวลาที่เหลือ 47 ชั่วโมง 59 นาที
รางวัล : หนังสือรับรองของผู้นับถือศาสนา
** โปรดระวังความล้มเหลวจะทำให้ท่านหมดสิทธิ์ในการรับใบรับรอง
—
หลังจากที่ได้รับภารกิจแล้วเจมส์ก็เดินทางออกจากระท่อมของเอโบในทันที เขากลับไปยังสถานที่อันเป็นที่ตั้งของเทวรูปหินซึ่งมอนสเตอร์ภารกิจน่าจะอยู่ใกล้ๆกับบริเวณนั้น
ใช้เวลาในการเดินทางไม่นานนักเนื่องจากแสงสลัวๆจากดวงอาทิตย์ในยามเช้าทำให้การมองเห็นของเจมส์ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้มอนสเตอร์ในช่วงกลางวันมีจำนวนไม่หนาแน่นเท่ากับมอนสเตอร์ในช่วงกลางคืนจึงทำให้ในระหว่างทางเจมส์แทบจะไม่พบการซุ่มโจมตีจากมอนสเตอร์ตัวใดเลย
โอ๊ !! ทันใดนั้นเสียงคำรามก็ดังขึ้น พลังของเสียงทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่รู้สึกได้
“ มันอยู่ที่นี่ ” ในทันทีเจมส์รีบปรี่ตรงไปยังที่มาของเสียงอย่างไม่รีรอ
ห่างออกไปเพียงหนึ่งกิโลเมตรเจมส์ก็พบกับมอนสเตอร์เจ้าของเสียง มันเป็นลิงยักษ์ที่มีลักษณะคล้ายกับกอริลล่าที่พบเห็นได้ในสวนสัตว์ อย่างไรก็ตามลิงยักษ์ป่ามืดมีเขี้ยวสีขาวที่งอกเลยออกมาจากปากอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของมันเป็นสีแดงดุร้ายเนื่องจากสภาวะคลั่ง สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือมงกุฎสีเงินบนหัวของมัน !
หากเป็นในยามปกติเจมส์จะรีบจู่โจมลิงยักษ์ป่ามืดตัวนี้ทันทีแต่ทว่าลิงยักษ์ที่เขาเห็นนั้นทำให้เจ้าตัวต้องเลี้ยวกลับและรีบหาที่ซ่อน
“ เกิดอะไรขึ้น ? ทำไมลิงยักษ์นั่นมีมงกุฎบนศีรษะ ” เจมส์สบถพึมพำ จะเห็นได้ว่าในขณะนี้มีเหงื่อเม็ดโตหล่นออกมาจากกระหม่อมของเขา
“ บ้า นั่นเป็นมอนสเตอร์ระดับฟิลด์บอส มันจะปรากฏในภารกิจรับรองได้ยังไง !!? ” ยากที่จะเชื่อแต่การที่ได้เห็นกับตาตนเองทำให้เจมส์ไม่สามารถปฏิเสธความเป็นจริง เขาเปิดเมนูภารกิจขึ้นมาอีกครั้งเพื่อดูรายละเอียดของเควสแต่ในทันทีที่เจมส์เห็นระดับความยากของภารกิจเขาก็ไม่แปลกใจกับการปรากฏตัวของมัน
นี่คือภารกิจระดับ A แต่ในความทรงจำของเขาไม่พบว่ามีภารกิจระดับ A ปรากฏอยู่ในภารกิจรับรอง
“ เพราะฉันเป็นสาวกที่เป็นผู้เล่นคนแรกอย่างนั้นหรือ ? ”