เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 42
ตอนที่ 42
ในปัจจุบันร่างกายของเจมส์เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าที่ดูสงบนิ่งนั้นมีร่องรอยของความเหนื่อยล้าปรากฏให้เห็น สภาพของเขาดูเหมือนกับคนที่ทำงานหนักโดยไม่พักผ่อนติดกันเป็นเวลาหลายวัน ไม่มีใครรู้ว่าชายผู้นี้จะหมดสิ้นเรี่ยวแรงลงเมื่อใดแต่เมื่อดูจากสภาพแล้วเขาคงจะทนได้อีกไม่นาน
แม้ว่าขั้นตอนการก่อตั้งทะเลดวงดาวจะกินเวลาไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงแต่เจมส์ก็รู้สึกเหนื่อยล้าราวกับว่าวิญญาณของเขาพร้อมที่จะลอยออกจากร่างกายทุกเมื่อ สติของเขาเลือนรางและยากที่จะประคองให้คงอยู่แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ยังคงดื้อดึงฝืนทนต่อไป
ทะเลดวงดาวคุณภาพสมบูรณ์แบบนั้นไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เจมส์พึงพอใจ ถ้าเขาหยุดอยู่ที่คุณภาพสมบูรณ์แบบการเปลี่ยนแปลงอนาคตจะกลายเป็นเรื่องที่ยากยิ่งขึ้น พลังและความแข็งแกร่งคือสิ่งสำคัญที่สุดในยุคที่กำลังจะมาถึง ถ้าคุณไม่มีพลังคุณจะไม่มีสิทธิ์ในสังคม ถ้าคุณไม่มีพลังคุณจะถูกเหยียบย่ำ ถ้าคุณไม่มีพลังคุณจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย
สำหรับเจมส์ที่ถูกส่งกลับมาเพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของโลกนั้นพลังคือสิ่งที่เขาต้องการมากกว่าใครๆ
ความคาดหวังที่แท้จริงของเจมส์คือทะเลดวงดาวในระดับวิญญาณดาวหรือเรียกอีกอย่างว่าทะเลวิญญาณดาว สำหรับทะเลวิญญาณที่กลายเป็นจักรวาลดาวนั้นคือสิ่งที่มีอยู่แต่ในตำนานเพียงเท่านั้น
แม้ว่าเจมส์จะคาดหวังถึงระดับที่ไม่มีใครเคยไปถึงแต่จักรวาลดาวนั้นก็เป็นสิ่งที่อยู่ไกลเกินกว่าจะเอื้อม
ภายในจิตสมาธิเจมส์ปล่อยให้แอ่งน้ำวนสีขาวพราวนี้สะสมละอองดาวจากภายนอกต่อไป สำหรับการก่อตั้งทะเลดวงดาวที่สมบูรณ์แบบนั้นไม่ใช่เรื่องที่ท้าทายสำหรับชายผู้นี้ การก่อตั้งทะเลวิญญาณดาวต่างหากที่เป็นความท้าทายที่แท้จริง
หากว่าในอดีตมีคนที่พยายามจะก่อตั้งทะเลวิญญาณดาวโดยที่ไม่ใช้ตัวช่วยจากภายนอกอย่างเช่นยาเม็ดเกรด 9 เขาจะถูกหาว่าเป็นคนบ้า มันไม่มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จเลย
แต่อย่างไรก็ตามเจมส์นั้นคือผู้บ่มเพาะรุ่นแรกที่อยู่รอดไปจนถึงอโพคาลิปเฟส 3 ตอนปลายเขามีประสบการณ์ในการบ่มเพาะมากกว่าผู้ใดบนโลกนี้ ความรู้และความเข้าใจที่เขาสะสมมาตลอดชีวิตทำให้เจมส์รู้ว่าทะเลวิญญาณดาวนั้นสามารถก่อตั้งขึ้นโดยไม่ต้องใช้แรงจากภายนอกแต่ความสำเร็จนั้นก็ต้องพึ่งพาความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง
ในขณะที่แอ่งน้ำวนสะสมละอองดาวจากภายนอกเจมส์ก็ได้มีโอกาสพักผ่อนไปด้วย เขาจนกระทั่งร่างกายของตนเองนั่นเกิดความรู้สึกเจ็บปวดซึ่งสิ่งนี้คือสัญญาณว่าแอ่งน้ำวนนั้นสะสมละอองดาวจนถึงขีดจำกัดแล้ว
เข้าสู่ชั่วโมงที่สามแอ่งน้ำวนภายในร่างกายของเจมส์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสิบเซนติเมตร ภายในเต็มไปด้วยกระแสของละอองดาวสีขาวพราวที่ส่องแสงเรืองรองเจิดจ้าดังเช่นดวงทิวา
“ แล้วก็มาถึงช่วงเวลาที่สำคัญ . . . ” เจมส์พึมพำขึ้นภายในใจ ขั้นตอนต่อไปนี้จะเป็นการกำหนดผลลัพธ์ ถ้าโชคร้ายรากฐานของเขาจะพังทลายและกลายเป็นผู้บ่มเพาะละอองดาวที่อ่อนแอ ถ้าหากสำเร็จเขาจะมีรากฐานที่สมบูรณ์พร้อมยิ่งกว่าผู้ใดและสามารถคาดหวังได้ถึงอาณาจักรอจินไตยซึ่งเป็นอาณาจักรความสมบูรณ์สูงสุดของแม่ทัพดวงดาว
ในปัจจุบันเจมส์ไม่ได้เริ่มต้นขั้นตอนการบีบรัดแอ่งน้ำวนในทันทีแต่เขาเลือกที่จะบังคับให้แอ่งน้ำวนนั้นดูดซึมละอองดาวเพิ่มเติม แม้ว่าแอ่งน้ำวนจะดูดซับจนถึงขีดจำกัดแล้วแต่เจมส์ก็รู้ว่าเขาสามารถฝืนทนได้อีกสักหน่อย ยิ่งแอ่งน้ำวนมีความหนาแน่นของละอองดาวมากขึ้นเท่าไรความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงคุณภาพก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อความหนาแน่นเพิ่มขึ้นพลังการหมุนของแอ่งน้ำวนก็มากขึ้นเช่นเดียวกัน ในปัจจุบันกระแสน้ำวนไม่ต่างอะไรจากลมมหาพายุที่พัดอย่างบ้าคลั่ง มันรุนแรงมากเสียจนแอ่งน้ำวนที่เป็นหมุนเป็นวงกลมนั้นส่งสัญญาณของความไม่เสถียร จากวงที่กลมเกลี้ยงกลายเป็นวงกลมที่ไม่มีความเป็นระเบียบ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปแอ่งน้ำวนจะพังทลายลงและละอองดาวจำนวนมากที่ถูกปลดปล่อยออกมาและจะทำให้เจมส์เสียชีวิตจากการระเบิดของร่างกาย
แน่นอนว่าในเส้นทางดวงดาวเจมส์เป็นผู้เล่นที่ไม่รู้จักความตายอย่างแท้จริงแต่สิ่งที่จะสูญเสียคือรากฐานของความแข็งแกร่ง นี่คือบทลงโทษที่ร้ายแรงยิ่งกว่าความตาย
ความเจ็บปวดทวีความรุนแรงขึ้นตามกาลเวลา ยิ่งฝืนมากเท่าไหร่เจมส์ก็จะได้รับความเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามในเวลาที่สำคัญเช่นนี้เขาไม่มีเวลาคิดถึงความรู้สึกเจ็บปวดเลย
สัญญาณการพังทลายของแอ่งน้ำวนอาจจะทำให้ผู้บ่มเพาะละอองดาวอื่นๆรู้สึกเป็นกังวลและพวกเขาอาจเลือกที่จะหยุดที่ตรงนี้แต่เจมส์ไม่เป็นเช่นนั้น เขายังคงความสงบอย่างไม่น่าเชื่อ สมาธิของเขาจดจ่ออยู่กับความเปลี่ยนแปลงของแอ่งน้ำวน
เวลาผ่านไปอีกสิบนาทีในขณะนี้ร่างกายของเจมส์พองออกจนดูน่ากลัว มันเหมือนกับศพที่บวมน้ำ หน้าตาและลักษณะโครงสร้างทางร่างกายของเขาเปลี่ยนแปลงไปจนเกือบจะจำรูปเดิมไม่ได้ ร่างกายของเจมส์กำลังจะระเบิด !!
ซึ่งภายในร่างกายของเขาแอ่งน้ำวนเองก็มีรูปร่างที่บิดเบี้ยวเกินกว่าจะเรียกว่าวงกลม แรงหมุนที่มหาศาลทำให้แอ่งน้ำวนไม่สามารถรักษาความเสถียรอีกต่อไป
ในเสี้ยววินาทีนั้นส่วนหนึ่งของแอ่งน้ำวนกำลังจะหลุดออกจากกระแสของการหมุน สิ่งดังกล่าวหมายถึงการพังทลายลงอย่างแท้จริง หากว่าไม่มีการแทรกแซงใดๆจากแรงภายนอกนี่จะเป็นจุดจบของการก่อตั้งทะเลดวงดาวที่ล้มเหลว
“ ตอนนี้แหละ ! ”
สิ้นความคิดเจมส์ก็กำหนดสมาธิด้วยพลังจิตทั้งหมดที่เขาหลงเหลืออยู่ แรงที่มองไม่เห็นก่อตัวขึ้นเป็นเหมือนกับกำแพงเหล็กกล้าที่ทำให้แอ่งน้ำวนที่บิดเบี้ยวกลายเป็นวงกลมที่มีระเบียบ อย่างไรก็ตามการหมุนที่รุนแรงของมันทำให้เจมส์ต้องรับภาระหนักทางจิตใจ สติของเขาเกือบจะวูบลงแต่ด้วยเจตจำนงที่แน่วแน่ของเขาทำให้เจมส์ยังสามารถประคองสติเอาไว้ได้
แอ่งน้ำวนที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่ายี่สิบเซนติเมตรถูกบีบรัดด้วยแรงที่มองไม่เห็น สำหรับขั้นตอนนี้ส่วนที่ยากที่สุดนั้นคือการประคองสติและรักษาสมาธิไม่ให้ขาดหายไปซึ่งสภาพของเจมส์นั้นไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
เส้นผ่านศูนย์กลาง19 เซนติเมตร . . .
เส้นผ่านศูนย์กลาง18 เซนติเมตร . . .
แอ่งน้ำวนลดขนาดลงอย่างช้าๆและแน่นอนว่าแรงหมุนของมันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในทางกลับกัน ขณะนี้แรงหมุนมหาศาลกำลังต่อต้านการบีบรัดของกำแพงจิต
เจมส์กัดฟันกรอด เขาพยายามที่จะต่อต้านความรู้สึกอ่อนล้าที่ทำให้ตนเองนั้นอยากจะหลับให้จบๆไป
เส้นผ่านศูนย์กลาง17 . . . 16 . . . 15 เซนติเมตร
การลดขนาดหยุดชะงักลงและกำแพงจิตที่เจมส์สร้างขึ้นสั่นคลอนเหมือนกับว่ามันกำลังจะพังทลาย
“ นี่ไม่ใช่ตอนจบของฉัน ” เจมส์พึมพำด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ในวินาทีนั้นกำแพงจิตก็หยุดการสั่นสะเทือน มันกลับมามั่นคงเช่นเดิม
14 . . . 13 . . . เส้นผ่านศูนย์กลาง 9 เซนติเมตร
ยังไม่มีสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทางคุณภาพแต่ในตอนนี้เจมส์ถึงขีดสุดแล้ว ฟันที่ขบกันแน่นมีร่องรอยของเลือดไหลรินออกมา เล็บของเขาจิกเข้าไปในฝ่ามือจนเกิดเป็นรอยแผล สิ่งเหล่านี้บ่งบอกได้ว่าเจมส์นั้นมีความแน่วแน่และพยายามมากแค่ไหน
ขณะนี้กำแพงจิตนั้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและมีรอยร้าวปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด แอ่งน้ำวนหมุนปั่นด้วยแรงมหาศาลและพลังงานที่มันปลดปล่อยออกมากำลังชนเข้ากับกำแพงจิตอย่างบ้าคลั่ง
“ อีกเพียงแค่นิดเดียว ฉันจะไม่ยอมให้การเสียสละของเจ้าพวกนั้นต้องสูญเปล่า ! ”
เมื่อนึกถึงการเสียสละของพวกพ้องอันเป็นที่รักแรงใจของเจมส์ก็เพิ่มพูนขึ้นอย่างหน้าอัศจรรย์ ราวกับพลังเล็กๆที่ไม่มีที่มาอยู่ๆก็ปรากฏขึ้นในช่วงเวลาที่ต้องการมากที่สุด
กำแพงจิตเชื่อมต่อกันเป็นปราการที่ตั้งตระหง่านขึ้นอีกครั้งแม้ว่ามันจะสั่นสะเทือนแต่ก็ไม่มีร่องรอยของการพังทลายอีกต่อไป
เส้นผ่านศูนย์กลาง 8 เซนติเมตร . . .
เส้นผ่านศูนย์กลาง 7 เซนติเมตร . . .
เส้นผ่านศูนย์กลาง 6 เซนติเมตร . . . เมื่อมาถึงจุดหนี้ความหวังของเจมส์เป็นเหมือนแสงไฟที่ถูกจุดขึ้นในความมืด นี่คือจุดที่การเปลี่ยนแปลงคุณภาพควรจะเกิดขึ้นแต่กระนั้นเอง . . .
“ บ้า !! นี่ยังไม่ถึงจุดของการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างนั้นเหรอ !? ” เจมส์อดไม่ได้ที่จะสบถ ในทางเทคนิคเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 เซนติเมตรควรจะเป็นจุดที่เหมาะสมในการเปลี่ยนแปลงคุณภาพแต่ทำไมสัญญาณดังกล่าวจึงไม่เกิดขึ้น ?
ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไรแต่เจมส์ก็ไม่สามารถยอมแพ้ เขาไม่สามารถวอกแวกไปมากกว่านี้และไม่สามารถหยุดอยู่ที่ตรงนี้ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามขีดจำกัดของเขามาถึงแล้ว
สติของเจมส์ค่อยๆมืดดับลงอย่างช้าๆ กำแพงจิตที่คอยค้ำจุนและบีบรัดแอ่งน้ำวนก็กำลังพังทลายลงอย่างรวดเร็ว รอยร้าววิ่งพล่านขยายไปทั่วทุกพื้นที่เหมือนใยแมงมุง ในขณะเดียวกันแอ่งน้ำวนก็ส่งคลื่นพลังงานมหาศาลออกมาตลอดเวลาเพื่อเร่งกระบวนการของการพังทลาย
ในเวลานี้เจมส์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากำลังจะล้มเหลว มันเป็นเพราะหัวใจของเขายังคงเปี่ยมล้มไปด้วยความแน่วแน่และมุ่งมั่น เขาไม่มีความคิดเลยด้วยซ้ำว่าตนเองจะล้มเหลวในคราวนี้
ฉันเดินผ่านกาลเวลามามากมายแต่ภาระบนบ่านี้ก็ไม่เคยเบาบางลงเลย. . .
ฉันจะล้มเหลวได้อย่างไรในเมื่อคนเหล่านั้นฝากความหวังไว้ที่ฉัน. . .
ฉันจะล้มเหลวได้อย่างไรในเมื่อมีอีกหลายล้านชีวิตที่กำลังเฝ้ารอความหวัง . . .
ฉันจะล้มเหลวได้อย่างไรในเมื่อโลกยังคงเฝ้ารอการเปลี่ยนแปลง. . .
ฉันจะไม่ล้มเหลวเพราะฉันไม่เคยคิดถึงความล้มเหลว จะแข็งแกร่งได้อย่างไรถ้าหากหัวใจถูกผูกมัดด้วยความไม่มั่นใจ จะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไรถ้าหากขาดซึ่งความแน่วแน่ . . .