เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 43
ตอนที่ 43
“ มาคิดๆดูแล้วฉันเองก็สงสัยว่าทำไมฉันมาอยู่กลุ่มเดียวกับพวกแกได้ ” เสียงที่คมชัดและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานดังขึ้น
เจ้าของเสียงเป็นชายวัยกลางคนที่มีหน้าตาทั่วไป เขาไม่ได้มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นแต่ดวงตาคู่สีน้ำตาลเข้มคือสิ่งที่สามารถดึงดูดสายตาทุกคู่ให้มองดูด้วยความรู้สึกชื่นชม ดวงตาคู่นั้นสงบนิ่งและเต็มไปด้วยความลึกลับ ในทางเดียวกันประกายแสงในดวงตานั้นแสดงให้เห็นถึงความแน่วแน่ที่มีไม่รู้จักหมดสิ้น หากมองดูให้ดีชายผู้นี้มีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายคลึงกันกับเจมส์ แน่นอนนี่คือเจมส์ในอดีต
“ ทำไมแกคิดแบบนั้น ? ” เสียงที่ฟังดูสงบและสุขุมดังขึ้น เจ้าของเสียงคือชายวัยกลางคนผู้ซึ่งให้บรรยากาศของความกดดันแต่ในขณะเดียวกันการปรากฏตัวของเขาทำให้คนที่อยู่รอบๆรู้สึกได้ถึงความสงบ นี่คือหลินตง
เจมส์เพียงยักไหล่ตามความเคยชิน หลังจากนั้นเขาก็เอ่ยขึ้น “ ก็ไม่รู้สิ ทุกคนล้วนแต่มีความโดดเด่นเมื่อเทียบกับฉันแล้ว ฉันดูเหมือนคนธรรมดาไปเลย . . “
“ เฮ้ๆ แกกำลังอิจฉาพวกเรา ” ในครั้งนี้ชายร่างใหญ่ได้เอ่ยขึ้น เสียงที่ดังและทรงพลังคือเอกลักษณ์ของเขา นี่คือทอมสัน สหายที่ดื่มเก่งที่สุดเท่าที่เจมส์เคยรู้จักมา
“ เปล่าเลยทอมสัน ฉันก็แค่คิดเล่นๆ ฉันไม่กล้าหาญเท่ากับแกทอมสัน ฉันไม่ได้ฉลาดและสุขุมได้เท่ากับหลินตง ฉันไม่ได้มีหัวใจที่บริสุทธิ์เหมือนกับนาโอมิ ฉันไม่ได้เป็นอัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์เหมือนกับเจ้าบ้านั่นและฉันก็ไม่ได้บ้าดีเดือดเหมือนกับนาดาล ไม่ว่าจะมองมุมไหนฉันก็ไม่มีอะไรที่จะความโดดเด่นเหมือนกับพวกแกเลย ”
ทันทีที่สิ้นประโยค เสียงหัวเราะที่สามารถทำให้บุรุษทั่วโลกคล้ายตามอารมณ์ได้ก็ดังขึ้น “ คิกๆ เจมส์นายจะบอกว่าตัวเองไม่โดดเด่นได้อย่างไร ชื่อจอมจักรพรรดิบัญชาเทพ นายจับฉลากได้มาอย่างนั้นเหรอ ? ”
“ ฮ่าๆ ยอดเยี่ยมนาโอมิ ฉันชอบสิ่งที่เธอพูด ถ้าสงครามจบลงฉันจะบอกลูกหลานของฉันว่าจอมจักรพรรดิบัญชาเทพคือชื่อที่เจ้านั่นจับฉลากได้มา ฮ่าๆ ” ทอมสันหัวเราะร่า
เสียงหัวเราะของเขาทำให้เจมส์และหลินตงอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม เช่นเดียวกับชายอีกสองคนที่มักจะมีท่าทีไม่แยแสต่อโลกก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียหัวเราะออกมาเบาๆ
“ เฮ้เจมส์จริงอยู่ที่แกโดดเด่นไม่เท่าพวกเราแต่แกรู้ไหมว่ามีสิ่งหนึ่งที่พวกเราไม่มีเหมือนแก มันเป็นสิ่งที่ฉันเชื่อว่าพวกเราทุกคนต่างก็อิจฉาแก ” หลินตงเอ่ยขึ้น
คำพูดของเขาทำให้ทั้งหมดหันมามอง ดวงตาของทุกคนแสดงให้เห็นถึงความยินยอมและเห็นด้วยในคำพูดเมื่อครู่ ยกเว้นเพียงแต่เจมส์เท่านั้นที่กำลังถูกทิ้งให้อยู่ในความฉงน
“ หะ จริงดิ !? ทำไมฉันเคยไม่รู้เลย ? ”
“ หึ ก็เพราะแกไม่เคยใส่ใจตัวเองเลยไง ” ทอมสันเอ่ยเสริม
เมื่อพบว่าสายตาของเจมส์นั้นกำลังจ้องมองมาที่ตนอย่างรอคำตอบ หลินตงก็ชี้นิ้วของเขาไปที่หน้าอกข้างซ้ายของตนเอง
“ หัวใจของแกยังไงล่ะ . . . หัวใจที่ไม่รู้จักคำว่าพ่ายแพ้หรือล้มเหลว มันเป็นสิ่งที่ฉันหรือแม้แต่คนอื่นๆในที่นี้ไม่มีอยู่ ลองคิดดูว่าแกจะมาถึงจุดนี้ได้ยังไงถ้าขาดซึ่งไหวพริบ ความรอบครอบ สติปัญญา ความสามารถและที่สำคัญคือหัวใจที่ไม่เคยพ่ายแพ้ของแก แกมีทุกอย่างเจมส์แม้ว่ามันจะไม่โดดเด่นเท่ากับพวกเราทุกคนแต่แกก็มีทุกอย่างที่ทุกคนมี ในกลุ่มของพวกเราแกคือคนที่ไม่โดดเด่นแต่ก็สมบูรณ์พร้อมมากที่สุด ” หลินตงเอ่ย
หัวใจที่ไม่พ่ายแพ้หรือล้มเหลว. . .
ใช่แล้ว ! เพราะหัวใจที่ไม่พ่ายแพ้หรือล้มเหลวทำให้ฉันอยู่ที่นี่
ฉันจะไม่ล้มเหลวเพราะฉันไม่เคยคิดถึงความล้มเหลว จะแข็งแกร่งได้อย่างไรถ้าหากหัวใจถูกผูกมัดด้วยความไม่มั่นใจ จะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไรถ้าหากขาดซึ่งความแน่วแน่ . . .
ความล้มเหลวเหรอ ? ไม่ !
เพราะฉันมีหัวใจที่ไม่เคยล้มเหลว!!
เหมือนกับแสงไฟที่กำลังจะมอดดับลงและความมืดกำลังจะกลืนกินโลก อยู่ๆดวงไฟก็ถูกจุดขึ้นมาใหม่ มันสว่างไสวและโชติช่วงยิ่งกว่าเดิม
ร่างที่โงนเงนจนเกือบจะฟุบคว่ำลงกลายมาเป็นร่างที่ตั้งตรงและสง่า เจมส์ได้สติขึ้นมาอีกครั้งแม้ว่าจะแบกรับความเหนื่อยล้าเกินมนุษย์แต่เขาก็รู้สึกราวกับว่ามีมือทั้งห้าฉุดรั้งร่างของเขาเอาไว้จากการล้มลง
หลินตง ทอมสัน นาโอมิ นาดาลและเจ้าบ้านั่น. . . ฉันรู้ว่าฉันไม่เคยโดดเดี่ยว แม้ว่าโลกนี้จะหันหลังให้กับฉันแต่พวกแกจะอยู่ตรงนี้เสมอ
ในเวลานี้กำแพงจิตที่กำลังพังทลายระเบิดออกเป็นเศษซากนับไม่ถ้วน แอ่งน้ำวนกำลังจะระเบิดออกด้วยพลังงานมหาศาลแต่ในวินาทีนั้นร่างของเจมส์ก็ปรากฏขึ้น
“ หัวใจฉันไม่เคยล้มเหลวและมันจะเป็นเช่นนั้นเสมอ ครั้งนี้ฉันคือผู้กำหนดชะตากรรม ” เอ่ยสิ้นเจมส์ก็คว้าแอ่งน้ำวนด้วยมือเพียงข้างเดียว เขาบีบมันด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลแม้ว่าแอ่งน้ำวนจะดิ้นรนและพยายามหลุดพ้นจากกำมือแต่ก็ไร้ประโยชน์
เส้นผ่านศูนย์กลางของแอ่งน้ำวนลดลงเหลือ 5 เซนติเมตร . . . 4 . . . 3 . . . 2 . . . 1 จนกระทั่งแอ่งน้ำวนมีขนาดเท่ากับก้อนกรวด ในเวลานี้มันดูคล้ายกับคล้ายกับดาวฤกษ์ขนาดเล็ก
แต่ในช่วงเวลานั้นเองอยู่ๆแสงสว่างก็พราวออกมาจนแสบตา เหมือนกับแสงของดาวฤกษ์สิบดวงทอประกายขึ้นพร้อมๆกัน แม้แต่เจมส์ที่อยู่ในจิตสมาธิก็ต้องหยุดการเพ่งมองแสงดังกล่าว
ขณะนี้เจมส์รู้สึกได้ถึงความร้อนแรงที่เกิดขึ้นในร่างกายของเขา แม้ว่าจะไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในแต่เจมส์ก็รู้สึกได้ถึงแรงระเบิดมหาศาลที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย มันไม่ได้ทำให้เขาเจ็บปวดมากนักแต่ก็ทำให้รู้สึกได้อย่างชัดเจน
เพียงไม่กี่วินาทีต่อมาความอบอุ่นก็เข้ามาแทนที่ความร้อนแรง ร่างกายของเจมส์เต็มไปด้วยพลังงานที่แล่นพล่าน เลือดเนื้อ กระดูกและอวัยวะภายในส่งสัญญาณของการเติบโตที่รุนแรง
เมื่อเจมส์มองดูแอ่งน้ำวนอีกครั้งเขาก็พบว่าแสงสว่างที่เจิดจ้าได้คลายความสว่างของมันลงบ้างแล้วและแอ่งน้ำวนก็ไม่มีอยู่อีกต่อไป มันถูกแทนที่ด้วยทะเลสาบสีทองที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึงครึ่งเมตร !
“ ทะเลวิญญาณดาว ! มันใหญ่แค่ไหน !? ” เจมส์อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความพึงพอใจ เส้นผ่านศูนย์กลางครึ่งเมตรคือคุณภาพสูงสุดของทะเลวิญญาณดาว เขาจะไม่รู้สึกพึงพอใจได้อย่างไร
: การก่อตั้งทะเลดวงดาวเสร็จสิ้นแล้ว :
: คุณภาพของทะเลดวงดาวคือวิญญาณดาวเกรดสูงสุด :
ความแข็งแกร่งโดยรวมเพิ่มขึ้น 150 %
การเพิ่มค่าสถานะท่านจะต้องใช้ละอองดาวเพิ่มขึ้น 100%
: ท่านได้รับฉายา อัจฉริยะในรอบห้าพันปี :
ผู้บ่มเพาะละอองดาวที่สามารถก่อตั้งทะเลวิญญาณดาวโดยปราศจากความช่วยเหลือจากภายนอกสมควรที่จะได้รับการยกย่องให้เป็นอัจฉริยะในรอบห้าพันปี
—
ในขณะนี้ร่างกายของเจมส์ได้ฟื้นคืนจากความเหนื่อยล้า เขาเหมือนกับคนที่เพิ่งตื่นขึ้นมาจากการนอนอย่างเต็มอิ่ม เช่นเดียวกันเจมส์ก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้น รวดเร็วขึ้น ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ประสาทสัมผัสทั้งห้ายังคมชัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นี่คือการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของร่างกายหลังจากที่ก่อตั้งทะเลดวงดาว มันให้ความรู้สึกที่สุดยอด
เมื่อทำความคุ้นเคยกับความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพแล้วเจมส์ก็กลับมาให้ความสนใจกับข้อความจากระบบ
“ โอ้ ! ความแข็งแกร่งของฉันเพิ่มขึ้นถึงหนึ่งจุดห้าเท่า ! นี่เป็นการเพิ่มขึ้นที่น่ากลัวมาก !! ” เจมส์ไม่สามารถหักห้ามความประหลาดใจเอาไว้ได้ ต้องบอกก่อนนะว่าที่ผ่านมาเจมส์ไม่เคยก่อตั้งทะเลดวงดาวด้วยตัวเองในขณะที่อยู่ในเส้นทางดวงดาวมาก่อน ในอดีตเจมส์นั้นไม่ต่างจากผู้เล่นคนอื่นๆที่ปล่อยให้การก่อตั้งทะเลดวงดาวเป็นไปหน้าที่ของระบบดังนั้นเขาจึงไม่ทราบว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างไร
เมื่อพบว่าความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นถึงหนึ่งจุดห้าเท่าก็ทำให้เจมส์ยิ้มจนแก้มปริ ผลลัพธ์นั้นคุ้มค่ากับความพยายาม
อย่างไรก็ตามเมื่อเจมส์มองดูข้อความของระบบในบรรทัดต่อมาใบหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นเหยเก เจมส์รีบเปิดดูหน้าต่างค่าสถานะของตัวละครเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจและเขาก็พบกับข่าวร้าย
การเพิ่มค่าสถานะครั้งต่อไปเขาจะต้องใช้ละอองดาวถึงสองแสนหน่วยต่อหนึ่งค่าสถานะ ซึ่งหมายความว่าหากเจมส์ต้องการยกระดับร่างกายโคจรไปยังระดับที่ 21 เขาจะต้องใช้ค่าละอองดาวทั้งหมดหนึ่งล้านสองแสนหน่วยซึ่งมากกว่าผู้เล่นคนอื่นๆถึงหนึ่งเท่าตัว !! นี่คือการแลกเปลี่ยนกับความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ !?
เหมือนกับได้รับรางวัลเป็นบ้านหลังใหญ่พร้อมกับรถหรูแต่มารู้ทีหลังว่ารางวัลทั้งสองชิ้นนั้นต้องได้รับการผ่อนชำระอีกหลายงวด ความรู้สึกในปัจจุบันของเจมส์เป็นเช่นนั้น
อย่างไรก็ตามเพื่อแลกกับรากฐานที่ดีที่สุดที่ผู้บ่มเพาะสามารถเข้าถึงได้ในปัจจุบันความยากลำบากนี้เป็นอะไร ? เขาก็แค่ต้องพยายามมากขึ้นเท่านั้นเอง
“ ส่วนต่อไปก็คือการสรรสร้างศาสตร์ดวงดาวทั้งสามประเภท ด้วยความพร้อมของฉันในปัจจุบันฉันสามารถสรรสร้างศาสตร์ท่องจักรวาลได้เพียงเท่านั้น ” เจมส์บ่นพึมพำ
หลังจากที่ผู้เล่นมาถึงร่างกายโคจรระดับที่ยี่สิบนอกจากจะเป็นช่วงที่พวกเขาสามารถก่อตั้งทะเลดวงดาวแล้วผู้เล่นยังสามารถเรียนรู้ศาสตร์ดวงดาวทั้งสามประเภทได้อีกด้วย
ศาสตร์ดวงดาวทั้งสามประเภทแบ่งออกเป็น ศาสตร์กายดาว ศาสตร์ท่องจักรวาล ศาสตร์ดวงดาวปลูกฝัง ซึ่งศาสตร์ทั้งสามประเภทนี้ส่งเสริมความสามารถของผู้บ่มเพาะตามเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป
ศาสตร์กายดาวคือศาสตร์ที่ช่วยเพิ่มความสามารถและเปลี่ยนแปลงเอกลักษณ์ให้กับร่างกายของผู้ฝึกฝน ทั่วทั้งเส้นทางดวงดาวมีสูตรการปลูกฝังศาสตร์กายดาวอยู่มากมาย ศาสตร์กายดาวบางแขนงทำให้ร่างกายของผู้ฝึกฝนอยู่ยงคงกระพัน เช่นเดียวกันศาสตร์กายดาวบางแขนงก็อาจจะทำให้ร่างกายของผู้ฝึกฝนนั้นกลายร่างกายที่ไม่สามารถจับต้องได้ซึ่งศาสตร์กายดาวนั้นมีความหลากหลายไม่สิ้นสุดซึ่งแต่ละแขนงนั้นย่อมมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับการเลือกสรรของผู้ฝึกฝน
ศาสตร์ท่องจักรวาลหรือในอีกชื่อหนึ่งคือศาสตร์แห่งการเคลื่อนที่ ตามชื่อเรียกของศาสตร์ดังกล่าว ศาสตร์ท่องจักรวาลนั้นมอบความสามารถพิเศษในการเคลื่อนที่ให้กับผู้ฝึกฝน ยกตัวอย่างเช่นศาสตร์ท่องดาราจักรและศาสตร์การย่ำเท้าของคิรินที่เจมส์เคยใช้ต่อสู้ในหลายๆครั้งที่ผ่านๆมา
และศาสตร์ประเภทสุดท้ายนั่นคือศาสตร์ดวงดาวปลูกฝัง ในศาสตร์ทั้งสามประเภทศาสตร์ดวงดาวปลูกฝังนั้นคือหัวใจสำคัญของผู้บ่มเพาะและยังเป็นศาสตร์ที่มีความลึกลับมากที่สุดอีกด้วย
ในเส้นทางการบ่มเพาะละอองดาวศาสตร์ดวงดาวปลูกฝังนั้นเป็นตัวกำหนดอนาคตของผู้บ่มเพาะเลยก็ว่าได้ ยิ่งศาสตร์ดวงดาวบ่มเพาะมีความลึกซึ้งมากเท่าใดก็ยิ่งทำให้ผู้บ่มเพาะนั้นสามารถเข้าถึงจุดสูงสุดของเส้นทางดวงดาวได้มากขึ้นเท่านั้น
ผู้เล่นสามารถเรียนรู้ศาสตร์ทั้งสามประเภทนี้ได้จากอัญมณีศาสตร์ดาวที่ซึ่งหาได้จากรางวัลภารกิจ กล่องสมบัติและการดรอปจากมอนสเตอร์
เรียนรู้โดยการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจจาก NPC ซึ่งผู้เล่นจะต้องมองหาปรมาจารย์เหล่านี้ด้วยตนเอง จะพบหรือไม่นั้นไม่มีใครบอกได้ มันขึ้นอยู่กับโชคชะตาของแต่ละคน
วิธีสุดท้ายนั่นคือการสรรสร้างขึ้นด้วยตนเอง โดยวิธีการนี้ผู้เล่นจะต้องเปิดใช้โหมดการเล่นสัมผัสอย่างถ่องแท้เสียก่อน ซึ่งวิธีการนี้คือวิธีที่ง่ายที่สุดในการได้รับศาสตร์ดวงดาวทั้งสามประเภทแต่คุณภาพของศาสตร์ที่ถูกสร้างขึ้นนั้นจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความรู้ความเข้าใจของผู้เล่น หากว่าผู้เล่นไม่มีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ศาสตร์ที่พวกเขาสร้างขึ้นมาก็อาจจะเป็นเพียงแค่ขยะดีๆชิ้นหนึ่ง
—
ต้องขออภัยด้วยที่เลทไปสักหน่อย เมื่อคืนหมาที่บ้านเป็นไข้จนเกือบช็อก ผมก็เลยต้องพาเจ้าหมูหยองไปหาหมอ กลับมาก็ไม่ไหวจะเขียนแล้ว
หวังว่าจะถือโทษโกรธไรท์เน้อ T^T