เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 51
แม้ว่าลิงยักษ์ป่ามืดจะยกระดับความแข็งแกร่งแต่แนวโน้มของการต่อสู้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง เจมส์ยังคงสามารถหลบการโจมตีของฟิลด์บอสได้อย่างต่อเนื่อง
ไม่ใช่ว่าเจมส์มีค่าสถานะที่สูงกว่าลิงยักษ์ป่ามืดแต่มันเป็นเพราะทักษะและประสบการณ์ในการต่อสู้ของเจ้าตัวที่ฟิลด์บอสนั้นไม่สามารถเปรียบเทียบได้
โดยไม่ต้องโจมตีด้วยตนเองเจมส์เพียงหลบหลีกและปล่อยให้เหล่าวิญญาณร้ายโจมตีใส่ฟิลด์บอส หากว่าเหล่าวิญญาณร้ายที่ถูกเรียกออกมาถึงขีดจำกัดเจมส์ก็จะใช้มนต์เรียกวิญญาณร้ายอีกครั้ง
หลังจากที่ก่อตั้งทะเลดวงดาวแล้วพลังวิญญาณของเจมส์ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ในปัจจุบันเขาสามารถใช้ทักษะมนต์เรียกผีร้ายได้ติดต่อกันถึงแปดครั้งโดยที่ไม่ต้องหยุดพักเพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณ แน่นอนว่าอัตราดังกล่าวได้คำนึงถึงผลของเม็ดยาฟื้นวิญญาณไว้แล้ว
เมื่อเวลาผ่านไปพลังชีวิตของฟิลด์บอสก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งลิงยักษ์ป่ามืดนั้นมีพลังชีวิตหลงเหลืออยู่เพียงเพียง 10% เมื่อถึงเวลานั้นฟิลด์บอสก็เข้าสู่สถานะเฟสที่สาม
เมื่อบอสเข้าสู่สถานะเฟสที่สามนั่นหมายความว่าความแข็งแรงของบอสมอนสเตอร์จะเพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง เช่นเดียวกันตัวบอสจะเข้าสู่สถานะบ้าคลั่งแต่สำหรับลิงยักษ์ป่ามืดที่ถูกครอบงำโดยศาสตร์อสูรเลือดคลั่งทำให้มันไม่สามารถบ้าคลั่งไปมากกว่านี้แล้ว
ในเวลานี้เจมส์ไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายอีกต่อไปแม้ว่าฟิลด์บอสตัวนี้จะเป็นเพียงแค่สัตว์เดรัจฉานที่มีสติปัญญาต่ำแต่ผลการเพิ่มพลังของศาสตร์อสูรเลือดคลั่งและสถานะเฟสที่สามทำให้ความแข็งแกร่งทายกายภาพของลิงยักษ์ป่ามืดเพิ่มขึ้นเกินกว่าสถานะของเขาหลายเท่าตัว นอกจากนั้นบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นกับฟิลด์บอสยังทำให้เจมส์รู้สึกเป็นกังวล
“ นั่นคือศาสตร์ดวงดาวที่สองของมัน ? ”เจมส์พึมพำ ในเวลาเดียวกันดวงตาของเขาก็จ้องเขม็งไปที่การเปลี่ยนแปลงของฟิลด์บอส
ร่างกายของลิงยักษ์ป่ามืดส่งเสียงดังปึดปัด กล้ามเนื้อและเส้นเลือดทั่วทั้งร่างขยายพองออกราวกับมีพละกำลังมหาศาลพยายามที่จะดันออกมาจากร่างกาย ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทำให้ภาพของฟิลด์บอสในเวลานี้ดูคล้ายกับสัตว์อสูรร้ายในยุคโบราณ ออร่าสีแดงเลือดที่เปล่งปลั่งออกมาจากร่างกายอันใหญ่ยักษ์ของมันยังเข้มข้นขึ้นจนทำให้ดูเหมือนกับว่ามีชั้นของโลหิตปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง
หากสังเกตให้ดีจะพบว่าในเวลานี้บริเวณใจกลางหน้าผากของลิงยักษ์ป่ามืดจะมีเม็ดทับทิมขนาดเท่านิ้วมือปรากฏอยู่ สำหรับเจมส์ที่เคยมีประสบการณ์ในการต่อสู้กับมอนสเตอร์หลากหลายสายพันธุ์เขาสามารถบอกได้ว่าเม็ดทับทิมนี้คือผลจากการการเปิดใช้งานศาสตร์ดวงดาวประเภทหนึ่ง
ศาสตร์ปลุกเลือดอสูร ชื่อของศาสตร์ดวงดาวที่ว่านี้ปรากฏอยู่ในความคิดของเจมส์
ศาสตร์ปลุกเลือดอสูรนั้นเป็นหนึ่งในศาสตร์ดวงดาวของเดรัจฉานที่ซึ่งสืบทอดผ่านทางสายเลือดของสัตว์ร้าย ความสามารถของศาสตร์ดังกล่าวเป็นเหมือนกับศาสตร์อสูรเลือดคลั่งที่เพิ่มความสามารถทางด้านกายภาพเป็นจำนวนมากในคราวเดียว
อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าเป็นกังวลที่สุดคือความสามารถที่สองของศาสตร์ปลุกเลือดอสูร นอกจากการเพิ่มพละกำลังและความแข็งแกร่งทางกายภาพอย่างมากแล้วศาสตร์ดังกล่าวยังเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการฟื้นฟูให้กับผู้ใช้อีกด้วย
ในเวลานี้ลิงยักษ์ป่ามืดมีอัตราการฟื้นฟูพลังชีวิตที่เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าซึ่งในห้าวินาทีพลังชีวิตของมันฟื้นคืนกว่า 12,800 หน่วย นี่เป็นจำนวนตัวเลขที่น่ารังเกียจ
“ ลืมไปเถอะ ฉันไม่สามารถเอาชนะฟิลด์บอสตัวนี้ได้ ” เจมส์สบถออกมาอย่างช่วยไม่ได้ แม้ว่าเจ้าตัวจะมั่นใจว่าสามารถต่อสู้กับลิงยักษ์ป่ามืดในสภาวะดังกล่าวได้แต่ประสิทธิภาพในการฟื้นฟูของฟิลด์บอสนั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยความเสียหายที่เขาสามารถทำได้ในห้าวินาที
นั่นก็หมายความว่าเจมส์ไม่มีทางที่จะสังหารหรือเอาชนะฟิลด์บอสตัวนี้ได้ แต่ทว่าก่อนที่เขาจะหันหน้าหนีออกจากการต่อสู้เจมส์ก็รู้สึกได้ถึงออร่าความกดดันที่มาจากมุมหนึ่งของผืนป่า
เมื่อสายตาของเจมส์จดจ้องไปยังที่มาของความรู้สึก หัวใจของเขาก็เบิกบานขึ้นอีกครั้ง “ ควรจะมาตั้งแต่แรกแล้ว . . . ”
ในมุมหนึ่งของป่าปรากฏร่างของชายวัยกลางคนที่แต่งตัวซอมซ่อ อย่างไรก็ตามในมือของเขานั้นถือคันธนูสีขาวที่ให้ความรู้สึกถึงพลังอำนาจที่ไม่ธรรมดา เม็ดไพลินที่ประดับอยู่กึ่งกลางของคันศรควรจะเป็นอัญมณีวิเศษที่ทำให้คันธนูนี้ดูพิเศษกว่าคันธนูอื่นๆ
สำหรับตัวตนของชายผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือเอโบสาวกผู้ศรัทธาในเทพเจ้าเซรอสและเป็นผู้ที่มอบหมายภารกิจนี้ให้กับเจมส์นั่นเอง
เมื่อพบกับสายตาของเจมส์ เอโบเพียงพยักหน้าในเชิงทักทาย หลังจากนั้นเอโบก็ให้ความสำคัญกับลิงยักษ์ป่ามืด ในทันทีเขาน้าวคันศรโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
เมื่อคันศรถูกน้าวจนตรึงเม็ดไพลินบนตัวธนูก็เปล่งแสงออร่าสีฟ้าออกมาก่อนที่จะมีละอองแสงจำนวนมากพรั่งพรูออกมา ละอองแสงเหล่านั้นจับตัวกันเป็นลูกศรแสงสีฟ้าเข้มอยู่ภายในมือของเอโบ
ลูกศรแสงนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่ดูมีมนต์ขลัง มันเหมือนกับว่าอำนาจของลูกศรนั้นสามารถทะลุทะลวงแม้กระทั่งเหล็กกล้าที่หนาหลายชั้น สิ่งเดียวที่ฉุดรั้งกระสุนสังหารดอกนี้อยู่มีเพียงนิ้วของเอโบเท่านั้น
พลังอำนาจที่เปล่งออกมาจากลูกศรนั้นรุนแรงเสียจนลิงยักษ์ป่ามืดผู้ตกอยู่ในสถานะกระหายเลือดต้องหันมามอง เพียงลมหายใจเดียวฟิลด์บอสก็ตัดสินใจหันหลังและวิ่งหนีออกไปโดยสัญชาตญาณ แม้ความบ้าคลั่งก็ไม่สามารถเอาชนะความกลัวภายในจิตใจของมัน
สำหรับเจมส์ที่ซึ่งเป็นผู้เฝ้ามองเหตุการณ์ไม่ได้แปลกใจกับการตัดสินใจของฟิลด์บอส นี่เป็นการโจมตีของผู้บ่มเพาะละอองดาวที่อยู่ในระดับนักรบดวงดาว ต่อหน้าพลังอำนาจที่เหลือล้นนี้ฟิลด์บอสไร้ทางต่อต้าน
เมื่อเห็นว่าลิงยักษ์ป่ามืดกำลังวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตเอโบก็พ่นลมด้วยความดูถูก หลังจากนั้นลูกศรแสงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานก็ถูกปลดปล่อยจากพันธนาการ
บูม ! เสียงของโซนิคบูมดังสนั่นลั่นป่า ลูกศรพิฆาตพุ่งผ่านอากาศด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ยังไม่ทันได้กระพริบตาเสียงกรีดร้องก่อนสิ้นใจของฟิลด์บอสก็ดังขึ้นตามมา นี่เป็นการฆ่าในครั้งเดียว !
เจมส์มองไปยังร่างไร้วิญญาณของฟิลด์บอสที่อยู่ห่างออกไปเพียงหนึ่งร้อยเมตร เขาส่ายหัวด้วยความรู้สึกสูญเสียเมื่อพบว่าร่างกายของลิงยักษ์ป่ามืดนั้นละลายกลายเป็นแอ่งโลหิต ไม่มีแม้แต่ดรอปไอเท็มหรือซากศพให้ชำแหละ
“ น่าเสียดาย ” เจมส์พึมพำ เขาทำได้เพียงแค่บ่น
แม้ว่าเจมส์จะเป็นผู้ที่ทำให้ฟิลด์บอสตกอยู่ในสภาวะใกล้ตายแต่เขาก็ไม่สามารถเรียกร้องอะไรจากเอโบที่มาปิดฉากสังหารในช่วงเวลาสุดท้าย นั่นเป็นเพราะว่าเจมส์ไม่มีความสามารถในการสังหารฟิลด์บอสที่อยู่ในระยะที่สาม ความเป็นเหตุเป็นผลของเจมส์มีมากพอแม้ว่าในเวลานี้เขาจะต้องการความมั่งคั่งจากฟิลด์บอสตัวแรก
ในเวลานี้เจมส์เพียงถอนหายใจก่อนที่จะหันไปเอ่ยกับเอโบ “ ท่านเกือบจะมาช้าแล้ว ”
เอโบพยักหน้าพร้อมกันนั้นเขาก็เอ่ยทักทายอย่างเป็นทางการ “ เจ้าทำได้ดีมาก ข้าเองก็เกือบจะมาสายแล้วต้องขอโทษด้วยที่ทำให้เจ้าต้องลำบาก ”
“ มีบางอย่างผิดปกติกับลิงยักษ์ตัวนั้นงั้นเหรอ ? ” เจมส์เอ่ยถามหลังจากที่เห็นการแสดงออกของเอโบ
“ เมื่อครู่นี้ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความกระหายเลือดของพวกอสูรจึงรีบตามจนมาถึงที่นี่ ไม่คิดเลยว่าลิงยักษ์ป่ามืดตนนี้จะไม่ธรรมดา. . . ” เอโบเอ่ย ในขณะเดียวกันสายตาของเขาก็จับจ้องไปยังแอ่งเลือดด้วยสายตาพยาบาท
“ ท่านหมายความว่ายังไง ? ” เจมส์เอ่ยสอบถามรายละเอียดในทันที
“ เจ้าไม่ได้สังเกตุงั้นรึ ? โอ้ ! ข้าลืมไปเจ้ายังไม่รู้อะไรมากนัก. . . ข้าจะสรุปให้เจ้าฟังง่ายๆเลยแล้วกัน เจ้าลิงยักษ์ตัวนี้ถูกบงการโดยอสูร ข้าคิดว่าเป้าหมายของพวกมันคือเทวรูปของท่านเซรอส ”
ได้ยินคำกล่าวของเอโบก็ทำให้เจมส์เข้าใจในทันที ปรากฏว่าศาสตร์ดวงดาวสืบทอดทั้งสองนั้นเกิดจากฝีมือของอสูรตนใดตนหนึ่ง
ในทีแรกนั้นเจมส์ไม่ได้ฉุกคิดถึงสิ่งนี้ นั่นเป็นเพราะว่าสัตว์เดรัจฉานในเส้นทางดวงดาวส่วนใหญ่ถือครองสายเลือดอสูรอยู่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะพบว่ามอนสเตอร์ประเภทสัตว์ร้ายจะครอบครองศาสตร์ดวงดาวสืบทอดของเผ่าอสูร
แต่กระนั้นเมื่อได้ฟังคำสันนิษฐานของเอโบเจมส์ก็พบกับความทรงจำที่เชื่อมโยงเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าด้วยกัน
“ ฉันเกือบจะลืมไปแล้ว นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมในอดีตเทวรูปของเซรอสจึงแตกหักและดูทรุดโทรมมากกว่าเทวรูปของเทพเจ้าองค์อื่นๆ กลายเป็นว่ามันถูกทำลายโดยพวกอสูรอยู่ก่อนแล้วและสาวกที่มีหน้าที่เฝ้าดูแลเทวรูปก็ซ่อมแซมในภายหลัง !! ” เจมส์โพล่งขึ้นภายในใจ เขารู้สึกตกใจมาก
สิ่งที่ทำให้เจมส์ตกใจไม่ใช่เพราะความแตกต่างของเทวรูปที่เขาพบเห็นในอดีตและปัจจุบันแต่มันคือการกระทำของเหล่าอสูรนั้นคือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเส้นทางดวงดาว ปฐมบทแห่งสงครามเทพเจ้า ภัยร้ายของจอมอสูรผู้เหิมเกริม !!