เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 70
ตอนที่ 70
หลังจากที่ได้ฟังคำโกหกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเด็กเลี้ยงแกะระดับดาวเคราะห์จินฮงก็ไม่สามารถช่วยได้นอกจากเต็มใจกระโดดลงไปในหลุม
“ ลูกศิษย์ของปราชญ์โอสถ. . . ชายหนุ่มคนนี้มีอนาคตที่คาดเดาไม่ได้ แม้ว่าโชคชะตาของตนเองจะไม่เพียงพอที่จะพบกับท่านผู้นั้นแต่การที่ได้รับความโปรดปรานจากศิษย์ของปราชญ์โอสถนั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ได้รับผลประโยชน์ที่ไม่รู้จบ ” นั่นคือสิ่งที่จินฮงคิดได้ในเวลานี้
ในแทบจะทันทีจินฮงก็รีบลุกขึ้นและโค้งคารวะ “ ชายชราผู้นี้ไม่รู้มาก่อนเลยว่าตัวตนของนายน้อยนั้นจะสูงส่งเพียงนี้ ก่อนหน้านี้ชายชราได้เสียมารยาทต่อหน้านายน้อยได้โปรดอย่าถือสา ”
ในช่วงก่อนหน้านี้เจมส์ยังคงภาพลักษณ์ของชายผู้ไม่รู้โลก เขายังคงมีสีเรียบเฉยหลังจากที่ได้บอกเล่าเอกลักษณ์ของผู้เป็นอาจารย์ราวกับไม่ทราบว่าตัวตนของอาจารย์ที่เขาได้สร้างขึ้นนั้นยิ่งใหญ่เพียงใดในสายตาของจินฮง
หลังจากที่ได้เห็นการแสดงออกของจินฮงเจมส์ก็รีบลุกขึ้นด้วยความตกใจ “ ท่านผู้อาวุโส ท่านกำลังทำอะไร !? ลุกขึ้นเถิดข้าไม่สมควรได้รับการคารวะนี้ ”
“ มิได้ๆ ท่านเป็นถึงศิษย์ของปรมาจารย์ข้าไม่กล้าเสียมารยาท จนกว่านายน้อยจะยกโทษให้กับการกระทำที่ไร้มารยาทของข้าชายชราคงไม่กล้าสู้หน้า ”
เห็นเช่นนั้นเจมส์ก็แสร้งทำเป็นถอนหายใจด้วยความลำบากใจก่อนที่จะเอ่ยเสียงอ่อน “ ผู้เยาว์ไม่กล้าถือสา อาวุโสโปรดลุกขึ้นเถิด ”
หลังจากนั้นจินฮงก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับเผยรอยยิ้มผ่อนคลาย ในเวลาเดียวกันเจมส์ก็ได้เอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย “ บอกตามตรงผู้เยาว์นั้นไม่เข้าใจว่าเหตุใดอาวุโสจึงต้องให้เกียรติข้าถึงเพียงนี้ เป็นไปได้ไหมว่าท่านรู้จักตัวตนของอาจารย์ ? ”
ได้ยินคำถามของชายหนุ่มจินฮงก็อ้าปากราวกับจะพูดแต่ทว่าท่าทีของเขาก็ได้ชะงักไปราวกับตระหนักได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง ชั่วครู่ต่อมาจินฮงก็ได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงลำบากใจ
“ นั่น . . . สิ่งนั้นข้าเองก็ไม่สามารถบอกได้แต่ผู้อาวุโสท่านนั้นไม่ใช่บุคคลธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน ” จินฮงตอบคำถามอย่างเลี่ยงๆ นั่นเป็นเพราะเขาตระหนักได้ถึงคำบอกเล่าของชายหนุ่มที่บอกไว้ว่าแม้แต่ชื่อของอาจารย์ก็ยังไม่ทราบ เมื่อเดาจากความตั้งใจของอาวุโสท่านนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการที่จะเปิดเผยสถานะของตนเอง ดังนั้นจินฮงจึงไม่กล้าที่จะละเลยความตั้งใจของปราชญ์โอสถ
“ น่าเสียดาย แม้ว่าข้าอยากที่จะรู้จักท่านอาจารย์มากไปกว่านี้แต่ก็ดูเหมือนว่าครั้งนี้ข้าจะต้องผิดหวังแล้ว ” เจมส์ถอนหายใจพร้อมกันนั้นสีหน้าของเขาก็แสดงให้เห็นถึงความผิดหวัง
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้สนทนากันอีกนานหลายนาที ด้วยคำโกหกระดับชาติของเจมส์ทำให้จินฮงนั้นวางทัศนคติที่มีต่อเจมส์ด้วยความนอบน้อม เห็นได้ชัดว่าสถานะศิษย์ของปราชญ์โอสถนั้นยิ่งใหญ่เพียงใดในสายตาของนักปรุงยา
เจมส์ออกจากสมาคมนักปรุงยาในช่วงบ่าย ใบหน้าของเขาเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของความสำเร็จโดยไม่มีแม้แต่ความละอายใจ ผลของการดำเนินงานในวันนี้ประสบความสำเร็จเกินกว่าที่คาดไว้ นอกจากเขาจะได้รับสถานะของนักปรุงยาระดับ 2 แล้วเจมส์ยังได้งานภายในสมาคมที่จะช่วยทำให้ทักษะการปรุงยาของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกด้วย
—
พริบตาเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว มันเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่เจมส์ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่เรียกว่าอีรอน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่ได้มีเหตุการณ์ที่สำคัญใดๆเกิดขึ้นนอกจากการแลกเปลี่ยนครั้งแรกระหว่างเจมส์และมินาเสะนั้นได้บรรลุผลสำเร็จ ในขณะนี้เจมส์กลายเป็นเศรษฐีที่มีเงินในบัญชีสูงถึงห้าร้อยแปดสิบล้านบาทหรือคิดเป็นเงินยี่สิบล้านดอลลาร์นั่นเอง
แม้ว่าตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาเจมส์จะยังคงใช้ชีวิตอยู่ภายในเมืองอากุนโดยที่ไม่ได้แม้แต่จะก้าวออกจากเขตกำแพงเมืองแต่ความแข็งแกร่งของเขาก็ได้รับการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา
ปัจจุบันเจมส์มีระดับร่างกายโคจรอยู่ที่ระดับ 22 แล้วด้วยประสิทธิภาพของทะเลวิญญาณดาวทำให้เจมส์สามารถดูดซึมละอองดาวได้สูงถึง 1700 หน่วย /นาที โดยในแต่ละวันเจมส์ใช้เวลาหกชั่วโมงในการดูดซึมละอองดาวทำให้ตลอดระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมาเจมส์ได้รับละอองดาวรวมแล้วมากถึง 4.2 ล้านหน่วย แต่กระนั้นมันก็ยังเป็นความคืบหน้าที่ช้าอยู่ดี
หากไม่ใช่เพราะว่าการก่อตั้งทะเลดวงดาวระดับทะเลวิญญาณดาวทำให้เจมส์ต้องใช้ค่าละอองดาวในการเพิ่มระดับร่างกายโคจรมากกว่าผู้เล่นคนอื่นๆถึงสองเท่าตัวป่านนี้ระดับร่างกายโคจรของเจ้าตัวคงสูงถึงระดับ 24 แล้ว อย่างไรก็ตามปัญหานี้เจมส์ไม่สามารถแก้ไขได้ เขาทำได้แค่เพียงก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
หลายวันที่ผ่านมากิจวัตรประจำวันในอีรอนของเจมส์นั้นมีอยู่ไม่มากนัก เขาใช้เวลาพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูค่าพลังงานไม่ถึงสามชั่วโมงและตื่นขึ้นตั้งแต่กลางดึกเพื่อดูดซึมละอองดาวจนถึงช่วงเช้า หลังจากนั้นเจมส์ก็ให้ความรู้แก่ศิษย์ของเขาเป็นเวลาหนึ่งถึงสองชั่วโมงก่อนที่จะออกเดินทางไปยังสมาคมนักปรุงยาเพื่อทำงาน
สำหรับหน้าที่ของเจมส์ในสมาคมนักปรุงยาคือการปรุงยาเม็ดให้กับสมาคม แน่นอนว่าวัตถุดิบในการปรุงยานั้นเป็นของสมาคมทั้งหมดและเจมส์จะได้รับค่าจ้างจากผลงานความสำเร็จของเขา
โดยทั่วไปนักปรุงยาที่ทำหน้าที่ปรุงยาเม็ดให้กับสมาคมนั้นจะได้รับโควต้าห้าสิบชุดในแต่ละวันเพียงเท่านั้นแต่ด้วยความโปรดปรานส่วนตัวจากจินฮงและอัตราความสำเร็จในการสร้างเม็ดยาของเจ้าตัวจึงทำให้เขาได้รับโควต้าปรุงเม็ดยาในแต่ละวันอย่างไม่จำกัด
เหตุนี้เองทักษะในการปรุงยาของเจมส์จึงพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันทักษะการปรุงยาของเจมส์นั้นอยู่ไม่ไกลจากการขึ้นสู่ระดับที่ 6 ซึ่งถ้าหากว่าทักษะการปรุงยาของเขาไปถึงระดับนั้นเจมส์จะมีความสามารถในการสร้างเม็ดยาเกรด 3
นอกเหนือจากนี้ในช่วงเวลาเย็นหลังจากที่เสร็จสิ้นงานที่สมาคมนักปรุงยาแล้วเจมส์ก็จะใช้เวลาสองถึงสามชั่วโมงในการเดินเตร่ไปรอบๆเมืองอากุน แน่นอนว่าจุดประสงค์ของการเดินนั้นไม่ใช่เพราะว่าเจมส์มีเวลาว่างมากพอที่จะเที่ยวเล่น
ณ ห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง อยู่ๆร่างของชายหนุ่มก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า เจมส์กลับมายังอีรอนอีกครั้งหลังจากที่เขาเพิ่งจะกลับไปยังโลกภายนอกเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเพื่อรีเซ็ตเวลาการใช้งานของเครื่อง VWCD
ในปัจจุบันเป็นเวลาในช่วงเช้าตรู่ที่ซึ่งแสงอาทิตย์สีทองเพิ่งจะทอแสงผ่านเส้นขอบฟ้า ด้วยอาร์เรย์เวทย์มนต์ที่คอยควบคุมสภาพอากาศของเมืองแม้ว่าเมืองอากุนจะอยู่ในเขตหนาวแต่เช้าวันนี้ก็ยังคงมีสภาพอากาศที่อบอุ่น
มองผ่านแสงสลัวๆในยามเช้าเจมส์พบกับซิลวาในมุมห้องมุมเดิม หลังจากที่สุขภาพของซิลวาเริ่มฟื้นคืนเด็กหนุ่มผู้นี้ก็จะตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเริ่มต้นการฝึก แม้ว่าตลอดระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาซิลวาจะยังไม่สามารถสัมผัสกับการคงอยู่ของละอองดาวได้แต่ด้วยหัวใจที่กระหายในพลังและพรสวรรค์ของอนาคตจักรพรรดิเจมส์ก็เชื่อว่าความสำเร็จของเด็กหนุ่มผู้นี้อยู่ไม่ไกล
“ ท่านอาจารย์ . . . ” เมื่อซิลวาค้นพบการมาของอาจารย์เขาจึงรีบลุกขึ้นเพื่อทักทาย
เจมส์มองไปยังเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าเสียโฉมแต่คู่ดวงตาสีฟ้านั้นแต่งแต้มไปด้วยประกายแสงของความมีชีวิตชีวา มันแตกต่างจากสายตาที่เจมส์ได้เห็นในเมื่อครั้งพบกับซิลวาเป็นครั้งแรกที่ซึ่งเป็นคู่ดวงตาที่แสนเศร้า
หลังจากที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะศิษย์อาจารย์แม้ว่าจะผ่านมาเพียงหนึ่งอาทิตย์แต่ทัศนคติของซิลวาที่มีต่อเจมส์ก็เต็มไปด้วยความเคารพและสำนึกในบุญคุณ
มันเป็นเพราะเจมส์ไม่เคยปฏิบัติต่อศิษย์ของเขาด้วยความรังเกียจ แม้ว่าเขาจะยุ่งแต่เจมส์ก็จะใส่ใจกับความเป็นอยู่และพัฒนาการของศิษย์คนนี้เสมอๆ
เจมส์พยักหน้ารับคำทักทายพร้อมกับเอ่ย “ อืม . . . เจ้าฝึกต่อเถอะ ข้ากำลังจะออกไปข้างนอก ”
ออกมาจากโรงแรมที่พักเจมส์ก็ควบอาชาเมฆหมอกมุ่งตรงสู่ทางทิศใต้ของเมืองอากุน โดยจุดหมายปลายทางของเจมส์ในครั้งนี้ก็คือเขตสลัมทางใต้
แน่นอนว่าทุกเมืองใหญ่ย่อมมีย่านหรือเขตที่เสื่อมโทรมเป็นธรรมดา ไม่เว้นแม้แต่เมืองอากุนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่งดงามและมั่งคั่งที่สุดในสามอาณาจักร
อย่างไรก็ตามเขตสลัมของเมืองอากุนนั้นเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆมันอาจจะดูดีกว่ามาก
ใช้เวลาราวๆเกือบยี่สิบนาทีในที่สุดเจมส์ก็มาถึงยังเขตสลัมทางตอนใต้ บ้านเรือนในแถบนี้แม้ว่าจะดูเก่าแต่ก็จะเห็นได้ว่ามีร่องรอยของการซ่อมแซมและดูแลรักษาอยู่ตลอดเวลา นี่คือที่อยู่อาศัยของประชาชนระดับล่างสุดของเมือง โดยรวมแล้วมันเป็นสถานที่ที่ดีในระดับหนึ่งเมื่อเทียบกับเขตสลัมที่ทุกคนรู้จัก
ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาเจมส์มักจะใช้เวลาช่วงเย็นในการเดินเตร่ไปทั่วทั้งเมือง แน่นอนว่าจุดประสงค์ของเขาไม่ใช่การเที่ยวเล่นแต่เป็นการหาใครบางคนซึ่งเจมส์ได้พบกับคนที่เขาตามหาเมื่อสองสามวันที่แล้ว
เขตสลัมแห่งนี้คือสถานที่ที่เจมส์ได้พบกับคนๆนั้น ในความทรงจำของเจมส์ชายคนนี้มีชื่อว่า “ รูเพิร์ช ”
—