เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 78
ตอนที่ 78
ในเวลานี้ใบหน้าของหลิวเฟ่ยเปื้อนไปด้วยสีแดงของเลือดฝาด เธอทั้งรู้สึกตกใจและโกรธในเวลาเดียวกัน นอกจากใบภารกิจจะถูกคว้าไปแล้ว มือของเธอยังรู้สึกเจ็บจากการถูกตีอีกด้วย
“ นี่นาย ! ” หลิวเฟ่ยคำรามด้วยความโกรธที่ผ่านมาไม่มีใครเคยปฏิบัติต่อเธอเช่นนี้
“ อะไร ? เธอกำลังจะแย่งภารกิจของฉัน ฉันทำเกินไปเหรอ ? ” เจมส์ชำเลืองมองพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงชวนหาเรื่อง โดยธรรมชาติเขาจะไม่ยอมปล่อยภารกิจนี้ มันคือสิ่งที่เขาจะต้องได้รับ
ได้ยินเช่นนั้นหลิวเฟ่ยก็กลายเป็นอ้ำอึ้ง แท้จริงแล้วหลิวเฟ่ยนั้นเป็นคนที่มาช้ากว่าจริงๆ ในทีแรกเธอกำลังสาละวนอยู่กับการมองหาภารกิจที่ทำให้ญาณรับรู้ของเธอตอบสนองอยู่ในบริเวณค้างเคียง ทว่าในระหว่างนั้นการเคลื่อนไหวของชายคนดังกล่าวก็จับความสนใจของเธอ
ซึ่งในตอนนั้นเองหลิวเฟ่ยก็พบว่าญาณรับรู้ของเธอส่งสัญญาณอย่างรุนแรง มันเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ชายคนดังกล่าวจดจ้องไปยังแผ่นภารกิจที่ว่านั้นอยู่พอดี
โดยไม่รีรอหลิวเฟ่ยรีบเร่งไปยังตำแหน่งของชายคนนั้นเพื่อคว้าใบภารกิจแต่ก่อนที่เธอจะไปถึงเพียงก้าวเดียวมือของผู้ชายคนนั้นก็ได้ยื่นออกไปแล้ว
ในวินาทีนั้นหลิวเฟ่ยเกือบจะกระโจนร่างเข้าหายชายหนุ่มแปลกหน้า เธอใช้ความเร็วทั้งหมดที่เธอสามารถรีดเร้นออกมาได้ในขณะนั้นพร้อมกับยื่นมือออกไป เธอหวังว่าการปรากฏตัวของเธอจะสามารถทำให้ชายหนุ่มนั้นตกตะลึงไปครู่หนึ่งซึ่งเธอต้องการใช้โอกาสนั้นในการแย่งชิงใบภารกิจ
แน่นอนว่าเธอเกือบจะทำสำเร็จหากว่าชายหนุ่มตรงหน้าเธอไม่ใช่เขา
เห็นว่าหลิวเฟ่ยไม่พูดอะไรเจมส์ก็หันหลังและเดินกลับไปยังเคาน์เตอร์เพื่อลงทะเบียนภารกิจ ในส่วนของหลิวเฟ่ยนั้นเธอยังคงไม่ยอมแพ้ เห็นว่าชายหนุ่มเดินไปยังเคาน์เตอร์เธอก็ออกเดินตามเขาไปในทันที
เมื่อมาถึงยังจุดลงทะเบียนภารกิจเจมส์ก็ยื่นใบภารกิจดังกล่าวให้กับพนักงาน
“ ฉันต้องการรับภารกิจนี้ ” เจมส์เอ่ยก่อนที่เขาจะยื่นหินศิลารูปทรงปริซึมขนาดเท่ากับนิ้วมือให้กับพนักงาน ซึ่งหินศิลาที่ว่านี้ก็คือสิ่งที่ใช้แทนบัตรสมาชิก
พนักงานรับแท่งหินไปจากมือของเจมส์ก่อนที่จะกำหินศิลาและหลับตาเพื่อตรวจสอบข้อมูลที่อยู่ในแท่งหิน ในไม่ช้าพนักงานก็เปิดตาขึ้นพร้อมกับเผยรอยยิ้มขอโทษ
“ ขอโทษด้วย ภารกิจนี้ถูกกำหนดคุณสมบัติไว้สำหรับสมาชิกเกรดทองแดงเป็นอย่างน้อย ”
มันเป็นเรื่องปกติที่หลิวเฟ่ยจะสามารถได้ยินคำพูดของพนักงานได้อย่างชัดเจนเพราะเธอยืนอยู่ด้านหลัง ในแทบจะทันทีหลิวเฟ่ยเผยเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสง่างามแม้ว่าเสียงหัวเราะของเธอจะคล้ายกับการเย้ยหยันแต่มันก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดเลย
“ ฮั๊ยย๊ะ น่าเสียดายจริงๆ ภารกิจนี้ฉันขอรับไปล่ะนะ ” หลิวเฟ่ยเอ่ยพร้อมกับเผยรอยยิ้มของผู้ชนะ หลังจากนั้นเธอก็ขยับมาทางด้านหน้าเพื่อพูดคุยกับพนักงาน
อย่างไรก็ตามก่อนที่หลิวเฟ่ยจะได้ทันเอ่ยสิ่งใด ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆเธอก็ได้นำเข็มกลัดที่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์บางอย่างออกมาพร้อมกับวางไว้บนเคาน์เตอร์
“ นี่คงจะเพียงพอสำหรับการรับรอง ” เจมส์เอ่ยเบาๆพร้อมกับชำเลืองมองไปยังหลิวเฟ่ยครู่หนึ่ง
พนักงานจ้องมองดูเข็มกลัดที่เจมส์นำออกมาด้วยความประหลาดใจก่อนที่พนักงานคนดังกล่าวจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและสุภาพกว่าเดิมมาก
แน่นอนนี่คือสัญลักษณ์ของนักปรุงยาเกรด 2 เพียงแค่สถานะของนักปรุงยาเกรด 1 ก็เพียงพอแล้วที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างสุภาพ
“ ขออนุญาตให้ผู้น้อยตรวจสอบ. . . ”
เมื่อได้สัญญาณการอนุมัติจากเจมส์ พนักงานก็ค่อยๆหยิบเข็มกลัดด้วยความระมัดระวังราวกับว่ามันทำขึ้นมาจากแก้วที่สามารถแตกสลายได้อย่างง่ายดาย
เมื่อพนักงานส่งละอองดาวเข้าไปในเข็มกลัด ในทันทีภาพของบุคคลที่ซึ่งดูเหมือนกับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่มีผิดเพี้ยนก็ปรากฏขึ้นภายในจิตสำนึกของพนักงาน
เพียงเท่านี้ตัวตนของชายหนุ่มได้รับการยืนยันแล้ว เขาเป็นนักปรุงยาเกรด 2 ที่ได้รับการรับรองจากสมาคมนักปรุงยาไม่ผิดแน่นอน !
“ เอาล่ะ ท่านสามารถรับภารกิจนี้ได้ ” พนักงานเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นเข็มกลัดคืนให้เจ้าของด้วยท่าทางที่สุภาพมากที่สุด
ขณะนี้หลิวเฟ่ยแทบจะไม่เชื่อหูของเธอเอง เกิดอะไรขึ้น !? เห็นได้ชัดว่าเขาขาดคุณสมบัติในการรับภารกิจแล้วแต่ทำไมเพียงแค่เข็มกลัดเพียงอันเดียวสามารถทำให้เขาได้รับการยกเว้น ? มันไม่ถูกต้อง !
“ นี่คืออะไร !? ” หลิวเฟ่ยโพล่งขึ้นอย่างอดไม่ได้ สายตาของเธอจดจ้องไปยังชายหนุ่มปานจะกินเลือดกินเนื้อก่อนที่เธอจะหันกลับไปมองยังพนักงานเพื่อต้องการคำอธิบาย
“ นายท่านผู้นี้ใช้สถานะของเขาในการค้ำประกัน ตามกฎของสมาคมกรณีนี้สามารถถือเป็นข้อยกเว้นได้ ” พนักงานให้คำอธิบายอย่างอดทน (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“ ไม่ ! สิ่งนั้นจะต้องเป็นของปลอมอย่างแน่นอน เขาปลอมแปลงมันขึ้นมา ฉันขอให้คุณตรวจสอบเข็มกลัดนั่นอีกครั้ง ! ” หลิวเฟ่ยยังคงไม่ยอมแพ้
ด้วยวัยเพียง 17 ปีหลิวเฟ่ยกำลังจะกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแต่กระนั้นนิสัยบางอย่างของเธอก็ยังคงเป็นเด็ก มันเป็นสิ่งที่แก้ได้ยากสำหรับคนที่เติบโตขึ้นมาในฐานะลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของตระกูลซูที่ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลมหาอำนาจในประเทศจีน เธอถูกตามใจจนเคยตัวและไม่เคยถูกฉีกหน้ามาก่อน
แต่ชายหนุ่มผู้นี้เป็นใคร !? เขาแย่งภารกิจของเธอนอกจากนี้ยังตีมืออันแสนบอบบางของเธอด้วยแม้แต่พ่อของเธอก็ไม่เคยปฏิบัติต่อเธอเช่นนี้ !
กับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลิวเฟ่ยนั้นจะถูกครอบงำด้วยอารมณ์
เมื่อพนักงานได้ยินคำของหลิวเฟ่ยเขาก็ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป “ แม้ว่าเจ้าจะเป็นสมาชิกแต่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะก่อความวุ่นวายขึ้นที่นี่ หากเจ้ายังไม่กลับไปเข้าคิวข้าจะลงโทษเจ้าตามกฎของสมาคม ”
เสียงของพนักงานนั้นดังมาก มันดังพอที่จะดึงดูดความสนใจจากผู้เล่นทั้งหมดที่อยู่ในบริเวณโดยรอบ ในพริบตาสายตาหลายสิบคู่ก็จับจ้องมายังเคาน์เตอร์ที่ซึ่งความงามอย่างหลิวเฟ่ยนั้นกลายเป็นจุดเด่น
“ เกิดอะไรขึ้น เธอกำลังสร้างปัญหางั้นเหรอ ? ”
“ ว้าว เธอสวยมาก ! แต่ทำไมเธอถึงถูกพนักงานตวาด ? ”
“ ฉันคิดว่าเธอคงเป็นคุณหนูที่ไม่เคยโดนขัดใจ ดูเหมือนว่าเธอจะมีปัญหากับพนักงานของสมาคม ”
“ แล้วยังไง ! ที่นี่ทุกคนเท่าเทียมกัน แม้ว่าเธอจะสวยและมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยมีอำนาจแต่ก็ไม่ได้แปลว่าเธอจะมีสิทธิเหนือคนอื่น ”
เสียงซุบซิบนินทาของผู้เล่นนั้นแม้ว่าจะแผ่วเบาแต่มันก็เพียงพอที่จะได้ยินไปถึงหูของหลิวเฟ่ย ในทันใดนั้นร่างกายของเธอก็สั่นด้วยความโกรธ เธอไม่เคยถูกฉีกหน้าและรู้สึกอับอายเท่านี้มาก่อน
แน่นอนว่าหลิวเฟ่ยไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตนเองนั้นกลายเป็นจุดศูนย์กลางของคำนินทาเย้ยเยาะและแย่ที่สุดก็คือเธอไม่รู้ว่าจะหาทางออกจากสถานการณ์ในตอนนี้อย่างไร
ตะโกน ? นั่นมันน่าอับอาย ! หาข้อแก้ตัว ? นั่นมันน่าอับอายยิ่งกว่า ! วิ่งหนี ? ถ้าทำแบบนั้นฉันคงไม่กล้ากลับมาที่นี่อีกครั้ง. . . สุดท้ายนี้หลิวเฟ่ยทำอะไรไม่ถูก
ความกดดันทางจิตใจทำให้ดวงตาที่กระจ่างใสของเธอชื้นเหมือนกับบ่อน้ำที่กำลังจะเอ่อล้น เธอก้มหน้าและกำหมัดแน่นเหมือนกับเด็กสาวที่ถูกรังแกโดยที่ไม่มีทางสู้
ในขณะเดียวกันเมื่อเจมส์ได้เห็นปฏิกิริยาของหลิวเฟ่ย เขาก็ได้แต่เอามือกุมหน้าผากอย่างช่วยไม่ได้
เกิดอะไรขึ้น !? เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดเกิดจากการกระทำของตัวเธอเอง แต่ทำไมเธอถึงร้องไห้ โอ้ให้ตาย ! แค่วิ่งหนีไปหรือช่วยทำอะไรก็ที่ไม่ใช่การร้องไห้ !? เวรนี่มันวันซวยของฉันแท้ๆ
เจมส์สบถด้วยความโกรธ ที่เขาสบถออกไปเช่นนั้นไม่ใช่เพราะเขาเป็นสุภาพบุรุษที่แพ้น้ำตาของหญิงงามแต่เป็นปัญหาที่จะตามมาต่อจากนี้
หากคุณรู้ว่าในอดีตนั้นเกิดอะไรขึ้นกับคนที่ทำให้หลิวเฟ่ยลูกสาวสวรรค์แห่งครอบครัวซูต้องเสียน้ำตาคุณจะรู้สึกไม่ต่างจากเจมส์ในเวลานี้
ในอดีตมีผู้เล่นชายคนหนึ่งรังแกหลิวเฟ่ยด้วยคำพูดจนทำให้เธอร้องไห้ ผลที่ตามมาคือผู้เล่นคนดังกล่าวหายตัวไปจากเส้นทางดวงดาวโดยที่ไม่มีใครได้พบเห็นเขาอีกเลย
ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้เล่นชายคนนั้นแต่ทว่าเจมส์เป็นหนึ่งคนที่ทราบว่าชะตากรรมใดที่ผู้เล่นผู้โชคร้ายคนนั้นต้องประสบ
จากคำบอกเล่าของหลินตงผู้เล่นชายคนนั้นถูกอุ้มไปโดยสายลับของตระกูลซูแม้ว่าเขาจะอาศัยอยู่คนละโซนทวีปและไม่เคยเผยตัวตนที่แท้จริงในโลกของเส้นทางดวงดาวเลยแม้สักครั้งเดียวแต่ชายคนนั้นก็ถูกค้นพบโดยคนของตระกูลซูในเวลาเพียงไม่นาน
หลังจากนั้นชะตากรรมอันโหดร้ายก็เกิดขึ้นกับชายคนดังกล่าว เขาถูกจับตัวไปและถูกตัวปล่อยไว้บนเกาะร้างที่ไร้ซึ่งผู้คนอยู่เกือบเดือน ในที่สุดชายคนดังกล่าวก็ถูกปล่อยตัวกลับมาในสภาพที่ผอมโซและหวาดผวา
ตระกูลนี้น่ากลัวแค่ไหน ?
แน่นอนว่าเจมส์ไม่กลัวตระกูลซูแต่ด้วยอำนาจในปัจจุบันของตนเองเขาไม่สามารถขัดขืนการลงทัณฑ์จากตระกูลซูได้ ถ้าหากเขาหนี เขาจะกลายเป็นอาชญากรที่ถูกตำรวจทั้งประเทศตามล่าอย่างแน่นอน ด้วยอำนาจของตระกูลซูนั้นมันเป็นเรื่องง่ายที่จะทำเช่นนั้น
ที่สำคัญที่สุดคือเจมส์ไม่มีเวลามากพอที่จะวิ่งหนี . . .
“ ฉันควรจะแก้ปัญหาในครั้งนี้ยังไงดี . . . ” ในขณะนี้เจมส์ครุ่นคิด