เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 82
เจมส์ออกจากคฤหาสน์ของบารอนในช่วงเที่ยง เขาได้ใช้เวลาสนทนากับบารอนฮิลท์เกือบสามชั่วโมงเต็มโดยการสนทนาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยของบารอนฮิลท์
แน่นอนว่าเจมส์ได้บรรลุจุดประสงค์ของการสนทนาในครั้งนี้เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่ความโปรดปรานของบารอนหรือการเปิดเส้นทางของภารกิจต่อเนื่องแต่เป็นการยืนยันผลลัพธ์ของงานวิจัยที่บารอนฮิลท์ได้ใช้เวลากว่าสิบห้าปีในการค้นคว้า
“ ผลมิซู ” คือผลไม้ในอุดมคติของบารอนฮิลท์ มันเป็นผลไม้ที่สามารถปลูกได้ในทุกสภาพภูมิอากาศและให้โภชนาการสูง
การขาดแคลนอาหารและที่ดินในการเพาะปลูกนั้นคือปัญหาที่อยู่คู่กับอาณาจักรกุนรีมาอย่างช้านาน ด้วยพื้นที่กว่า 95% ที่ตั้งอยู่ในเขตหนาวทำให้ที่ดินของอาณาจักรกุนรีนั้นยากแก่การเพาะปลูกรวมไปถึงการทำปศุสัตว์
บารอนฮิลท์นั้นได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวมานานแล้ว ในฐานะของนักพฤกษศาสตร์และชายผู้รักชาติ บารอนฮิลท์ได้ตัดสินใจอุทิศตนให้กับงานวิจัยพันธุ์พืชที่จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของอาหารการกินของอาณาจักร เขาละทิ้งคฤหาสน์ที่หรูหราในเมืองใหญ่เดินทางมายังเมืองที่ห่างไกลที่อยู่ใกล้กับชายแดนเพื่อทุ่มเทให้กับงานวิจัยอย่างเต็มที่
สิบห้าปีในการค้นคว้าและทดลองในที่สุดบารอนฮิลท์ก็ประสบความสำเร็จ เขาสามารถสร้างพันธุ์พืชที่ทนต่อทุกสภาพภูมิอากาศและยังเป็นพืชที่มีโภชนาการสูง สิ่งสำคัญที่สุดคือมันเป็นพืชที่มีอัตราการเจริญเติบโตเร็วมาก เพียงหนึ่งเดือนเกษตรกรก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว เขาตั้งชื่อมันว่า “ ผลมิซู ”
อย่างไรก็ตามบารอนฮิลท์ยังไม่ได้ประกาศความสำเร็จของเขาเพราะการวิจัยนั้นยังอยู่ในช่วงขั้นตอนสุดท้ายนั่นคือการสร้างสายพันธุ์เฉพาะของผลมิซูที่สามารถปลูกได้ในเขตหนาวเท่านั้น
แน่นอนมันเป็นเพราะผลมิซูนั้นไม่ได้ให้ประโยชน์เพียงแค่อาณาจักรกุนรี ด้วยโภชนาการที่สูงและรอบเก็บเกี่ยวที่สั้นเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นหากว่าอาณาจักรอื่นนำผลมิซูไปปลูกนั่นจะหมายความว่าอาณาจักรเหล่านั้นจะมีเสบียงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
เมื่ออาณาจักรเหล่านั้นมีเสบียงในคลังเพิ่มขึ้นอย่างมากมายนั่นจะหมายความว่าประชาชนจะไม่อดตายและกองทัพจะมีเสบียงเพียงพอสำหรับกิจกรรมทางการทหาร
ลองคิดดูว่าถ้าหากกองทัพมีเสบียงคอยสนับสนุนอย่างไม่จำกัดจะเกิดอะไรขึ้นกับการล้อมเมือง ? นั่นคือกองทัพจะสามารถล้อมเมืองได้เป็นปีหรือสิบปี ต่อให้ฝ่ายตรงข้ามมีกำแพงเมืองที่แข็งแกร่งหรือจุดยุทธศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมเพียงใดแต่ถ้าหากว่าถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นเวลานาน ความพ่ายแพ้ก็ขึ้นอยู่กับเวลา
เช่นเดียวกันแม้ว่าอาณาจักรกุนรีจะสามารถรักษาเอกราชได้นานหลายร้อยปีเพราะปราการทางธรรมชาติ แต่ถ้าหากว่าอาณาจักรรีวินด์ได้รับผลมิซูพวกเขาจะมีเสบียงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากมายและเมื่อถึงตอนนั้นปราการทางธรรมชาติก็จะไม่น่ากลัวอีกต่อไป
ที่กล่าวมาทั้งหมดคือเหตุผลที่บารอนฮิลท์ยังไม่ประกาศความสำเร็จของเขาและยังคงซ่อนมันไว้จวบจนกระทั่งถึงในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามนอกจากบารอนฮิลท์แล้วก็ยังมีอีกคนที่ทราบการดำรงอยู่ของผลมิซู . . .
“ บารอนฮิลท์ทำสำเร็จแล้ว นั่นก็หมายความว่าเขาสามารถตายได้ ” เจมส์พึมพำ เขาหันมองกลับไปยังตัวคฤหาสน์ของบารอนครู่หนึ่งก่อนที่จะเดินลับหายไปในท้องถนน
ภายในบาร์เล็กๆภายในเมืองซารุส ชายหนุ่มที่ซึ่งสวมเสื้อคลุมขนสัตว์ดูไม่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศของเมืองเท่าไหร่นักกำลังดื่มเหล้ารัมอย่างเงียบๆเพียงลำพัง
“ พี่ชาย ดูเหมือนว่าท่านจะไม่ใช่คนของเมืองนี้ มาจากทางเหนืองั้นรึ ? ” บริกรที่ซึ่งเป็นชายร่างใหญ่เอ่ยถาม มันเป็นเรื่องปกติที่เขามักจะหาหัวข้อสนทนากับลูกค้า บางครั้งเขาอาจจะได้รับข่าวสารที่สามารถขายได้ในราคาดี
เจมส์พยักหน้าพร้อมกับเอ่ย “ ใช่ ข้ามาจากเมืองอากุน เป็นท่านบารอนที่ต้องการผู้ช่วย ”
“ โอ้ ที่แท้ท่านมาที่นี่ก็เพราะบารอนฮิลท์ แล้วจะออกเดินทางเมื่อไหร่ล่ะ ? ” บริกรเอ่ยถาม เห็นได้ชัดว่าเขาคุ้นเคยกับคนต่างถิ่นที่มาที่นี่ในฐานะผู้ช่วยของบารอนฮิลท์
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความแปลกใจ บริกรก็ยิ้มพร้อมกับเอ่ยเพิ่มเติม “ โอ้ ท่านไม่ต้องแปลกใจ หลายปีที่ผ่านมามีคนต่างถิ่นมากมายที่มาที่นี่เพื่อช่วยบารอนฮิลท์ทำวิจัยในป่าลึก หลายคนเสียชีวิตที่นี่เพราะภายในป่านั้นเต็มไปด้วยอันตราย ถ้าท่านไม่เตรียมตัวให้ดีท่านอาจจะต้องอยู่ที่นี่เหมือนคนพวกนั้น ”
ได้ยินเช่นนั้นเจมส์ก็เพียงยิ้มเล็กน้อย “ พี่ชายพอจะมีคำแนะนำไหม ? ”
“ อย่างน้อยเจ้าก็ควรจะมีแผนที่ติดตัวไปด้วย หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นเจ้าจะได้ไม่หลงป่าและสามารถหาทางกลับมาที่นี่ได้ด้วยตนเอง ” บริกรเอ่ยพร้อมกับนำแผนที่ออกมาจากบริเวณหนึ่งของเคาน์เตอร์
โดยธรรมชาติเจมส์รู้ว่าเขาจะต้องตอบสนองอย่างไร “ ราคาเท่าไหร่ ? ” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ได้ยินเช่นนั้นบริกรก็เผยรอยยิ้มขี้อาย “ ฮี่ๆ มันเป็นเพียงห้าเหรียญเงิน ”
เจมส์หยิบเหรียญเงินและจ่ายออกไปโดยไม่ลังเล แผนที่คือจุดประสงค์ของการมาที่บาร์แห่งนี้และราคาห้าเหรียญเงินนั้นเป็นราคาที่สามารถยอมรับได้
เมื่อเจมส์ได้รับแผนที่เขาก็เปิดดูเพียงเล็กน้อยก่อนที่จะทำท่าทีว่าเก็บแผนที่ไว้ภายใต้เสื้อคลุม แต่กระนั้นเองเมื่อมือของเจมส์ล้วงเข้าไปภายในเสื้อคลุมแผนที่อยู่ในมือก็สลายกลายเป็นละอองแสง
: ภูมิประเทศในรัศมี 600 กิโลเมตรได้รับการอัพเกรดแล้ว ความละเอียดของแผนที่ 44% :
หลังจากที่ผู้เล่นเข้าสู่อีรอนแผนที่ของพวกเขาจะไม่แสดงรายละเอียดใดๆอีกต่อไป นอกจากเมืองและหมู่บ้านแผนที่ที่แสดงโดยระบบจะเต็มไปด้วยม่านหมอกซึ่งผู้เล่นสามารถเปิดวิสัยทัศน์ของแผนที่ได้โดยการรับแผนที่จาก NРС หรือผู้เล่นที่มีทักษะของนักสำรวจ โดยความละเอียดของภูมิประเทศที่ได้รับการเปิดเผยนั้นจะขึ้นอยู่กับคุณภาพของแผนที่ที่ผู้เล่นได้รับ
โดยคุณภาพของแผนที่ถูกแบ่งออกเป็นดังนี้
1%-20% คือแผนที่ชั้นเลว สถานที่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการค้นพบ ภูมิประเทศบางส่วนที่แสดงบนแผนที่อาจจะมีความผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง
20%-50% คือแผนที่หยาบๆ สถานที่บางส่วนยังไม่ได้รับการค้นพบ ภูมิประเทศอาจจะมีการแสดงที่ผิดเพี้ยนแต่จะไม่มากนัก
51%- 80% คือแผนที่ชั้นยอด สถานที่ส่วนใหญ่ได้รับการค้นพบแล้วแต่ก็ยังมีสถานที่บางแห่งที่ไม่ได้แสดงอยู่ในแผนที่ สภาพภูมิประเทศมีความแม่นยำมากกว่า 85%
81%-99% คือแผนที่ชั้นเลิศ สถานที่ทั้งหมดได้รับการเปิดเผย สภาพภูมิประเทศมีความแม่นยำมากกว่า 95%
100% คือแผนที่สมบูรณ์แบบ สถานที่ซุ่มซ่อนได้รับการเปิดเผย สภาพภูมิประเทศมีความแม่นยำ 100%
เจมส์มองไปยังแผนที่โฮโลแกรมที่แสดงให้เห็นความสูงต่ำของสภาพภูมิประเทศ สัญลักษณ์ต้นไม้ ภูเขาและแม่น้ำแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามความละเอียด 44% นั้นหมายความว่ามันเป็นเพียงแผนที่หยาบๆที่ซึ่งภูมิประเทศบางส่วนอาจจะไม่ตรงตามความเป็นจริง
“ นี่ควรจะเพียงพอ ” เจมส์พึมพำก่อนที่จะปิดเมนูแผนที่ของระบบ
หลังจากที่ได้รับแผนที่เจมส์ก็ได้อยู่พูดคุยกับบริกรนานพอสมควรเพื่อสอบถามถึงเรื่องราวต่างๆ
บาร์เป็นสถานที่ที่ดีในการได้รับข่าวสาร สำหรับผู้เล่นบาร์คือสถานที่ที่ซึ่งเต็มไปด้วยเบาะแสของภารกิจที่ซุกซ่อนอยู่ ดังนั้นในเวลาว่างผู้เล่นบางคนมักจะมาที่บาร์เพื่อดูว่าพวกเขาสามารถหาโชคลาภจากคำบอกเล่าใดๆได้บ้าง
เช่นเดียวกันแม้ว่าเจมส์จะไม่สนใจภารกิจที่ซุกซ่อนอยู่เพราะเขามีเป้าหมายของตนเองแล้ว ด้วยความทรงจำจากในอดีตเจมส์ไม่จำเป็นต้องออกตามหาเบาะแสของภารกิจที่ซุ่มซ่อนด้วยตนเอง แต่สำหรับเมืองซารุสนั่นเป็นสิ่งที่แตกต่างกันออกไป
ในอดีตเมืองซารุสคือการดำรงอยู่ในฐานะของเมืองที่ล่มสลาย เพียงแค่สามเดือนแรกที่เส้นทางดวงดาวได้เริ่มต้นขึ้นสงครามระหว่างสามอาณาจักรก็ได้เปลี่ยนให้เมืองแห่งการเกษตรกลายเป็นเมืองร้างที่หลงเหลือแต่เพียงซากปรักหักพังของกำแพงหิน
ผู้เล่นที่เคยเยี่ยมเยือนเมืองซารุสนั้นมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อยคนด้วยซ้ำ ซึ่งทั้งหมดเดินทางมายังเมืองซารุสได้ก็เพราะภารกิจที่ได้รับจากสมาคมผู้บ่มเพาะ กล่าวได้ว่าซารุสเปรียบเสมือนกับเมืองลับแลที่ยากจะเข้าถึง
ด้วยความที่ว่าเมืองซารุสนั้นต้องใช้เงื่อนไขในการเข้าถึงและชะตากรรมที่จะทำให้มันล่มสลายในเวลาอันใกล้ เมืองแห่งนี้ควรจะมีโชคลาภมหาศาลที่แม้แต่ในอดีตก็ยังไม่มีผู้ใดค้นพบซุกซ่อนอยู่
ในฐานะของผู้อยู่รอดในยุคสุดท้ายของมนุษยชาติเจมส์เชื่อในสัญชาตญาณของเขา