เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 332 ผู้นำหลี่
ตอนที่ 332 ผู้นำหลี่
……….
เห็นคนห้าคนหายไปอย่างรวดเร็ว ฟางรุ่ยกับอวี่เหวินเซี่ยวจึงรู้ดีแก่ใจ
“ฝีมือไม่เลว เร็วขนาดนี้ แถมยังไม่มีเสียงเดินด้วยซ้ำ” ฟางรุ่ยพูด
อวี่เหวินเซี่ยวพยักหน้า “ลูกน้องพวกนี้ของเฉินล่างเดิมทีไม่ใช่คนในแก๊งขอทานอยู่แล้ว พูดง่ายๆ คือเป็นมืออันธพาลที่รับเงินทำงาน”
ฟางรุ่ยยิ้ม “คนแบบนี้น่ะเหรอที่เป็นผู้อาวุโส หัวหน้าแก๊งอย่างเฉินล่างกำลังจะถึงจุดจบแล้ว”
“ถูกแล้ว พวกที่เรียกว่าผู้อาวุโสยังไม่เคยเจอแก๊งขอทานที่แท้จริง และไม่เข้าใจวิถีการใช้ชีวิตของบรรดาพี่น้อง”
“เกรงว่าเฉินล่างคงลืมไปแล้ว” ฟางรุ่ยหัวเราะเบาๆ จากนั้นก็พูดว่า “อวี่เหวินเซี่ยว เมื่อกี้นายเห็นชัดเจนไหม”
“ข้างหลังรถของพวกเขามีคนหนึ่ง ตรงมุมของคลับเฮาส์มีอีกคนหนึ่ง และในรถมีอีกคนหนึ่ง คนอื่น…”
ฟางรุ่ยหัวเราะ “อยู่ที่ริมน้ำ”
หอหงเยวี่ยอยู่ใกล้แม่น้ำตู้เหมิน ถึงแม้หน้าประตูจะมีไฟสว่างมาก แต่ริมน้ำมีจุดหนึ่งที่มืดสนิท
และตรงจุดมืดนั้น คือสถานที่ที่ฟางรุ่ยกำลังจ้องมองอยู่
“หืม อยู่ตรงไหน”
เพิ่งพูดจบ อวี่เหวินเซี่ยวก็หัวเราะออกมา เพราะตรงจุดมืดนั้นพลันมีไฟสว่างขึ้นมา
“เสียดายไอ้หมอนั่นไม่รู้ว่ามีคนกำลังจ้องอยู่ ไม่อย่างนั้นคงไม่จุดบุหรี่เวลานี้”
ฟางรุ่ยพูดจบ ทั้งสองคนก็หัวเราะออกมา
“แต่ขาดอีกหนึ่ง” ฟางรุ่ยพูด
อวี่เหวินเซี่ยวพลันยิ้ม “ช่างเถอะ ถ้าอีกสักพักยังขาดคนนั้นคนเดียว คนไหนกล้าออกมาก็จัดการคนนั้นไปเลย”
ฟางรุ่ยฟังแล้วจึงพยักหน้า
และตอนนี้เอง โทรศัพท์ของฟางรุ่ยก็ดังขึ้นมา
เป็นสายจากซางเทียนซั่ว
“อืม ห้าคนเจอสี่คน!” ฟางรุ่ยตอบ
“ฮ่าๆๆ ฉันรู้แล้วว่าพวกแกหาคนนั้นไม่เจอ ไอ้หมอนั่นใส่สีดำทั้งชุด กำลังยืนพิงรั้วริมน้ำอยู่น่ะ”
รั้วริมน้ำ ฟางรุ่ยมองไปทันที บริเวณนั้นมืดสนิทจริงๆ จึงมองไม่ออกเลย
“ไอ้โง่แกมองไม่ออกใช่ไหม ตรงฉันเป็นกล้องวงจรปิดแบบอินฟราเรดเลยเห็นได้ ฮ่าๆๆๆ…”
ได้ยินเสียงหัวเราะของซางเทียนซั่ว ฟางรุ่ยก็กลอกตาขาวใส่หนึ่งทีก่อนจะกดวางสายไปเลย
“อวี่เหวิน ตรงโน้นมีอีกหนึ่งคน ค่อนข้างไกลด้วย พวกเราเข้าไปจัดการเลยเถอะ”
“ทางโน้น?” อวี่เหวินเซี่ยวมองไปยังทิศทางที่ฟางรุ่ยชี้ “มีคนเหรอ”
“เทียนซั่วมองเห็นจากในกล้องวงจรปิดน่ะ”
อวี่เหวินเซี่ยวส่ายหน้ายิ้มๆ “ไอ้หมอนี่ ไป พวกเราไปจัดการเขาก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
และเวลานี้ เฉินล่างกดกริ่งหน้าประตูอยู่นานกว่าจะเปิดออก
พนักงานบริการผู้ชายคนหนึ่งใส่สูทสวมเสื้อกั๊กแขนกุดมองดูเขากับหลิวหยวนเฮิง
“สวัสดีครับคุณผู้ชาย ไม่ทราบว่าได้จองล่วงหน้ามาไหมครับ”
“หืม จองล่วงหน้าเหรอ ไม่ได้จองล่วงหน้าก็เข้าไม่ได้เรอะ”เฉินล่างไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เชิดหน้าพูดเล็กน้อย
ในมณฑลเหออัน ตามสถานที่ไฮเอนด์สุดหรูแทบจะไม่มีใครไม่รู้จักเขาเฉินล่างคนนี้
ไม่ว่าไปที่ไหนก็ต้องไว้หน้าเขา แต่พอมาที่คลับเฮาส์ที่นี่กลับต้องจองล่วงหน้า ไอ้หมอนี่ตาบอดหรือ มองไม่ออกว่าฉันเป็นคนมีเงินใช่ไหม
“ใช่ครับคุณผู้ชาย ไม่ได้จองล่วงหน้าจะไม่สามารถเข้าไปใช้บริการได้ครับ”
เฉินล่างได้ยินแล้วปวดศีรษะ ฉันแม่งอุตส่าห์มาใช้บริการพวกนายยังไม่ต้องการอีก นี่อยากทำธุรกิจอยู่หรือเปล่า
“โอเค ฉันขอจองตอนนี้ได้ไหม”
พนักงานบริการยิ้มเล็กน้อยพลางส่ายหน้า ดูเหมือนคร้านจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง
“นาย…”
เฉินล่างกำลังโมโหก็เห็นผู้หญิงข้างในคนหนึ่งเดินออกมา
เมื่อได้ยินเสียงของหลี่ม่านหง เสี่ยวหวังพนักงานบริการผู้ชายคนนั้นจึงรีบหลีกทางให้ทันที หันหน้าพูดด้วยความเคารพ “ครับ เจ๊หง”
เห็นหลี่ม่านหง เฉินล่างก็ตกตะลึงนิ่งอึ้งไปทั้งตัว
เขาเที่ยวผู้หญิงอยู่ไม่น้อยในมณฑลเหออัน ไม่ว่าจะเป็นอาบอบนวดคลับเฮาส์หรือไนต์คลับ เขาเที่ยวมาหมดแล้ว
สองสามวันที่ผ่านมาเขาได้ฝากเพื่อนให้แนะนำนักศึกษาผู้หญิงมาสองสามคนอยู่
แต่ถึงแม้จะเที่ยวผู้หญิงมามากมายนับไม่ถ้วน พอได้เจอหลี่ม่านหง เขาก็อดโอดครวญออกมาไม่ได้
หลิวหยวนเฮิงที่อยู่ข้างๆ มีชื่อเสียงภายในกลุ่มเสื้อผ้าสะอาดว่าไม่ยุ่งกับผู้หญิง
สาเหตุที่ไม่ยุ่งผู้หญิง ไม่ใช่เพราะเขามีรสนิยมที่ผิดแปลก แต่เขามีความปรารถนาในเงินมากกว่าผู้หญิง
ทว่าถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ หลิวหยวนเฮิงก็ถึงกับเบิกตาโตทั้งสองข้างเหมือนกัน
สวยงามขนาดนี้ ไม่ใช่แค่สวยเท่านั้น แต่ยังมีกลิ่นอายความเป็นผู้หญิงอีกด้วย
กลิ่นอายเช่นนี้เป็นกลิ่นอายของความเป็นผู้หญิงตามมาตรฐานที่ทำให้ผู้ชายต่างหลงใหล ปฏิเสธไม่ได้
ส่วนข่งอวี้เซิน…ตอนนี้เหมือนคนไอ้หมูโง่ไปแล้ว หากไม่ใช่เพราะอายุ และพยายามอดทนอยู่ เกรงว่าคงน้ำลายไหลลงมาแล้ว
“คุณผู้ชายท่านนี้ ดูคุ้นหน้านะคะ” หลี่ม่านหงเอ่ย
“หา? ฮ่าๆๆ พวกเรามาจากต่างถิ่น ได้ยินว่าหอหงเยวี่ยในตู้เหมินมีชื่อเสียงเรื่องความหรูหรา เลยตั้งใจมาลองเป็นพิเศษครับ”
เฉินล่างพูดพลางพิจารณามองหลี่ม่านหง
จากโครงหน้าที่สวยงามจนเกือบขาดอากาศหายใจ ไปจนถึงหน้าอกอวบอั๋น ไล่มาถึงช่วงเอวที่เล็กคอด
ความลุ่มหลงในราคะเปี่ยมล้นในดวงตาคู่นั้น เวลานี้เขาคิดว่าหอหงเยวี่ยอาจจะมีบริการพิเศษบางอย่าง ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาก็อยากเพลิดเพลินกับผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ให้จงได้
ส่วนเรื่องเงิน…เขาเฉินล่างมีชื่อเสียงเรื่องให้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อผู้หญิง
“อ้อ…คุณผู้ชายมาจากไหนคะ”
“พวกเรามาจากมณฑลเหออันครับ ทำไมครับ เถ้าแก่เนี้ย พวกเราไม่ได้จองล่วงหน้าเลยเข้าไปไม่ได้ใช่ไหม”
เฉินล่างเลิกคิ้วพูด ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยสีหน้าของการแทะโลม
และเขากำลังลองหยั่งเชิงเช่นกัน หากอีกฝ่ายเป็นคนจริงจัง ตอนนี้จะต้องหน้าบึ้งขึ้นมาแน่นอน
แต่หลี่ม่านหงกลับหัวเราะ หัวเราะเสียงรัญจวนใจ หัวใจของเฉินล่างแทบจะเต้นออกมาจากลำคอ
“ไม่ใช่ค่ะ มาแล้วก็คือเสี่ย มาค่ะ เสี่ย เชิญคุณด้านในค่ะ”
พูดจบ หลี่ม่านหงก็หมุนตัวเดินไปข้างใน เฉินล่างกับหลิวหยวนเฮิงเดินตามหลัง
มองดูหลี่ม่านหงเดินยักย้ายส่ายสะโพก เฉินล่างอยากเอามือไปหยิกสักที แต่พอคิดว่าเพิ่งเข้ามา ต้องสำรวมเล็กน้อย
หากเจอผู้หญิงสวยแพรวพราวเช่นนี้ที่มณฑลเหออัน เกรงว่าเขาคงลากเข้าห้องเดี่ยวอย่างอดใจไม่ไหวแล้ว
หลี่ม่านหงทำตามแผนของกู่เสี่ยวเป่า พาพวกเขามาที่ศาลาโบตั๋นซึ่งอยู่ติดกับกู่เสี่ยวเป่า
ห้องส่วนตัวของหอหงเยวี่ยไม่อนุญาตให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งหมด เนื่องจากผู้ที่มาล้วนเป็นบุคคลสำคัญต้องรับประกันความเป็นส่วนตัวของพวกเขา
แต่ศาลาโบตั๋นเป็นกรณียกเว้น ตามคำสั่งของกู่เสี่ยวเป่า ได้ติดตั้งกล้องสอดแนมรูเข็มไว้ชั่วคราว เพื่อติดตามและควบคุมแบบไร้จุดบอดสามร้อยหกสิบองศา
เวลานี้ ซางเทียนซั่วมองเห็นเต็มตาอยู่ในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดแล้ว
“แม่ง ไอ้หมอนี่คือเฉินล่าง ไอ้สัตX!” ซางเทียนซั่วพูดพลางพ่นควันบุหรี่ออกมา
“ท่านชายซาง ห้ามสูบบุหรี่ในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดของพวกเรานะครับ” พนักงานคนหนึ่งกล่าว
“ฉันอยากสูบ ไม่พอใจก็ไปเรียกเจ๊หงของพวกนายมา!”
พนักงานก็ไม่กล้าพูดอะไร ไม่ว่าอย่างไรเจ๊หงก็เป็นคนสั่งให้เขามา…
ภายในศาลาโบตั๋น เฉินล่างนั่งบนโซฟา ดวงตาคู่นั้นจ้องมองหลี่ม่านหงไม่หยุด
แต่หลี่ม่านหงคุ้นชินกับความรู้สึกแบบนี้นานแล้ว มีผู้คนมากมายที่มาหอหงเยวี่ยก็เพื่อจะได้มองเธอสักครั้ง
หากจะพูดตามความเป็นจริง คนลามกอย่างเฉินล่าง ยังไม่ถือว่าติดอันดับ
กะอีแค่หัวหน้าแก๊งขอทาน และยังเป็นกลุ่มเสื้อผ้าสะอาดที่ยังไม่ได้รับการยอมรับ และกำลังจะโดนลงโทษ…
“เถ้าแก่เนี้ย พวกเราต้องใช้จ่ายเงินที่นี่ยังไง”
หลี่ม่านหงหัวเราะเล็กน้อย “เสี่ยเฉิน ศาลาโบตั๋นใช้จ่ายเงินขั้นต่ำแปดพันหยวน มีถาดผลไม้ ของกินเล่นและเหล้า หากสั่งแยกเดี่ยวต้องจ่ายเพิ่มต่างหากค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินล่างรู้สึกตกใจ แปดพันหยวน แม่งแพงเกินไปแล้ว นี่กำลังปล้นกันใช่ไหม
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับหลี่ม่านหง เขาไม่สามารถแสดงออกมาได้
“ฮ่าๆๆ ถูกมากเลยนะครับ วันนี้คนของเสี่ยมาน้อย วันไหนคนเยอะ จะเหมาหมดเลย ช่วยสนับสนุนคุณเถ้าแก่เนี้ย!”
หลี่ม่านหงแอบพูดในใจว่าแกไอ้คนบ้านนอก ใจหล่นไปที่ตาตุ่มใช่ไหมล่ะ แปดพันหยวนบอกว่าถูก แสร้งทำว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาจากไหน
“เหอะๆ เสี่ยเฉินใจป้ำจริงๆ ค่ะ ถ้างั้นฉันจะรอคอยด้วยความเคารพเลยค่ะ พวกเราคนครบแล้วใช่ไหมคะ”
เฉินล่างเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ เอ่ยว่า “อ้อๆ ยังครับ ยังมีอีกหนึ่งคน หยวนเฮิง โทรหาซ่งจื่อเซวียนหน่อย”
พอได้ยินคำนี้ หลี่ม่านหงก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้ว ทุกอย่างดูจะดำเนินไปตามแผน
หลิวหยวนเฮิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพูดสองสามประโยคแล้วเอ่ยว่า “หัว…เสี่ยเฉิน เขากำลังขับรถมาครับ ใกล้จะถึงแล้ว”
เฉินล่างพยักหน้า “โอเค เถ้าแก่เนี้ย คุณเอาของมาง่ายๆ ก็พอครับ วันนี้ไม่ได้ต้อนรับเพื่อน ไม่ต้องเอิกเกริกมากเกินไป วันหลังผมจะมาจ่ายเงินที่ร้านของคุณเยอะๆ นะครับ!”
หลี่ม่านหงในใจหมดคำจะพูด ไอ้บ้านนอกคนนี้เสแสร้งเก่งจริง พูดง่ายๆ ก็คือขอแค่ของราคาถูกที่สุด ไม่สั่งอย่างอื่น
ทว่าเธอไม่ได้แสดงออกมา พูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ได้ค่ะเสี่ย เดี๋ยวฉันจะสั่งให้มาเสิร์ฟนะคะ อืม…เสี่ยคนไหนจะเป็นคนจ่ายเงินให้ฉันคะ”
“อ๋า ต้องจ่ายเงินก่อนใช่ไหมครับ”
หลี่ม่านหงพูดในใจว่าคนอื่นจ่ายเงินทีหลัง แต่คุณ…อีกสักพักคงชิ่งหนีไป ส่วนที่เสียหายก็คือหอหงเยวี่ยของฉัน
“ใช่ค่ะเสี่ย สะดวกไหมคะ”
เฉินล่างก็เป็นคนรักหน้าตา โดยเฉพาะอยู่ต่อหน้าคนสวยอย่างหลี่ม่านหง จะยอมขายหน้าได้อย่างไร
“สะดวกครับๆ หยวนเฮิง ไปจ่ายเงินกับเถ้าแก่เนี้ย!”
หลิวหยวนเฮิงตื่นเต้น ดูเหมือนเดินไปจ่ายเงินพร้อมกับเถ้าแก่เนี้ยเป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การรอคอย
ทั้งสองคนเดินออกไป เฉินล่างจึงจุดบุหรี่หนึ่งมวน นั่งไขว่ห้างสูบบุหรี่
เขาคิดวางแผนจัดการซ่งจื่อเซวียนอยู่ในใจ ทำอย่างไรจะได้สนิทใกล้ชิดกับเถ้าแก่เนี้ยคนนี้ หากได้นอนด้วยกันสักหนึ่งคืน มาตู้เหมินครั้งนี้ก็ถือว่าไม่ได้มาเสียเที่ยว
ในไม่ช้า หลิวหยวนเฮิงก็เดินเข้ามาในห้องส่วนตัว
พอเห็นว่ามีแต่เขาคนเดียว เฉินล่างจึงเอ่ยว่า “ทำไมนายกลับมาแค่คนเดียว เถ้าแก่เนี้ยล่ะ”
“เอ่อ อาจจะเป็นเพราะว่าจ่ายเงินแล้วเธอเลยไม่อยู่เป็นเพื่อนต่อครับ”
ข่งอวี้เซินที่อยู่ข้างๆ เอ่ย
“อะไรนะ จ่ายเงินแล้วก็ไม่มานั่งเป็นเพื่อนแล้ว แปดพันหยวนนี่ซื้อความสุขจากเธอได้นิดเดียวเหรอวะ”
ข่งอวี้เซินหมดคำจะพูด พลางพูดในใจว่าเป็นเรื่องปกติ ตู้เหมินเป็นเมืองใหญ่ ค่าใช้จ่ายแปดพันหยวนอาจจะถือว่าเป็นเรื่องปกติในสถานที่ระดับนี้
คุยธุรกิจในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ถือเป็นความเพลิดเพลินอย่างหนึ่ง ค่าใช้จ่ายสูงจึงเป็นเรื่องที่ปกติมาก
แต่ชัดเจนว่าเฉินล่างไม่ได้คิดแบบนั้น เขาเอ่ยว่า “ข่งอวี้เซิน นายไปสั่งเถ้าแก่เนี้ยของพวกเขามานั่งเป็นเพื่อนหน่อย ไม่งั้นวันนี้ฉันจะอาละวาดหอหงเยวี่ยของเธอซะ”
ข่งอวี้เซินถอนหายใจด้วยความจนใจ จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินออกไป
ถึงแม้เขารู้สึกว่าเฉินล่างทำไม่ถูก แต่อย่างไรหัวหน้าแก๊งก็เอ่ยปากแล้ว เขาจึงต้องปฏิบัติตาม
เดินออกจากห้องส่วนตัว ข่งอวี้เซินก็เห็นหลี่ม่านหงอยู่ไม่ไกล ตอนนี้เธอกำลังสั่งงานอะไรบางอย่างกับพนักงานบริการผู้ชายอยู่ที่โถงทางเดินชั้นสอง
ข่งอวี้เซินเดินเข้าไปใกล้ๆ เอ่ยว่า “เถ้าแก่เนี้ย ขอโทษจริงๆ ครับ เถ้าแก่ของพวกเราเรียกคุณเข้าไปหน่อยครับ”
หลี่ม่านหงรู้ว่าหมายความว่าอย่างไร พูดง่ายๆ คือสั่งให้เธอเข้าไปนั่งเป็นเพื่อน
เรื่องแบบนี้เธอเจอแทบทุกวันจึงรู้สึกเฉยๆ
“โอเคค่ะคุณข่ง คุณไปบอกเสี่ยเฉินเลยค่ะว่าฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
หลังจากข่งอวี้เซินเดินออกไป หลี่ม่านหงก็จ้องมองห้องส่วนตัวของกู่เสี่ยวเป่าอยู่ตลอด เธอคิดจะให้ซ่งจื่อเซวียนเข้าไปก่อนแล้วจึงค่อยเข้าไป
อย่างไรจุดประสงค์ของเธอคือรับประกันว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำร้ายซ่งจื่อเซวียน
ผ่านไปสองสามนาที ซ่งจื่อเซวียนก็เดินออกมาจากห้องส่วนตัว หลี่ม่านหงรู้ว่าเขาจะเข้าไปแล้ว
แต่ตอนที่กำลังจะเดินไป พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามา
“เจ๊หง ผู้นำหลี่มาถึงแล้ว”
…………………………………………
……….