เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 344 เอาตัวมันมาให้ฉัน
ตอนที่ 344 เอาตัวมันมาให้ฉัน
……….
เห็นตู้เหวินจง ซ่งจื่อเซวียนกับถังหย่าฉีก็ชะงักไป
จู่ๆ คนคนนี้ก็เดินมาแนะนำตัวเอง ชวนให้รู้สึกไม่เข้าใจ ผู้ชายสมัยนี้ตรงๆ แบบนี้เลยเหรอ
ถังหย่าฉีไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรไปชั่วขณะ สบตากับซ่งจื่อเซวียน
ซ่งจื่อเซวียนยิ้มน้อยๆ “เพื่อนเธอทักทายเธออยู่นะ ตอบกลับสักหน่อยสิ”
ถังหย่าฉีถึงมีสติกลับมา “อ้อๆ สวัสดีค่ะ”
ถึงจะตอบกลับมาหนึ่งประโยค แต่ถังหย่าฉีก็ไม่ได้ยื่นมือไป เป็นตู้เหวินจงที่หดมือกลับมาอย่างอึดอัด
“รุ่นน้อง ฉันอยู่สาขาภาษาอังกฤษปีสาม เย็นนี้เธอว่างไหม ฉันอยากเลี้ยงข้าวเธอสักมื้อน่ะ”
ตู้เหวินจงชินแล้ว ด้วยฐานะทางการเงินและตำแหน่งของเขา ปกติจีบสาวก็จะนัดตรงๆ แทบจะไม่มีใครที่ไม่ตกลง
ต่อให้มีคนที่ไม่ตกลงก็แสร้งทำเป็นขัดเขินบ้าง พูดอีกสองประโยคก็ตอบรับแน่นอน
แต่เห็นได้ชัดว่าตู้เหวินจงประเมินถังหย่าฉีต่ำไป ทั้งยังดูถูกซ่งจื่อเซวียน
คุณนัดเดตต่อหน้าแฟนเขา…เป็นบ้าหรือไง
“ขอโทษด้วยนะคะ ไม่ว่างค่ะ ฉันต้องไปเรียน”
พูดจบ ถังหย่าฉีก็ควงแขนซ่งจื่อเซวียน เดินไปด้านในมหาวิทยาลัย
ตอนนี้ เถียนซวี่หยางที่อยู่ในรถก็เดินลงมา
“เป็นไงบ้างคุณชายตู้”
ตู้เหวินจงยิ้ม “ให้พวกลูกน้องตามมา เหอะๆ ผู้หญิงคนนี้…น่าสนใจ”
ตู้เหวินจงพูดพลางไล่ตามไป ดักหน้าถังหย่าฉีเอาไว้
ซ่งจื่อเซวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่รอให้เขาเอ่ยปาก ถังหย่าฉีก็พูดว่า “คุณคิดจะทำอะไรน่ะ”
“เหอะๆ รุ่นน้อง หลังจากที่เธอเข้ามาที่มหา’ลัยหนานกวน รีเฟรชสถิติไปสองอย่างเลยนะ” ตู้เหวินจงพูดด้วยรอยยิ้ม
เพียงแต่…เห็นได้ชัดว่าถังหย่าฉีไม่สนใจ
ถังหย่าฉีไม่แม้แต่จะสนใจ เธอเดินต่อไป
ตู้เหวินจงอึ้ง “รุ่นน้อง เธอไม่อยากรู้เหรอว่าสองอย่างไหนน่ะ”
“ขอโทษด้วยค่ะ ฉันไม่สนใจ”
“ฮ่าๆ งั้นฉันพูดเองแล้วกัน อย่างแรก เธอรีเฟรชรายชื่อดาวมหา’ลัย อย่างที่สอง เธอเป็นคนแรกที่ปฏิเสธฉัน”
ถังหย่าฉีกลอกตา “ไม่เห็นรู้สึกดีใจเลยสักนิดเดียวค่ะ”
ขณะที่พูด พวกเขาก็เดินไปได้ระยะหนึ่ง ด้านหน้าแทบจะเห็นอาคารเรียนได้แล้ว
ตู้เหวินจงเห็นดังนั้น ก็จับข้อมือของถังหย่าฉีไว้ “รุ่นน้อง อะไรกัน แม้แต่โอกาสจะพูดคุยกันก็ไม่ให้ฉันเลยหรือไง”
ตอนนี้เอง ซ่งจื่อเซวียนก็หันไปคว้าคอเขาไว้ทันที
“น้องชาย ปล่อยเธอไปซะ!”
ตู้เหวินจงอึ้ง อึ้งไปจริงๆ
อย่าว่าแต่มหาวิทยาลัยหนานกวน มองไปในแวดวงทายาทรุ่นที่สองพวกนี้ของเมืองตู้เหมิน ก็ยังไม่มีใครกล้าทำแบบนี้กับเขาเลย
ต่อจากนั้น ตู้เหวินจงก็ดันมือของซ่งจื่อเซวียนออก
“ไอ้หนู แกหาที่ตายหรือไง”
ซ่งจื่อเซวียนไม่พูดอะไรสักคำ ถังหย่าฉีข้างๆ กลับขวางหน้าเขาไว้
“คุณคิดจะทำอะไร ฉันจะบอกคุณให้นะว่าเขาเป็นแฟนฉัน ตอนนี้คุณกำลังคุกคามฉันอยู่ ถ้ายังทำอีก ฉันก็จะแจ้งทางมหา’ลัย”
ได้ยินดังนั้น ตู้เหวินจงก็หัวเราะออกมา “ฮ่าๆๆ เป็นรุ่นน้องที่น่ารักจริงๆ หย่าฉี ฉันถูกใจเธอเข้าแล้วล่ะ”
ซ่งจื่อเซวียนอดขมวดคิ้วนิดๆ ไม่ได้ “ดูท่า…นายจะไม่คิดให้ดีๆ แล้วใช่ไหม”
ตู้เหวินจงกวาดตามองเขา “ไอ้หนู ฉันรับรู้เรื่องระหว่างแกกับเถียนซวี่หยาง แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาคิดบัญชีกับแก ถอยไปซะ!”
ตู้เหวินจงพูดจบ ลูกน้องด้านหลังก็ก้าวขึ้นมา คิดจะจับซ่งจื่อเซวียน
“อั้ก!”
โตๆ กันแล้วทั้งนั้น ต่อให้ซ่งจื่อเซวียนจะผอมเล็กน้อย แต่เรี่ยวแรงไม่ได้น้อยตาม
ตอนนี้การทำสมาธิทำให้สมรรถภาพทางกายของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลง คิดไม่ถึงว่าฝีถีบนี้จะทำให้คนคนนั้นกลิ้งไปสามตลบ
“กล้าแตะต้องคนของฉันเหรอ ลุย!”
ตู้เหวินจงสั่ง พวกลูกน้องก็พุ่งเข้ามา รวมถึงเถียนซวี่หยางด้วย เขาถือโอกาสที่ซ่งจื่อเซวียนโดนรุมอยู่ถีบไปสองที
ถังหย่าฉีเห็นก็ตกใจ รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ไต้ทง เร็วเข้า รีบมา จื่อเซวียนมีเรื่องแล้ว!”
ถึงซ่งจื่อเซวียนจะมีประสบการณ์ทะเลาะวิวาทมาค่อนข้างมากกว่านักศึกษาพวกนี้ แต่อย่างไรสองมือสองเท้าก็เอาชนะได้ยาก หนึ่งนาทีกว่าๆ เขาก็คุมไม่อยู่แล้ว
เห็นซ่งจื่อเซวียนถูกลูกน้องสองคนทุบตีจากด้านหลัง ตู้เหวินจงก็ยิ้ม “ไอ้หนู หลบเก่งนักไม่ใช่เหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนแค่นหัวเราะ “แตะต้องฉัน วันนี้พวกแกน่าจะเดินออกจากมหา’ลัยหนานกวนไม่ได้แล้วล่ะ”
“งั้นเหรอ เหอะๆ ซวี่หยาง ระบายอารมณ์หน่อยแล้วกันนะ ซักสองหมัด!”
“รับทราบ คุณชายตู้!”
เถียนซวี่หยางได้ยินก็เดินเข้าไป ยกมือต่อยไปที่หน้าของซ่งจื่อเซวียนสองหมัด
ผัวะ! ผัวะ!
เสียงหมัดดังขึ้นชัดเจน เป็นรอยเลือดซึมออกมาทันที
ถังหย่าฉีเบิกตากว้าง “พวกนายกล้าต่อยเขา ฉันจะทำให้พวกนายโดนไล่ออกให้หมด!”
เธอพูดพลางพุ่งไปหาซ่งจื่อเซวียน แต่ตู้เหวินจงยกมือฉุดรั้งเธอไว้ เธอจึงขยับไม่ได้
“ฮ่าๆๆ รุ่นน้องนี่ยังคลั่งรักมากจริงๆ แต่ก็ดี ฉันชอบแบบคลั่งรัก หลังจากนี้เดาว่าเธอจะต้องทำแบบนี้กับฉันด้วยเหมือนกัน!”
“ถุย ไอ้สารเลว!”
ถังหย่าฉีถ่มน้ำลายออกมา
ตู้เหวินจงยกมือจะฟาด ซ่งจื่อเซวียนตะคอก “แกกล้าเหรอ ไอ้เวร แกลองแตะเธอดูสิ ฉันจะทำให้แกพิการเลย!”
ได้ยินประโยคนนี้ ตู้เหวินจงก็รู้สึกค่อนข้างร้อนรนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
ก่อนหน้านี้เขาก็คิดว่าซ่งจื่อเซวียนหน้าตาคุ้นๆ แต่นึกไม่ออก
ตอนนี้เอง ซ่งจื่อเซวียนถลึงตาใส่เขา พูดว่า “ในมหา’ลัยหนานกวนพวกแกคงไม่กล้าทำอะไรหรอก เอางี้ละกัน พวกแกให้ถังหย่าฉีไปเรียนก่อน เราไปหน้ามหา’ลัย แน่จริงก็ตัวๆ ไม่แน่จริงก็เข้ามาพร้อมกันเลยก็ได้!”
ตู้เหวินจงกลอกตาครุ่นคิด “หึ ก็ได้ งั้นเอาตามที่แกว่า”
พูดจบ เขาก็มองถังหย่าฉี “รุ่นน้องที่น่ารัก ตั้งใจเรียนนะครับ ค่ำนี้ฉันจะมารับเธอหลังเลิกเรียน”
เขาปล่อยถังหย่าฉีเรียบร้อยก็เดินไปทางหน้ามหาวิทยาลัย พวกลูกน้องก็ตามไปด้านหลัง ทะเลาะกับซ่งจื่อเซวียนพลางเดินออกไปด้วยกัน
ถังหย่าฉีคิดจะตามไป แต่ซ่งจื่อเซวียนหันหน้ากลับมาส่งสายตาให้ เธอถึงหยุดฝีเท้า
ถึงจะยังเป็นห่วง แต่เหมือนเธอจะสัมผัสถึงเรื่องที่ส่งจื่อเซวียนจะสื่อได้
เมื่อครู่ที่เธอโทรหาไต้ทง พวกฟางรุ่ยจะต้องมาด้วยแน่ๆ อีกทั้งนี่ก็ผ่านไปสองสามนาทีแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดตอนที่พวกเขาอยู่หน้ามหาวิทยาลัย ฟางรุ่ยน่าจะถึง
อีกทั้งถ้าถังหย่าฉีตามไป อาจจะกลายเป็นภาระด้วย
คิดถึงตรงนี้ ถังหย่าฉีก็ไม่ได้ตามไป แต่ยังคงมองอยู่ห่างๆ
เพิ่งจะถึงหน้ามหาวิทยาลัย ซ่งจื่อเซวียนก็เห็นรถเมอร์เซเดส-เบนซ์คันหนึ่งขับข้ามมาจากอีกฝั่งข้างถนน คนที่ขับก็คือฟางรุ่ยนั่นเอง
อีกทั้งยังไม่ใช่แค่ฟางรุ่ยคนเดียว คนตัวใหญ่ที่นั่งอยู่ที่ข้างคนขับ แทบจะครอบครองที่ว่างข้างคนขับทั้งหมด
เหลียงฮั่น!
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม ดี มาพอดีเลย!
พวกเขาเพิ่งจะมาถึงด้านหน้ามหาวิทยาลัยยังไม่ทันได้ยืนดีๆ ก็เห็นเมอร์เซเดส-เบนซ์คันนั้นขับมาอย่างบ้าคลั่ง อย่างกับจะชนคนให้ตาย
กลุ่มคนตกใจจนแตกฮืออย่างรวดเร็ว รวมถึงตู้เหวินตงกับเถียนซวี่หยางด้วย ตกใจจนหน้าเปลี่ยนสีไปหมด นึกว่าเป็นการก่อการร้ายอะไรเสียอีก…
เอี๊ยด…
เสียงเบรกกะทันหัน รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ก็หยุดเบื้องหน้าพวกเขา
ตู้เหวินจงเห็นดังนั้นก็ตะโกนด่า “แม่งเอ๊ย แหกตาดูบ้างไหม แม่งขับรถเป็นจริงปะเนี่ย”
เห็นเพียงประตูด้านหน้าเปิดออกมาสองคนซ้ายขวา คนหนึ่งแข็งแรงดูสุขภาพดี อีกคนทั้งสูงทั้งแข็งแรง พวกเขาดูโหดเหี้ยมขึ้นมาทันที
แต่สิ่งที่เหนือกว่าที่พวกเขาคาดคิดไว้ก็คือ สองคนนี้ลงจากรถก็เดินปรี่ไปหาซ่งจื่อเซวียน
“นายท่านรอง!” ฟางรุ่ยกับเหลียงฮั่นเรียกเป็นเสียงเดียวกัน
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า มองไปทางตู้เหวินจงทันที
เห็นดังนั้น ตู้เหวินจงก็หัวเราะเบาๆ “ใช่ได้นี่ไอ้หนู มีลูกน้องด้วย แกคิดว่า…ฉันไม่มีคนหรือไง”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม “ฉันให้เวลาแกหนึ่งนาที แกจะเรียกมากี่คนก็ได้ แต่พ้นหนึ่งนาทีไป…ฉันได้เข้าไปเลาะฟันพวกแกใกล้ๆ แน่!”
“หนึ่งนาที? คุณชายตู้ พวกมันล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย” เถียนซวี่หยางพูด
“หุบปาก!”
ตู้เหวินจงมองซ่งจื่อเซวียน “ตอนนี้พวกแกก็มีสามคน แต่พวกฉันมีหก ไม่งั้นลองดูไหมล่ะ”
ซ่งจื่อเซวียนแค่นหัวเราะ “พวกนายสองคนจะใครดี”
ซ่งจื่อเซวียนรู้ทักษะของฟางรุ่ยดี อย่าว่าแต่พวกนักศึกษาเลย ต่อให้เป็นพวกนักมวย ฟางรุ่ยก็จัดการได้เหมือนกัน
ที่พูดแบบนี้ ความจริงเขาก็อยากทดสอบเหลียงฮั่นดูว่ามีประโยชน์ไหม
กู่เสี่ยวเป่าบอกว่าให้เหลียงฮั่นมาฝึกงาน พูดง่ายๆ ก็คือยกให้ตนเอง เรื่องนี้ซ่งจื่อเซวียนรู้ดี
“ผมเอง”
ฟางรุ่ยพูดพลางเดินขึ้นหน้า ขณะเดียวกันก็หมุนข้อมือ เหมือนอุ่นเครื่องก่อนเล่นเกม
แต่ไม่รอให้เขาขยับ เหลียงฮั่นก็เดินออกมา “รุ่ยจื่อ ให้โอกาสฉันสักครั้ง ฉันมาทำงานให้นายท่านรองเป็นครั้งแรก”
“ฮ่าๆๆๆ นายท่านรองเรอะ ทำอย่างกับเป็นผู้มีอิทธิพล ฉันต้องกลัวแกไหม”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้มพูด “ฉันขี้เกียจสนใจว่าแกจะกลัวหรือไม่กลัว พวกแกเข้ามาพร้อมกันเลยไป เขาคนเดียว!”
คนพวกนั้นมองเหลียงฮั่น คนคนนี้สูงเกือบสองเมตรถ้วน ทั้งยังอ้วนขนาดนั้นอีก พูดตามตรงเลยว่าดูแล้วก็น่าตกใจ
แต่อย่างไรก็หกรุมหนึ่ง พวกเขาได้เปรียบมากกว่า
ตู้เหวินจงมองเหลียงฮั่น แค่นหัวเราะ “กระทืบมัน!”
ตู้เหวินจงพูดพลางหยิบมีดพกเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋า พอเหวี่ยง ใบมีดก็สะท้อนแสงออกมา
เหลียงฮั่นคร้านจะสนใจ เล่ห์เหลี่ยมแบบนี้สำหรับเขาไม่ต่างอะไรกับเด็กอมมือ
ร่างกายใหญ่โตยังไงก็ไม่ขาดพละกำลัง ทันทีที่นักศึกษาคนนั้นพุ่งมา เหลียงฮั่นก็คว้าคอเขาไว้ได้
พละกำลังแข็งแกร่งทำให้คนคนนั้นไร้ทางต่อต้านอยู่แล้ว ถัดมา เหลียงฮั่นก็ใช้แรงยกอีกฝ่ายจนตัวลอย
พวกคนที่อยู่ข้างๆ มึนงงกันไปหมด นี่แม่งหลี่หยวนป้า[1]กลับชาติมาเกิดหรือไง
แรงเยอะเกินไปไหม
ตอนนี้เอง นักศึกษาที่ถูกบีบคอคนนั้นก็หน้าซีดขาว ริมฝีปากม่วง เห็นได้ชัดว่าจะขาดใจแล้ว
แต่ท่าทีของเหลียงฮั่นกลับเย็นชา เหมือนต่อให้คนคนนี้ตาย เขาก็คงไม่สะทกสะท้าน
เห็นภาพนี้ นักศึกษาพวกนั้นจะยังกล้าเข้ามาที่ไหน นี่แม่งจะกล้าฆ่าคนอยู่แล้ว
พวกเขามากสุดก็กล้าต่อยตีทะเลาะวิวาท ไม่เคยกล้าเล่นถึงชีวิต
นักศึกษาคนนั้นใช้แรงเฮือกสุดท้ายตีที่แขนของเหลียงฮั่น เป็นท่าทางขอความเมตตาอย่างชัดเจน
เหลียงฮั่นแค่นหัวเราะ โยนเขาลงพื้น
ขณะที่นักศึกษาคนนั้นหอบหายใจถี่กระชั้น ก็รีบคลานออกไปไกลเล็กน้อย
เทียบกับคนอื่น เขารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่น่าหวาดกลัวแล้ว
เมื่อครู่ราวกับกลับมาจากไปเดินเล่นที่ประตูนรกมารอบหนึ่ง
จากนั้น เหลียงฮั่นก็เดินไปทางตู้เหวินจง ถึงเขาจะไม่รู้จัก แต่เมื่อครู่เห็นท่าทางเอะอะโวยวายของอีกฝ่าย คนคนนี้น่าจะเป็นลูกพี่ของคนพวกนี้
ตู้เหวินจงอึ้งไปแล้วจริงๆ นี่แม่งสัตว์ประหลาดชัดๆ เขาอดกลืนน้ำลายไม่ได้
“นาย…มาติดตามฉันสิ ว่าราคามากเลย…”
ผัวะ!
ฝ่ามือเดียวทำให้ตู้เหวินจงกระเด็นไปไกลสามสี่เมตร
หน้าของตู้เหวินจงมีรอยถลอกหลายจุด เห็นเพื่อนผ่านไปผ่านมา ก็รู้สึกอายแทบจะแทรกแผ่นดินหนีทันที
เขาเป็นลูกผู้ดีมีชื่อเสียง วันนี้นับว่าอับอายขายขี้หน้ามาก
“เหลียงฮั่น เอาตัวมันมาให้ฉัน!”
ขณะที่ซ่งจื่อเซวียนพูดก็ชี้ไปที่เถียนซวี่หยาง
“หา?”
สองตาของเถียนซวี่หยางเบิกกว้างขึ้นมาทันที สีหน้าหวาดกลัว…
………………………………………….
[1] หลี่หยวนป้า เป็นหนึ่งในวีรบุรุษของจีน โอรสคนที่สามของถังเกาจู่
……….