เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 345 พังร้านให้ผม
ตอนที่ 345 พังร้านให้ผม
……….
เหลียงฮั่นได้ยินก็เดินไปหาเถียนซวี่หยาง ใบหน้าที่ราวกับน้ำแข็งนั้นยังคงไม่มีอารมณ์ใด มีเพียงแค่ความเยือกเย็นเท่านั้น
เถียนซวี่หยางส่ายหน้าอย่างแรง ทั้งยังก้าวถอยหลัง “ไม่…ยะ อย่าเข้ามา…”
เห็นเหลียงฮั่นอยู่ตรงหน้า เถียนซวี่หยางมีแค่ความคิดเดียว นั่นก็คือวิ่ง
ตู้เหวินจงโดนจัดการจนบาดเจ็บไปแล้ว เดิมบนหัวเขาก็ยังมีรอยเย็บ ไม่อยากจะโดนกระทืบอีก
เถียนซวี่หยางมองร่างสูงเกือบสองเมตรของเหลียงฮั่น อีกทั้งยังอ้วนขนาดนั้น จะทะเลาะวิวาทก็ไม่มีปัญหา แต่เรื่องวิ่ง…
ตนอาจจะได้เปรียบมากกว่าสักหน่อย อย่างไรตอนที่เถียนซวี่หยางอยู่มัธยมปลายก็เคยซ้อมวิ่งระยะสั้น
คิดถึงตรงนี้ เถียนซวี่หยางหันหลังไปก็ออกตัววิ่ง ถึงจะมีแผลที่หัว แต่ขาไม่ได้มีปัญหา วิ่งอุตลุดออกไปทันที
พวกเขามองความเร็วในการวิ่งของไอ้หมอนั่น เดาว่ากระต่ายยังวิ่งไล่ไม่ทัน…
แต่เหลียงฮั่นกลับเผยรอยยิ้ม สองสามวินาทีก่อนไม่ได้ไล่ตามไป แต่ตอนที่เขาออกตัวก็ราวกับพื้นดินสั่นไหวขึ้นมา
ตึง! ตึง! ตึง!
ถึงเหลียงฮั่นจะดูเทอะทะ แต่พอวิ่งกลับไม่ได้ช้าเลยสักนิด เรียกอย่างแม่นยำเลยก็คือพุ่งทะยาน
เพียงแค่รูปร่างไม่ได้ดูปราดเปรียวขนาดเถียนซวี่หยาง แต่เรื่องนี้ก็ไม่ส่งผลกับความเร็วเลย
ทว่าด้วยระยะห่างเจ็ดสิบแปดสิบเมตร เหลียงฮั่นก็ไล่ตามเถียนซวี่หยางทัน
เถียนซวี่หยางหันหน้ากลับไปมอง ลูกตาแทบถลนออกมา ทำไมช้างโง่ๆ ตัวนี้แม่งวิ่งเร็วขนาดนี้วะ
วินาทีถัดมาหลังจากที่เขาคิด เหลียงฮั่นก็คว้าคอเขาไว้ได้ หิ้วเขาประหนึ่งหิ้วไก่ตัวเล็กๆ
ระหว่างทางที่เดินกลับไป เถียนซวี่หยางตกใจจนพูดไม่ออก สีหน้ายังคงสะพรึงอยู่ครู่หนึ่ง
เหลียงฮั่นหิ้วเขาไปยังเบื้องหน้าซ่งจื่อเซวียน
มองเถียนซวี่หยาง ซ่งจื่อเซวียนก็แค่นหัวเราะ “เมื่อกี้ฉันพูดไว้ประโยคหนึ่งว่ากระทืบฉัน แกจะไม่ได้ออกจากมหา’ลัยหนานกวนใช่ไหม”
เถียนซวี่หยางจะยังกล้าเอ่ยปากที่ไหน มองซ่งจื่อเซวียนด้วยสีหน้าหวาดผวา
ที่จริงคนที่ทำให้เขาหวาดกลัวไม่ใช่ซ่งจื่อเซวียน แต่เป็นเหลียงฮั่น!
คนคนนี้หน้าตาก็น่ากลัวแล้ว ลงมือน่ากลัวยิ่งกว่า ที่สำคัญที่สุดคือ รูปร่างแบบนี้…คิดไม่ถึงว่าจะวิ่งเร็วขนาดนั้น…
ผัวะ!
ฟาดไปหนึ่งที
“ฝ่ามือนี้คือฉันจะบอกแกว่า ไม่ใช่ว่าแกจะแตะต้องใครก็ได้ทั้งนั้น!”
ผัวะ!
ซ่งจื่อเซวียนง้างมือแล้วฟาดลงไปอีกครั้ง
มุมปากของเถียนซวี่หยางมีเลือดไหลออกมาทันที
“ฝ่ามือนี้คือฉันจะเตือนแกว่าหลังจากนี้อยู่ห่างๆ จากถังหย่าฉีหน่อย ถ้าฉันรู้ว่าแกวุ่นวายกับเธออีก ขาขาดแน่!”
ซ่งจื่อเซวียนถลึงตามองเถียนซวี่หยาง
เถียนซวี่หยางในตอนนี้สะบักสะบอมไปหมด ไม่ต้องพูดถึงเถียงเลย โดนเหลียงฮั่นหิ้วอยู่ก็ไม่กล้าดิ้นแล้ว
“ได้ยินไหม”
เถียนซวี่หยางพยักหน้าอย่างแรง
“ไสหัวไป!”
ขณะที่เหลียงฮั่นปล่อยมือ เถียนซวี่หยางก็ร่วงลงไปกองกับพื้น ไหนเลยจะยังสนใจว่าเจ็บหรือไม่ ผุดลุกขึ้นมาได้ก็วิ่งทันที
จากนั้น พวกตู้เหวินจงก็รีบหนี ไม่ว่าใครก็ไม่อยากอยู่เป็นเป้า
ซ่งจื่อเซวียนโทรหาถังหย่าฉีรายงานว่าปลอดภัยแล้ว พาทุกคนกลับสวนสวินเฟิงทันที
ไต้ทงใกล้ๆ ยิ้ม ซ่งจื่อเซวียน…ค่อนข้างมีความสามารถจริงๆ
ก่อนหน้านี้มีฟางรุ่ยอยู่ข้างกายคนเดียวก็สุดยอดแล้ว ตอนนี้มีเจ้าอ้วนมาอีกคน
อาศัยแค่จุดนี้ ใครจะกล้าแตะต้องตัวเขาที่เมืองตู้เหมินอีก
เรื่องนี้ไต้ทงไม่ได้ลงมือเลยตั้งแต่ต้นจนจบ เหตุผลง่ายมาก เพราะคนที่โดนรังแกไม่ใช่ถังหย่าฉี
ไม่อย่างนั้น คนที่ลงมือจะต้องเป็นเขาแน่นอน
กลับมาถึงสวนสวินเฟิง ซางเทียนซั่วเห็นพวกซ่งจื่อเซวียนเดินเข้ามา พูดว่า “หืม อาจารย์มาสายขนาดนี้เชียวเหรอ แถมยังมาด้วยกันอีกนะ”
เห็นได้ชัดว่าซางเทียนซั่วเพิ่งมา ซ่งจื่อเซวียนก็ยิ้ม “ไม่มีอะไร ออกไปจัดการปัญหานิดหน่อยน่ะ เทียนซั่ว เริ่มเตรียมของเถอะ”
“รับทราบอาจารย์”
ช่วงนี้งานของซางเทียนซั่วก็คือเตรียมวัตถุดิบของน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสายให้ซ่งจื่อเซวียน พูดง่ายๆ ก็คือหั่นวัตถุดิบเป็นชิ้นๆ นั่นเอง
ซ่งจื่อเซวียนพบว่า ฝีมีดของซางเทียนซั่วที่หั่นออกมาดีกว่าตนเสียอีก เนื้อสัมผัสของน้ำแกงห้าสายจึงดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเล็กน้อย
ทักษะการทำอาหารยังเน้นที่เรื่องพื้นฐานจริงๆ จุดไหนแย่ก็ใช้ไม่ได้เลย…
ตอนมื้อเที่ยง ซ่งจื่อเซวียนทำน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสายไปสี่ที่ นี่ก็นับว่าเป็นระดับที่ปกติ
ไม่นับว่าเหนื่อยเท่าไร ทำออกมาได้อย่างรวดเร็ว
กลับห้องทำงาน ซ่งจื่อเซวียนเพิ่งจะอ่านสูตรอาหารได้ครู่หนึ่ง ก็ได้รับสายจากลู่ลี่จวิน
“จื่อเซวียน ตอนนี้นายอยู่ไหน”
“ผมอยู่ที่สวนสวินเฟิงครับท่านอธิบดีลู่ มีเรื่องอะไรเหรอครับ”
“เลขาถานวางแพลนเรียบร้อยแล้ว ตอนบ่ายเราจะไปที่บ้านของผู้นำเจ้ากัน”
“หา?” ซ่งจื่อเซวียนชะงัก ข่าวนี้ค่อนข้างกะทันหันจริงๆ เขายังเตรียมตัวไม่เสร็จเลย
ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่คนธรรมดา นั่นคือผู้นำเจ้า ผู้นำระดับสูงของเมืองตู้เหมินเชียวนะ…
ซ่งจื่อเซวียนดูนาฬิกา “ตอนนี้เลยเหรอครับ”
“ใช่ ตอนนี้ฉันจะไปหานาย รถของนายสะดุดตาเกินไป ไปรถฉันดีกว่า”
ซ่งจื่อเซวียนทำได้แค่พยักหน้า “ครับท่านอธิบดีลู่”
จากนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็ไม่ได้อ่านหนังสือสูตรอาหารต่อ เตรียมตัวสักเล็กน้อยแล้วไปรอที่หน้าประตู
ถึงอย่างไรลู่ลี่จวินก็เป็นคนระดับผู้นำ จะปล่อยให้เขารอตนไม่ได้
ดูเสื้อผ้าของตน ซ่งจื่อเซวียนก็พยักหน้า “โชคดีที่แม่ซักให้แล้ว ไม่อย่างนั้นใส่มอมแมมไปทั้งตัวก็ดูจะไม่เหมาะสมจริงๆ”
ถึงความจริงหานหรงจะเพิ่งซักเสื้อผ้าชุดนี้ให้เขา แต่ใส่มาหลายวัน เสื้อผ้าของเขาก็หดไปหมดแล้ว
แน่นอนว่าซ่งจื่อเซวียนไม่ได้สนใจ แค่ตัวไม่เหนียว ก็หาได้ยากมากแล้ว
ไม่นานนัก รถของลู่ลี่จวินก็มาถึงหน้าร้านสวนสวินเฟิง ซ่งจื่อเซวียนเข้าไปนั่งที่นั่งข้างคนขับ
ที่เขาไม่ได้นั่งที่ด้านหลังเพราะเขาพบว่าวันนี้ลู่ลี่จวินขับรถมาเอง ไม่ได้ให้คนขับรถขับมา
ถึงอย่างไรก็ไปบ้านของผู้นำระดับสูง ถ้ายังจะพาคนขับรถไปอีก นี่ไม่เท่ากับว่าทำตัวโอ้อวดเหรอ
ซ่งจื่อเซวียนจึงไม่ได้ไปนั่งที่ด้านหลัง เพราะเขาจะปล่อยให้ลู่ลี่จวินเป็นคนขับรถ ส่วนตนนั่งอยู่ด้านหลังเหมือนผู้นำไม่ได้
นั่งอยู่ด้านหน้ากันหมด ก็เหมือนกับเป็นเพื่อนกัน แบบนี้ค่อยดีหน่อย
“จื่อเซวียน วันนี้นายต้องผ่อนคลายหน่อยนะ ดูอาการของลูกสาวผู้นำดีๆ”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “วางใจเถอะครับท่านอธิบดีลู่ ผมทำได้”
“อืม เลขาถานเกริ่นๆ ไว้ให้แล้ว พอท่านผู้นำรู้ว่ามีคนอยากลองดูก็ดีใจมาก ยังไงก็ดีกว่าไม่มีใครมารักษา เพราะงั้นนายอย่ากดดันไปนะ”
“เหอะๆ คุณพูดแบบนี้ผมก็วางใจ”
…
มหาวิทยาลัยหนานกวน ประตูทางตะวันตก
ตู้เหวินจงในรถยี่ห้อแลนด์โรเวอร์ที่จอดตรงข้างทางหอบหายใจอย่างกรุ่นโกรธ
ตอนนี้ใบหน้าของเขาไม่ได้สง่างามอย่างคุณชายตู้ก่อนหน้านี้ หน้าผาก โหนกแก้มและคางมีแต่รอยถลอก
ในรอยแผลยังมีเศษดินเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ายังไม่ได้ทำความสะอาดแผล
ส่วนเถียนซวี่หยางที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับก็สะบักสะบอม ศีรษะยังพันด้วยผ้าก๊อซอยู่ มุมปากมีรอยฟกช้ำ คราบเลือดยังไม่เช็ด แห้งกรังอยู่ที่มุมปาก
“แม่งเอ๊ย ข้ายังไม่เคยรู้สึกโกรธขนาดนี้เลย เถียนซวี่หยาง ตกลงแกแม่งไปยุ่งกับใครวะเนี่ย”
“ฉัน…ฉันก็ไม่รู้ คุณชายตู้ แฟนของถังหย่าฉีคนนี้ไม่ธรรมดา บอดี้การ์ดนั่นก็แข็งแกร่งมาก” เถียนซวี่หยางพูด
“แต่ว่า…”
“แต่ฉันกลับคิดว่า ผู้ชายคนนั้นหน้าคุ้นๆ อยู่นะ…” ตู้เหวินจงหรี่ตาลงเล็กน้อย
“คุ้นๆ เหรอ ไม่มีทางหรอก เขาไม่ใช่นักศึกษามหา’ลัยเราแน่นอน”
ตู้เหวินจงครุ่นคิด จู่ๆ ก็เบิกตากว้าง “เชี่ย นึกออกแล้ว!”
“หา?”
คนในรถมองมาทางตู้เหวินจง
“ใช่ ใช่แน่ๆ อาทิตย์ก่อนฉันไปสวนสวินเฟิงกับอารองของฉันครั้งหนึ่ง ไอ้หมอนั่น…ใช่ เขานั่นแหละ เป็นเชฟของสวนสวินเฟิง!”
“เชฟ?” เสียงของเถียนซวี่หยางเปลี่ยนไป
เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยอยากจะเชื่อ แม่ง นี่ตนโดนเชฟกระทืบเหรอเนี่ย
เชฟมีบอดี้การ์ดได้ด้วยเหรอวะ
“ฉันไม่มีทางจำผิดแน่ๆ แล้วผู้ชายที่ไม่ได้ลงมือด้านหลังเขาคนนั้นก็เป็นพนักงานที่สวนสวินเฟิง!”
เถียนซวี่หยางสับสน คุณชายตู้บ้าไปแล้วหรือเปล่า
สองคนนั้นคนหนึ่งเป็นเชฟ คนหนึ่งเป็นพนักงาน เท่ากับว่าวันนี้พวกพี่ๆ โดนร้านอาหารร้านหนึ่งกระทืบเหรอ
ถ้าแบบนี้ ช้างโง่ๆ ตัวนั้นเป็นคนเก็บค่าคุ้มครองร้านอาหารหรือไง
“คุณชายตู้ เป็นไม่ได้หรอกมั้ง พวกเขาขับเมอร์เซเดส-เบนซ์นะ” ลูกน้องที่นั่งอยู่ด้านหลังพูด
ตู้เหวินจงครุ่นคิด “ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก ฉันไม่มีทางจำผิดแน่ ใครจะไปรู้ว่าเขาไปยืมรถที่ไหนมา แม่ง แกล้งทำเป็นเจ๋งฉิบหาย”
เถียนซวี่หยางยังคงไม่เชื่อคำพูดของตู้เหวินจง แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็โมโหขนาดนี้ เขาไม่อยากซวย
“คุณชายตู้ งั้นทำยังไงดีล่ะ เราคงไม่ได้ไปหาเรื่องพวกเขาที่ร้านใช่ไหม”
ตู้เหวินจงได้ยินก็แค่นหัวเราะ “ทำไมจะไม่ล่ะ เพียงแต่…เรื่องพวกนี้ไม่ต้องให้พวกเราออกหน้าหรอก”
ตู้เหวินจงพูดพลางหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาใครบางคน
“พี่หลง ผมตู้เหวินจงนะ”
อีกฝ่ายส่งเสียงเกรงอกเกรงใจออกมาทันที “อ้อ ฮ่าๆ คุณชายตู้นี่เอง ทำไมคุณถึงมีเวลาโทรหาผมได้ล่ะครับเนี่ย”
“มีเรื่องให้ช่วยนิดหน่อย มหา’ลัยเรามีร้านอาหารสวนสวินเฟิงอยู่ร้านหนึ่งน่ะรู้จักไหม”
“รู้จัก รู้จักครับ เหมือนว่ากิจการดีไม่หยอกเลย หน้าร้านมีรถดีๆ มาจอดบ่อย” พี่หลงพูด
“อืม ช่วยไปพังให้ผมหน่อยสิ ไม่ต้องถามหาเหตุผล ไม่ต้องถามว่าเท่าไร ตู้เหวินจงอย่างผมไม่เคยเอาเปรียบใคร”
“เอ่อ…คลับเฮาส์นั่นยังเปิดอยู่ได้ เดาว่าน่าจะมีคนอยู่เบื้องหลังนะครับ คุณชายตู้ คุณว่า…”
ตู้เหวินจงขมวดคิ้วเล็กน้อย “พี่นี่พูดมากจริงนะ อย่างแรก เงินไม่ใช่ปัญหา อย่างที่สอง ต่อให้พวกเขามีคนอยู่เบื้องหลัง…พี่ก็น่าจะเข้าใจเบื้องหลังของผมนะ”
พี่หลงรู้อยู่แล้ว ตระกูลของตู้เหวินจงก็ไม่ได้เป็นตระกูลที่อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง พ่อของเขาก็เป็นนักเลงขาใหญ่ ตำแหน่งของอารองในวงการก็สูงยิ่งกว่า
ที่เมืองตู้เหมิน ต่อให้เป็นเสี่ยเจียงขาใหญ่แห่งหนานเฉิงยังต้องไว้หน้าพวกเขา
“ครับๆ คุณชายตู้ เรื่องนี้ผมรู้ ขอแค่คุณชายไม่เอาเปรียบพวกลูกน้อง ผมก็จะทำตามนั้น!”
“ได้ ตอนนี้ผมจะไปรอที่หน้าประตูหลักของมหา’ลัย จะดูพวกพี่พังร้านด้วยตัวเอง ถ้าทำไม่ได้ จะไม่ได้สักแดงเดียวนะ!”
พี่หลงหัวเราะ “ฮ่าๆๆ คุณชายตู้ล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย ให้เงินจะยังจัดการไม่ได้อีกเหรอ”
“วางละ!”
ตู้เหวินจงคร้านจะคุยไปเรื่อยเปื่อยอีก วางสายไปทั้งอย่างนั้น
จากนั้น เขาก็ขับรถตรงไปที่หน้าประตูมหาวิทยาลัยหนานกวน เห็นตำแหน่งอีกฝั่งของถนนได้พอดี
“โอเค รอดูละครสนุกกันเถอะ” ตู้เหวินจงพูดจบก็พิงกับเบาะ
ส่วนพวกเถียนซวี่หยางก็เริ่มรอคอย ถึงพวกเขาบางคนจะไม่เชื่อว่าคนที่จัดการพวกเขาจะเป็นเชฟสวนสวินเฟิงก็ตาม…
สำหรับเถียนซวี่หยาง นี่อาจจะเป็นวิธีระบายของคุณชายตู้ หาคนคนนั้นไม่เจอ ก็พังร้านอาหารเพื่อความสนุกเสียเลย
แต่ถึงจะเป็นแบบนี้ เถียนซวี่หยางอย่างเขาก็ยอมวางมือ อย่างไรเขาก็ไม่ได้มีความกล้าจะไปพังร้านอาหารจริงๆ
…………………………………………
……….