เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 374 ข้อความลึกลับ
ตอนที่ 374 ข้อความลึกลับ
…………….
ได้ยินประโยคนี้ ซ่งจื่อเซวียนไม่ค่อยเข้าใจ แต่พอลองคิดดู ก็ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรแล้ว
“ท่านอธิบดีลู่ครับ ความหมายของคุณคือ…เรื่องนี้อาจจะใช้วิธีอื่นแก้ไขปัญหาได้เหรอครับ”
ลู่ลี่จวินพูดยิ้มๆ “ความหมายก็คือแบบนั้น แต่ต้องทำอย่างฉลาด ถึงจะไม่รู้ว่าแก้ไขได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยก็ส่งผลที่น่ากลัวได้”
ซ่งจื่อเซวียนครุ่นคิด “เข้าใจแล้วครับ ผมจะหาวิธีจัดการเรื่องนี้ดูครับ”
“เหอะๆ มีบางเรื่องนายจัดการสะดวกมากว่าฉัน ส่วนเรื่องผิวเผินภายนอกปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง”
“วางใจได้ครับ ท่านอธิบดีลู่”
วางสายแล้ว ซ่งจื่อเซวียนก็ครุ่นคิดอย่างละเอียด
ความหมายของลู่ลี่จวินคืออยากให้ซ่งจื่อเซวียนใช้เส้นสายในสังคมของตัวเอง
และเส้นสายของสังคมนี้…ย่อมหมายถึงหาคนที่ในสังคม
ถึงแม้ต่งหมิงจะเป็นรองอธิบดีหน่วยงานควบคุมตลาดก็จริง แต่อย่างไรตำแหน่งของเขาก็ยังอยู่ในส่วนของข้าราชการ
หากใช้คนมีหน้ามีตาในสังคมมาข่มขู่เขา เขาก็ต้องรู้สึกกลัวเป็นธรรมดา
นึกถึงตรงนี้ ซ่งจื่อเซวียนจึงโทรหาเสี่ยเฉิงปา
อันที่จริงถึงแม้ตอนนี้เขาจะสามารถเรียกใช้หวงฟาได้ไม่มีปัญหา แต่เมื่อเทียบกันแล้ว ซ่งจื่อเซวียนรู้สึกว่าไปหาเสี่ยเฉิงปาเองสะดวกกว่า
อย่างไรสถานการณ์ในตอนนี้ เสี่ยเฉิงปาก็ไม่ต่างอะไรจากการเป็นลูกน้องของซ่งจื่อเซวียน
ปกติจะช่วยเขาดูแลคลับเฮาส์หลงตู ซึ่งก็คือคอยดูหน้างานนั่นเอง
ส่วนร้านอาหารร่ำรวย ซ่งจื่อเซวียนจะโอนเงินในสัดส่วนที่คงที่ให้อีกฝ่ายทุกเดือน บวกกับค่าคอมมิชชั่นของคลับเฮาส์หลงตู
จะว่าไปแล้ว ถือว่าซ่งจื่อเซวียนจ้างลูกน้องคนเก่งในเงินเดือนที่สูงมาก
“น้องชาย มีธุระอะไรเหรอ”
“แหะๆ เสี่ยปา ช่วงนี้คลับเฮาส์หลงตูโอเคไหมครับ” ซ่งจื่อเซวียนถามยิ้มๆ
“ฮ่าๆๆ เยี่ยมมาก น้องชายแกสุดยอดจริงๆ แกแค่ปั่นกระแส โรงอาบน้ำก็มีคนใช้เต็มทุกวัน ธุรกิจคาราโอเกะก็ได้รับความนิยมมากเหมือนกัน”
ซ่งจื่อเซวียนพลันยิ้ม ความจริงทุกอย่างล้วนเป็นไปตามการคาดการณ์ของเขา
โรงอาบน้ำได้รับความนิยม แต่ราคาก็ไม่ได้ถูกเลย ค่าตั๋วอาบน้ำรวมสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างคือสี่ร้อยหยวนต่อหนึ่งคน
แน่นอนว่า มีกิจกรรมข้างในให้เล่นสนุกอีกมากมาย ทั้งความบันเทิงสำหรับเด็ก บ่อตกปลาขนาดเล็ก การนวดต่างๆ บวกกับบุฟเฟต์แสนอร่อยอีกหนึ่งมื้อ
จากการพัฒนาของเศรษฐกิจ คนมีเงินในตู้เหมินตอนนี้เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ การบริโภคต่างๆ จึงยิ่งให้ความสำคัญต่อเรื่องระดับและคุณภาพ
เมื่อมีการบริการระดับสูง ถึงแม้ค่าบริการจะสูงขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังมีคนเข้ามาไม่น้อย
และในขณะเดียวกัน คาราโอเกะก็ถูกยกระดับขึ้นมาเช่นกัน
ราคาเดิมของค่าเหล้าเพิ่มเป็นสองเท่า ราคาของเจ้าหญิงช่วยเลือกเพลงก็เหมือนกัน ในขณะที่พวกสาวๆ สามารถทำเงินได้เยอะขึ้น ร้านก็จะหักค่าคอมมิชชั่นได้เยอะขึ้น ถือว่าเป็นรูปแบบที่ชนะกันทั้งสองฝ่าย
“กิจการดีก็ดีแล้ว อ้อใช่เสี่ยปา ผมมีเรื่องเล็กน้อยอยากให้คุณช่วยเหลือหน่อยครับ” ซ่งจื่อเซวียนกล่าว
“พูดอะไรแบบนั้นน้องชาย แกอยากให้ฉันทำงานนั่นคือคำสั่ง ช่วยเหลืออะไรกันเล่า”
“เหอะๆ เสี่ยปาใจกว้างจริงๆ!”
จากนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็เล่าเรื่องของต่งหมิงให้ฟัง แน่นอนว่า ไม่ได้พูดละเอียดมากเกินไป
อย่างไรการทำงานของคนอย่างเฉิงปา ไม่จำเป็นต้องพูดรายละเอียดกับเขาเยอะ พูดเยอะไปเขาก็จำไม่ได้
“เอาล่ะน้องชาย แบบนี้ไม่เรียกว่าเรื่องเล็กน้อยแล้ว ฉันจะเรียกเหลยจื่อให้พาลูกน้องมาสองสามคนมา แกใช้งานได้ตามสบาย”
“โอเคครับ งั้นก็ตามนี้นะครับเสี่ยปา ถึงตอนนั้นผมจะติดต่อกับเหลยจื่อโดยตรง”
หลังจากวางสาย ซ่งจื่อเซวียนก็ติดต่อหาเหลยจื่อ
บอกให้พวกเหลยจื่อไปรออยู่หน้าประตูหน่วยงานควบคุมตลาดตอนที่เจ้าหน้าที่ใกล้จะเลิกงาน ให้ตามต่งหมิงเดินทางกลับบ้านไป ต้องรู้ที่อยู่ของอีกฝ่ายให้แน่ชัดก่อนแล้วค่อยว่ากัน
ตอนบ่าย ซ่งจื่อเซวียนอยู่ในห้องครัวตลอด กำลังศึกษาว่าจะทำน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสายให้เป็นอาหารสำเร็จรูปได้อย่างไร
ถึงแม้เขาจะไม่ต้องอยู่ในวิทยาลัยอาหารตลอดเวลา สามารถกลับมาตู้เหมินได้เป็นบางครั้ง แต่ซ่งจื่อเซวียนคิดจะออกจากตำแหน่งนานแล้ว มิฉะนั้นจะเป็นปัญหาในภายหลัง
มีร้านอยู่มากมาย เขาไม่สามารถมาเฝ้าด้วยตัวเองได้ทุกร้าน และไม่สามารถทำอาหารด้วยตัวเองได้ทุกจาน
หลังจากทดลองหลายครั้งแล้ว ซ่งจื่อเซวียนรู้สึกว่าไม่สามารถซีลน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสายไว้ในถุงได้
เนื่องจากวัตถุดิบ น้ำแกงและยาจีนของน้ำแกงห้าสาย ไม่สามารถตุ๋นได้ในเวลาเดียวกัน
ดังนั้นถึงแม้จะซีลลงถุง ก็ต้องแยกน้ำแกงกับยาจีนเป็นอย่างละถุง
ตอนที่นำมาปรุง ให้ใช้น้ำแกงเคี่ยววัตถุดิบก่อน จากนั้นค่อยๆ ผสมยาจีนลงไป
แต่ถือว่ายากอยู่ไม่น้อย เพราะจุดยากสำหรับขั้นตอนการทำน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสายก็คือการตุ๋นยา
การตุ๋นยาต้องตุ๋นด้วยหม้อดินใบเดียว ตอนที่ต้องหลีกเลี่ยงกลิ่นยาแต่ยังคงต้องรักษาฤทธิ์ยาเอาไว้ ก็ควรจะเป็นตอนที่ซีลลงถุง
มิฉะนั้น หากฤทธิ์ยากระจาย แต่กลิ่นของยากระจายไปด้วย ก็ถือว่าเมนูนี้เป็นอันจบกัน
หลังจากคิดทุกอย่างชัดเจนแล้ว ซ่งจื่อเซวียนจึงเขียนวัตถุดิบ และสมุนไพรทั้งหมดที่ต้องใช้ในน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสาย ก่อนจะสั่งให้ฟางรุ่ยไปซื้อ
วัตถุดิบหาง่าย สามารถบอกให้เฉินซานหู่เตรียมไว้ให้ได้ ถึงแม้เขาจะทำธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทว่าก็มีช่องทางหาวัตถุดิบเหล่านี้ได้
โดยเฉพาะหูฉลาม เดิมทีก็ต้องสั่งจากฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่แล้ว เช่นนั้นจึงสะดวกยิ่งกว่า
ส่วนยาจีน ก็สั่งให้ฟางรุ่ยไปซื้อได้โดยตรง
ตลอดช่วงบ่าย พวกเขาได้ซื้อวัตถุดิบสำหรับทำน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสายนับร้อยชุดเรียบร้อยแล้ว
ฟางรุ่ยกับเหลียงฮั่นแทบจะไม่มีเวลาว่างเลย ทำตามคำสั่งของซ่งจื่อเซวียนทุกอย่าง เอาของมาไว้ที่อาคารสำนักงานจินหมิง
ห้องปฏิบัติการของซ่งจื่อเซวียน
อุปกรณ์ทำครัวภายในห้องทดลอง ซ่งอีหนานเป็นคนเตรียมให้ซ่งจื่อเซวียนเรียบร้อยแล้ว
แต่อุปกรณ์ที่ต้องการในครั้งนี้ใหญ่กว่าปกติ ซ่งจื่อเซวียนซื้อหม้อขนาดใหญ่มาหนึ่งใบ
หม้อมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งเมตรกว่า ได้ยินว่าเป็นขนาดที่ใช้ทำอาหารให้คนงานก่อสร้างโดยเฉพาะ หนึ่งหม้อสามารถเลี้ยงคนงานให้กินอิ่มได้ถึงสี่สิบห้าสิบคน
เหมือนกับข้าวผัดจักรพรรดิ ซ่งจื่อเซวียนไม่ขอความสมบูรณ์แบบ ขอแค่ไม่ส่งผลกระทบต่อรสชาติมากเกินไป ก็ถือว่าผ่านสำหรับทำเป็นอาหารสำเร็จรูปแล้ว
เขาแอบตัดสินใจ สองสามวันนี้นอกจากไปทำอาหารที่ร้านสวนสวินเฟิงตอนเย็นแล้ว เวลาอื่นจะไม่อยู่ห่างจากห้องปฏิบัติการเลย
เร่งทำเวลาทำหนึ่งร้อยชุดในครั้งเดียวเพื่อให้ซางเทียนซั่วเอาไปใช้ ขณะเดียวกันก็ต้องทำน้ำมันไว้สำหรับทำข้าวผัดจักรพรรดิโดยเฉพาะ เพื่อให้หลี่เหยียนเอาไปใช้งาน
ตอนเย็นวันเดียวกัน หลังจากซ่งจื่อเซวียนทำน้ำแกงห้าสายยี่สิบชุดแล้ว ก็มาที่ห้องปฏิบัติการทันทีโดยไม่รอให้ปิดร้าน
เห็นวัตถุดิบกองเป็นภูเขาขนาดเล็ก คนอื่นอาจจะรู้สึกปวดหัว แต่ซ่งจื่อเซวียนกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกตั้งตารอคอย
ในฐานะพ่อครัว การได้ปรุงอาหารคือความสุขอย่างหนึ่ง
ซ่งจื่อเซวียนพลันยิ้ม “ฉันดันเหมือนหลี่เหยียนมากขึ้นทุกวันแฮะ การทำอาหารชวนให้ตื่นเต้นได้จริงๆ”
ฟางรุ่ยที่อยู่ข้างๆ กลับส่ายหน้า “นายท่านรอง เยอะขนาดนี้…ต้องทำถึงเมื่อไรครับ”
“เหอะๆ ไม่เห็นหม้อใบใหญ่อันนี้เหรอ ใช้เวลาไม่นานหรอก”
ถึงแม้จะใช้เวลาไม่นาน แต่ก็เป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง
ซ่งจื่อเซวียนเคยใช้หม้อเล็กมาทำก่อน ทำอาหารสำเร็จรูปหนึ่งชุดเพื่อลองชิมรสชาติ หากวิธีนี้ไม่มีปัญหา ค่อยย้ายไปทำในหม้อใหญ่
อีกทั้งน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสายมีความพิถีพิถันด้านการเคี่ยวด้วยไฟอ่อน จึงค่อนข้างกินเวลาอยู่บ้าง
ใส่วัตถุดิบลงหม้อใหญ่ตามลำดับ รอให้สุกได้ครึ่งหนึ่งแล้วตักออกมาซีลปิดให้สนิท
มีเพียงทำแบบนี้เท่านั้น ถึงจะรับประกันได้ว่าวัตถุดิบจะไม่สุกและแข็งจนเกินไปในขณะที่ซางเทียนซั่วนำมาปรุงครั้งที่สอง
ซ่งจื่อเซวียนแทบจะนึกถึงทุกขั้นตอน นี่ก็คือความคุ้นชินของคนทำอาหาร จัดการรายละเอียดทุกขั้นตอน พยายามไม่ให้อาหารเกิดปัญหาแม้แต่นิดเดียว
จากนั้น จึงนำยาจีนมาซีลปิด และสุดท้ายก็คือน้ำแกง
หลังจากปิดสามถุงเรียบร้อยแล้ว ซ่งจื่อเซวียนไม่รีบที่จะผลิตออกมาต่อ แต่รอให้ถุงบรรจุที่ปิดสนิททั้งสามถุงเย็นลงก่อน
รอให้เย็นลงแล้ว เขาก็ทดลองกับหม้อใบเล็กก่อน
เปิดไฟแรงใส่น้ำแกง วัตถุดิบและยาจีนลงไปตามลำดับ จากนั้นเปลี่ยนเป็นไฟอ่อนแล้วค่อยๆ เคี่ยว
เวลาประมาณสามสี่นาที อาหารสำเร็จรูปน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสายหนึ่งชุดก็ออกมาจากหม้อ
กลิ่นหอมลอยฟุ้งไปทั่วห้องปฏิบัติการ เหลียงฮั่นกับฟางรุ่ยต่างมองไปที่น้ำแกงห้าสายชามนั้น
น้ำลายที่เหนียวข้นในช่องปากแทบจะไหลออกมา
เห็นสีหน้าของทั้งสองคน ซ่งจื่อเซวียนก็ยิ้มออกมา “มา กินข้าวเย็นกันเถอะ”
ทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ เหลียงฮั่นกับฟางรุ่ยก็วิ่งเข้ามาเหมือนกับวิ่งแข่งกัน
ฟางรุ่ยเคยลองชิมอาหารให้ซ่งจื่อเซวียนมาก่อน จึงย่อมรู้รสชาติที่อร่อยเลิศของน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสาย
ส่วนเหลียงฮั่นถึงแม้จะไม่เคยกินมาก่อน แต่ก็ยังตื่นตะลึงกับความหอมอร่อยนี้ เดิมทีก็หิวอยู่แล้ว พอได้กลิ่นหอมนี้เขาแทบจะเดินโยกเยกไปทั้งตัว
เห็นทั้งสองคนแย่งกันกิน ซ่งจื่อเซวียนจึงพูดยิ้มๆ ว่า “พอแล้ว อีกเดี๋ยวฉันจะพาพวกนายไปกินข้าว”
ประโยคนี้เหมือนไม่ได้พูดออกมาเลย น้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสายที่เพิ่งออกจากหม้อนี้ไม่ร้อนจนลวกปากแม้แต่น้อย ทั้งสองคนแย่งกันกินเต็มปากเต็มคำ
ต่อมา เหลียงฮั่นที่ได้เปรียบเรื่องรูปร่าง ก็บังอยู่ข้างหน้าฟางรุ่ย
เห็นเพียงเขากินน้ำแกงที่เหลือในชามจนหมดเกลี้ยง
“แม่ง แกอ้วนเหมือนหมูแล้ว ยังจะแย่งอีก!”
“ไร้สาระ ที่จริงเมื่อก่อนแกเคยชิมแล้วนี่ แต่ข้ายังไม่เคยลองเลย”
ซ่งจื่อเซวียนเอ่ยถาม “รสชาติเป็นยังไงบ้าง”
ทั้งสองคนชะงักไป สบตากันหนึ่งที รสชาตินั้นอร่อยแน่นอน แต่แย่งกันกินแบบนี้ ก็ลืมรสชาติไปแล้วจริงๆ
เห็นสีหน้าของทั้งสองคน ซ่งจื่อเซวียนก็ทำสีหน้าอึมครึม “ถ้าพูดไม่ได้ วันนี้พวกนายก็ไสหัวออกไปเลย!”
“เอ่อ…นายท่านรอง รสชาติเยี่ยมยอดมากครับ” เหลียงฮั่นรีบพูดทันที
ฟางรุ่ยก็พยักหน้าเหมือนกัน “ใช่ๆๆ นายท่านรอง ไม่มีใครเทียบได้เลย”
ซ่งจื่อเซวียนกลอกตาใส่พวกเขาอย่างแรง ไอ้สองคนนี้…
ไม่มีตัวเลือกอื่น ซ่งจื่อเซวียนจึงได้แต่ทำอีกหนึ่งรอบ ครั้งนี้ตักแยกใส่สองชามให้ทั้งสองคน เพื่อให้พวกเขาได้ชิม
ครั้งนี้ทั้งสองคนไม่ได้แย่งกัน และกินช้าลงด้วยเหมือนกัน
ฟางรุ่ยพยักหน้า “นายท่านรอง แยกไม่ออกเลยว่ามีอะไรเปลี่ยนไป เพราะนี่คือน้ำแกงห้าสายครับ”
ได้ยินดังนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็ยิ้มออกมา
ฟางรุ่ยไม่ใช่นักชิมอาหารอะไร แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ สามารถตอบสนองความอร่อยของพวกเขาได้ก็เพียงพอแล้ว
ส่วนรายละเอียดยิบย่อยในน้ำแกงห้าสาย อันที่จริงไม่จำเป็นต้องถามให้มากความ อย่างไรก็เป็นอาหารที่ผลิตในปริมาณมาก
จากนั้น ซ่งจื่อเซวียนจึงเริ่มทดลองใช้หม้อใบใหญ่
ใส่วัตถุดิบลงไปในหม้อ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนอย่างช้าๆ
ขั้นตอนนี้ ใช้เวลานานกว่าหม้อใบเล็ก เพราะการรับความร้อนของหม้อใบใหญ่ไม่เหมือนกัน ขั้นตอนทั้งหมดจึงช้าลง
และขั้นตอนนี้สำหรับซ่งจื่อเซวียนคงทำได้แค่รอ
ทว่าในเวลานี้เอง โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมา เป็นข้อความหนึ่งข้อความ
เห็นเบอร์แปลกนั้น บวกกับเนื้อหาในข้อความ ซ่งจื่อเซวียนกลับอึ้งไป
‘ต่งหมิงไปพบผู้นำหลี่ที่หอหงเยวี่ย’
ขณะเดียวกัน โทรศัพท์ของซ่งจื่อเซวียนก็ส่งเสียงดัง เหลยจื่อโทรเข้ามา
“นายท่านรอง ไอ้ต่งหมิงมันเจ้าเล่ห์มาก พวกเราสะกดรอยตามแล้วดันคลาดไป”
“คลาดไปงั้นเหรอ เกิดอะไรขึ้น” ซ่งจื่อเซวียนถาม
“เขาไปมาสามที่ และจะเปลี่ยนรถทุกครั้ง ครั้งสุดท้ายเข้าไปในร้านขายชา แล้วก็ไม่ออกมาอีกเลย คนของพวกเราเข้าไปหา บอกว่าไม่มีร่องรอยของเขาอยู่ในนั้นเลยด้วยซ้ำ”
ซ่งจื่อเซวียนหรี่ตาทั้งสองข้างเล็กน้อย หรือต่งหมิงรู้ว่าถูกสะกดรอยตามแล้ว
ไม่น่าจะใช่…
พวกเหลยจื่อล้วนเป็นยอดฝีมือ
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยว่า “เหลยจื่อ ไปที่หอหงเยวี่ย ขอแค่เห็นต่งหมิงออกมา คุณรู้นะว่าต้องทำยังไง”
“หอหงเยวี่ย โอเค นายท่านรอง เข้าใจแล้ว!”
หลังจากวางสาย ซ่งจื่อเซวียนก็ตกอยู่ในภวังค์…
ต่งหมิงอยู่ที่หอหงเยวี่ยจริงๆ เหรอ ถ้างั้นข้อความนี้…ใครเป็นคนส่งให้ฉัน
…………………………………………..
…………….