เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 403 ปรึกษาเรื่องสูตรอาหาร
ตอนที่ 403 ปรึกษาเรื่องสูตรอาหาร
……….
ที่จริงบางทีก็รู้สึกแบบนี้
ปกติตอนเธอมาติดเรา เราจะไม่สนใจ กระทั่งรำคาญด้วยซ้ำ
แต่จู่ๆ ก็ได้ข่าวว่าเธอเป็นแฟนคนอื่นไปแล้ว ดันรับไม่ไหวจริงๆ
ซางเทียนซั่วตอนนี้ก็เป็นแบบนี้
กับคนภายนอก เขากระทั่งไม่เคยยอมรับด้วยซ้ำว่าโต้วซานซานคือแฟนของตน
แต่การปรากฏตัวของเจ้าอีโจวกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนสวมเขา
ซางเทียนซั่วถลึงตาจนตาแดงก่ำ หนึ่งหมัดซัดไปทางเจ้าอีโจว
แต่ท่าทางเจ้าอีโจวสงบนิ่ง ไม่ร้อนรนแม้แต่น้อย เท้าหนึ่งถอยกลับไปครึ่งก้าว เบี่ยงกายหลบการโจมตี
ขณะเดียวกันเขาก็ยกมือขึ้นจับข้อมือของซางเทียนซั่วไว้
ซางเทียนซั่วง้างหมัดอีกครั้งถึงพบว่าความแข็งแกร่งของเจ้าอีโจวแทบจะทำให้เขาต้านทานไม่ได้เลย
ดึงข้อมือที่ถูกจับไว้ไม่ออก
เห็นดังนั้น ฟางรุ่ยก็ก้าวเท้าไปด้านหน้า จับมือของเจ้าอีโจวไว้
ตอนนี้เอง เจ้าอีโจวก็อึ้งไป
ก่อนหน้านี้เขาจับซางเทียนซั่วไว้ไม่ให้หลุดออกไปได้ แต่ตอนนี้กลับเป็นเขาเสียเอง
พละกำลังของฟางรุ่ยราวกับคีมเหล็ก ไม่ใช่แค่ดิ้นรนแล้วหลุดไปไม่ได้ ยังเจ็บจนน้ำตาคลอ คนธรรมดาก็ไม่อาจรับไหวได้เลย
“หยุด!”
ตอนนี้เองก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังมาจากบริเวณบันได
ซ่งจื่อเซวียนรีบวิ่งมา
“รุ่ยจื่อ เกิดอะไรขึ้น”
ไม่รอให้ฟางรุ่ยเปิดปาก ซางเทียนซั่วก็เหวี่ยงหมัดชกไปทางเจ้าอีโจวอีกครั้ง
ถึงมือจะถูกฟางรุ่ยจับไว้ แต่เจ้าโจวอีก็ย่อตัวลง หลบการโจมตีของซางเทียนซั่วอีกครั้ง
“แม่งเอ๊ยยายแกเหอะ ข้าจะฆ่าแก…”
“เทียนซั่ว! เหลียงฮั่น ดึงตัวเขาไว้!”
เหลียงฮั่นก้าวเข้ามา พอถูกรูปร่างใหญ่โตนั่นขวางไว้ ซางเทียนซั่วก็ลงมือไม่ได้
“อาจารย์ เขา…เขาแม่งสวมเขาผม!”
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินเช่นนั้นก็มึนงง สวมเขา…นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย…
“คุณคือ?” ซ่งจื่อเซวียนมองไปทางเจ้าอีโจวอีกครั้ง
เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าชายหนุ่มคนนี้ที่เมื่อครู่ดูท่าทางอ่อนโยนมาก ฝีไม้ลายมือจะคล่องแคล่วปราดเปรียว
“ผมชื่อเจ้าอีโจว แฟนของโต้วซานซาน ที่ผมมาหาซางเทียนซั่วครั้งนี้ก็เพราะอยาก…”
พูดยังไม่จบ ซ่งจื่อเซวียนก็อึ้งไป เขายกมือขึ้นห้ามไม่ให้เจ้าอีโจวพูดต่อ
“เดี๋ยวๆๆๆ…คุณบอกว่า…คุณเป็นแฟนใครนะ”
“โต้วซานซาน!”
ซ่งจื่อเซวียนเบิกตากว้างมองไปทางซางเทียนซั่ว เหมือนกับกำลังตั้งคำถาม ทำไมแฟนนายถึงกลายเป็นแฟนคนอื่นไปได้ล่ะ
“เชี่ยแม่งยังพูดอยู่อีก หมาเ*ดแม่แกสิ!”
ซางเทียนซั่วพูดพลางคิดจะต่อยอีกครั้ง แต่เหลียงฮั่นกดเอาไว้อยู่ มากสุดเขาก็เหมือนกับเต่าตัวน้อยโดนกดกระดองไว้
สองมือสองเท้าดิ้นไปมา ลุกขึ้นจากพื้นไม่ได้
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” ซ่งจื่อเซวียนพูดจบ ที่จริงเขาก็ไม่รู้ว่าคำถามนี้ควรถามใคร
แต่เจ้าอีโจวกลับเปิดปากพูด “ผมรู้จักกับโต้วซานซานมาได้ช่วงหนึ่งแล้ว ผมตามจีบเธอมาตลอด”
“ตามจีบ? เธอตอบตกลงแล้วเหรอ”
“คิดว่าใช่มั้งครับ ยังไงก็มีการตอบตกลงอย่างหนึ่งที่เรียกว่าการยอมรับกลายๆ” เจ้าอีโจวพูด
“ยอมรับกลายๆ กับแม่แกสิ เด็กเปรต แกไม่อายเลยใช่ไหมเนี่ย แย่งผู้หญิงข้าไปแล้วยังเชื่อจนถึงที่สุดขนาดนี้อีกเหรอ”
“ขอโทษด้วย เท่าที่ผมทราบมา ซานซานยังไม่ได้แต่งงาน ผมมีสิทธิ์ในการตามจีบเธอนะ”
“แก…”
ซางเทียนซั่วไม่ทันพูดจบ ซ่งจื่อเซวียนก็พูด “ความจริง…ที่เขาพูดก็ไม่ผิดหรอก”
“หา? อาจารย์ อยู่ฝั่งไหนเนี่ย…”
ซ่งจื่อเซวียนสูดลมหายใจลึก “เอาล่ะ พวกนายปล่อยตัวกันได้แล้ว อย่าเพิ่งลงไม้ลงมือกันก่อนสิ เราค่อยๆ พูดค่อยๆ จากัน โอเคไหม”
เจ้าอีโจวพยักหน้า ซางเทียนซั่วกลับแค่นเสียงเย็น “ฉันกับไอ้เวรนี่มีอะไรให้คุยกันดีๆ อีกหรือไง เดี๋ยวฉันจะลากโต้วซานซานมาตรวจสอบให้ชัดเจน!”
“ผมจะเตือนคุณนะ ตอนนี้โต้วซานซานเป็นแฟนผม ผมไม่อนุญาตให้คุณทำร้ายเธอ!”
เจ้าอีโจวก็หัวเสีย เริ่มสวมบทบาทเป็นผู้พิทักษ์ดอกไม้ทันที
“โอ้โห…โหๆๆ ยังบอกว่าเป็นแฟนแกอีก…ไม่อนุญาตให้ทำร้ายเรอะ ไอ้สัต* ขยะแขยงว่ะ ข้าอยากจะอ้วก แกสองคนเป็นเพื่อนสาวกันดีกว่า แกเหมือนตุ๊ดเลยไม่รู้เหรอ”
ซางเทียนซั่วร้องด่า
“เอาล่ะ พวกนายสองคนก็อย่าพูดแบบนี้เลย ตอนนี้ซานซานยังไม่ได้แต่งงาน เธอมีสิทธิ์เลือกด้วยตัวเธอเอง จุดนี้ไม่ผิด”
ซ่งจื่อเซวียนพูดจบ เจ้าอีโจวก็พยักหน้า ส่วนสีหน้าของซางเทียนซั่วก็มืดหม่นทันที
“แต่พวกนายสู้กันไปก็ไม่มีประโยชน์ ยังต้องถามซานซานด้วยว่าคิดเห็นยังไง ใช่ไหม”
ซางเทียนซั่วพยักหน้า “ผมก็จะโทรหาเธอตอนนี้ไง!
แม่งเอ๊ย ตัดสายฉัน เกิดอะไรขึ้นกันวะ…”
ซางเทียนซั่วพูดอย่างมึนงง
ส่วนเจ้าอีโจวก็แค่นหัวเราะ
“ตอนนี้ซานซานไม่อยากสนใจคุณไง เรื่องนี้คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอ”
ซางเทียนซั่วสีหน้าอึมครึม อยากจะโต้แย้ง แต่ความจริงก็อยู่ตรงหน้า
โกรธจะตายแล้วจริงๆ
เห็นท่าทางของซางเทียนซั่ว ซ่งจื่อเซวียนก็ไม่รู้จะพูดอะไร จึงเรียกทั้งสองคนมาที่ห้องทำงาน
สถานการณ์ตอนนี้ ที่สำคัญที่สุดก็คือการถามให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น
ใครๆ ก็รู้ว่าโต้วซานซานคือคนที่ถ้าไม่ใช่ซางเทียนซั่วก็จะไม่แต่งด้วย จู่ๆ เจ้าอีโจวคนนี้ก็โผล่มา ชวนให้ไม่เข้าใจจริงๆ
และที่สำคัญที่สุดคือเจ้าอีโจวเป็นนักเรียนของวิทยาลัยอาหาร ซึ่งเป็นที่ที่ซ่งจื่อเซวียนต้องไปรับตำแหน่งเร็วๆ นี้
พอเจ้าอีโจวพูดแบบนี้ถึงได้รู้ว่าที่ผ่านมาโต้วซานซานชอบซางเทียนซั่วนั้นไม่ผิดแน่
แต่ทุกครั้งที่ซางเทียนซั่วทำเป็นเก๊กก็ชวนให้รู้สึกเบื่อจริงๆ มักจะทำเป็นเหมือนโต้วซานซานเอาแต่ตามติด
แต่ตอนนี้ เจ้าอีโจวปรากฏตัวแล้ว ไม่ใช่แค่ช่วยโต้วซานซานวิจัยปรับปรุงพวกขนมหวาน ยังคอยดูแลทุกอย่างไม่ขาด
โดยเฉพาะตอนที่โต้วซานซานอยากจะระบายอะไร เจ้าอีโจวก็จะสวมบทบาทเป็นถังขยะให้ตลอด
แต่จุดนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็หวังให้โต้วซานซานไปได้ดีกับเจ้าอีโจวจากก้นบึ้งของจิตใจ
แต่อย่างไรซางเทียนซั่วก็เป็นลูกศิษย์ของตน ถ้ายังแก้ไขสถานการณ์ได้…เขาจะช่วยซางเทียนซั่วแน่นอน
“คุณบอกว่า…คุณเป็นนักเรียนที่วิทยาลัยอาหารเหรอ”
“ใช่ครับ เป็นนักเรียนใหม่ของปีนี้ อีกไม่กี่วันก็ต้องไปรายงานตัวแล้ว” เจ้าอีโจวพูด
เอ๊ะ บังเอิญจริง อีกไม่กี่วันตนก็จะไปรายงานตัวเหมือนกัน
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “ที่แท้คุณยังช่วยซานซานวิจัยขนมหวานด้วย เธอก็ร่วมงานกับผมมาตลอดเหมือนกัน”
“หืม คุณคือ…อาจารย์…ซ่ง?”
พรูด…
อาจารย์ซ่ง ซ่งจื่อเซวียนยังไม่ชินกับคำเรียกนี้จริงๆ เหมือนตนเป็นช่างซ่อมรถอย่างไรอย่างนั้น
“คุณรู้จักผมเหรอ”
“ใช่ครับ ซานซานเคยพูดว่าเธอต้องทำกราแตงให้อาจารย์ของเธอทุกวัน
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้าด้วยรอยยิ้มบางๆ ซานซานเด็กคนนี้ คำพูดคำจาทำให้รู้สึกสบายใจจริงๆ
“คุณเป็นอาจารย์ของซานซาน ก็เป็นอาจารย์ของผมด้วยเหมือนกัน”
เจ้าอีโจวประสานหมัดพูด
“อะไรนะ ฮ่าๆๆ แม่แกสิ นี่เป็นอาจารย์ของข้า โต้วซานซานเรียกตามข้า แกแม่งเป็นใครมาจากไหนถึงเรียกแบบนี้วะ”
ซางเทียนซั่วทนไม่ไหว ด่าออกมา
ได้ยินดังนั้น เจ้าอีโจวก็หน้าแดง ถ้าเรียกตามซางเทียนซั่วจริงๆ ก็น่าอาย…
ซ่งจื่อเซวียนกลับยิ้ม “เอาอย่างนี้แล้วกัน อีโจว ที่จริงผมคิดว่าคุณก็ไม่ได้ผิด ส่วนเทียนซั่ว…ก็เป็นแฟนโต้วซานซานจริงๆ
แต่ว่าคุณ ก็มีสิทธิ์ตามจีบเหมือนกัน”
พูดถึงตรงนี้ เจ้าอีโจวก็พยักหน้า “ใช่ครับ อาจารย์ซ่งพูดถูก”
“แค่กๆ…” ซ่งจื่อเซวียนไม่ชินกับคำเรียกนี้จริงๆ
“เพราะงั้น…ผมแนะนำว่าให้สู้กันอย่างยุติธรรม อีโจวเป็นนักเรียนใหม่ของวิทยาลัยอาหาร เทียนซั่ว นายก็ไปสมัครสอบได้นะ”
“จะไปสมัครสอบแม่งทำไมเล่า แม่งเอ๊ย!” ซางเทียนซั่วพูดโพล่งออกไป
ได้ยินดังนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็ถลึงตาใส่ซางเทียนซั่ว ไอ้หมอนี่ ทำไมแม้แต่อาจารย์ก็ด่าออกมาได้…
“ครั้งนี้วิทยาลัยอาหารรับคนเพิ่มทั้งบุคลากรและนักเรียน เทียนซั่ว นายไปก็ได้นะ!”
ได้ยินซ่งจื่อเซวียนเน้นย้ำ ซางเทียนซั่วก็กระอักกระอ่วนขึ้นมา “อ้อ…อ้อ…เมื่อไรล่ะ”
“อีกสองสามวันจะเปิดเทอม นักเรียนใหม่จะเข้าวิทยาลัยได้ ขณะเดียวกันก็จะเริ่มคัดเลือกนักเรียนเพิ่มเติมด้วย ไปลงทะเบียนสิ!”
ซางเทียนซั่วพยักหน้าทันที ตอนนี้น้ำเสียงของอาจารย์เป็นคำสั่ง
“แต่ว่าอาจารย์ แล้วน้ำแกงห้าสาย…”
“ให้พวกเจิ้งฮุยทำ นายก็ไปฝึกอบรมซะ!”
“ก็ได้…”
จากนั้น เจ้าอีโจวก็ออกไปจากสวนสวินเฟิง ความจริงเป้าหมายของเขาง่ายมาก ที่มาครั้งนี้ก็เพื่อพูดเรื่องพวกนี้กับซางเทียนซั่ว
ส่วนสู้กันอย่างยุติธรรมนั้นเขาไม่สนใจ ช่วงนี้ที่ได้อยู่กับโต้วซานซาน เขามั่นใจในการตามจีบของตนมาก
เพียงแต่ซางเทียนซั่วใกล้จะโมโหตายแล้วจริงๆ
ทำไมไอ้คนที่ไม่มีอะไรดีแบบนี้ถึงมาแย่งผู้หญิงกับตนกันล่ะ!
ส่วนสิ่งที่ทำให้ซางเทียนซั่วโกรธก็คือเขาคิดไม่ถึงว่าโต้วซานซานจะไม่รับสาย นี่ไม่ใช่การตบหน้าตนต่อหน้าธารกำนัลเหรอ
“อาจารย์ ผมต้องไป…สอบวิทยาลัยอาหารนั่นจริงๆ เหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “ที่จริงถ้าเจ้าอีโจวไม่มา ฉันก็ไม่คิดถึงจุดนี้หรอก เทียนซั่ว ที่จริงฝีมีดของนายดีที่สุดเลยนะ ฝึกปรือฝีมือทำอาหารอีกก็น่าจะได้
แถมได้รับประกาศนียบัตรจากวิทยาลัยอาหารออกมาก็เหมือนกับเป็นเงินเป็นทอง ต่อให้ฐานะทางบ้านของนายจะร่ำรวย แต่มีใบรับรองแบบนี้อยู่ในมือก็ช่วยส่งเสริมนะ
ติดตามฉัน นายอาจจะไม่ได้เรียนอะไรมากนัก แต่เข้าวิทยาลัย เราจะวิจัยด้วยกันได้”
ได้ยินดังนั้น ซางเทียนซั่วก็ลุกขึ้นพูด “ไม่ อาจารย์ ผมก็ได้เรียนอะไรจากอาจารย์มามากแล้ว แถมผมก็พอใจมากด้วย
แต่ถ้าอาจารย์อยากให้ผมเข้าวิทยาลัย งั้นผมก็จะเข้า!”
ได้ยินประโยคนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ ตบบ่าซางเทียนซั่วเบาๆ
ขณะที่กำลังพูดคุยกัน ฟางรุ่ยก็เปิดประตูเดินเข้ามา “นายท่านรอง เสี่ยหวังมาแล้วครับ บอกว่ามาหาคุณ”
“โอ้ ตาแก่นี่มาเช้าขนาดนี้เชียว อายุมากขนาดนี้ดื่มเหล้าแต่หัววันไม่ดีเลย!”
ซ่งจื่อเซวียนพูดยิ้มๆ พลางเดินลงไปทันที
เห็นเพียงตอนนี้หวังเฉิงยงกำลังนั่งตรงที่นั่งที่หนึ่ง ถอดรองเท้าผ้าออกและกำลังถูนิ้วเท้าไปมา
พนักงานผู้หญิงข้างๆ มีสีหน้ารังเกียจ ตอนที่เดินผ่านก็พยายามอ้อมเล็กน้อย
“ตาแก่หวัง วันนี้มาเช้าเชียวนะครับ”
“ทำไมล่ะ ไม่ต้อนรับฉันหรือไง เอากระทะเอาตะหลิวฉันไป…หนี้เหล้าสองสามมื้อของนายเมื่อไรจะคืน”
หวังเฉิงยงหน้าเมินเฉย ราวกับว่ามาทวงหนี้
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม “พอเลย คุณอย่ามาพูดมั่วๆ สิ คุณมาเมื่อไรก็ได้เมื่อนั้นนั่นแหละ”
“ข้าไม่สนใจหรอก ข้าจะดื่มเหล้าก็ต้องมีคนดื่มเป็นเพื่อน เมื่อวานฉันมา นายไม่อยู่ เด็กสาวคนนั้นเอามาให้ฉัน ฉันก็ไม่ได้กินเลย!”
ซ่งจื่อเซวียนรู้อยู่แล้วว่าเด็กสาวที่ว่านั่นก็คือถังหย่าฉี แต่ตาแก่นี่ดื้อจริง ไม่มีตนก็ไม่ดื่มเหล้า
“เอาล่ะ ผมจัดโต๊ะไว้โต๊ะหนึ่ง เราก็กินเป็นมื้อเที่ยงแล้วกัน”
หวังเฉิงยงถึงยิ้มออก “ต้องอย่างนั้นสิ จัดเลย!”
“ไปกันเลย!”
ทั้งสองเข้าไปในห้องส่วนตัว ซ่งจื่อเซวียนรู้จักหวังเฉิงยงดี จึงไม่ได้ทำอาหารอะไรมากมาย แค่ให้ห้องครัวจัดออเดิร์ฟเย็นสองสามอย่าง
หวังเฉิงยงไม่เรื่องมากอยู่แล้ว
คนที่ดื่มสุราแท้จริงไม่เลือกอาหาร เลือกแค่สองอย่างคือ ดื่มสุราอะไรและดื่มกับใคร!
“ไอ้หนู วันนี้ที่ฉันมา หนึ่งก็คือมาดื่มเหล้ากับนาย สองคืออยากจะมาปรึกษาเรื่องสูตรอาหารกับนาย!”
“หืม” ได้ยินเช่นนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็สนใจขึ้นมาทันที
…………………………………………..
……….