เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 447 ตามฉันไปที่วิทยาเขตตะวันตก!
ตอนที่ 447 ตามฉันไปที่วิทยาเขตตะวันตก!
………………..
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็อึ้งไปเล็กน้อย
เขาได้ทำเรื่องต่างๆ มากมายในตู้เหมินตลอดสองปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันยังเผชิญกับความขัดแย้งมาไม่น้อย
โดยเฉพาะในตอนที่เคอซานให้รุ่ยจื่อมาลอบฆ่าเขา และการยับยั้งความเป็นความตายจากนายท่านงูและตู้อวิ๋นเลี่ยง
นี่เป็นเหมือนการข้ามเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตาย
ตอนนี้เขาถูกนักเรียนคนหนึ่งบอกว่าเขาไม่มีคุณสมบัติที่จะให้นักเรียนคนนั้นลงมือ…ช่างน่าขันจริงๆ
“คุณสมบัติเหรอ เหอะๆ เฉิงฮ่าว นายคิดว่า…ใครมีคุณสมบัติพอที่จะให้นายลงมือล่ะ”
เฉิงฮ่าวเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ผมไม่เคยคิดมาก่อน แต่อย่างน้อยคุณก็ยังไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นอาจารย์ของผม”
พูดจบ เฉิงฮ่าวก็หยิบแก้วไวน์แล้วเดินไปนั่งที่โซฟา
เห็นได้ว่ากิริยาของเฉิงฮ่าวเกียจคร้านมาก
ซ่งจื่อเซวียนไม่รู้ว่าเขาเป็นแบบนี้อยู่แล้ว หรือ…เขาเป็นแบบนี้หลังจากพ่ายแพ้ในครั้งนั้น
หากเป็นอย่างแรก ก็สามารถอธิบายได้ว่าเป็นความเกียจคร้านของผู้มีพรสวรรค์
เพราะคนที่มีพรสวรรค์ส่วนใหญ่จะเฉลียวฉลาดมาก แต่โดยทั่วไปคนประเภทนี้จะเกียจคร้าน
นี่ดูเหมือนจะเป็นกฎที่กำหนดไว้ พรสวรรค์และความขยันจะมีพร้อมกันไม่ได้ แต่เมื่อเปรียบเทียบแล้ว… พรสวรรค์สำคัญมากกว่า
แต่หากเป็นอย่างหลัง ซ่งจื่อเซวียนอยากเปลี่ยนไอ้หมอนี่ให้มีพฤติกรรมกลับไปเป็นเหมือนในตอนนั้น
“เหอะๆ เฉิงฮ่าว ฉันไม่รู้ว่าทำไมนายถึงหลีกเลี่ยง การแข่งขันกับซุนจิ้งเสียงในตอนนั้น…นายลืมมันได้ยากใช่ไหม”
เฉิงฮ่าวเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อได้ยินซ่งจื่อเซวียนเอ่ยถึงเรื่องนี้อีกครั้ง
เขาดื่มไวน์ในแก้วแล้วพูดว่า “คุณไปได้แล้ว อาจารย์ซ่ง จำไว้ว่าคุณเป็นอาจารย์ประจำชั้นห้องหกได้ แต่คราวหน้าอย่ามาห้องผมอีก”
ซ่งจื่อเซวียนเมินเฉยและลุกขึ้นพูดว่า “งั้นบอกมาหน่อยว่าหลังจากนี้นายคิดจะทำอะไร”
“อยากเป็นเหมือนคนอื่นๆ ในห้องหกที่รอสี่ปี หรือไม่ก็ไสหัวออกไปกลางคันแล้วกลับบ้านล่ะมั้ง”
เหอะๆ อย่าบอกนะว่านายอยู่ที่วิทยาลัยก็เพื่อประหยัดค่าเช่าห้อง”
“พอสักที!”
จู่ๆ เฉิงฮ่าวก็ตะโกนแล้วโยนแก้วไวน์ในมือลงบนพื้น
เกิดเสียงดังเพล้ง แก้วแตกกระจัดกระจาย
ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะ
ซ่งจื่อเซวียนมองเฉิงฮ่าวที่ฉุนเฉียวกะทันหัน แอบรู้สึกมั่นใจขึ้นมา
อย่างน้อย…หัวใจของเขายังไม่ตายสนิท
ในขณะนี้ที่เขาถูกซ่งจื่อเซวียนเหน็บแนม เขายังปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองและเกียรติของผู้ชายคนหนึ่งไว้
“ทำไมล่ะ เฉิงฮ่าว ฉันจะบอกนายว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนายไม่ต้องไปเรียนแล้ว”
“ผมก็ไม่คิดจะไปอยู่แล้ว!” เฉิงฮ่าวพูดอย่างจริงจัง
“ที่ฉันพูดคือ…การเช็กชื่อของห้องหกจะมีต่อไป แต่จะไม่มีนายอีกต่อไป นายไม่จำเป็นต้องเข้าเรียน”
ซ่งจื่อเซวียนกล่าวต่อ “ถ้าถึงเวลาที่กำหนด ฉันจะไปยื่นเรื่องไล่นายออก แล้วนายก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป”
“คุณ…”
เฉิงฮ่าวเบิกตากว้างจ้องมองซ่งจื่อเซวียน
ตั้งแต่การแข่งขันครั้งที่แล้ว เฉิงฮ่าวแทบไม่ได้เข้าเรียนเลย
ข้อแรกเขาไม่คิดว่าอาจารย์เหล่านั้นมีคุณสมบัติที่จะสอนเขาได้ ข้อที่สองเขาไม่คิดที่จะเข้าไปเรียนอีก
แต่ไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านกับอาจารย์หรือจะเป็นอาการซึมเศร้าเรื้อรัง ก็ไม่มีใครคิดจะไล่เขาออกมาก่อน
จู่ๆ ซ่งจื่อเซวียนก็พูดแบบนี้ เขาจึงไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรอยู่พักหนึ่ง
เขาชอบทำอาหารและฝีมือการทำครัว เขาเคยฝันอยากจะเป็นเชฟระดับแนวหน้า
แม้ว่าเขาจะไม่ได้เข้าเรียนหรือเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ แต่เขาก็ยังสบายใจที่ได้ใช้ชีวิตในวิทยาลัยอาหาร
ในเวลานี้ซ่งจื่อเซวียนไม่ได้ร้อนใจ ดูเหมือนว่าคำพูดของเขาจะได้ผล ไอ้หมอนี่โดนสะกิดใจแล้ว
เขาเชื่อว่าเฉิงฮ่าวคงไม่ยอมออกจากวิทยาลัยอาหาร
นี่คือความแตกต่างระหว่างเขากับคนอื่นๆ ในห้องหก
“แค่นี้แหละ เรื่องอื่นนายก็ไตร่ตรองเองเถอะ”
พูดจบ ซ่งจื่อเซวียนก็หันหลังจากไป
เฉิงฮ่าวนั่งอยู่คนเดียวบนโซฟาและไม่ขยับตัวเป็นเวลานาน
เมื่อบุหรี่ในมือมอดแล้ว เขาก็โยนทิ้งลงบนพื้น
เขาจ้องมองตรงไปข้างหน้าอย่างครุ่นคิด แต่ในหัวของเขากลับว่างเปล่า
จากไป…เขาทนไม่ได้ที่จะจากไป เขานึกภาพชีวิตหลังจากออกจากวิทยาลัยไม่ออกเลย
อยู่ต่อ…มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ อาจารย์ใหม่คนนี้ไม่ใช่คนที่มีความสามารถในช่วงแรกเท่านั้น
นี่มันเป็นอิทธิฤทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ชัดๆ การแสดงอำนาจนี้…ทำให้เขารับมือไม่ทัน
คาบเรียนตอนบ่าย ซ่งจื่อเซวียนซึ่งเป็นอาจารย์ประจำชั้นกำลังเช็กชื่อก่อนเรียน
คราวนี้นอกจากเฉิงฮ่าว ทุกคนมาครบ!
ดูเหมือนว่าการเช็กชื่อจะได้ผลมาก เด็กเหล่านี้ไม่สนใจเรื่องเกรดและคะแนน แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่อยากโดนปรับและไม่อยากถูกลงโทษให้วิ่งรอบสนาม
และหลังจากฟางรุ่ยจัดการข่งเซ่าหลงไปก็ไม่มีใครอยากทะเลาะวิวาทอีก
ส่วนเฉิงฮ่าวนั้น…ซ่งจื่อเซวียนได้ขีดฆ่าเขาออกจากรายชื่อแล้ว
อย่างที่เขาพูด การเช็กชื่อจึงไม่มีชื่อของเฉิงฮ่าว
ในคืนนั้นนักเรียนห้องหกทุกคนปรากฏตัวที่โรงอาหารนักเรียนอย่างหาได้ยาก
ต้องบอกว่านี่เป็นฉากที่พบเห็นได้น้อยมาก
เหตุผลเดียวคือ…ไม่มีใครกล้าออกจากประตูวิทยาลัยโดยไม่ได้รับอนุญาต
นักเรียนที่รวยไม่กลัวการทำโทษ แต่กลัวการวิ่งรอบสนาม นักเรียนที่ยากจนกลัวค่าปรับ และกลัวการวิ่งด้วย ใครจะกล้าออกไปข้างนอกกัน
ข่งเซ่าหลง เฉินเจี๋ยและตู้หมิงเตรียมอาหารแล้วหาโต๊ะทานข้าว
ตู้หมิงพูด “ไม่ได้กินข้าวโรงอาหารนานแล้ว แม่งน่าสนใจจริงๆ คราวนี้ถือว่าอาจารย์ซ่งเปลี่ยนห้องหกจริงๆ”
“เปลี่ยนอะไรกัน ก็แค่เข้าเรียนไม่ใช่เหรอ ข้าก็ใช้ชีวิตไปวันๆ เหมือนเดิม” ข่งเซ่าหลงกล่าว
“เอาน่าเซ่าหลง พูดความจริงหน่อยสิ ถ้านายไม่อยากโดนซัดอีก”
เฉินเจี๋ยที่อยู่ข้างๆ พูดด้วยรอยยิ้ม
ข่งเซ่าหลงนิ่งเงียบ แน่นอนว่าการโจมตีของฟางรุ่ยครั้งนั้นยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาตอนนี้
แม้ว่าจะไม่บาดเจ็บรุนแรง แต่ก็เป็นเพราะฟางรุ่ยใช้เท้าป้องกันท้ายทอยของเขาไว้
ถ้ามีครั้งต่อไป…เกรงว่าจะไม่มีการป้องกันแบบนี้แล้ว
ขณะที่ทั้งสามคนกำลังทานข้าวอยู่ก็มีนักเรียนสี่คนเดินเข้ามา ทั้งสี่คนมองดูสามคนนี้และขมวดคิ้วเล็กน้อย
ในแววตาแสดงความไม่พอใจ
“ไอ้หนู แกนั่งผิดที่แล้ว ตรงนี้คือที่ของเรา”
ชายร่างสูงที่เป็นหัวโจกเอ่ยขึ้น
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ข่งเซ่าหลงก็เงยหน้าและลุกขึ้นยืนทันที
“ทำไมตรงนี้ถึงเป็นที่พวกนายล่ะ”
ชายร่างสูงยักไหล่และแสยะยิ้ม “ไม่คุ้นหน้าแฮะ มาจากวิทยาเขตตะวันออกเหรอ”
“มาจากวิทยาเขตตะวันออกแล้วทำไม แม่งเอ๊ย วันนี้ข้าจะนั่งตรงนี้!”
ข่งเซ่าหลงทุบโต๊ะอย่างเกรี้ยวกราด
ชายร่างสูงพยักหน้า “ได้ อวดดีนัก พวกเราไม่ต้องกินข้าวแล้วโว้ย ซัดหน้าไอ้พวกเขตตะวันออกกัน!”
เมื่อชายร่างสูงพูดจบ สามคนที่อยู่ข้างเขาก็ขว้างจานสแตนเลสใส่พวกข่งเซ่าหลงทั้งสามคน
ข่งเซ่าหลงคว้าจานข้าวที่อยู่ตรงหน้าเขาแล้วโยนออกไป จากนั้นก็ยกเท้าเตะชายร่างสูงคนนั้น
ชายร่างสูงก็ไม่ได้อ่อนแอสักนิด แม้ว่าเขาจะโดนเตะ แต่ก็ลุกขึ้นแล้วเหวี่ยงหมัดออกไป
ทั้งเจ็ดคนชกต่อยกันอย่างชุลมุนอยู่พักหนึ่ง
นักเรียนที่อยู่รอบๆ ก็รีบล้อมวงเข้ามา
นิสัยชอบชมความวุ่นวายไม่แบ่งแยกวิทยาเขตและสถานะ
หลายคนก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องนี้
“แม่เจ้า เริ่มตีกันแล้ว ใครกันเนี่ย”
“เจ้าจัวจากห้องสามวิทยาเขตตะวันตก เธอไม่รู้จักเขาเหรอ”
“ฉันรู้น่า เจ้าจัว ครั้งนี้พวกเขามีโอกาสสอบเข้าได้ปกติอยู่แล้ว แต่…อีกฝ่ายนั่นใคร ไม่เคยเห็นมาก่อน”
“อืม ฉันว่าไม่คุ้นหน้า มาจากวิทยาเขตตะวันออกเหรอ ไม่ใช่สิ ถ้ามาจากวิทยาเขตตะวันออก เราก็ต้องเคยเห็นตอนกำลังกินข้าวสิ”
“ถูกต้อง ถึงจะไม่รู้จักเด็กจากวิทยาเขตตะวันออก แต่ก็ต้องคุ้นหน้า”
เด็กส่วนใหญ่ในวิทยาเขตตะวันตกยังไม่รู้จักพวกข่งเซ่าหลง แต่เด็กในวิทยาเขตตะวันออกนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ห้องหกสามารถกล่าวได้ว่าแข็งแกร่งที่สุดในวิทยาเขตตะวันออก นักเรียนจากห้องอื่น…น้อยมากที่จะไปแหย่พวกเขา
“ให้ตายเถอะ นั่นคือพวกข่งเซ่าหลงไม่ใช่เหรอ”
“ใช่แล้วๆ พวกเขาไปสู้กับพวกวิทยาเขตตะวันตกได้ยังไงกัน ให้ตาย ได้ดูหนังแล้ว”
“แต่ที่ฉันงงกว่าคือ…ทำไมพวกเขามากินข้าวที่โรงอาหาร ปกติพวกเขาออกไปนอกวิทยาลัยไม่ใช่เหรอ”
ทั้งเจ็ดคนสู้กันสามถึงสี่นาที อย่างไรพวกเขาก็ไม่ใช่นักสู้มืออาชีพ จึงเหนื่อยหอบอย่างรวดเร็ว
ถึงจะเป็นอย่างนั้น ข่งเซ่าหลงและเจ้าจัวก็ยังยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่
“ไอ้สวะ แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร เชื่อไหมว่าฉันไปยุบห้องของพวกแกที่วิทยาเขตตะวันตกได้ด้วยซ้ำ”
ข่งเซ่าหลงกัดฟันพูด
ข่งเซ่าหลงเหวี่ยงหมัดต่อยหน้าเจ้าจัว ตามมาด้วยลูกถีบอีกครั้ง
แต่สุดท้ายก็เป็นการสู้สามต่อสี่ และฝ่ายของเฉินเจี๋ยก็ถูกอีกฝ่ายจัดการหมดแล้ว นักเรียนห้องสามจากวิทยาเขตตะวันตกก็รีบเข้ามาช่วย
เขาจับข่งเซ่าหลงไว้ เมื่อเจ้าจัวเห็นก็ลุกขึ้นและก้าวไปข้างหน้า จากนั้นก็ต่อยหน้าข่งเซ่าหลงด้วยหมัดทั้งซ้ายและขวา
ข่งเซ่าหลงสับสนทันที ดวงตาทั้งสองพร่ามัว และร่างกายสั่นเทา
เมื่อเห็นเช่นนี้ เจ้าจัวจึงไม่กล้าลงมือต่อ เพราะเขาก็เป็นนักเรียนและกลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้น
ชายที่จับเขาอยู่ก็ตกใจเมื่อเห็นแบบนี้จึงรีบปล่อยมือ ข่งเซ่าหลงโซเซและต้องจับโต๊ะอาหารไว้จึงจะทรงตัวยืนได้
ทันใดนั้นมีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาในโรงอาหารอย่างรวดเร็ว
ชายคนนั้นเห็นก็รีบพูดว่า “เจ้าจัว พวกนายมากินข้าวแล้วก่อเรื่องวุ่นวายอะไรกัน ไม่อยากจบหรือไง”
“ผม…อาจารย์หยาง เรา…เราเป็นคนเริ่มหาเรื่อง”
คนที่มาคือหยางจวิ้นเย่ อาจารย์ห้องสามจากวิทยาลัยตะวันตก
หยางจวิ้นเย่มองไปยังข่งเซ่าหลงที่เห็นได้ชัดว่าหมดสติไปแล้ว จากนั้นก็มองเฉินเจี๋ยที่นอนอยู่บนพื้น
“เร็วเข้า ไม่ต้องกินแล้ว พยุงคนของเราขึ้นมาแล้วรีบไป”
“อ๋อๆ ครับอาจารย์หยาง”
เจ้าจัวและอีกสองคนรีบช่วยพยุงนักเรียนที่ล้มลงข้างเขา และรีบเดินออกไปนอกโรงอาหารอย่างรวดเร็ว
หยางจวิ้นเย่เหลือบมองเด็กห้องหกแล้วหันหลังจากไป
ในเวลานี้ซ่งจื่อเซวียน ท่านเป้ยเล่อ ฟางรุ่ยและต้าเหมาเพิ่งทานข้าวเสร็จและกำลังเดินออกจากลิฟต์
เมื่อเดินผ่านโรงอาหารนักเรียนและเห็นคนมากมายกำลังมุงดู ท่านเป้ยเล่อจึงพูดว่า “เอ๊ะ เกิดเรื่องขึ้นที่โรงอาหารเหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนก็มองเข้าไป ไม่รู้ว่าทำไมในใจถึงรู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
วันนี้เป็นวันแรกที่ห้องหกไปกินข้าวที่โรงอาหารด้วยกัน ปกติเจ้าเด็กพวกนี้ไม่ค่อยซื่อสัตย์ ไม่มีทางที่…พวกเขาจะก่อเรื่องหรอกมั้ง
ขณะที่เขากำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตู้หมิงก็วิ่งเข้ามา
“อาจารย์ๆ เมื่อกี้มีเรื่องทะเลาะกัน”
“มีห้องของเราด้วยไหม” ซ่งจื่อเซวียนรีบถามอย่างรวดเร็ว
ตู้หมิงพยักหน้าด้วยความอึดอัด “มีครับ…เฉินเจี๋ยโดนต่อยจนหมดสติไป เซ่าหลงก็มึนไปด้วย ตอนนี้กำลังนั่งพักอยู่ครับ”
ซ่งจื่อเซวียนรีบสาวเท้าเข้าไปทันที
เขาเห็นข่งเซ่าหลงกำลังนั่งกุมหัว อาหารกระจัดกระจายอยู่บนพื้น และเฉินเจี๋ยที่นอนอยู่บนพื้น…
“อย่ามัวแต่ตกใจ เร็วเข้า รีบพาเฉินเจี๋ยไปห้องพยาบาล รุ่ยจื่อ มานี่เร็ว!”
“ครับนายท่านรอง!”
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ซ่งจื่อเซวียนโกรธมากจริงๆ
ราวกับเขารู้สึกแบบนี้เป็นครั้งแรก แม่งเอ๊ย แตะต้องนักเรียนของฉัน เรื่องนี้ไม่จบแน่!
ตู้หมิงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วท่านเป้ยเล่อก็พูดว่า “ให้ตายเถอะ หยางจวิ้นเย่นี่มันเห็นแก่ตัวจริงๆ”
ซ่งจื่อเซวียนเบิกตาโตพร้อมผ่อนลมหายใจหนักและกัดฟันพูดว่า “ตู้หมิง ตามฉันไปที่วิทยาเขตตะวันตก!”
………………………………………………..
………………..