เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 448 ข้ารับไว้เอง
ตอนที่ 448 ข้ารับไว้เอง
………………..
หลังจากที่ซ่งจื่อเซวียนพูดจบ ตู้หมิงก็ตกใจ
แม้ว่าพวกเขาจะก้าวร้าวในวิทยาเขตตะวันออกมาตลอด แต่ตั้งแต่เข้าวิทยาลัย…ก็ไม่เคยไปวิทยาเขตตะวันตกเลย
นอกจากนี้วิทยาเขตตะวันออกและตะวันตกก็ขัดแย้งกันอย่างต่อเนื่อง ปฏิกิริยาของอาจารย์ซ่ง…มากไปหน่อยจริงๆ
“อาจารย์ ไป…วิทยาเขตตะวันตกเหรอ”
“ทำไม ไม่กล้าเหรอ” ซ่งจื่อเซวียนถามอย่างเย็นชา
ท่านเป้ยเล่อที่อยู่ด้านข้างกล่าว “จื่อเซวียน นายคงไม่ได้ไปสู้กลับใช่ไหม วังเหว่ยบอกว่าวิทยาลัยตะวันออกและตะวันตกขัดแย้งกันเป็นเรื่องปกติ อาจารย์ไม่สะดวกที่จะยื่นมือเข้าไปยุ่ง”
ซ่งจื่อเซวียนหันหน้ามองท่านเป้ยเล่อทันที “นั่นมันพวกเขา แต่แตะต้องคนของผม…ไม่ได้หรอก!”
เมื่อได้ยินคำพูดที่หนักแน่นขนาดนี้ ตู้หมิงและข่งเซ่าหลงที่เพิ่งได้สติต่างก็ฮึกเหิมกันขึ้นมา
แม้ว่าพวกเขาจะคอยสร้างเรื่องเดือดร้อนจนอาจารย์คร้านจะยุ่งด้วย แต่จากใจของพวกเขาไม่เคยเจออาจารย์ที่เชื่อมั่นในตัวพวกเขาเลย
และซ่งจื่อเซวียน…ดูเหมือนจะทำให้พวกเขายกย่องในขณะนี้
อย่างน้อยเมื่อมองไปที่วิทยาเขตตะวันออกก็ยังไม่มีอาจารย์แบบนี้ รวมถึงหงเทียนเหว่ยด้วยเช่นกัน
“อาจารย์ ผมจะไปด้วย!”
ข่งเซ่าหลงยืนขึ้น
มองไปที่ข่งเซ่าหลง ซ่งจื่อเซวียนก็ถามว่า “นายไม่เป็นไรใช่ไหม”
“ไม่เป็นไรครับ วันนี้ไอ้หมาหมู่พวกนั้นมาแหย่เรา แล้วยังใช้คนที่มากกว่ามารุม!”
“อาจารย์ ผมก็จะไปด้วย!” ตู้หมิงกล่าว
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “ตามฉันมา!”
เมื่อพูดจบ ซ่งจื่อเซวียนก็เดินออกจากโรงอาหารตามมาด้วยตู้หมิงและข่งเซ่าหลง
ในสองปีนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเคยติดตามแค่เฉิงฮ่าวเท่านั้น ติดตามอาจารย์…ถือว่าเป็นครั้งแรก
“นายท่าน เราจะทำยังไงต่อ” ต้าเหมาถาม
ท่านเป้ยเล่อเหลือบมองต้าเหมา “จะทำอะไรได้อีกล่ะ รุ่ยจื่อไม่อยู่ด้วย ทำตามที่นายท่านรองของนายบอกเถอะ”
“เข้าใจแล้วครับนายท่าน!”
พูดจบ ต้าเหมาก็สาวเท้าวิ่งออกไป
ท่านเป้ยเล่อคลี่ยิ้มพร้อมกับบิดขี้เกียจแล้วกลับห้องไปนอน
เมื่อมีต้าเหมาตามไปด้วย เขาก็ไม่ต้องกังวล
ประตูของวิทยาเขตตะวันตกออกแบบเหมือนกับวิทยาเขตตะวันออกทุกอย่าง
การก่อสร้างในช่วงแรกไม่ได้คำนึงว่าจะมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างวิทยาเขตตะวันออกและตะวันตกอย่างทุกวันนี้
ดังนั้นทุกคนจึงได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน
แต่มีการตกแต่งไฟหลากสีประดับอยู่ที่ประตู ซึ่งเป็นการตกแต่งขึ้นในภายหลัง
นอกจากนี้ซุ้มขนาดใหญ่เหนือประตูก็สะอาดเอี่ยมอ่อง เห็นได้ว่ามีการทำความสะอาดบ่อยครั้ง
เมื่อเทียบกับวิทยาเขตตะวันตก ประตูของวิทยาเขตตะวันออกนั้นเก่ากว่าเล็กน้อย
“อาจารย์ มียามอยู่ด้วย เราเข้าไปไม่ได้ใช่ไหม”
ซ่งจื่อเซวียนเหลือบมองข่งเซ่าหลงโดยไม่ได้ใส่ใจ และเดินตรงไปข้างหน้า
“สวัสดีครับ ผมชื่อซ่งจื่อเซวียน เป็นอาจารย์จากวิทยาเขตตะวันออก มาเพื่อพูดคุยกับอาจารย์หยางจวิ้นเย่”
เมื่อยามได้ยินเช่นนี้ก็รีบเดินออกจากป้อมยามทันทีและมองซ่งจื่อเซวียน
“คุณเป็น…อาจารย์เหรอ ไม่เคยเห็นมาก่อนนะ”
“อาจารย์ใหม่ รีบเปิดประตูเถอะ” ซ่งจื่อเซวียนพูดด้วยสีหน้าเรื่อยเฉื่อย
“รอสักครู่นะครับ ผมขอโทรยืนยันกับอาจารย์หยางหน่อย”
ยามกำลังจะเดินกลับไปโทรศัพท์ที่ป้อมยาม แต่ซ่งจื่อเซวียนเดินตามไปข้างหน้าแล้วคว้าคอเสื้อของเขาไว้
โดยเฉพาะฟางรุ่ยที่สอนเขาเกี่ยวกับวิธียับยั้งคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็ว
บวกกับช่วงนี้ที่ร่างกายแข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาจึงนำวิธีเหล่านี้มาใช้อย่างเต็มที่
เป็นการลงมือซึ่งไร้ที่ติ และไม่ต้องเคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็น
เมื่อต้าเหมาเห็นก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง “นายท่านรอง ใช้ได้เลย ฝีมือว่องไวมาก!”
“ไปกันเถอะ”
พูดจบ ซ่งจื่อเซวียนก็กดปุ่มสีแดงในป้อมยาม จากนั้นประตูก็ค่อยๆ เปิดออก
เมื่อตู้หมิงและข่งเซ่าหลงเห็นฉากนี้ ในใจก็ยิ่งนับถือมากขึ้น แม้แต่เฉิงฮ่าวซึ่งเป็นหัวหน้าห้องของพวกเขา…ก็คงจะไม่กล้าขนาดนี้
นี่เป็นความปั่นป่วนครั้งใหญ่ของวิทยาเขตตะวันตก…
อาจารย์ซ่งเจ๋งเป้ง!
เมื่อเข้าไปในวิทยาเขตตะวันตก ซ่งจื่อเซวียนก็มองดูสภาพแวดล้อม โดยรวมแล้วดูเหมือนจะไม่ต่างกับวิทยาเขตตะวันออก
อย่างมากก็เพราะเหตุผลด้านพื้นที่ เส้นทางบางสายแตกต่างจากวิทยาเขตตะวันออก แต่ทิศทางทั่วไปก็คล้ายกัน
จากนั้นเขาก็เลือกเส้นทางที่อาจจะนำทางไปยังหอพักวิทยาเขตตะวันตก
ท้องฟ้าเริ่มมืดลง ไฟถนนทั้งสองทางก็เริ่มเปิด นักเรียนที่ผ่านไปมาบางคนกำลังมองไปที่พวกซ่งจื่อเซวียน
อย่างไรพวกเขาก็คือคนแปลกหน้าในวิทยาเขตตะวันตก
แน่นอนว่าใช้เวลาไม่นานทุกคนก็มาถึงหอพักนักเรียน
เมื่อเห็นว่าคนดูแลหอพักกำลังดูโทรทัศน์อย่างเพลิดเพลิน ซ่งจื่อเซวียนก็เดินเข้าไปโดยไม่พูดอะไร
เขาสุ่มถามคนเกี่ยวกับห้องพักของห้องสามวิทยาเขตตะวันตก และได้รู้ว่าอยู่ชั้นสอง ซ่งจื่อเซวียนจึงนำทุกคนไปจัดการพวกเขา
“เซ่าหลง ตู้หมิง นี่คือห้องพักของห้องสาม พวกนายเปิดประตูทีละคน ถ้าเจอไอ้เด็กเปรตที่ทำร้ายพวกนายก็ลงมือเลย!”
ตอนนี้ตู้หมิงและข่งเซ่าหลงมีท่าทางฮึกเหิม พวกเขาพยักหน้าทันทีและเริ่มผลักประตูห้องพัก
ไม่นานซ่งจื่อเซวียนก็ได้ยินเสียงพวกเขาจึงเดินเข้าไป
“ไอ้เชี่ย มาถึงที่นี่จริงๆ ด้วย แม่งเอ๊ย พวกแกไม่อยากกลับไปแล้วสินะ”
เจ้าจัวถลึงตาใส่
“เย็*แม่ ถ้าอาจารย์พวกแกไม่เข้ามา พวกแกจะกล้าหนีไหม”
ข่งเซ่าหลงพูดแล้วส่ายหน้า จากนั้นก็ยกกำปั้นขึ้นต่อยเจ้าจัว
แต่วินาทีต่อมา ข่งเซ่าหลงและตู้หมิงต่างก็ตกตะลึง
เจ้าจัวดึงท่อเหล็กขนาดห้าสิบถึงหกสิบเซนติเมตรออกมาจากหลังเตียง
ผิวของท่อเหล็กนับว่าเปราะบาง หากถูกกระแทกแรงๆ อาจจะเสียรูปทรงได้
ซ่งจื่อเซวียนแสยะยิ้ม สิ่งที่เขาเคยเผชิญมาแต่ก่อนคือปืนเชียวนะ ท่อเหล็กประเภทนี้…จิ๊บจ๊อย!
เขาก้าวไปข้างหน้า “ข่งเซ่าหลง ตู้หมิง เป็นอะไรไป กลัวเหรอ”
ทั้งสองหันไปมองซ่งจื่อเซวียน และรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเล็กน้อย ลูกพี่ เขามีอาวุธนะ
“ถ้ากลัวก็กลับไป อย่าให้ขายหน้าที่นี่ ถ้าไม่กลัวก็ลุยกับฉัน!”
ได้ยินเช่นนี้ เจ้าจัวก็ตกตะลึง “แม่งเอ๊ย แกเป็นใครวะ”
“ฉันเป็นใครน่ะเหรอ ไม่สำคัญ ฉันแค่อยากรู้ว่าปกติหยางจวิ้นเย่สอนพวกนายยังไงถึงหยิ่งผยองแบบนี้!”
“บ้าเอ๊ย ไม่ใช่เรื่องของแก!”
ซ่งจื่อเซวียนหัวเราะเยาะ “ถ้ามีฝีมือสู้ก็ต้องกล้ารับ นี่หนีเหรอ ลูกผู้ชายประสาอะไร!”
“ฮ่าๆ ไม่หนีแล้วรอให้อาจารย์มารวบตัวหรือไง โง่หรือเปล่า”
ซ่งจื่อเซวียนยักไหล่แล้วยิ้ม “นี่คือสิ่งที่หยางจวิ้นเย่สอนพวกนายใช่ไหม โอเค งั้นวันนี้ฉันคงต้องสอนบทเรียนให้เขา!”
ซ่งจื่อเซวียนพูดจบ เขาก็เดินตรงเข้าไป
ต้าเหมาจึงรีบตามเขาไปทันทีเพราะกลัวว่านายท่านรองจะเสียเปรียบ
เห็นซ่งจื่อเซวียนเดินเข้ามาใกล้ด้วยแรงกดดันที่แข็งแกร่งเช่นนี้ เจ้าจัวก็ตะลึงงันไปพักหนึ่ง ไอ้หมอนี่…ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วมั้ง
ก่อนที่เขาจะตอบสนอง ซ่งจื่อเซวียนก็คว้าท่อเหล็ก จากนั้นกระชากกลับอย่างเต็มที่และยึดมันไปได้
“เด็กห้องหกของฉัน ห้ามกลัว!”
ขณะที่พูด ซ่งจื่อเซวียนไม่แสดงอารมณ์ใดๆ บนสีหน้า เย็นชาจนชวนให้ขนลุก
ข่งเซ่าหลงหายใจเข้าลึกๆ และมองเจ้าจัวที่อยู่ตรงข้าม จากนั้นยกมือขึ้นแล้วเหวี่ยงท่อเหล็ก
เจ้าจัวโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ท่อเหล็กก็งอทันที
แน่นอนว่าซ่งจื่อเซวียนก็เห็นว่าท่อเหล็กค่อนข้างเปราะบางจึงให้ข่งเซ่าหลงทำ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีทางทำขนาดนี้
หลังจากนั้นข่งเซ่าหลงและตู้หมิงก็เริ่มลงมือ
เมื่อท่อเหล็กงอจนสุดแล้วก็เพิ่มหมัดและลูกถีบเข้าไป ต่อยตีกันอย่างสนุกสนาน
ส่วนสามคนที่อยู่ข้างหลังเจ้าจัวไม่กล้าแม้แต่จะเคลื่อนไหว เมื่อเห็นแรงกดดันนี้ ใครจะกล้าสู้
จนกระทั่งเจ้าจัวเกือบจะถูกตีจนกลายเป็นหัวหมู ซ่งจื่อเซวียนจึงบอกให้หยุด
เขามองไปที่เจ้าจัวและพูดว่า “บอกหยางจวิ้นเย่ว่าจากนี้ไปเรื่องของนักเรียนก็ให้นักเรียนจัดการ ถ้าอาจารย์เข้ามายุ่งอีก…ผลลัพธ์จะเป็นเหมือนเดิม!”
พูดจบ เขาก็หันหลังเดินออกไปตามมาด้วยข่งเซ่าหลงและตู้หมิง
ออกจากหอพักได้ไม่นาน ซ่งจื่อเซวียนก็เห็นหยางจวิ้นเย่รีบมาหลังจากได้ยินข่าว
เมื่อเห็นซ่งจื่อเซวียน หยางจวิ้นเย่ก็หยุดฝีเท้า
เขามองซ่งจื่อเซวียนอย่างเย็นชา และดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างได้
“อาจารย์ซ่ง คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าเราจะพบกันอีกในหอพักวิทยาเขตตะวันตก”
ซ่งจื่อเซวียนมองเขาโดยไม่ได้เอ่ยปากพูด คร้านจะเอ่ยปาก
“นายทำอะไรนักเรียนของฉัน”
ซ่งจื่อเซวียนยักไหล่ “ไม่ได้ทำอะไร”
“หึ พวกนายจากวิทยาเขตตะวันออกไม่รู้เหรอว่าไม่ควรเข้ามาที่วิทยาเขตตะวันตก”
ซ่งจื่อเซวียนยักไหล่และเดินไปข้างหน้าต่อ ขณะที่ทั้งสองเฉียดไหล่กัน ซ่งจื่อเซวียนก็เหลือบมองเขา
ในสนามครั้งที่แล้ว หยางจวิ้นเย่ได้แสดงความแข็งแกร่งของเขาออกมา
แต่ทันทีที่ต้าเหมาสัมผัสหน้าอกของเขา เขาก็รับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของต้าเหมา นั่น…ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะแตะต้องได้
“โอเค นายนี่เก่งจริงๆ ที่นี่คือวิทยาลัยอาหาร มามีเรื่องชกต่อยกัน นายควรดูแลนักเรียนของนายให้ดีหน่อยนะ”
“อ๋อ…ฉันจำได้แล้ว คนที่นายพามาคือห้องขยะนี่นา เหอะๆ นายก็เร่ร่อนไปวันๆ เหมือนพวกเขานั่นแหละ
ก็แค่ว่าพวกเขาเร่ร่อนสี่ปี แต่นายต้องเร่ร่อนไปตลอดชีวิต!”
หยางจวิ้นเย่ก็โมโห จึงพูดเสียงดัง
ซ่งจื่อเซวียนชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินและค่อยๆ หันหลังกลับไป
“หยางจวิ้นเย่ ฉันไม่รู้ว่าเมื่อก่อนห้องหกวิทยาเขตตะวันออกเป็นยังไง แต่ตอนนี้ฉัน ซ่งจื่อเซวียนอยู่ที่นี่แล้ว ไม่ว่าใครก็ไม่อนุญาตให้แตะต้องเด็กห้องหก!”
ได้ยินคำพูดนี้ ข่งเซ่าหลงและตู้หมิงที่อยู่ด้านหลังก็เบิกตาโต
เมื่อก่อนไม่ว่าพวกเขาจะสร้างเรื่องเดือดร้อนหรือบ้าบอแค่ไหน ความจริงพวกเขาก็รู้อยู่แก่ใจว่าในสายตาของใครหลายคน พวกเขาคือขยะที่ไร้ค่าที่สุด
แต่คำพูดของซ่งจื่อเซวียนดูเหมือนจะจุดประกายเป้าหมายที่พวกเขาเคยมีมาก่อน
ใครจะอยากออกไปเที่ยวเล่นในวันที่เข้าวิทยาลัยบ้าง ใครจะไม่อยากจากไปพร้อมสถานะที่เป็นเชฟชื่อดังบ้าง
เมื่อหยางจวิ้นเย่ได้ยินก็ยิ้ม “เหอะๆ ไม่มีปัญหา ฉันเข้าใจแล้ว นายคิดจะปกป้องขยะพวกนั้น”
“บางที…ห้องสามอย่างพวกนายอาจจะเป็นขยะต่างหาก เพียงแค่นายไม่รู้ตัว!” ซ่งจื่อเซวียนเชิดหน้าพูด
เมื่อหยางจวิ้นเย่ได้ยินก็ขมวดคิ้ว “หึ ดูเหมือนว่านายยังเป็นคนที่ชอบต่อปากต่อคำ แน่นอน ถ้านายอยากที่จะเชื่อ
ซ่งจื่อเซวียน ถ้านายมีฝีมือก็มาแข่งกันแบบส่วนตัวดีกว่า เลือกเด็กหนึ่งคนจากห้องของนายมาดวลทำอาหาร กับใครก็ได้ในห้องสาม รับรองว่านายจะได้ตาสว่าง!”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้าช้าๆ “ฉันก็คิดแบบนั้นพอดี การแข่งขันครั้งนี้…”
ขณะที่พูด ซ่งจื่อเซวียนก็ก้าวไปข้างหน้าและจ้องหยางจวิ้นเย่ “ข้าจะรับไว้เอง!”
…………………………………………………………..