เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 488 เริ่มธุรกิจฟาสต์ฟู้ด
ตอนที่ 488 เริ่มธุรกิจฟาสต์ฟู้ด
………………..
ไม่เพียงแต่ซ่งจื่อเซวียนที่รู้สึกประหลาดใจ ฟางรุ่ยและถังหย่าฉีที่อยู่ด้านข้างก็ตกตะลึงเช่นกัน
ดูเหมือนว่านายท่านรองจะมีชื่อเสียงไปทั่วจริงๆ…
“คุณโอว คุณ…รู้จักผมด้วยเหรอ”
เหล่าโอวคลี่ยิ้ม “เป็นคนที่ฉันได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว บุคคลแนวหน้าของวงการอาหารตู้เหมิน”
“เอ่อ…คุณโอวชมเกินไปแล้วครับ จื่อเซวียนเป็นเพียงเชฟท้องถิ่น แต่เกรงว่าคุณโอวต่างหากที่เป็นอัจฉริยะที่แท้จริงในวงการอาหาร!”
เหตุผลที่ซ่งจื่อเซวียนพูดเช่นนี้ไม่ใช่การประจบแต่อย่างใด
นอกจากรสชาติของโจ๊กชามนั้นแล้ว จากท่วงท่าการทำอาหารของเหล่าโอวก็บอกได้ว่าฝีมือการทำอาหารของเขานั้นไม่ธรรมดา
คนทั่วไปทำอาหารโดยใช้กระทะเป็นหลัก และวนเวียนอยู่รอบกระทะ ไม่ว่าจะเป็นการผัด การทอดหรือเติมเครื่องปรุงต่างๆ เพราะพวกเขาเป็นคนที่นำเสนออาหารเลิศรส
แต่เหล่าโอวแตกต่างออกไป
เหล่าโอวยืนอยู่หน้าเตาโดยไม่งอเอว เขาแทบจะยืดตัวตรงและก้มหน้ามองวัตถุดิบที่อยู่ในกระทะ
ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นราชาที่ควบคุมทุกอย่าง
และความรู้สึกแบบนี้เป็นเรื่องที่ทำได้ยากหากไม่มีประสบการณ์ในการเป็นเชฟมาแปดถึงสิบปี
ส่วนโจ๊กชามนั้น…ซ่งจื่อเซวียนไม่จำเป็นต้องชิมก็รู้แล้วว่ามีรสชาติอย่างไร อย่างไรหากเขาทำเอง ขั้นตอนก็เหมือนกันทั้งหมด
“ฮ่าๆๆ เป็นเชฟชื่อดังแต่ยังถ่อมตัว คลื่นลูกใหม่ในแยงซีซัดคลื่นลูกเก่านี่นา
น้องชาย ฉันยังมีธุระ ไม่ทราบว่าจะทิ้งข้อมูลติดต่อไว้ให้ฉันไปเยี่ยมนายที่ตู้เหมินวันหลังได้หรือเปล่า”
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินก็รีบพูดว่า “มิกล้าๆ ผมจะปล่อยให้ผู้อาวุโสมาเยี่ยมได้ยังไง ถ้ามีโอกาสผมจะเลี้ยงข้าวคุณเองครับ”
“ฮ่าๆ กินข้าว…สำหรับฉันกับนายคงธรรมดาเกินไป ถ้าเรามีโอกาสก็ค่อยมาทำอาหารด้วยกันสักครั้ง มันจะเป็นโชคดีของฉันนะ!”
ซ่งจื่อเซวียนรู้สึกว่าใบหน้าร้อนขึ้นเล็กน้อย เหล่าโอวคนนี้ทำให้เขากระอักกระอ่วนตั้งแต่ต้นจนจบจริงๆ
จากนั้นซ่งจื่อเซวียนก็รับปากและแลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อกับเหล่าโอว
ฟางรุ่ยด้านข้างก็โพล่งออกมา “จะอะไรซะอีก แค่แกล้งทำเป็นเชฟชื่อดังต่อหน้านายท่านรอง!”
“นี่ รุ่ยจื่อ พูดแบบนั้นไม่ได้ เกรงว่าท่านนี้จะเป็นยอดฝีมือจริงๆ นะ”
ถังจวิ้นพยักหน้าช้าๆ “จื่อเซวียนพูดถูก แม้ว่าฉันจะไม่ค่อยรู้เรื่องการทำอาหารมากมาย แต่ฉันก็ดูคนออก”
“หืม พ่อคะ ท่านผู้เฒ่าคนนี้…พ่อมองว่ายังไงคะ”
“เขาเป็นคนที่ไม่ธรรมดา ดูแล้วคงจะอายุราวห้าสิบปี แต่กลับมีพละกำลังเหมือนชายหนุ่ม
ตอนที่เขาทำอาหาร ท่าทางของเขาลื่นไหลดั่งเมฆลอยและสายน้ำริน พ่อบอกรายละเอียดไม่ได้ แต่แค่มองแวบเดียว เขาก็ควบคุมเตาและอุปกรณ์เครื่องครัวได้อย่างไร้ที่ติ!”
ซ่งจื่อเซวียนก็ยิ้มเมื่อได้ยินเช่นนี้จึงพูดว่า “อาถังพูดถูกครับ เชฟคนหนึ่งเผชิญหน้ากับเตาที่ไม่คุ้ยเคย หยิบกระทะและกระบวยขึ้นมาครั้งแรกก็บอกได้แล้วว่าทักษะการทำอาหารของเขาอยู่ในระดับสูง”
“เชฟชื่อดังงั้นเหรอ เขาเก่งกว่านายอีกเหรอ” ถังหย่าฉีเอ่ยถาม
ซ่งจื่อเซวียนคลี่ยิ้ม ลูบศีรษะของเธอและไม่ได้ตอบอะไร
ถังจวิ้นถอนหายใจ “เฮ้อ ถ้าเป็นเมื่อก่อน…ฉันคงสนใจที่จะพูดคุยกับคุณโอวเป็นพิเศษ
ถ้าเขาเข้าร่วมธุรกิจอาหารถังกรุ๊ปของเรา ต้องเป็นการยกระดับที่มีคุณภาพแน่นอน แต่ตอนนี้…”
พูดถึงตรงนี้ บรรยากาศบนโต๊ะก็อึมครึมทันที
ถังหย่าฉีพูด “พ่อคะ ทุกปัญหามีทางออกนะคะ”
ถังจวิ้นส่ายหัว “ไม่แน่หรอก พ่อรู้สถานการณ์ของถังกรุ๊ปในครั้งนี้ดี
จื่อเซวียนช่วยเราได้มาก เจ้าหน้าที่ของรัฐคงไม่สอบสวนฉันกับถังกรุ๊ปจนเกินไป แต่…”
ถังจวิ้นถอนหายใจ
“อาถัง คุณจะบอกว่าปัญหาใหญ่ที่สุดคือบริษัทถังกรุ๊ปเหรอครับ”
“ใช่แล้ว ครั้งนี้ถังกรุ๊ปลงทุนไปเยอะมาก โครงการความร่วมมือหลายโครงการต้องหยุดชะงักลงเพราะเรื่องนี้ และอีกฝ่ายก็ถอนการลงทุนไปยื่นขอชดใช้ค่าเสียหายแล้ว เกรงว่าด่านนี้…คงจะไม่ผ่าน”
“อาถัง จริงๆ แล้วผมคิดว่า…อาจจะไม่ได้เลวร้ายเสมอไป”
“หืม จื่อเซวียน นายจะพูดอะไร ถังกรุ๊ปต้องล้มละลายแล้วนะ” ถังหย่าฉีกล่าว
“ในเมื่อเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นแบบนี้ เราต้องคิดในแง่ดี” ซ่งจื่อเซวียนกล่าว “ตลาดวงการอาหารในปัจจุบันเริ่มอิ่มตัวขึ้นเรื่อยๆ อันที่จริงแม้ว่าครั้งนี้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น การแข่งขันกับคู่แข่งในอนาคตก็จะมีปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ”
“จื่อเซวียน นายหมายความว่ายังไง…” ถังจวิ้นถาม
“ถ้าอาถังยังมุ่งมั่นที่จะรื้อฟื้นถังกรุ๊ป ผมคิดว่าสามารถเปลี่ยนหนทางใหม่ได้ครับ”
ถังจวิ้นหยิบแก้วเบียร์ขึ้นมาจิบ “เปลี่ยนหนทางใหม่…ฉันอายุปูนนี้คงจะยากแล้วใช่ไหม”
“ก็ไม่แน่นะครับ อะไรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาดปัจจุบันล่ะ รายได้จากการทานอาหารที่ร้านสามารถเพิ่มกำไรให้ร้านอาหารได้เยอะ แต่การสั่งซื้อออนไลน์และบริการเดลิเวอรี่กลับได้รับความนิยมมากกว่าและได้กำไรมหาศาล”
“ทำเดลิเวอรี่เหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนคลี่ยิ้ม “บริการเดลิเวอรี่เท่ากับขัดขวางการทานอาหารที่ร้าน แต่จริงๆ แล้วสู้ฟาสต์ฟู้ดไม่ได้ครับ!”
“ฟาสต์ฟู้ดเหรอ” หลายคนถามขึ้นพร้อมกัน
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “ใช่ อันที่จริงตอนที่หย่าฉีบอกว่าเกิดเรื่องขึ้นกับคุณอา ผมก็คิดปัญหานี้ไว้อยู่แล้ว ตอนนี้…ผมตัดสินใจแล้วว่าอยากให้คุณอาลดขนาดองค์กรของถังกรุ๊ปชั่วคราว แล้วผมจะใช้ข้าวผัดจักรพรรดิมาเป็นฟาสต์ฟู้ดเมนูแรกของพวกคุณ”
ได้ยินประโยคนี้ หลายคนก็ประหลาดใจ
ข้าวผัดจักรพรรดิ ผลงานสร้างชื่อของซ่งจื่อเซวียน
แม้ว่าในเมนูหนังสือสูตรอาหารราชวงศ์ชิง น้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสายและโต้วหลงเหมินจะมีระดับสูงกว่า แต่ข้าวผัดจักรพรรดิก็มีชื่อเสียงมากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
“จื่อเซวียน นาย…” ถังจวิ้นเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
“อาถัง ครั้งนี้บริษัทถังกรุ๊ปโดนเล่นงานหนัก ผมคิดว่า…ในฐานะแฟนของหย่าฉี ผมควรมีส่วนร่วมด้วย!”
ขณะที่พูดเช่นนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็กอดถังหย่าฉีไว้
ถังจวิ้นพยักหน้า “ฉันเชื่อในตัวนาย จื่อเซวียน ฝีมือการทำอาหารของนายจะช่วยให้ถังกรุ๊ปกลับคืนมาได้แน่นอน
แต่แม้ว่านายจะเป็นลูกเขยของฉันอยู่แล้ว ฉันจะไม่ยอมให้นายจ่ายเงินเสียเปล่าหรอกนะ จื่อเซวียน ฉันจะแบ่งหุ้นในโครงการหรือถังกรุ๊ปให้นายทั้งหมด”
“เอ่อ…”
“โธ่เอ๊ยจื่อเซวียน พ่อฉันพูดแล้วนายก็แค่ตกลงสิ!”
“จะทำแบบนั้นได้ยังไง อาถังสร้างถังกรุ๊ปมาเองกับมือ ไม่มีทางที่ฉันจะเอาหุ้นมาแค่เพราะโครงการเดียวหรอก!”
ถังจวิ้นคลี่ยิ้มและพูดว่า “แค่นายดีกับหย่าฉี นายก็สมควรได้รับมันแล้ว”
ขณะที่พูด ถังจวิ้นก็ชูแก้วขึ้น “มา เพื่ออนาคตของถังกรุ๊ป ชนแก้ว!”
แก้วทั้งสี่ใบกระทบกัน ถังจวิ้นก็รู้สึกดีขึ้นมากทันที
หัวใจที่จมลงสู่ก้นบึ้ง ในที่สุดมันก็กลับคืนมาได้
จากนั้นซ่งจื่อเซวียนก็บอกว่าทางวิทยาลัยได้เชิญถังหย่าฉีไปอยู่ที่นั่นด้วย
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่การประหยัดค่าเช่า แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ซ่งจื่อเซวียนก็สะดวกไม่น้อยเลย
ขณะเดียวกันวิทยาลัยก็อยู่ไม่ไกลจากบริษัทถังกรุ๊ปมากนัก ไม่ว่าจะขับรถหรือนั่งแท็กซี่ก็สะดวกมาก
ได้ยินข่าวนี้ ถังจวิ้นก็เห็นด้วยทันทีโดยที่ถังหย่าฉียังไม่ได้พูดอะไรด้วยซ้ำ
ตอนนี้ในสายตาเขาไม่เหมือนเดิมแล้ว ถังจวิ้นแทบรอไม่ไหวที่จะรีบคว้าตัวซ่งจื่อเซวียนลูกเขยทองคำคนนี้ไว้
เพราะลูกเขยแบบนี้…หาได้ยาก
ถังจวิ้นบอกว่าเขาจะอยู่จัดการเรื่องในบริษัทชั่วคราว ส่วนถังหย่าฉีแค่นอนจนกว่าจะตื่นเองแล้วมาช่วยทุกวันก็เพียงพอแล้ว
ซ่งจื่อเซวียนเสนอว่าหลังจากถังกรุ๊ปชำระบัญชีทั้งหมดแล้ว บริษัทจะย้ายจากอาคารเดิมไปเลือกสำนักงานที่จ่ายถูกลง
จากนั้นก็ร่วมมือกับโรงงานแปรรูปอาหารและเริ่มจำหน่ายฟาสต์ฟู้ด
“แต่…จื่อเซวียน ถ้ายอดขายผลิตภัณฑ์ใหม่ต่ำเกินไป…ฉันเกรงว่าเราจะเก็บไว้ได้ไม่นาน”
ซ่งจื่อเซวียนคลี่ยิ้ม “อาถังไม่ต้องห่วงครับ ผมจัดการเรื่องนี้แล้ว ถึงเวลานั้นเราจะร่วมมือกับเว็บไซต์จุนเค่อ เริ่มจำหน่ายทางเว็บไซต์จุนเค่อ ยอดขายของเราจะเพิ่มขึ้นเยอะน่าดู”
ถังจวิ้นแทบไม่เชื่อหูของตัวเอง
นี่คือแพลตฟอร์มการจำหน่ายและรีวิวอาหารที่ใหญ่ที่สุดของจีน
“ใช่ครับ เพราะงั้นอาถังไม่ต้องกังวลเรื่องการขาย คุณแค่ทำหน้าที่ด้านบริหารจัดการให้ดีก็พอแล้วครับ”
ถังจวิ้นหายใจเข้าลึกๆ และมองเจ้าเด็กคนนี้ใหม่อีกครั้ง
ตามคำพูดของซ่งจื่อเซวียน หลักๆ คือให้เขาเป็นเจ้าของร้านอย่างสบายใจ
ปกติแล้วจะมีคนมาทำงานด้านบริหารจัดการในบริษัท งานที่ถังจวิ้นต้องรับผิดชอบนั้นเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ตั้งแต่ต้น
อย่างไรเถ้าแก่ถังจวิ้นก็เป็นคนเจรจาธุรกิจส่วนใหญ่ของถังกรุ๊ปด้วยตัวเอง
ตอนนี้เป็นเรื่องดีที่ซ่งจื่อเซวียนมาดูแลการจำหน่ายและบริการลูกค้า เขาก็ปล่อยวางได้แล้วจริงๆ
ตอนค่ำซ่งจื่อเซวียนพาถังหย่าฉีกลับไปที่วิทยาลัย
เนื่องจากอาจารย์ทุกคนมีห้องชุด ถังหย่าฉีจึงมีห้องพักเช่นกัน
ในคืนนั้นทั้งสองคุยกันจนเกือบรุ่งเช้าแล้วจึงเข้านอน
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ด้วยกันกับซ่งจื่อเซวียน แม้จะแยกเตียงกันก็ตาม แต่ถังหย่าฉีก็ยังตื่นเต้นและมีความสุข
เธอลืมไปว่าเมื่อคืนพักผ่อนไม่เพียงพอจนกระทั่งเข้านอน ซ่งจื่อเซวียนจึงได้ยินความเหนื่อยล้าจากเสียงลมหายใจของเธอ
วิทยาเขตตะวันตก
หลงรื่อเยวี่ย หยางจวิ้นเย่และซุนจิ้งจัวกำลังนั่งดื่มเบียร์อยู่ที่โต๊ะ
แต่สีหน้าทุกคนค่อนข้างเคร่งขรึม
เมื่อซ่งจื่อเซวียนเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าอาจารย์คงเป็นเรื่องยากสำหรับทุกคนอย่างไม่ต้องสงสัย
ตอนนี้หยางจวิ้นเย่ก็คิดอยากจะออกจากวิทยาลัยอยู่แล้ว เพราะเขาถูกตบหน้าอย่างแรง
ส่วนซุนจิ้งจัวจะไม่ยอมให้เขาออกไปแล้วทำลายแผนการของเขาเด็ดขาด
นอกจากนี้เขาก็เสียหน้าเพราะเรื่องนี้ด้วย
วันก่อนเขายั่วยุซ่งจื่อเซวียน ผลลัพธ์คือซ่งจื่อเซวียนเมินใส่แถมยังถูกข่มขู่อีกด้วย ความรู้สึกในตอนนั้นยังสดใหม่อยู่ในความทรงจำของเขาตอนนี้
ส่วนหลงรื่อเยวี่ย…
เขายังไม่ลืมคำขู่ของซ่งจื่อเซวียน โดยเฉพาะประโยคที่ว่านายจะเป็นรายต่อไป
เขารู้สึกว่าซ่งจื่อเซวียนดูเหมือนจะโกรธเพราะหลี่เหยียน
แต่สำนักมีดใบไม้ที่หนุนหลังเขายังทำให้รู้สึกสบายใจได้มากขึ้นหน่อย ในเมื่อมีสำนักมีดใบไม้และอาจารย์อยู่ด้วย เขาไม่มีทางกลัวซ่งจื่อเซวียนเด็ดขาด
“กลับมาแล้วเหรอ” หลงรื่อเยวี่ยกล่าว
“ใช่ มีนักเรียนบอกฉันว่ายังพาผู้หญิงคนหนึ่งมาด้วย”
หลงรื่อเยวี่ยพยักหน้าช้าๆ “ฉันรู้เรื่องนี้แล้ว ผู้อำนวยการทั้งสามคนต่างเห็นด้วยกับการที่เขาพาแฟนมาที่วิทยาลัย แต่…ฉันไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้”
ซุนจิ้งจัวกระตุกยิ้ม “หึ ในเมื่อกลับมาแล้ว…ฉันจะไปวิทยาเขตตะวันออกพรุ่งนี้ เขาต้องรับคำท้าการแข่งขันครั้งนี้!”
“จิ้งจัว ห้ามประมาทนะ อย่าลืมความพ่ายแพ้ของจวิ้นเย่” หลงรื่อเยวี่ยเอ่ย
ซุนจิ้งจัวเหลือบมองหยางจวิ้นเย่ “เพราะแบบนี้ศิษย์พี่อย่างฉันเลยต้องลงมือ
อาจารย์จะมาปักกิ่งในอีกไม่กี่วัน ฉันได้ยินมาว่าทางวิทยาลัยก็เชิญท่านผู้เฒ่าของเขามาดูเยี่ยมเยียนด้วย ถึงตอนนั้น…ฉันจะปล่อยให้จวิ้นเย่ทำให้อาจารย์ขายหน้าไม่ได้!”
ได้ยินคำพูดนี้ หยางจวิ้นเย่ก็อดไม่ได้ที่จะก้มหน้าลง ทำให้อาจารย์ต้องขายหน้า…ความผิดนี้ใหญ่หลวงนัก
“อะไรนะ ยอดเชฟโอวหยางจะมาปักกิ่งเหรอ” หลงรื่อเยวี่ยอดไม่ได้ที่จะถาม
……………………………………….
………………..