เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 490 ดูเหมือนว่าไม่ต้องแล้ว
ตอนที่ 490 ดูเหมือนว่าไม่ต้องแล้ว
………………..
สำหรับหลงรื่อเยวี่ย วันนี้เป็นวันที่น่าอับอายที่สุดตั้งแต่เขาเกิดมาจริงๆ
ไม่เพียงแต่โดนซ่งจื่อเซวียนดูถูกใส่เท่านั้น แต่เขายังถูกฟางรุ่ยต่อยจนหมดสติอีกด้วย
ตอนนี้เขาก็เผชิญกับคำพูดท้าทายด้วยท่าทางสูงส่งของซ่งจื่อเซวียน…
นี่เป็นฝันร้ายสำหรับเขา
แต่ซุนจิ้งจัวก็รู้สึกเสียหน้าสุดๆ เช่นกัน
ซ่งจื่อเซวียนไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาครั้งแล้วครั้งเล่า และไม่ได้ปฏิบัติกับเขาในฐานะคนคนหนึ่ง
มาถึงการท้าทายในตอนนี้ เขาก็ไม่ติดอันดับด้วยซ้ำ และยังโดนอีกฝ่ายบอกว่ายังไม่ถึงตาเขาอีก
ไม่นานนักหลงรื่อเยวี่ยก็ได้สติขึ้นมาเล็กน้อย เขาสะบัดหัวอย่างแรงเพื่อให้หายเวียนหัว
“ไอ้ชั่ว ต่อยฉัน…ฉันจะให้แกชดใช้!”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้มอย่างดูถูก “อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันที่ลาน ใครไม่มาเป็นหมา!”
“แก…”
หลงรื่อเยวี่ยกัดฟัน แม่งเอ๊ย แกบอกว่าท้าก็ต้องท้าอย่างงั้นเหรอ
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาไม่มีโอกาสปฏิเสธด้วยซ้ำ หากเขาไม่กล้ารับคำท้าหลังจากพ่ายแพ้ หลงรื่อเยวี่ยก็ละอายที่จะมีชีวิตอยู่
ยังดีที่ฝีมือการทำอาหารยังทำให้เขามั่นใจตกปากรับคำท้า
แม้ว่าเขาจะเคยเห็นการแข่งขันของซ่งจื่อเซวียนและหยางจวิ้นเย่มาแล้ว แต่ในสายตาของเขา การจะเอาชนะคนไม่ดีเหล่านี้ยังต้องอาศัยความช่วยเหลือจากผู้อำนวยการ
แต่อย่างไรนั่นคือหยางจวิ้นเย่ หากเป็นหลงรื่อเยวี่ยเช่นเขาจะเหมือนกันหรือไม่
เขาเป็นโอรสสวรรค์ของวิทยาลัยและเป็นบุคคลอันดับหนึ่งในบรรดาอาจารย์
แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นหัวหน้าอาจารย์ แต่เขาเป็นหัวหน้าอาจารย์ของวิทยาเขตตะวันตก และความสามารถของเขานั้นซ่งจื่อเซวียนก็เทียบไม่ได้
“รุ่ยจื่อ ส่งแขก!”
การส่งแขกของฟางรุ่ยนั้นไม่ได้มีความเกรงใจใดๆ เขาถลึงตาแล้วเข้ามาใกล้
ไม่ว่าจะเป็นหลงรื่อเยวี่ย ซุนจิ้งจัว หรือหยางจวิ้นเย่ ไม่มีใครกล้าอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียวจึงหันหลังวิ่งออกไป
“อาจารย์เกา ประกาศระดมพลทั้งหมดว่าอีกครึ่งชั่วโมงหลงรื่อเยวี่ยจะแข่งกับฉันที่ลาน”
“ครับ หัวหน้าอาจารย์!”
“รุ่ยจื่อ โทรหาเฉิงฮ่าวให้เขามาเป็นลูกมือฉัน”
“เข้าใจแล้วครับนายท่านรอง!”
ท่านเป้ยเล่อคลี่ยิ้ม “นายจะสั่งอะไรอีกไหม ให้ฉันจัดการเถอะ!”
ซ่งจื่อเซวียนกลอกตามองเขา “ไม่ต้องพูดแล้วครับท่านเป้ยเล่อ ไม่ใช่ว่าผมบุ่มบ่าม มันคือบุญคุณความแค้นระหว่างผมกับหลงรื่อเยวี่ยเป็นหลัก!”
“หืม?”
ซ่งจื่อเซวียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “การแข่งครั้งนี้…เกรงว่าต้องมีการถ่ายทอดสด!”
ทุกคนพูดไม่ออก ซ่งจื่อเซวียนคิดจะจัดการแบบไหนอีก ยังจะถ่ายทอดสดด้วย
จากนั้นซ่งจื่อเซวียนก็ให้ฟางรุ่ยชาร์จแบตเตอรี่มือถือเพื่อถ่ายทอดสดการแข่งขันทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในอีกสักครู่
จุดประสงค์ของเขามีเพียงหนึ่งเดียวคือให้หลี่เหยียนได้เห็นความอัปยศของหลงรื่อเยวี่ยด้วยตาของเขาเอง
ซ่งจื่อเซวียนไม่มีทางยอมเห็นน้องชายถูกรังแก และจนถึงตอนนี้อีกฝ่ายก็ยังไม่สำนึกผิด
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ข่าวก็แพร่กระจายไปทั้งวิทยาเขตตะวันออกและตะวันตก
ทั่วทั้งวิทยาลัยจึงคึกคักทันที
การแข่งขันครั้งที่แล้วระหว่างซ่งจื่อเซวียนและหยางจวิ้นเย่ทำให้พวกเขาได้เปิดหูเปิดตาจนถึงขั้นเป็นบุญตาเลยด้วยซ้ำ
คาดไม่ถึงว่าคราวนี้เป็นศึกระหว่างหัวหน้าอาจารย์คนใหม่สองคน
เวลาผ่านไปไม่นานลานกว้างก็เต็มไปด้วยผู้คนจนไม่สามารถเบียดเข้าไปได้
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่นักเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอาจารย์ด้วยเช่นกัน
บางคนถึงกับพบว่ามีอาจารย์อาวุโสหลายท่านยืนอยู่รอบนอกลานกว้าง คนเหล่านี้คือคนที่ล้วนพักผ่อนอยู่ในวิทยาลัยทุกวัน
ไม่ว่าใครก็สามารถจินตนาการได้ว่าการแข่งขันครั้งนี้มีความสำคัญแค่ไหน
ในห้องประชุม
โอวหยางเฟิ่งเหยาอธิบายนิสัยและจุดเด่นของมินามิโนะ เคอิให้กับวิทยาลัยทราบ รวมถึงอาหารญี่ปุ่นทั่วไปบางเมนูที่มีในการแข่งขัน
แม้หลิงเจิ้นจะแข่งขันกับมินามิโนะ เคอิเมื่อหลายปีก่อน แต่คนที่แข่งกับชาวญี่ปุ่นล่าสุดคือโอวหยางเฟิ่งเหยา ดังนั้นเขาจึงมีประสบการณ์มากกว่า
“อาหารพวกนี้สร้างสรรค์โดยมินามิโนะ เคอิในตอนนั้น แต่ฉันคิดว่าสองปีนี้พวกเขาไม่ได้นำมาใช้เลย
มินามิโนะ เคอิเอง รวมถึงลูกศิษย์ของเขาหลายคนก็มีความสามารถสูงด้วย คงจะมีเมนูใหม่เปิดตัวออกมาเยอะกว่านี้แน่ๆ”
หลินอู๋ซิ่วมีสีหน้ากังวลและพูดว่า “คุณโอวหยาง ลือกันว่ามินามิโนะ เคอิถนัดอาหารจีน ตอนที่แข่งกับคุณก็เคยทำอาหารกวางตุ้งด้วย เป็นเรื่องจริงใช่ไหมครับ”
โอวหยางเฟิ่งเหยาพยักหน้า
“จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่อาหารกวางตุ้ง มินามิโนะ เคอิเคยเรียนทำอาหารที่จีน และเรียนเก่งมาก พวกนายน่าจะเข้าใจใช่ไหม”
ประโยคนี้ทำให้หลายคนตกใจ เพราะพวกเขายังไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ
“ถ้างั้น…เขาไม่ได้ทำอาหารแค่หนึ่งหรือสองภูมิภาคเท่านั้นเหรอครับ” เฉิงหวาลี่ถาม
“ใช่ มีเสฉวน ซานตง กวางตุ้งและหวยหยาง มินามิโนะ เคอิยังทำเกี๊ยวเก่งอีกด้วย เกี๊ยวน้ำ เกี๊ยวนึ่งและเกี๊ยวทอด ต่างก็มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง”
ได้ยินประโยคนี้ ทุกคนต่างก็มองหน้ากันและกัน แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“เหอะๆ แต่ทุกคนไม่ต้องกังวลไป ช่วงไม่กี่ปีมานี้พวกเขาได้ศึกษาการผสมผสานอาหารจีนและอาหารญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน อันที่จริงของไม่เข้ากันแบบนี้ก็ยากที่จะทำให้โดดเด่น”
เฉิงหวาลี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“จริงสิหวาลี่ ทำไมไม่เห็นผู้เฒ่าหลิงล่ะ ฉันได้ยินมาว่าผู้เฒ่าหลิงก็อยู่ที่วิทยาลัยด้วย”
เฉิงหวาลี่ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วนและพูดกับตัวเองว่าทุกคนรู้ดีว่ายอดเชฟทางเหนือและทางใต้ไม่ถูกกัน คำพูดนี้ของโอวหยางเฟิ่งเหยาจึงดูเสแสร้งเล็กน้อย
ขณะที่หลายคนกำลังพูดคุยกัน เสียงเอะอะในสนามก็ดังแทรกเข้ามา
เมื่อได้ยินเสียงนั้น เฉิงหวาลี่ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “ทำไมวุ่นวายขนาดนั้น เสี่ยวหลี่ ไปดูซิ!”
เสี่ยวหลี่ที่กำลังรินชาให้โอวหยางเฟิ่งเหยาก็วางกระติกน้ำร้อนลงแล้วเดินไปที่หน้าต่าง
“ผะ ผู้อำนวยการ…คือ…คือ…”
“เกิดอะไรขึ้น พูดตะกุกตะกักทำไม”
“ผู้อำนวยการ ในสนามดูวุ่นวายมากแล้วก็มีคนเต็มไปหมดเลย วันนี้มีกิจกรรมอะไรหรือเปล่าคะ”
เหตุผลที่เสี่ยวหลี่ตกใจขนาดนี้เป็นเพราะวิทยาลัยอาหารไม่เคยคึกคักเท่านี้มาก่อน ผู้คนเต็มสนามราวกับมีพิธียิ่งใหญ่บางอย่าง
จากนั้นวังเหว่ยก็ยืนขึ้นและเดินไปดูที่หน้าต่าง
“พระเจ้า…ผู้อำนวยการหลิน พวกคุณจัดกิจกรรมอะไรกันเหรอ ทำไมคนเยอะขนาดนี้”
ทุกคนก็เดินไปที่หน้าต่าง เฉิงหวาลี่ตกใจอย่างอดไม่ได้ “นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น”
วังเหว่ยและหลินอู๋ซิ่วก็ไม่สามารถตอบได้เพราะพวกเขาไม่ได้จัดกิจกรรมนี้
วังเหว่ยโทรไปที่แผนกรักษาความปลอดภัยจึงได้รู้ว่าวันนี้มีการแข่งขันระหว่างซ่งจื่อเซวียนและหลงรื่อเยวี่ย
เฉิงหวาลี่รีบสืบสาวราวเรื่องจากหลินอู๋ซิ่ว แต่หลินอู๋ซิ่วก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
เขากระซิบว่า “ผู้อำนวยการเฉิง ผมไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ นะ แล้ว…ซ่งจื่อเซวียนก็เพิ่งกลับมาด้วย”
เฉิงหวาลี่สูดหายใจ “แปลกแฮะ พวกเขากำลังทำอะไรกัน หัวหน้าอาจารย์ทั้งสองไม่ไปดูแลจัดการสองวิทยาเขตให้ดี แล้วพวกเขามาแข่งกันได้ยังไง”
“ผู้อำนวยการเฉิง ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวกับเรื่องของหยางจวิ้นเย่คราวนั้นสักแปดสิบเปอร์เซ็นต์”
“หยางจวิ้นเย่แพ้ก็ต้องไม่ยอมอยู่แล้ว และช่วงนี้เขาก็ไม่ได้เข้าสอนด้วย เขาสนิทกับรื่อเยวี่ยเป็นการส่วนตัว คงจะเป็นรื่อเยวี่ยที่ออกหน้าเพื่อเขาใช่ไหม”
เฉิงหวาลี่ขมวดคิ้วและพูดว่า “ไร้สาระ ไร้สาระจริงๆ แต่หยุดตอนนี้คงไม่ทันแล้ว ยอดเชฟทางเหนือและทางใต้ของจีนก็อยู่ที่นี่ด้วย ไอ้เด็กสองคนนี้หาเรื่องให้ฉันจริงๆ!”
เฉิงหวาลี่กระอักกระอ่วน เขาไม่สามารถโกหกโอวหยางเฟิ่งเหยาได้จึงต้องบอกความจริง
“อะไรนะ หัวหน้าอาจารย์สองคนจะแข่งกันเหรอ ฮ่าๆๆ ดูเหมือนว่าฉันจะมาถูกที่แล้ว ไปๆๆ เราก็ไปดูกันเถอะ”
เมื่อโอวหยางเฟิ่งเหยาเอ่ยปากแล้ว พวกเขาก็ปฏิเสธไม่ได้ง่ายๆ พวกเขาจึงต้องลงไปชั้นล่างกับเขาและเดินไปถึงสนาม
เมื่อลงไปชั้นล่าง เฉิงหวาลี่ก็ได้รับสายจากหลิงเจิ้นเพื่อถามสถานการณ์เช่นกัน
เฉิงหวาลี่จึงเล่าเรื่องทั้งหมด หลิงเจิ้นวางสายไปโดยไม่ได้พูดอะไร เฉิงหวาลี่เดาว่าท่านผู้เฒ่าก็ต้องไปที่สนามเช่นกันแน่นอน
หลงรื่อเยวี่ย ซ่งจื่อเซวียน…พวกนายเป็นตัวอย่างที่ดีจริงๆ คราวนี้ฉันถือว่าได้เผยโฉมต่อหน้าผู้อาวุโสทั้งสองเพราะพวกนายแล้ว
ในสนาม ซ่งจื่อเซวียนและหลงรื่อเยวี่ยได้เข้าประจำที่แล้ว
เนื่องจากสภาพอากาศดีมาก แม้แต่ลมก็ไม่มี ทั้งสองคนนัดท้าแข่งกันได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงจึงเตรียมตัวไม่ทัน ดังนั้นการแข่งขันครั้งนี้จึงเป็นแบบกลางแจ้งทั้งสิ้น
ซ่งจื่อเซวียนตัดสินใจทำโต้วหลงเหมินเพื่อประชันกับหลงรื่อเยวี่ย
ใช้เมนูในหนังสือสูตรอาหารราชวงศ์ชิงมาจัดการหลงรื่อเยวี่ยก็รุนแรงพอแล้ว
หลงรื่อเยวี่ยให้ลูกมือรับผิดชอบเรื่องวัตถุดิบ
ซุปก้อนรสเนื้อวัว แป้งถุงเล็ก และส่วนประกอบเสริมกว่าสิบอย่าง
เห็นได้ชัดว่ากำลังทำเมนูแป้ง
“ไอ้หนู นายเอาชนะจวิ้นเย่ด้วยเมนูแป้ง วันนี้ฉันก็จะจัดการนายด้วยเมนูแป้ง!”
ซ่งจื่อเซวียนแค่นหัวเราะเบาๆ “สำนักมีดใบไม้ตะวันตกเฉียงเหนือ ถ้านายไม่ทำเมนูแป้ง…แล้วจะทำอะไรได้อีก”
“นาย…หึ ซ่งจื่อเซวียน ถ้าวันนี้นายแพ้จะว่ายังไง”
“นายต้องการอะไร” ซ่งจื่อเซวียนถามโดยเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
“ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าอาจารย์แล้วให้หยางจวิ้นเย่มาทำแทน!”
กล่าวตามหลักเหตุผล การเดิมพันครั้งนี้ใหญ่เกินไป หลงรื่อเยวี่ยเชื่อว่าซ่งจื่อเซวียนไม่มีทางเห็นด้วย
อย่างไรหากแพ้ กล่าวตามตรงคงไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก
“ทำไม ไม่กล้าเหรอ งั้นก็ไม่ต้องแข่งแล้วกัน!”
ซ่งจื่อเซวียนพูดพลางโยนตะหลิวลงในกระทะ ราวกับเขาเตรียมจะไปแล้ว
“นาย…ฮึ่ย ทำไมฉันจะไม่กล้า ซ่งจื่อเซวียน วันนี้ฉันจะทำให้นายแพ้ราบคาบเลย!”
ซ่งจื่อเซวียนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “งั้นเริ่มกันเลย!”
เวลานี้กลุ่มคนก็แหวกทางให้อย่างรวดเร็ว
เฉิงหวาลี่และคนอื่นๆ ก็สาวเท้าเดินเข้ามา
แม้แต่ตอนที่พวกเขาเดินเข้ามาก็ไม่มีการพูดคุยซุบซิบกัน ทุกคนต่างร้อนใจว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น
แน่นอนว่าความรู้สึกของทุกคนแตกต่างกัน
โอวหยางเฟิ่งเหยาดูด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ขณะที่เฉิงหวาลี่และคนอื่นๆ รู้สึกกังวล
อย่างไรก็เป็นการแข่งขันของหัวหน้าอาจารย์ทั้งสอง ไม่มีใครอยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น
แต่ทันทีที่โอวหยางเฟิ่งเหยาเดินเข้ามาและเห็นซ่งจื่อเซวียน จู่ๆ สายตาของเขาก็แข็งค้าง
“หวาลี่ คนคนนี้คือ…”
“อ๋อๆ นี่คือหัวหน้าอาจารย์วิทยาเขตตะวันออกของเรา ซ่งจื่อเซวียนครับ”
หลังจากเห็นหน้าและยืนยันชื่ออีกครั้งแล้ว โอวหยางเฟิ่งเหยาก็รู้ว่าไม่มีทางผิดคน
เขากระตุกยิ้มเล็กน้อย “หวาลี่เอ๊ย เมื่อกี้ฉันเพิ่งบอกว่ามีผู้คัดเลือกที่แนะนำใช่ไหม”
“ใช่ครับ คุณโอวหยาง ผมยังจำได้”
“เหอะๆ ดูเหมือนว่า…ไม่ต้องแล้วล่ะ!”
……………………………………………….
………………..