เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค - ตอนที่ 211 เข้าเมืองหลวง นางจะเป็ นคนเหนือคน (1)
มั่วเชียนเสวี่ยเดินไปด้านหน้าช ้าๆ หนิงเซ่าชิงหันควับกลับมา จับ มือนางแล้วกระโดดลงจากซากก าแพง
ทันใดนั้นเอง มั่วเชียนเสวี่ยหันกลับไปมองบนซากกาแพง ไม่รู ้ว่า บนซากกาแพงมีชายชุดดากอดกระบี่ยืนอยู่ตั้งแต่เมื่อใด เขายืนนิ่ง อยู่ตรงนั้น คล้ายจะประสานรวมเป็ นหนึ่งกับซากกาแพง เขายืนเงียบ อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นชายชุดดาก็เอ่ยปากพูด “ท่านคือคนแรกที่
สามารถหลบเลี่ยงการลอบท าร ้ายของข้า”
หนิงเซ่าชิงซ่อนมั่วเชียนเสวี่ยเอาไว้ด้านหลัง สีหน้าไร ้อารมณ์ “ข้าพูดได้แค่ว่า คนที่ท่านเคยลอบทาร ้ายก่อนหน้านี้ประมาทเลินเล่อ
จนเกินไป”
“เช่นนั้นหรือ” ท่ามกลางคาพูดประชดประชันของชายชุดดา เคล้าไปด้วยความเย้ยหยัน คล้ายว่าหนิงเซ่าชิงที่อยู่ตรงหน้าคือคนที่ ตายไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น “แม้ท่านจะหลบกระบี่แรกได้ แต่ท่านไม่มี วันหลบกระบี่ที่สองได้ ภายใต้การสังหารของข้า ไม่เคยมีผู้ใดรอด เกินกระบี่เล่มที่สาม”
หนิงเซ่าชิงย่นจมูก “คิดว่าสังหารนักกระบี่ที่ไร ้ความเชี่ยวชาญ เพียงไม่กี่คน ตนก็กลายเป็ นนักฆ่าอันดับหนึ่งแล้วเช่นนั้นหรือหรือ น่าขันจริงๆ!” ชายชุดด าโมโหกับค าพูดถากถางของหนิงเซ่าชิง เคร้ง เสียงดังขึ้น กระบี่ออกจากฝัก พุ่งตรงไปทางหนิงเซ่าชิง
https://novel-lk.blogspot.com/
เร็วยิ่งนัก!
หัวใจของมั่วเชียนเสวี่ยบีบรัด มือซ ้ายของหนิงเซ่าชิงผลักมั่ว เชียนเสวี่ย มือขวาจับเอวของนางเบาๆ
มั่วเชียนเสวี่ยรีบก้าวถอยหลัง ยังไม่ทันได้ดูชัดเจนว่าเกิดเรื่อง อะไรขึ้น ลาแสงกระบี่แวววับ กระบี่ในมือหนิงเซ่าชิงแทงไปที่คอของ ชายชุดด าแล้ว
ส่วนกระบี่ในมือชายชุดดาอยู่ห่างจากหนิงเซ่าชิงสามนิ้วเพียงแต่ เขาไม่มีเรี่ยวแรงที่จะยื่นกระบี่มาด้านหน้าอีกแม้แต่น้อย
เพราะว่า วินาทีต่อมา ดวงตาของชายชุดด าเบิกกว้างอย่างไม่ เชื่อสายตา แล้วล้มลงกับพื้น
พบเจอกันสั้นๆ?
เปิดตัวอย่างผ่าเผย ทว่าจุดจบกลับรวดเร็วเช่นนี้?
ขณะที่มั่วเชียนเสวี่ยตะลึงงันอยู่นั้น หนิงเซ่าชิงเก็บกระบี่ในมือ แล้ว เขาพูดพึมพ า “นึกว่าตระกูลถงจะสามารถหาคนฝีมือดีได้เสียอีก แต่ฝี มือของนักฆ่ากลับเพียงแค่นี้! ดูเหมือนว่า ตระกูลถงควรจะ เปลี่ยนหัวหน้าตระกูลแล้วจริงๆ!” หลังจากจัดการนักฆ่าคนนี้เสร็จ หนิงเซ่าชิงเดินกลับไปโอบกอดมั่วเชียนเสวี่ย แล้วกระโดดขึ้นบน ซากกาแพงอีกครั้ง ดูสถานการณ์การต่อสู้ด้านล่าง
https://novel-lk.blogspot.com/
การต่อสู้ที่ชุลมุนของคนเกือบสองร ้อยคนเริ่มมีแนวโน้มแล้ว เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม คนเหล่านั้นถูกสังหารจนหมด ส่วนอีกหลาย คนที่คิดอยากจะหนี ก็ถูกสังหารภายใต้กระบี่ของอิ่งซาอย่างน่า ประหลาด
ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน การที่คนนับร ้อยตายต่อ หน้าต่อตา หากจะบอกว่านางไม่ตกตะลึงแม้แต่น้อยก็คงโกหก แต่ว่า การเห็นคนตายด้วยตาตนเองเช่นนี้ นางกลับไม่ได้รู ้สึกหวาดกลัว แต่
รู ้สึกไม่สบายใจ
มั่วเชียนเสวี่ยไม่รู ้ว่าเพราะเหตุใดตนจึงรู ้สึกไม่สบายใจ
เห็ นสีหน้าของมั่วเชียนเสวี่ยไม่มีความหวาดกลัวและ สะอิดสะเอียนเหมือนเมื่อคราวก่อน หนิงเซ่าชิงโอบร่างบางของนาง แล้วพูดเสียงเบา “อย่าคิดมาก ต่อให้พวกเราไม่สังหารคนเหล่านี้ ย่อมมีคนสังหารพวกเขาอยู่แล้ว อีกทั้ง นี่เป็ นเพียงกลุ่มแรกเท่านั้น”
มั่วเชียนเสวี่ยขมวดคิ้ว “หรือว่ายังจะมีคนไล่สังหารพวกเรา มากกว่านี้เช่นนั้นหรือ”
ฟังหนิงเซ่าชิงพูดแฝงความหมายลุ่มลึก สีหน้าของมั่วเชียนเสวี่ย แปรเปลี่ยนเล็กน้อย นางฝืนยิ้มแล้วพูด “ท่านรู ้ได้อย่างไรหรือ”
หนิงเซ่าชิงพูดเสียงเยือกเย็น “หากตระกูลถงมีความสามารถ เพียงเท่านี้ เช่นนั้นคงจะถูกทาลายไปนานแล้ว จะมีความสาเร็จและ รุ่งโรจน์เช่นทุกวันนี้ได้อย่างไร”
https://novel-lk.blogspot.com/
เห็นมั่วเชียนเสวี่ยเงียบ หนิงเซ่าชิงจึงพูดต่อ “ท่านผู้เฒ่าถงอยาก ให้ข้าตาย ทว่าไม่อยากใช ้องครักษ์ตระกูลถง ด้วยเหตุนี้จึงให้พ่อบ้าน ถงเป็ นคนจัดการ หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจริงๆ เช่นนั้นท่านผู้เฒ่าถง ก็พูดได้ว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หรือไม่ก็โยนความผิด ทั้งหมดให้พ่อบ้างถง”
มั่วเชียนเสวี่ยหัวใจเต้นเร็วด้วยความหวาดกลัว แต่สีหน้าของ นางยังคงเป็ นปกติ เรื่องเช่นนี้ท่านผู้เฒ่าถงทาได้ลงคอจริงๆ แต่ว่า เหตุใดพ่อบ้านต้องทาเช่นนี้ นี่เป็ นการ…ทรยศหักหลังนาย! ด้วย ความจงรักภักดีที่พ่อบ้านมีต่อท่านผู้เฒ่าถงนี่คือเรื่องที่ไม่มีทาง เกิดขึ้น!
แต่ว่า นางกลับหาถ้อยค ามาโต้แย้งไม่ได้
หนิงเซ่าพูดต่อ “ดูจากเรื่องที่เกิดขึ้น อีกไม่นานถงจื่อจิ้งจะได้เป็ น หัวหน้าตระกูลถงแล้ว เจ้าและข้าไม่จ าเป็ นต้องกังวลอีก!”
มั่วเชียนเสวี่ยอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าอิ่งซากลับทะยานมา ตรงหน้าแล้วรายงาน “เจ้านาย จัดการทุกอย่างเรียบร ้อยแล้วขอรับ”
หนิงเซ่าชิงนิ่งสงบ “เสียคนของเราไปกี่คน”
อิ่งซาตอบ “ฝ่ ายตรงข้ามมีทั้งหมดหนึ่งร ้อยสามคน ถูกสังหาร ทั้งหมด ส่วนฝ่ายของเราตายไปสิบเจ็ดคน บาดเจ็บสิบคนขอรับ”
“ส่งต่อคาสั่งของข้า สิบคนที่บาดเจ็บให้พักอยู่ที่นี่ ไม่ต้องติดตาม ไปแล้ว”
https://novel-lk.blogspot.com/
“ขอรับ” หลังจากอิ่งซาก้มหน้ารับคาสั่ง เขาก็พูดต่อ “ขอเชิญ เจ้านายรีบขึ้นรถม้า สิ่งสาคัญในตอนนี้คือต้องรีบเดินทางทั้งคืน เพื่อให้ไปถึงจุดพักถัดไปขอรับ”
มั่วเชียนเสวี่ยกวาดมองรอบๆ ทิวทัศน์ด้านล่างเปลี่ยนไป หมดแล้ว แม้จะยังชุลมุนวุ่นวาย ทว่าไม่มีซากศพและไม่มีคราบเลือด แล้ว
ไม่เคยรู ้มาก่อนว่าคนสมัยโบราณจะฉลาดหลักแหลมเช่นนี้ สามารถปกปิดร่องรอยได้ดีเช่นนี้ แม้ว่านางจะเคยเห็นหลายครั้ง แต่ ยังคงรู ้สึกชื่นชมอย่างมาก
พื้นดินและต้นหญ้าด้านล่าง แม้ไม่ได้อุดมสมบูรณ์และมากมาย เหมือนก่อนหน้า ทว่าดูไม่เหมือนว่าเคยมีฝูงชนต่อสู้กันที่นี่มาก่อน ในทางตรงกันข้ามต้นหญ้าและต้นไม้เหล่านั้นกลับคล้ายถูกสัตว์ เหยียบย่าจึงยุ่งเหยิงเช่นนี้
การต่อสู้ในครั้งนี้ ยาวนานจนท้องฟ้ ามืดค่า มั่วเชียนเสวี่ยมองไป ทางทิศตะวันตก เป็ นเวลาอาทิตย์อัสดงพอดี เส้นขอบฟ้ ามีแสงสนธน ยาเป็ นชั้นๆ ท้องฟ้ าสีแดง ส้มเขียว คราม น้าเงินและม่วง ทอประกาย ดั่งสีชาด งดงามเสมือนผ้าแพร แต่ผู้ใดจะรู ้ว่าเพียงเวลาหนึ่งชั่วยาม ที่ แห่งนี้จะมีคนนับร ้อยถูกฝังเอาไว้
หิมะตกพันลี้ ความหนาวแผ่ซ่านกว่าหมื่นลี้ หวังว่าชาติหน้าพวก เขาจะมีชีวิตที่ดี อย่าเป็ นอาวุธในมือผู้อื่นอีกเลย
https://novel-lk.blogspot.com/
ตัวนางเอง นับจากวันนี้เป็ นต้นไปก็จะเลิกสงสารผู้อื่น พยายาม เป็ นต้นไม้ใหญ่ที่สามารถบดบังฝนได้
สุดท้ายนางมองที่นี่ครู่หนึ่ง สีหน้าไม่สบายใจของมั่วเชียนเสวี่ย หายไป แววตาของนางฉายความหนักแน่น หันหลังแล้วขึ้นรถม้าไป พร ้อมกับหนิงเซ่าชิง
พวกเขาขี่ม้าเร่งเดินทางอยู่นานครู่หนึ่ง ในที่สุดก็หยุดพักที่ขอบ หน้าผา
เวลานี้เป็ นเวลากลางดึกแล้ว หลังจากถูกลอบทาร ้ายเมื่อคราว ก่อน พวกเขาก็ออกเดินทางตอนเช ้าตรู่ แล้วหยุดพักตอนกลางดึก
พวกเขานั่งพักอยู่บนพื้นหญ้า เดินทางทั้งวันทาให้เหน็ดเหนื่อย กันมากแล้ว
หมัวมัวไปตักน้าแล้วเอาน้ามาให้มั่วเชียนเสวี่ย ชูอีและสืออู่ก็มา นวดตัวให้นาง มั่วเชียนเสวี่ยดื่มน้า แล้วยื่นให้ชูอี เพื่อบอกให้พวก นางไปพักผ่อนได้แล้ว ไม่ต้องสนใจตนแล้ว
พวกนางขี่ม้า เหนื่อยกว่านางที่นั่งอยู่ในรถม้ามาก โดยเฉพาะชูอี เมื่อคราวก่อนนางก็ได้รับบาดเจ็บ แม้ไม่ได้บาดเจ็บสาหัส แต่อย่างไร ก็ตามนางก็เป็ นผู้บาดเจ็บคนหนึ่ง
หนิงเซ่าชิงพิงรถม้า มือซ ้ายจับจี้หยกเล่นไปมา พูดเสียงดัง “พรุ่งนี้พวกเราจะเดินทางทางน้าโดยการอ้อมไปเมืองอวิ๋นฉี่ ทุกคน
https://novel-lk.blogspot.com/
ต้องฮึดสู้และกระปรี้กระเปร่ากันเข้าไว้” ขอเพียงผ่านด่านนี้ไป ถึงจะ ถือว่าปลอดภัย
บรรยากาศหดหู่ที่เกิดขึ้นติดต่อกันหลายวันและปัญหาที่ พยายามสลัดทิ้งไปหลายครั้งแต่ก็ไม่สาเร็จ ทาให้เขาสังหรณ์ใจไม่ดี คิดว่าพรุ่งนี้ต้องเจอศึกหนักเป็ นแน่
รุ่งสาง เต็มไปด้วยหมอกหนา
หมอกหนาจนเกินไป ท าให้มองเห็นถนนหนทางไม่ชัดเจน ไม่ สามารถออกเดินทางตอนเช ้าตรู่ตามกาหนดการเดิมที่วางไว้
ในเมื่อหลังจากไปถึงเมืองหลวง มั่วเชียนเสวี่ยต้องกลับจวนกั๋วกง อาศัยช่วงเวลานี้ หนิงเซ่าชิงสั่งให้ชูอีช่วยมั่วเชียนเสวี่ยแต่งกายใหม่ เปลี่ยนเป็ นชุดหญิงสาว ไม่แต่งกายเป็ นหญิงออกเรือนอีก
หลังจากมั่วเชียนเสวี่ยเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เดินออกมาจากรถม้า หนิงเซ่าชิงจับมือมั่วเชียนเสวี่ยแล้วพานางไปนั่งบนพื้นหญ้านุ่มๆ เล่า เรื่องมากมายในเมืองหลวงให้นางฟัง
หมอกหนาสีขาวน้านมคล้ายนุ่นที่ลอยไปลอยมา คล้ายอยู่ใน แดนสวรรค์ มั่วเชียนเสวี่ยซบอยู่ในอ้อมกอดของหนิงเซ่าชิงแล้วฟัง เขาเล่าเรื่องในเมืองหลวง ขณะเดียวกันก็ยื่นมือออกไป กางมือออก มองท้องฟ้ า