เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค - ตอนที่ 579 ในที่สุดปัญหาก็มาเยือน (2)
พลบค ่า เกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาจากผืนฟ้ามืดสลัว ทั่วทั้งเมือง
หลวงล้วนถูกปกคลุมไปด้วยหิมะที่ตกหนักอีกครั้ง
เช้าตรู่ในฤดูหนาว พระอาทิตย์ก็ดูเหมือนจะกลัวความหนาวเย็น
ผ่านยามเฉิน[1]ไปแล้วยังหลบอยู่ในรังไม่กล้าออกมา
มั่วเชียนเสวี่ยกับหนิงเซ่าชิงกลับตื่นแต่เช้า
วั่นจื่ออิ๋งกับสวี่หยวนหยวนมาถึงนานแล้ว และยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
เดิมคิดจะมาช่วยเยวี่ยเซี่ยปรนนิบัติหนิงเซ่าชิง แต่กลับถูกหนิงเซ่าชิง
ไล่ออกไป จึงทำได้แค่ยืนรออยู่ข้างนอก
จากท่าทีของมั่วเชียนเสวี่ย เดิมก็ไม่ปรารถนาให้พวกนางมา
คารวะยามเช้า แต่เมื่อวานฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยแล้วว่า วันนี้นางกับหนิง
เซ่าชิงล้วนต้องไปกินอาหารเช้าที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่า ถึงไม่อยาก
พาอนุภรรยาสองคนนี้ไป ก็ต้องพาไปอยู่ดี
ตระกูลใหญ่ย่อมมีกฎระเบียบของตระกูลใหญ่
หนิงเซ่าชิงก็เคยบอกกับนางว่า ปกติไม่ต้องไปคารวะฮูหยินผู้
เฒ่ายามเช้าก็ได้ แต่ชูอีกับสืออู่กลับบอกว่าเลี่ยงไม่ได้
ชูอีกับสืออู่บอกว่าเป็นวันที่คนครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อม
ตา ว่ากันว่าพวกเขาล้วนต้องไปคารวะยามเช้า กินอาหารเช้าเป็น
เพื่อฮูหยินผู้เฒ่า แต่ครอบครัวอื่นๆ แค่คารวะยามเช้าเฉยๆ ก็พอ
ไม่ได้รั้งไว้กินข้าวด้วยกัน
จำนวนคนมีฐานะที่สามารถนั่งกินข้าวบนโต๊ะด้วยได้นั้นมีน้อย
เสียยิ่งกว่าน้อย
ฮูหยินผู้เฒ่า หัวหน้าตระกูลรุ่นก่อน หนิงเซ่าชิง มั่วเชียนเสวี่ย
และยังมีน้องสาวที่เป็นบุตรีอนุภรรยาอีกสี่คน สถานการณ์เช่นนี้ กระ
ทั่งฮูหยินอนุภรรยาหลายคนก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมานั่งกินข้าวบนโต๊ะ
ด้วยกัน
คนที่กินข้าวมีไม่เยอะ แต่คนที่ปรนนิบัติข้างกายนั้นกลับมีเยอะ
มาก
อี๋เหนียงของหัวหน้าตระกูลรุ่นก่อนหกคน อี๋เหนียงของหนิงเซ่า
ชิงสองคน และยังมีฮูหยินอนุภรรยาอีกสามคน กับสาวใช้ผัวจื่ออีก
กลุ่มใหญ่
คนที่ปรนนิบัติหัวหน้าตระกูลรุ่นก่อนขณะกินข้าวคือจื่อฮูหยิน
คนที่ปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าขณะกินข้าวคือจิ้งฮูหยินกับเหมยฮูหยิน
คนที่ปรนนิบัติมั่วเชียนเสวี่ยกับหนิงเซ่าชิงขณะกินข้าวต้องเป็นวั่นจื่
ออิ๋งกับสวี่หยวนหยวนเท่านั้น
มั่วเชียนเสวี่ยไม่ชอบสองคนนี้ หนิงเซ่าชิงยิ่งคิ้วขมวดเป็นปม
แน่น เขาค้นพบว่านี่เป็นปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งจริงๆ…ดูเหมือนว่า
เขาจะถูกหมาป่าสองตัวจับจ้องอยู่
กล่าวให้ถูกต้องก็คือ หมาป่าสองตัวบวกกับแม่เสือหนึ่งตัว
วั่นจื่ออิ๋งยังดีหน่อย แม้ว่านางจะเงยหน้าขึ้นมองหนิงเซ่าชิงแวบ
หนึ่งในบางโอกาส แต่คลื่นความรู้สึกในแววตาล้วนเจือไปด้วยความ
ขวยอาย เป็นคนที่มีนิสัยนิ่งเงียบคนหนึ่ง
สวี่หยวนหยวนเดิมก็เป็นคนมีนิสัยชอบทำตัวเด่น ตอนนี้มีฐานะที่
ถูกต้องแล้ว จึงไม่ได้ละสายตาจากร่างของหนิงเซ่าชิงเลยสักนิดเดียว
มั่วเชียนเสวี่ยเหลือบมองเขาบ่อยๆ ให้ความรู้สึกประมาณว่า
หากท่านกล้ามองพวกนางมากกว่านี้แวบหนึ่ง ข้าจัดกัดท่านให้ตาย
หากท่านกล้ากินอาหารที่พวกนางคีบให้ ข้าจะให้ท่านไม่ได้ ‘กิน’ อีก
เดิมวั่นจื่ออิ๋งอยากปรนนิบัติหนิงเซ่าชิงขณะกินอาหาร แต่ถูกสวี่
หยวนหยวนเบียดจนไปอยู่อีกด้าน
แม้จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่คิดได้ว่าวันเวลายังอีกยาวนาน ให้
สตรีโง่งมนั้นลองเสี่ยงก่อนก็ดี นางจะได้สังเกตการณ์ และทำความ
เข้าใจกับความชอบของหนิงเซ่าชิงสักหน่อย
ดังนั้น วั่นจื่ออิ๋งจึงไม่ได้แย่งกับสวี่หยวนหยวน แต่ยืนอยู่ข้างมั่ว
เชียนเสวี่ยแทน “ฮูหยิน”
ยามกินอาหารไม่สนทนา ยามเข้านอนไม่พูดคุย ไม่มีเรื่องสำคัญ
อะไร ปกติแล้วบนโต๊ะอาหารของชนชั้นสูงจะไม่มีการคุยกัน
บนโต๊ะอาหารเงียบมาก ฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มกินอาหารภายใต้การ
ปรนนิบัติของเหมยฮูหยินแล้ว หัวหน้าตระกูลก็เริ่มกินอาหารภายใต้
การปรนนิบัติของจื่อฮูหยินเช่นกัน
ความจริงแล้วอี๋เหนียงเหล่านี้ไม่มีอันใดให้ทำ ทำได้แค่ยืนอยู่อีก
ด้านหนึ่ง คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวบนโต๊ะอาหาร เพื่อที่จะ
ปรนนิบัติได้ตลอดเวลา
มั่วเชียนเสวี่ยอดคิดไม่ได้ว่า นี่ยังรับสตรีเข้ามาไม่เยอะเท่าใดนัก
หากทำเหมือนกับฮ่องเต้ที่มีสามพระตำหนัก หกหมู่เรือน มีอนุภรรยา
หลายสิบคน ตอนกินข้าวนั้นจะยิ่งใหญ่มากเพียงใด
แค่สถานที่ให้ยืนก็ต้องกว้างมาก…เพียงแค่คิดถึงเหตุการณ์ที่มี
คนหลายสิบคนมองนางกินข้าว นางก็อึดอัดแล้ว!
สวี่หยวนหยวนปรายตามองวั่นจื่ออิ๋งแวบหนึ่ง ขณะเติมน ้าแกง
ให้หนิงเซ่าชิงอย่างลำพองใจ
วั่นจื่ออิ๋งไม่ใส่ใจ นางเห็นมั่วเชียนเสวี่ยเหลือบมองข้าวต้มที่วาง
อยู่ไม่ไกลแวบหนึ่ง ก็หยิบชามอย่างตั้งใจไปตักข้าวต้มให้มั่วเชียน
เสวี่ย
ทุกอย่างกลมเกลียวสามัคคีมาก
“เพล้ง…” ได้ยินแต่เสียงชามแตกทำลายความเงียบสงบภายใน
ห้อง
จากนั้นก็ตามด้วยเสียงของหนิงเซ่าชิง “เจ้าทำอะไรน่ะ เลินเล่อ
เสียจริง ถอยไป!”
เสียงของหนิงเซ่าชิงเฉียบขาดมาก สวี่หยวนหยวนตกใจจนทำ
อะไรไม่ถูก “หัวหน้าตระกูล ขอโทษเจ้าค่ะ เชี่ยเซิน[2] ไม่ได้ตั้งใจ”
มั่วเชียนเสวี่ยย่อมรู้ว่านางไม่ได้ตั้งใจ แต่ว่ามีคนตั้งใจ
คนผู้นั้นคือหนิงเซ่าชิง นางไม่รู้ว่าเขาใช้วิธีการใด แต่นางรู้ว่า
ต้องเป็นเขาที่เล่นลูกไม้แน่ๆ
เดิม เข็มเงินของนางก็อยู่บนมือนางแล้ว หนิงเซ่าชิงแค่เร็วกว่า
นางก้าวหนึ่งเท่านั้นเอง
หนิงเซ่าชิงสีหน้าเย็นเยียบ
สวี่หยวนหยวนขอร้อง “เชี่ยเซินไม่ได้ตั้งใจนะเจ้าคะ”
“ถอยไป!” ไม่เคยคิดเลยว่า กินข้าวในจวนตนเอง เขายังต้องใช้
วิธีลอบให้ร้ายสตรีในเรือนหลังคนหนึ่งเช่นนี้
คำว่าออกไปในครั้งที่สอง ไม่เหลือช่องว่างแม้แต่น้อย สวี่หยวน
หยวนที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต ่า ก็รู้จักมองสายตาของคนอื่นเป็นบ้าง
แล้ว ภายใต้การอบรมสั่งสอนครึ่งปีของอวี้กุ้ยเฟย
นางถอยไปอีกด้านหนึ่ง กลับไปยืนอยู่ในแถวกลุ่มคนที่ยืนเฝ้ารอ
ทำหน้าที่กัน
หนิงเซ่าชิงมองมาด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย “มั่วซื่อ เจ้ามา
ปรนนิบัติเสีย!”
“เจ้าค่ะ”
หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น ภรรยาเอกถูกสามีชี้นิ้วสั่งให้ปรนนิบัติ
มากน้อยอย่างไร ในใจย่อมรู้สึกไม่สบอารมณ์เล็กน้อย และรู้สึกว่า
สามีทำให้ตนเองเสียหน้าที่ต้องไปทำงานที่เหล่าอี๋เหนียงกับข้ารับใช้
ทำ แต่มั่วเชียนเสวี่ยกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น
สักนิดก็ไม่รู้สึก!
นางมีสีหน้าน้อยใจ ทว่าในใจกลับลิงโลด
นางไม่ยินยอมให้สตรีอื่นปรนนิบัติหนิงเซ่าชิง โดยเฉพาะสตรีที่
มองออกเลยว่าชื่นชมยกย่องรูปโฉมท่วงท่าของหนิงเซ่าชิง แม้ว่าจะ
แค่คีบอาหารให้ก็ไม่ได้
เอ่ยจบ ก็ลุกขึ้น แล้วเริ่มต้นคีบอาหารให้หนิงเซ่าชิง
แม้ว่าหนิงเซ่าชิงจะมีสีหน้าหงุดหงิด แต่นัยน์ตาที่มองไปทางมั่ว
เชียนเสวี่ยกลับเปี่ยมไปด้วยการพะเน้าพะนอ
หนิงเซ่าชิงมองมั่วเชียนเสวี่ยยุ่งวุ่นวายกับการปรนนิบัติตนเอง
แม้เขาจะสงสารนาง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยวาจาใดออกมา
เขาส่ายหน้า แล้วเริ่มลงมือกินอาหาร
มั่วเชียนเสวี่ยคีบอะไร เขาก็กินสิ่งนั้น ไม่ได้เรื่องมากอะไร
ฮูหยินผู้เฒ่าที่อยู่อีกด้านกลับพยักหน้าให้กับมั่วเชียนเสวี่ย เป็น
การแสดงออกถึงความพอใจอย่างยิ่ง
“มั่วซื่อ เห็นเจ้าปรนนิบัติได้ไม่เลว คิดว่าน่าจะปรนนิบัติเซ่าชิง
ขณะกินอาหารบ่อย นึกถึงฐานะสูงศักดิ์ของเจ้า แต่กลับสามารถลด
ตัวลงมาปรนนิบัติสามีได้ เห็นเลยว่าเป็นคนมีคุณธรรมคนหนึ่ง”
“ท่านย่ายกย่องเกินไปแล้วเจ้าค่ะ!”
ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจยาว “เหล่าเซินอายุมากแล้ว คงจัดการ
ดูแลได้อีกไม่กี่วัน นับตั้งแต่วันนี้ไป ทุกวันเจ้าก็รั้งอยู่ข้างกายย่า ช่วย
ย่าจัดการเรื่องในจวนด้วยกันดีไหม เรื่องในเรือนหลังของตระกูลหนิง
ย่อมต้องมอบหมายให้เจ้า เจ้าอย่าได้ปรนนิบัติเซ่าชิงดีเท่านั้น ยังต้อง
เรียนรู้ที่จะดูแลจัดการเรื่องในจวนด้วย”
การกระทำเพียงเล็กน้อย ก่อให้เกิดผลกระทบอันรุนแรงจริงๆ
สายตาทั้งหมดล้วนมองมาที่นาง
เพิ่งจะแต่งงาน ฮูหยินผู้เฒ่าก็เป็นฝ่ายปล่อยมือจากอำนาจเอง นี่
เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อนในตระกูลหนิง เซี่ยซื่อผู้นั้นทุ่มเท
สติปัญญาสุดความสามารถ เพื่ออำนาจในการจัดการเรื่องภายใน
จวน สุดท้ายก็มีบทสรุปอันน่าเศร้า
คนอื่นตะลึง มั่วเชียนเสวี่ยตะลึงยิ่งกว่าผู้อื่น
ใครจะรู้ดีเท่านางว่า ฮูหยินผู้เฒ่ารังเกียจนางมากเพียงใด
ยายแก่ นี่เจ้าคิดจะทำอันใดอีก
นางกระสับกระส่ายเล็กน้อย มองไปทางหนิงเซ่าชิงแวบหนึ่ง หนิง
เซ่าชิงพยักหน้า
หนิงเซ่าชิงอารมณ์ดีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนจริงๆ ก่อนหน้านี้
เขายังกังวลว่า ท่านย่าจะไม่ชอบมั่วเชียนเสวี่ย กังวลว่าท่านย่าจะยัง
คิดไม่ได้
[1] ยามเฉิน คือเวลา 07.00 – 08.59 น.
[2] เชี่ยเซิน เป็นคำเรียกแทนตนเองอย่างถ่อมตัว