เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค - ตอนที่ 580 เริ่มต้นการประลองฝีมืออย่างเป็นทางการ (1)
คราวนี้ เขาวางใจได้อย่างเต็มที่แล้ว
มั่วเชียนเสวี่ยเข้าใจความคิดของหนิงเซ่าชิง แต่กลับรู้สึกหมด
วาจาจะกล่าวมาก
หรือต้องให้นางบอกความรู้สึกของนางกับเขา ไม่กล่าวถึงว่าเรื่อง
นี้ยังไม่เกิดขึ้น แค่เอ่ยฟ้องลับหลัง ก็ไม่ใช่นิสัยของนางแล้ว
มั่วเชียนเสวี่ยเอ่ยยิ้มๆ ว่า “ท่านย่าสุขภาพแข็งแรง จะต้องอายุยืน
ถึงร้อยปีแน่เจ้าค่ะ จะได้จัดการดูแลเรื่องต่างๆ ภายในจวนหรือไม่นั้น
ไม่สำคัญ เพียงแค่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระในจวนของท่านย่าได้
เล็กน้อย ให้ท่านย่าสามารถผ่อนคลายสักหน่อย หลานสะใภ้ย่อม
ยินดียิ่ง”
ไม่ได้มีเพียงแค่หนิงเซ่าชิงที่ดีใจกับข้อเสนอของฮูหยินผู้เฒ่า
กระทั่งหัวหน้าตระกูลหนิงรุ่นก่อนก็มีความสุขมากเช่นกัน
เขายิ้มให้มารดาตนเอง และพยักหน้ายืนยันให้กับมั่วเชียนเสวี่ย
กระแอมไอเบาๆ สองสามครั้ง แล้วเอ่ยสำทับ
“มั่วซื่อเป็นสตรีที่มากความสามารถ หากกำหนดเวลาที่ชัดเจน
ให้นาง จะต้องรับผิดชอบภาระหนักในเรือนหลังของตระกูลหนิง
ภายใต้การชี้แนะของท่านแม่ได้แน่นอน ถึงตอนนั้น ท่านแม่ก็
สามารถเพลิดเพลินไปกับการเล่นกับหลานๆ ได้ บุตรชายก็ปลื้มใจ
มากขอรับ”
มั่วเชียนเสวี่ยปรนนิบัติหนิงเซ่าชิงขณะกินอาหารเสร็จแล้ว ก็นั่ง
ลงกินเล็กน้อย จากนั้นถึงจะเป็นคราวของอี๋เหนียงเหล่านั้น
พวกนางล้วนกินกันน้อยมาก เพียงแค่กินสองสามคำพอเป็นพิธี
แล้วถอยออกไป
อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นฤดูหนาว รอจนถึงพวกนางกิน อาหารก็เย็น
ชืดหมดแล้ว
สตรีของตระกูลหนิง แม้ว่าจะเป็นอี๋เหนียง แต่ก็บอบบางยิ่งกว่า
ภรรยาเอกในตระกูลทั่วไป
คาดว่าหลังจากกลับไปแล้ว สามารถให้ครัวใหญ่ทำอาหารให้กับ
ตนเองกินคนเดียวได้เล็กน้อย
เหล่าผู้เป็นนายออกไปกันหมดแล้ว เหล่าข้ารับใช้ผัวจื่อก็เริ่มเก็บ
กวาดโต๊ะอาหาร
สวี่หยวนหยวนบ้างก็ถลึงตาโมโหใส่สายตาที่มองมาอย่างดู
แคลน บ้างก็มองไปทางหนิงเซ่าชิงอย่างเศร้าใจที่ไม่ได้รับความเป็น
ธรรม บ้างก็จ้องมองมั่วเชียนเสวี่ยด้วยความริษยาเกลียดชัง อย่างไร
เสียก็ไม่เคยได้อยู่อย่างสงบเงียบ
วั่นจื่ออิ๋งมีสมาธิจดจ่อ จิตใจไม่วอกแวก คล้ายกับไม่มีตัวตนเลย
แม้แต่น้อย
หนิงเซ่าชิงปรายตามองสวี่หยวนหยวนแวบหนึ่ง
“มั่วซื่อ กักบริเวณสวี่อี๋เหนียงผู้นี้ในเรือนเรือนเฉียงเวยตั้งแต่วันนี้
ไม่อนุญาตให้ออกมา เรียนรู้เรื่องกฎระเบียบได้ดีเมื่อใด เมื่อนั้นค่อย
ออกมา
เขาต้องจัดการแก้ปัญหานี้ให้เรียบร้อยในคราวเดียว
กักบริเวณในเรือนเฉียงเวย? นั่นก็หมายความว่าไม่ให้นางมา
ปรนนิบัติอีก ไม่ได้เห็นคนที่ชอบอีกนานหรอกหรือ
สวี่หยวนหยวนคุกเข่าขอร้อง “หัวหน้าตระกูล เชี่ยเซินรู้ตัวว่าผิด
แล้วเจ้าค่ะ…”
ทว่า นางยังเอ่ยไม่จบ ก็ถูกผัวจื่อก้าวเข้ามาลากนางออกไปแล้ว
มั่วเชียนเสวี่ยตอบอย่างเคารพนบนอบ “เจ้าค่ะ สามีโปรดวางใจ
เชี่ยเซินจะให้คนสั่งสอนกฎระเบียบกับนางให้ดีแน่นอน”
หลังจากที่เจี่ยนชิงโยวให้การชี้แนะมารอบหนึ่ง เมื่ออยู่ข้างนอก
นางจะไว้หน้าหนิงเซ่าชิงเต็มที่
“อืม” หนิงเซ่าชิงจิบชาอย่างเหม่อลอย แล้วเอ่ยว่า “มั่วซื่อ
หลังจากนี้ให้เจ้าเป็นผู้ปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่ากินอาหารเช้าที่นี่”
ในเรือนของพวกเขา มั่วเชียนเสวี่ยเป็นคนตัดสินใจ ตอนนี้กิน
อาหารข้างนอกล้วนให้นางเป็นคนปรนนิบัติ แม้นางจะเหนื่อย
เล็กน้อย แต่ก็นับได้ว่าเป็นการขจัดความขัดแย้งโดยสิ้นเชิงมั่วเชียน
เสวี่ยตอบกลับว่า “เจ้าค่ะ” ภายใต้สถานการณ์ที่มีทุกคนอยู่ นางไม่
สะดวกที่จะกล่าวให้มากความ ยิ่งไปกว่านั้น นี่ก็เป็นสิ่งที่นางคิดอยู่
พอดี
หัวหน้าตระกูลหนิงรุ่นก่อนกินอาหารเช้าเสร็จแล้ว ก็คุยเล่นกับฮู
หยินผู้เฒ่าสองสามประโยค และออกจากเรือนฉือหย่างไป ภายใต้
การประคองของจื่อฮูหยิน
หนิงเซ่าชิงกินอาหารเช้าเสร็จ ก็จากไปแล้วเช่นกัน เขาให้คนนัด
หมายซูจิ่นอวี้เรียบร้อยแล้ว
ตอนนี้ ทั้งสองตระกูลจำเป็นต้องรวมกันเป็นกลุ่มก้อน
คนสำคัญจากไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าก็เอ่ยให้แยกย้าย อี๋เหนียงแต่
ละคนและยังมีบุตรีอนุภรรยาก็พากันจากไป
เหมยฮูหยินบอกว่ารั่วซาจะถึงวัยปักปิ่นแล้ว มีเรื่องที่ต้องทำจึง
จากไปแล้ว จิ้งฮูหยินก็หัวเราะเสียงดัง เดินตามหลังเหมยฮูหยินออก
ไปด้วยกัน
มีเพียงแค่มั่วเชียนเสวี่ยที่รั้งอยู่เรือนฉือหย่าง
บอกตามตรง นางไม่เชื่อคำโป้ปดมดเท็จของฮูหยินผู้เฒ่าที่รั้ง
นางเอาไว้ เพื่อสั่งสอนเรื่องการจัดการดูแลจวนเลยสักนิด
ตั้งแต่โบราณ คนที่มีอำนาจในมือคนไหนบ้างที่จะเป็นฝ่ายสละ
อำนาจ แล้วมอบให้กับคนที่ตนเองไม่ชอบ
ภายในภัตตาคารอวี่จี้ หนิงเซ่าชิงกับซูจิ่นอวี้นั่งอยู่ริมหน้าต่าง
ทั้งสองคนไม่ได้กล่าววาจาใดมากมาย แต่กลับขมวดคิ้วเป็นปมแน่น
เหมือนกัน
ที่ดินตระกูลหนิงห่างไกลรกร้าง ที่ดินตระกูลซูมีน ้าท่วมบ่อย ทุกๆ
ปีจะมีน ้าหลากจนสามารถทำลายทุกสิ่งได้
บนท้องถนนบรรเลงเครื่องดนตรีประเภทตีและเป่า คึกครื้นเป็น
อย่างมาก ทำให้ความหดหู่และความหนักใจของทั้งสองคนชัดเจน
ยิ่งขึ้น
วันนี้เป็นวันที่องค์หญิงอวี้เหอออกเดินทางจากแคว้นไปแต่งงาน
เดิม ด้วยอายุขององค์หญิงอวี้เหอ ผ่านการเฉลิมฉลองวัน
ตรุษจีนไป ถึงจะมีอายุลวงสิบสี่ ให้แต่งงานล่ะก็ เร็วเกินไปจริงๆ ยัง
สามารถเลี้ยงดูได้อีกสองปี
แต่การเจรจาสงบศึกแล้วคัดเลือกสาวงามมาแต่งตั้งเป็นองค์หญิง
ก่อนจะจัดให้แต่งงานนั้นเป็นเรื่องระหว่างแว่นแคว้น ย่อมไม่สามารถ
ใช้เหตุผลปกติมาตัดสินใจได้
คำพังเพยกล่าวเอาไว้ว่า แต่งภรรยาแล้วเฉลิมฉลองวันตรุษจีน
ทูตแห่งหนานหลิงคิดจะส่งองค์หญิงพระองค์หนึ่งมาแต่งงานเชื่อม
สัมพันธไมตรี จึงไม่สามารถกลับแคว้นมือเปล่าได้ และคิดจะกลับ
บ้านไปเฉลิมฉลองวันตรุษให้ดี
จึงถวายฎีกาขอร้อง บอกว่าตอนกลับไปจะได้คุ้มครององค์
หญิงอวี้เหอกลับแคว้นด้วย แบบนี้ราชสำนักเทียนฉี กระทั่งขบวนคุ้ม
กันก็สามารถลดได้ ฮ่องเต้คิดแล้ว การส่งตัวเจ้าสาว ก็สามารถมอ
บอวี้เหอให้กับหนานหลิงได้เลย ไม่เพียงแต่จะเป็นความรับผิดชอบ
ในขณะเดียวกันก็สามารถหลีกเลี่ยงอุปสรรคที่มีมากจากเวลาอัน
ยาวนานได้ จึงอนุญาตทันที
เบื้องหลังองค์หญิงอวี้เหอไม่มีตระกูลฝ่ายมารดาให้การสนับสนุน
ไฉนเลยจะมีคนไปทำให้ฮ่องเต้ไม่สบอารมณ์ ทำให้หัวหน้าตระกูลห
นิงไม่พอใจ เพื่อองค์หญิงที่ถูกตระกูลทอดทิ้งคนหนึ่งกัน
ดังนั้น เมื่อฮ่องเต้อนุญาต ก็เป็นเรื่องแน่นอนแล้ว
มั่วเชียนเสวี่ยอยู่ในเรือนฉือหย่างตลอดทั้งวัน วันนี้สองฝ่ายล้วน
หยั่งเชิงขีดจำกัดซึ่งกันและกัน คลื่นลมจึงสงบเงียบ ปลอดภัยไร้กังวล
วันที่สอง ฮูหยินผู้เฒ่าก็เริ่มให้มั่วเชียนเสวี่ยปรนนิบัติ นอกจาก
ปรนนิบัตินางกินดื่มทั้งวันแล้ว ก็ให้นางอ่านเตือนสตรี ไม่ได้ให้นาง
เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องใดๆ เลยสักนิดเดียว
ตอนเช้ามีคนมารายงาน ฮูหยินผู้เฒ่าก็ให้นางออกมา โดยให้
นางไปดูว่าครัวใหญ่ทำขนมเสร็จหรือยัง ทั้งยังบอกอีกว่าอยากกิน
ขนมหวานฝีมือนางที่ทั้งนุ่มทั้งหอมพวกนั้น
ตอนกลางวันมีคนมารายงาน ฮูหยินผู้เฒ่าบอกว่าอีกครู่นางจะ
พักผ่อนยามกลางวัน ให้นางไปดูว่าถ่านในห้องนอนเผาไปถึงไหน
แล้ว และถือโอกาสเปลี่ยนเตากำยานสงบใจอีกเตาหนึ่ง
ตอนบ่ายมีคนมารายงานอีก…อย่างไรก็แล้วแต่ ฮูหยินผู้เฒ่า
มักจะมีเหตุผลต่างๆ ในการให้มั่วเชียนเสวี่ยออกไปก่อน
เวลาที่เหลือ นางก็อ่านเตือนสตรี! แสร้งใช้คำที่น่าฟังว่า ฝึกฝน
ขัดเกลาตนเองให้มีคุณธรรมและจริยธรรม!
หนึ่งวันมานี้ นางอ่านจนคอแห้งผาก
แต่ดันไม่สามารถโมโหได้ เพราะไม่ว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะให้นางทำ
อะไร ล้วนใช้น ้าเสียงอ่อนโยน สีหน้าเป็นห่วง และขอร้อง ทำให้นางมี
ทุกข์แต่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้
ตอนนี้ นางเพิ่งจะมีความรู้สึกว่าได้เจอคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือพอๆ กัน
แน่นอนว่า นางไม่ได้บอกอะไรกับหนิงเซ่าชิง
เขากังวลเรื่องในตระกูลมาพอแล้ว นางไม่อาจทำให้เขาเป็นห่วง
ตนเองได้เด็ดขาด
นางจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยได้ ดูแลควบคุมการหุงหาอาหาร
ในจวนให้ราบรื่น และเป็นผู้ให้การสนับสนุนเบื้องหลังที่แข็งแกร่งที่สุด
ของเขา
วันที่สาม ปัญหาก็…มาเยือนในที่สุด!
จะเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนแล้ว ในฐานะผู้คุมหางเสือเรือน
หลังของตระกูลขุนนางเก่าแก่ เดิมควรจะยุ่งจนหัวหมุน
แต่ว่า ฮูหยินผู้เฒ่ากลับมีท่าทางว่างมาก เห็นได้ชัดว่าชำนาญ
กับการรับมือเรื่องในจวนเหล่านี้แล้ว
นางคือฮูหยินผู้เฒ่า เป็นบรรพบุรุษตระกูลหนิง หัวหน้าตระกูลรุ่น
ก่อนคือบุตรชายของนาง หัวหน้าตระกูลคนปัจจุบันคือหลานชาย
แท้ๆ ของนาง ด้านหนึ่ง ใครก็ไม่กล้าเล่นลอบกัดภายใต้สายตานาง
แต่อีกด้านหนึ่ง ก็เป็นการอธิบายได้ว่า นางจัดการเรื่องราวได้
เหมาะสม
ทิ้งเรื่องการปฏิบัติตัวต่อนางไป มั่วเชียนเสวี่ยยังคงนับถือฮูหยินผู้
เฒ่ามาก