แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 11 เสียงหัวเราะปริศนา
ไม่นานนัก กู้เฉินก็กลับมาถึงหน้าโรงเตี๊ยม
อ้าว กลับมาแล้วรึ เย่หนานเอ่ยทักทายเมื่อเห็นกู้เฉิน
ขอรับ ท่านอาจารย์ ข้ากลับมาแล้ว ข้ายังนำเนื้อสัตว์อสูรกลับมาฝากท่านอาจารย์ด้วย ไม่รู้ว่าจะถูกปากท่านหรือไม่ กู้เฉินตอบกลับอย่างนอบน้อม
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของเย่หนานก็เป็นประกายวาววับ ใช้ได้นี่ ข้าคิดไม่ผิดจริงๆ ที่รับเจ้าเป็นศิษย์
เมื่อก่อน เขาทำได้แค่ล่าสัตว์ป่าธรรมดามาประทังชีวิต
เนื้อสัตว์อสูรที่มีพลังวิญญาณแบบนี้ เขายังไม่เคยลิ้มลองเลยสักครั้ง
เป็นอาจารย์หนึ่งวัน เหมือนเป็นบิดาตลอดชีวิต เรื่องแค่นี้เป็นหน้าที่ของศิษย์อยู่แล้วขอรับ กู้เฉินรีบตอบกลับ
ดี ดีมาก รีบเอาเนื้อออกมาดูซิ เย่หนานได้ยินกิตติศัพท์มานานแล้วว่าเนื้อสัตว์อสูรคือของดี
ขอรับท่านอาจารย์ กู้เฉินวาดมือคราหนึ่ง เนื้อจำนวนมหาศาลก็ร่วงหล่นลงมาจากแหวนมิติ
ตุบ ตุบ ตุบ
กองเนื้อขนาดมหึมากองพะเนินอยู่ตรงหน้า
ว้าว เนื้อเยอะขนาดนี้เลยเหรอ หลิงหลงที่เพิ่งเดินออกมาเห็นภาพตรงหน้า ก็ร้องอุทานด้วยความตกใจ
จากนั้น ใบหน้าจิ้มลิ้มก็ฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
ก่อนหน้านี้ เนื้อที่ป้าหวังให้มาก็ใกล้จะหมดสต็อกแล้ว
เสี่ยวเฉิน ทำได้ไม่เลวนี่นา นี่มันเนื้ออะไรหรือ หลิงหลงเอ่ยถามกู้เฉินด้วยท่าทางนักเลงโต
เอ่อ นี่เนื้อพยัคฆ์ขอรับ เมื่อได้ยินสรรพนามที่อีกฝ่ายเรียก กู้เฉินถึงกับหน้าดำคร่ำเครียด
แต่ ก็ไม่ได้ถือสาหาความเด็กตัวกะเปี๊ยก
โอ้โห เนื้อเสือเสียด้วย ดูสิ เนื้อแน่นเด้งดึ๋งเชียว เย่หนานใช้นิ้วจิ้มเนื้อพวกนั้นดูด้วยความสนใจ
ท่านอาจารย์ เนื้อพวกนี้ศิษย์คัดมาเฉพาะส่วนที่เป็นหัวกะทิเลยนะขอรับ กู้เฉินรีบนำเสนอ
อืม เยี่ยม รู้ความจริงๆ อากาศร้อนๆ แบบนี้ มันต้องจัดปาร์ตี้หมูกระทะ เอ้ย เนื้อย่างสิถึงจะสะใจ เย่หนานทำหน้าฟินสุดขีด
พูดจบ เขาก็เริ่มลงมือจัดการกับเนื้อพวกนั้นทันที
หลิงหลงและกู้เฉินที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่ได้นิ่งดูดาย รีบเข้ามาช่วยหยิบจับ
อย่าเห็นว่าหลิงหลงตัวเล็ก สองปีมานี้ นางเรียนรู้อะไรจากเย่หนานไปไม่น้อย
ประเด็นคือ ยัยหนูคนนี้ขยันขันแข็งมาก
หลิงหลง ไปยกเตาย่างออกมา เดี๋ยวพี่จะปรุงน้ำหมักเอง เย่หนานหันไปสั่งหลิงหลง
รับทราบ หลิงหลงรีบวิ่งไปเอาเตาย่างอย่างว่าง่าย
สำหรับเย่หนานผู้คลั่งไคล้เนื้อย่าง เรื่องน้ำหมักสูตรเด็ดคือเรื่องกล้วยๆ
ไม่นานนัก น้ำหมักรสเด็ดก็เสร็จเรียบร้อย
หลิงหลงตั้งเตาย่างอย่างคล่องแคล่ว
กลับเป็นกู้เฉินเสียอีกที่ยืนทำหน้าบื้อใบ้
เพราะ ของพวกนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เลยไม่รู้จะช่วยหยิบจับตรงไหน
มองอะไรอยู่ล่ะ มานี่ เดี๋ยวข้าสอน หลิงหลงทนดูไม่ไหว หันมาค้อนกู้เฉินวงใหญ่
โดนเด็กเจ็ดขวบสอนมวย กู้เฉินก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ แม้อีกฝ่ายจะมีศักดิ์เป็นศิษย์พี่หญิงก็เถอะ
แต่ เขาก็ตั้งใจเรียนรู้อย่างจริงจัง
หลิงหลงสอนอย่างละเอียด ตั้งแต่วิธีแล่เนื้อ เสียบไม้ ไปจนถึงการคุมไฟ ทุกขั้นตอนสอนอย่างเป๊ะปัง
กู้เฉินมองหลิงหลงด้วยความประหลาดใจ
เรื่องพวกนี้ แม้เขาจะเรียนรู้ได้ไว
แต่ การได้เห็นเด็กตัวกะเปี๊ยกทำตัวเป็นผู้ใหญ่สอนงาน กู้เฉินก็อดชื่นชมในใจไม่ได้
ช่างรู้ความจริงๆ กู้เฉินคิดในใจ
เรื่องราวชีวิตของหลิงหลง เย่หนานเคยเล่าให้เขาฟังมาบ้างแล้ว
ทุกอย่างพร้อมสรรพ
ไม่นาน กลิ่นหอมฉุยก็ลอยฟุ้งออกมาจากเตาย่าง
หอมจังเลย หลิงหลงน้ำลายสอ
กู้เฉินที่อยู่ข้างๆ ก็ลอบกลืนน้ำลายเช่นกัน
เห็นปฏิกิริยาของทั้งคู่ เย่หนานก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
เฮ้อ ฝีมือระดับเทพแบบนี้ ถ้าไปเปิดร้านขายหมูปิ้งที่โลกเดิม ป่านนี้รวยเละไปแล้ว เย่หนานรำพึงในใจ
ทันทีที่เนื้อสุกได้ที่ กู้เฉินและหลิงหลงก็โซยแหลก
แต่ ส่วนใหญ่จะลงไปอยู่ในท้องของหลิงหลงเสียมากกว่า
กู้เฉินได้แต่มองตาปริบๆ ย่างเสร็จทีไร เขาได้กินแค่เศษเสี้ยวเดียว
แต่ เขาก็ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย
เขากลับชอบบรรยากาศแบบนี้
บ้านเดิมสูญสิ้นไปแล้ว ตอนนี้ เขามีครอบครัวใหม่ เขาตั้งปณิธานว่าจะต้องปกป้องบ้านหลังนี้ไว้ให้ดี
หลังจากกินดื่มจนอิ่มหนำ ทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
มีเพียงกู้เฉินที่ยังคงนั่งบำเพ็ญเพียรอยู่บนเตียง
เวลาล่วงเลยไป ระดับพลังของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว
จาก ขั้นรวบรวมวิญญาณ ระดับห้า ก้าวเข้าสู่ ขั้นรวบรวมวิญญาณ ระดับแปดในเวลาอันสั้น
จนกระทั่งกลางดึก เขาจึงหยุดการบำเพ็ญเพียร ไม่คิดจะเร่งระดับต่อ
ในความคิดของเขา การเลื่อนระดับที่รวดเร็วเกินไปเช่นนี้ ย่อมไม่ส่งผลดี จำเป็นต้องใช้เวลาขัดเกลาให้รากฐานมั่นคง
เมื่อตอนเย็น ลืมถามท่านอาจารย์ไปเลย เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยถามแล้วกัน กู้เฉินคิดพลางล้มตัวลงนอน
ทันทีที่หัวถึงหมอน เขาก็ได้ยินเสียงประหลาดแว่วมา
หือ หรือว่าช่วงนี้ข้าเหนื่อยเกินไป กู้เฉินไม่ได้ใส่ใจ พลิกตัวเตรียมจะหลับต่อ
แต่ทว่า เสียงนั้นกลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
มันดังทะลุเข้ามาในสมองของเขาโดยตรง
มันคือเสียงหัวเราะที่ชวนขนหัวลุก
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะนี้ กู้เฉินเหงื่อแตกพลั่กทันที
เสียงนั้นไม่ได้แฝงแรงกดดันหรือพลังอำนาจใดๆ แต่กลับทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวอย่างจับจิตจับใจ
ถึงขั้น ก่อให้เกิดความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นในจิตใจ
ตัวอะไรกัน กู้เฉินมองไปรอบห้องด้วยความตื่นตระหนก
ฮี่ฮี่ฮี่
เสียงนั้นยังคงดังต่อเนื่องอยู่รอบกายกู้เฉิน
ครั้งนี้ เสียงหัวเราะราวกับมีมนตร์สะกดบางอย่าง ทำให้เขาสูญเสียการควบคุมร่างกายไปสิ้นเชิง
แต่ สติของเขายังคงครบถ้วน เพียงแต่ไม่อาจสั่งการร่างกายได้
เขาทำได้เพียงมองดูร่างกายของตนเอง ก้าวเดินออกจากห้องไปทีละก้าว
กู้เฉินอยากจะตะโกนร้องให้คนช่วย แต่ ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากลำคอ
คราวนี้ กู้เฉินสติแตกของจริง เขาหวาดกลัวจนขีดสุด
ไม่นาน เขาก็เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่ง
เขาเห็นทิศทางที่ร่างกายตัวเองเดินมาอย่างชัดเจน
มันคือห้องอีกห้องหนึ่ง ห้องที่ถูกลงกลอนเอาไว้อย่างแน่นหนา
เมื่อเห็นห้องห้องนี้ กู้เฉินก็ตกตะลึง
เขานึกว่า มีจอมมารผู้ชั่วร้ายบุกเข้ามาในโรงเตี๊ยม
หรือว่า นักฆ่าที่ตามล่าเขาจะมาถึงแล้ว
แต่ ด้วยความแข็งแกร่งของเย่หนาน เขามั่นใจว่า ใครหน้าไหนบุกเข้ามาก็มีแต่ตายกับตาย
ดังนั้น เขาจึงสงสัยว่าอาจเป็นยอดฝีมือลึกลับที่แฝงตัวเข้ามา โดยที่แม้แต่เย่หนานก็ยังไม่รู้ตัว
แต่ที่เขาคาดไม่ถึงคือ ต้นตอของเสียงกลับมาจากห้องที่ถูกล็อคกุญแจห้องนั้น
และเสียง ก็ดังออกมาจากข้างในห้องนี้เอง
ข้างในนั้นมีอะไรกันแน่ กู้เฉินพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะแย่งชิงการควบคุมร่างกายกลับมา แต่ก็ไร้ผล
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องของเย่หนาน เจ้าตัวยังคงนอนกางแขนกางขาหลับสบาย
แถมยังยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างมีความสุข
ดูเหมือนกำลังฝันดีถึงเรื่องอย่างว่าอยู่เป็นแน่
ส่วนในห้องของหลิงหลง เด็กน้อยขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
นอกจากเย่หนานที่หลับเป็นตายแล้ว ทั้งหลิงหลงและกู้เฉิน ต่างก็ได้ยินเสียงหัวเราะสยองขวัญนั่น
ดูท่า จะกลัวจนทนไม่ไหว
หลิงหลงกระโดดลงจากเตียง วิ่งแจ้นไปที่ห้องของเย่หนานทันที
พี่หนาน เกิดเรื่องแล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ไอ้ตัวน่ากลัวนั่นมันหัวเราะอีกแล้ว หลิงหลงไม่สนใจว่าเย่หนานจะหลับฝันหวานแค่ไหน
นางเขย่าแขนเย่หนานอย่างแรง
เย่หนานที่กำลังฝันหวาน ถูกหลิงหลงปลุกกระชากวิญญาณจนตื่น
หือ หลิงหลง ดึกดื่นป่านนี้ไม่หลับไม่นอน เจ้าเป็นบ้าอะไรเนี่ย เย่หนานลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย มองหลิงหลงด้วยความหงุดหงิด
พี่หนาน ไอ้ผีบ้านั่นมันหัวเราะอีกแล้ว หลิงหลงหน้าซีดเผือด จ้องมองเย่หนานตาโต
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิงหลง เย่หนานขยี้ตาเรียกสติ
ถึงได้เห็นว่าหลิงหลงหน้าซีดตัวสั่นด้วยความกลัวจริงๆ
ตัวอะไรหัวเราะนะ เย่หนานถามย้ำอย่างจริงจัง สมองยังประมวลผลไม่ทัน
พี่หนาน ก็ห้องที่พี่ล็อคกุญแจขังมันไว้นั่นไง พี่ลองฟังดีๆ สิ หลิงหลงรีบเตือนสติ
อ๋อ ไอ้นั่นน่ะเหรอ เย่หนานถึงบางอ้อ และจำได้ทันที
จากนั้น เขาก็เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
แม้เสียงจะแผ่วเบา แต่ เย่หนานก็ได้ยินมันชัดเจน