แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 12 ถ้าขืนยังส่งเสียงฮี่ฮี่ฮี่อีก ข้าจะจับเจ้าฝังดินซะ
- Home
- แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า
- บทที่ 12 ถ้าขืนยังส่งเสียงฮี่ฮี่ฮี่อีก ข้าจะจับเจ้าฝังดินซะ
ทันใดนั้น ใบหน้าของเย่หนานก็ดำทะมึนลง
แม่งเอ๊ย ที่แท้ก็เป็นไอ้หมาเวรตัวนี้นี่เอง นึกว่า โดนสั่งสอนไปรอบก่อนแล้วจะเข็ดหลาบเสียอีก ยังกล้ามารบกวนฝันระ เอ้ย ฝันดีของบิดาอีกเรอะ เย่หนานโกรธจนควันออกหู
เขาก็ว่าอยู่ หลิงหลงเป็นเด็กดีเชื่อฟังขนาดนั้น
จะมาปลุกเขาตอนดึกๆ ดื่นๆ โดยไม่มีเหตุผลได้ยังไง
เย่หนานไม่รอช้า ถลกแขนเสื้อเดินดุ่มๆ ออกจากห้องทันที
ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้อง เย่หนานก็ต้องชะงัก
ศิษย์รัก เจ้าทำบ้าอะไรอยู่น่ะ เย่หนานมองกู้เฉินด้วยสายตาแปลกประหลาด
ดูเหมือนคำพูดของเย่หนานจะมีมนตร์วิเศษ ร่างกายของกู้เฉินกลับมาขยับได้ดั่งใจนึกในพริบตา
เมื่อได้สติคืนมา กู้เฉินรีบวิ่งถลาเข้ามาหาเย่หนาน
ท่านอาจารย์ ในห้องนั้นขังตัวอะไรไว้หรือขอรับ มันน่ากลัวเกินไปแล้ว เมื่อครู่ร่างกายของศิษย์ขยับไม่ได้เลย กู้เฉินเล่าเหตุการณ์เมื่อครู่ให้เย่หนานฟังด้วยความหวาดผวา
อะไรนะ วอนหาเรื่องเจ็บตัวจริงๆ บังอาจมารังแกศิษย์ของข้า พอยิ่งได้ฟัง เย่หนานก็ยิ่งโมโหเดือดดาล
เย่หนานเดินตรงดิ่งไปที่หน้าห้อง ควักกุญแจออกมาไขประตู
หลิงหลงและกู้เฉินย่องตามมาเงียบๆ
พวกเขาไม่กล้าเข้าไป
ทำได้เพียงยืนเกาะขอบประตู ชะเง้อมองเข้าไปข้างในอย่างระมัดระวัง
ด้วยความกลัวว่าจะมีอันตราย กู้เฉินจึงขยับตัวมาบังหลิงหลงไว้ด้านหลัง
มือข้างหนึ่งเตรียมพร้อมอยู่ที่แหวนมิติ
หากมีอะไรไม่ชอบมาพากล เขาพร้อมจะชักอาวุธออกมาทันที
เมื่อประตูเปิดออก กู้เฉินก็เห็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่
ตู้เสื้อผ้านั้นถูกล็อคด้วยแม่กุญแจ และดูเหมือน ตู้นี้จะไม่ใช่ของธรรมดา
ทั้งห้องว่างเปล่า มีเพียงตู้ใบนี้ตั้งอยู่โดดเดี่ยว
เสียงหัวเราะประหลาดที่เคยดังก่อนหน้านี้ เงียบหายไปทันทีที่เย่หนานปรากฏตัว
หัวเราะสิวะ แน่จริงหัวเราะอีกสิ ชอบหัวเราะนักใช่ไหม ชอบทำเสียงฮี่ฮี่ฮี่นักใช่ไหม เย่หนานไม่ได้ไขกุญแจตู้ แต่ใช้เท้า กระหน่ำเตะตู้เสื้อผ้านั้นอย่างป่าเถื่อน
ปัง ปัง ปัง
ไม่รู้ว่าตู้นี้ทำมาจากวัสดุอะไร
แรงเตะของเย่หนานนั้นมหาศาล แต่กลับทำได้เพียงส่งเสียงดังสนั่น โดยที่ตู้ไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย
ฉากนี้ทำเอากู้เฉินและหลิงหลงยืนอ้าปากค้าง
โดยเฉพาะกู้เฉิน ท่านอาจารย์ผู้ดูสุขุมนุ่มลึกดุจบัณฑิตคงแก่เรียน กลับมีด้านที่ดิบเถื่อนขนาดนี้
ช่าง รุนแรงเหลือเกิน
แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าคือ สิ่งที่ถูกขังอยู่ในนั้น ดูเหมือนจะกลัวเย่หนานหัวหด
โดนเตะขนาดนี้ กลับเงียบกริบไม่กล้าส่งเสียงหัวเราะออกมาอีกเลย
เย่หนานเตะอยู่นานสองนาน จนกระทั่งเริ่มเหนื่อยจึงหยุดพัก
บัดซบ ดึกดื่นป่านนี้ จะไม่หลับไม่นอนกันหรือไง ถ้าเจ้ายังกล้าส่งเสียงฮี่ฮี่ฮี่ตอนกลางคืนอีก ข้าจะขุดหลุมฝังเจ้าซะ เย่หนานชี้หน้าด่าตู้เสื้อผ้าอย่างดุเดือด
เย่หนานเองก็จนปัญญา เพราะเจ้านี่ก็เป็นของรางวัลที่ระบบมอบให้มาเหมือนกัน
เอาล่ะ พวกเจ้ากลับไปนอนเถอะ ไม่มีอะไรแล้ว เย่หนานหันมาบอกกู้เฉินและหลิงหลง
จากนั้น ก็จัดการล็อคห้องอีกครั้ง
เย่หนานนั้นไม่คิดมาก กลับไปนอนต่อได้อย่างสบายใจ
แต่กู้เฉินกลับยังตั้งสติไม่ได้
สมองของเขาสับสนวุ่นวาย ทำได้เพียงเดินกลับห้องไปอย่างเหม่อลอย
ส่วนหลิงหลงนั้นปรับตัวได้ไวกว่า เพราะเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่นานก็กลับมาเป็นปกติ
และหลับปุ๋ยไปในเวลาอันรวดเร็ว
ส่วนเย่หนาน แม้จะหลับไปแล้ว
แต่ สีหน้ากลับดูบิดเบี้ยวราวกับกินของขม กัดฟันกรอดๆ
มือไม้ปัดป่ายไปมาเป็นระยะ
ปากก็พึมพำละเมอออกมาว่า ทุบให้ตายเลย เจ้าหมาเวร
ไม่รู้ว่า กำลังฝันถึงอะไรอยู่กันแน่
เช้าวันรุ่งขึ้น กู้เฉินตื่นแต่เช้าตรู่
เขายังคงทำกิจวัตรเหมือนเดิม คือตื่นคนแรกแล้วลุกมาทำอาหารเช้า
เพียงแต่ เวลาเดินผ่านห้องที่ถูกล็อคห้องนั้น เขาจะเดินเลี่ยงไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงตามหลอกหลอน แค่เห็นประตูนั่นเขาก็ขนลุกซู่
เมื่อคืนเขาอยากจะถามเย่หนานใจจะขาดว่าข้างในนั้นขังตัวบ้าอะไรไว้
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถาม
เขารู้ว่า ถึงเวลาที่เหมาะสม เย่หนานคงบอกเขาเอง
เมื่ออาหารเช้าใกล้เสร็จ เย่หนานและหลิงหลงก็ตื่นนอน
แต่ทว่า ดูเหมือนทั้งคู่จะนอนไม่ค่อยเต็มอิ่ม
โดยเฉพาะหลิงหลง ที่ขอบตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า
คงเป็นเพราะเมื่อคืนตกใจกลัวจนเกินไป
กู้เฉินจัดแจงวางอาหารจนเต็มโต๊ะ
มีลูกศิษย์มันดีอย่างนี้นี่เอง เย่หนานพึมพำอย่างพอใจ
ในขณะที่ทั้งสามกำลังนั่งทานข้าว เย่หนานก็นึกขึ้นได้
เขาหันไปหากู้เฉิน เมื่อวานข้าลืมบอกเจ้าไป หลังจากที่เจ้าออกไป มีชายชุดดำสองคนมาตามฆ่าเจ้า ข้าจัดการพวกมันไปเรียบร้อยแล้ว
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่หนาน มือของกู้เฉินที่กำลังคีบอาหารก็ชะงักกึก
ความโกรธแค้นพุ่งพล่านขึ้นมาในอก
แต่ ก็รีบระงับอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว
เพราะเย่หนานนั่งอยู่ตรงนี้ เขาจะมาแสดงกิริยาเกรี้ยวกราดต่อหน้าอาจารย์ไม่ได้
ท่านอาจารย์ ศิษย์สร้างความเดือดร้อนให้ท่านแล้ว กู้เฉินรู้สึกผิดจับใจ
พูดอะไรแบบนั้น เจ้าเป็นศิษย์ของข้า เจ้าเจอเรื่องแบบนั้นมา ถ้าข้าไม่ห่วงเจ้า แล้วจะให้ใครมาห่วง เย่หนานเอ่ยอย่างไม่ถือสา
ได้ยินดังนั้น กู้เฉินถึงกับจุกในอก น้ำตาพาลจะไหล
เขาไม่รู้จะตอบกลับอย่างไร
เพราะ ไม่ว่าจะพูดคำไหน ก็ไม่อาจบรรยายความรู้สึกได้หมด
เขาทำได้เพียงจดจำความเมตตาของเย่หนานไว้ในส่วนลึกของหัวใจ
จริงสิ ท่านอาจารย์ ข้ามีกายาพิเศษใช่หรือไม่ขอรับ แล้วก็ การที่ข้าบำเพ็ญเพียรเร็วเกินไป จะมีผลข้างเคียงอะไรไหม กู้เฉินตั้งสติ แล้วถามข้อสงสัยของตนออกมา
อืม เจ้ามีกายาที่เรียกว่ากายาวัชระราชันติดตัวมา ข้าลืมบอกไป ส่วนเรื่องการฝึกฝน เจ้าฝึกไปเถอะ ไม่มีผลข้างเคียงอะไรหรอก แต่จำไว้ว่า ประสบการณ์การต่อสู้สำคัญที่สุด จะเอาแต่เร่งระดับพลังอย่างเดียวก็ไม่ดี เย่หนานไขข้อข้องใจทีละข้อ
เมื่อได้รับการยืนยันจากเย่หนาน กู้เฉินก็วางใจ
ด้วยความเร็วในการฝึกฝนระดับนี้ วันเวลาที่จะได้ล้างแค้นก็คงอีกไม่นาน
อีกเรื่องหนึ่ง ท่านอาจารย์ เมื่อวานข้าได้สมุนไพรวิเศษระดับสามมาจากในเทือกเขา ข้ามอบให้ท่านขอรับ กู้เฉินหยิบสมุนไพรวิเศษออกมาส่งให้เย่หนาน
ไม่ต้อง เจ้าเก็บไว้ใช้เองเถอะ ของพรรค์นี้ไม่มีประโยชน์กับข้า เย่หนานส่ายหน้าปฏิเสธ
ระบบบอกเขาไว้นานแล้วว่า มีเพียงระดับพลังที่ระบบมอบให้เท่านั้นที่ใช้งานได้จริง
เขาไม่จำเป็นต้องบำเพ็ญเพียร และไม่จำเป็นต้องกินของวิเศษใดๆ
เอ่อ งั้นก็ได้ขอรับ กู้เฉินจำต้องเก็บสมุนไพรกลับไป
เขาก็พอจะเดาได้ว่า ยอดฝีมืออย่างเย่หนานคงไม่สนใจสมุนไพรระดับสาม
แต่ เพื่อแสดงความกตัญญู อย่างไรเขาก็ต้องมอบให้ก่อน
หลังจากทานข้าวเสร็จ กู้เฉินก็เก็บล้างถ้วยชามอย่างขยันขันแข็ง
ส่วนหลิงหลงกลับไปยืนเท้าสะเอวเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องที่ถูกล็อคห้องนั้น ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
เห็นพฤติกรรมใจกล้าบ้าบิ่นของหลิงหลง กู้เฉินถึงกับหนังตากระตุก
เขาเพิ่งสัมผัสความสยองมาหมาดๆ ชาตินี้ไม่อยากเจอเป็นครั้งที่สองแน่
เย่หนานกลับไปนอนเอกเขนกที่เก้าอี้หน้าร้านตามเดิม
ระหว่างวันมีลูกค้ามาซื้อเหล้าบ้างประปราย กู้เฉินก็รับหน้าที่ดูแล
มีลูกศิษย์นี่มันดีจริงๆ ไม่ต้องล้างจานเอง ไม่ต้องรับลูกค้าเอง สบายแฮ เย่หนานมองกู้เฉินที่กำลังง่วนกับการทำงานด้วยความพึงพอใจ
เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่ช่วงบ่าย
ขณะที่เย่หนานกำลังนอนอืดอย่างสบายใจเฉิบ
เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ติ๊ง ตรวจพบ ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะเป็นศิษย์ของโฮสต์ในบริเวณใกล้เคียง กรุณาโฮสต์เดินทางไปรับศิษย์]
หือ มาอีกแล้วเหรอ เมื่อได้ยินเสียงระบบ ดวงตาของเย่หนานก็เป็นประกาย
เขาลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตามองไปที่ถนน
แต่ทว่า ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว บนถนนแทบไม่มีผู้คนสัญจร
เย่หนานมองซ้ายมองขวา นอกจากชาวบ้านหน้าเดิมๆ ที่คุ้นเคย ก็ไม่เห็นใครที่มีลักษณะพิเศษ
ระบบ แกคงไม่ได้หลอกข้าใช่ไหม ไหนล่ะลูกศิษย์ข้า เย่หนานถามในใจด้วยความเคลือบแคลงสงสัย