แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 140 ความแข็งแกร่งและความมหัศจรรย์ของอู๋เซี่ยง
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ เย่หนานก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
ชุดเกราะที่ถูกลืมเลือน หรือจะเป็นชุดโทรม ๆ ที่เจ้าหมอนั่นใส่อยู่เย่หนานพึมพำพลางก้าวเท้าเดินเนิบนาบตรงเข้าไปหาพวกเทียนหมิง
เร็ว! รีบหนีเร็ว!เมื่อเห็นเย่หนานเดินเข้ามาใกล้ ความเกรี้ยวกราดก่อนหน้านี้ของเทียนหมิงมลายหายไปจนสิ้น เขาตะโกนเรียกเทียนหยวนและฮ่องเต้เทียนฉี่ด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
เทียนหยวนและฮ่องเต้เทียนฉี่เองก็มีปฏิกิริยาว่องไว พวกเขารีบคว้าตัวเทียนหมิงแล้วพากันทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที
จนกระทั่งบินขึ้นมาอยู่ในระดับสูงเสียดฟ้า พวกเขาถึงได้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก สายตาที่มองลงมายังเย่หนานเต็มไปด้วยความดูแคลน
ฮ่า ๆ ๆ… ต่อให้เจ้าแข็งแกร่งเทียมฟ้า แต่ตราบใดที่เจ้าเหาะไม่ได้ เจ้าก็ไม่มีพิษสงอะไรน่ากลัวเลยสักนิด!เทียนหมิงที่เพิ่งรอดตายมาได้ตะโกนเย้ยหยันลงมาจากฟากฟ้า
ได้ยินเช่นนั้น ทั้งเทียนหยวนและฮ่องเต้เทียนฉี่ต่างหนังตากระตุกด้วยความหวั่นใจ
ทว่าคราวนี้ เย่หนานกลับไม่ได้โกรธเกรี้ยวเหมือนก่อน มุมปากของเขายกยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างนั้นรึ อีกเดี๋ยวข้าหวังว่าเจ้าจะยังปากดีแบบนี้ได้อยู่นะ
รีบไปเถอะ!เทียนหยวนหมดอารมณ์จะต่อสู้แล้ว ความลึกลับของเย่หนานทำให้เขาหวาดผวา เขาหิ้วปีกเทียนหมิงเตรียมจะบินหนีไปให้ไกลที่สุด
คันธนู… จงมา!เย่หนานเอ่ยเสียงเรียบ
สิ้นคำ กลุ่มก้อนแสงสีทองหรืออู๋เซี่ยงในมือก็แปรเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นคันธนูสีทองอร่ามขนาดมหึมา
เย่หนานง้างสายธนูจนสุดล้า
วูบ!
ศรแสงสีทองดอกหนึ่งปรากฏขึ้นบนคันธนู ก่อนจะถูกปล่อยออกไปแหวกอากาศด้วยความเร็วเสียง
ฟึ่บ!
ความเร็วของลูกศรนั้นเหนือกว่าความเร็วในการเหาะหนีของพวกเทียนหยวนอย่างเทียบกันไม่ติด
ฝ่ามือทลายสวรรค์!
เทียนหยวนรีบหันกลับมาซัดฝ่ามืออัดแน่นด้วยพลังปราณเข้าใส่ลูกศรสีทองหมายจะสกัดกั้น
ทว่าในจังหวะที่ฝ่ามือปราณกำลังจะปะทะกับลูกศรนั้นเอง ภาพที่น่าเหลือเชื่อก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาของทุกคน
ลูกศรสีทองดอกนั้นกลับหักเลี้ยวกลางอากาศ หลบหลีกฝ่ามือของเทียนหยวนไปได้อย่างพลิ้วไหว ราวกับมันมีชีวิตและสติปัญญาเป็นของตนเอง ก่อนจะพุ่งตรงเข้าหาเป้าหมายอย่างไม่ลดละ
บัดซบ! เป็นไปได้อย่างไร!เทียนหยวนและพวกต่างกู่ร้องในใจด้วยความตื่นตระหนก
วินาทีนี้พวกเขาถึงได้ตระหนักถึงความน่าสะพรึงกลัวของสมบัติวิเศษในมือเย่หนานอย่างแท้จริง
แม้แต่เย่หนานเอง เมื่อเห็นภาพนั้นดวงตาก็เป็นประกายวิบวับ
โอ้โห! เจ้าทำแบบนี้ได้ด้วยหรือเนี่ย ก่อนหน้านี้ไม่เห็นบอกกันบ้างเลยนะเย่หนานลูบคันธนูในมือพลางเอ่ยเย้าแหย่ด้วยรอยยิ้ม
วิ้ง…
ราวกับจะตอบรับคำพูดของเจ้านาย คันธนูสีทองสั่นระริกเบา ๆ พร้อมส่งเสียงกังวาน
ปฏิกิริยานี้ทำให้เย่หนานยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่
เจ้าฟังข้ารู้เรื่องด้วยรึเย่หนานถามด้วยความดีใจ
วิ้ง…
คันธนูสั่นตอบรับอีกครั้ง
ดี! ดีมาก! ต่อไปข้าจะได้มีเพื่อนคุยแก้เหงาเสียทีเย่หนานหัวเราะร่าราวกับเด็กน้อยที่ค้นพบของเล่นชิ้นใหม่
ตัดกลับไปที่ฝั่งของพวกเทียนหยวน สถานการณ์กลับไม่สู้ดีนัก
ไม่ว่าพวกเขาจะปล่อยกระบวนท่าโจมตีสกัดกั้นอย่างไร ลูกศรสีทองกลับสามารถหลบหลีกได้ทุกครั้ง อย่างมากก็ทำได้เพียงชะลอความเร็วของมันลงเล็กน้อยเท่านั้น
ฟึ่บ!
เพียงชั่วพริบตาที่เผลอไผล ลูกศรสีทองก็ทะลวงฝ่าการป้องกัน พุ่งเข้ามาประชิดหน้าเทียนหยวน
เมื่อความตายมาเยือนตรงหน้า เทียนหยวนหน้าซีดเผือด
ไม่มีทางเลือกแล้ว… สหายร่วมสาบาน เจ้าทนเจ็บหน่อยแล้วกัน!
ท่ามกลางสายตางุนงงของเทียนหมิง เทียนหยวนคว้าตัวเทียนหมิงเหวี่ยงมาขวางทางลูกศรไว้ด้านหน้าตนเอง
ตูม!
ลูกศรปะทะเข้ากับร่างของเทียนหมิงอย่างจัง
แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้ทั้งคู่กระเด็นปลิวละลิ่ว ร่างร่วงหล่นลงกระแทกกับยอดเขายักษ์เบื้องล่าง
ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย ยอดเขาทั้งลูกยุบตัวลงกลายเป็นหลุมมหึมา
เจ้า… ไอ้สารเลว!เทียนหมิงที่ถูกเทียนหยวนทับอยู่ด้านล่าง กัดฟันด่าทอด้วยความโกรธแค้น ใบหน้าเขียวคล้ำ
เจ้าจะกลัวอะไร! เจ้ามีเกราะอ่อนคุ้มกาย หากเจ้าไม่รับแทนข้า ข้าคงตายไปแล้ว ถึงตอนนั้นใครจะพาเจ้าหนี!เทียนหยวนรีบแก้ตัวพัลวัน แม้ในใจจะยังรู้สึกหวาดหวั่นไม่หาย
ได้ยินเหตุผลของเทียนหยวน เทียนหมิงก็ได้แต่กลืนความขมขื่นลงคอ เขาต้องยอมรับความจริงข้อนี้
แต่การถูกจับมาเป็นโลมนุษย์ ย่อมไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์ ทว่าด้วยมิตรภาพอันยาวนานและเป็นคนแซ่เดียวกัน เขาจึงจำต้องปล่อยวาง
เทียนหมิงลูบหน้าอกตนเอง พบว่าเกราะอ่อนยังคงไร้รอยขีดข่วน จึงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง
เกราะอ่อนตัวนี้ เขาประมูลมาได้ด้วยความบังเอิญในงานประมูลครั้งหนึ่ง
ในตอนนั้น ผู้คนต่างมองว่ามันเป็นเพียงเศษเหล็กผุพังสนิมเขรอะ จึงไม่มีใครแย่งชิงกับเขา
แต่เมื่อได้มาครอบครอง เทียนหมิงกลับพบความพิเศษของมัน เพราะไม่ว่าเขาจะใช้พลังมากเพียงใด ก็ไม่อาจทำลายมันได้
เขาคิดว่าสวรรค์ประทานโชคลาภมาให้ จึงสวมมันติดกายไว้ตลอด
นึกไม่ถึงว่าวันนี้มันจะช่วยชีวิตเขาไว้ได้จริง ๆ หากไม่มีเกราะนี้ หมัดแรกของเย่หนานคงส่งเขาไปปรโลกเรียบร้อยแล้ว
นี่เจ้าระบบ เจ้ารู้ไหมว่าเกราะนั่นมันคืออะไร ชื่อชุดเกราะที่ถูกลืมเลือนฟังดูแปลกพิลึกเย่หนานลูบคางพลางเอ่ยถามในใจ
ทว่ารออยู่หลายอึดใจ ระบบก็ยังคงเงียบกริบ
เย่หนานชินชากับความกวนประสาทของระบบแล้ว จึงเลิกสนใจ
เขาหยิบคันธนูสีทองขึ้นมา ง้างสายอีกครั้ง
ฟึ่บ!
ศรทองคำดอกที่สองถูกปล่อยออกไป
หนีเร็ว!เทียนหมิงเห็นท่าทางของเย่หนานก็หนังตากระตุก รีบตะโกนเตือน
เทียนหยวนไม่รอช้า หิ้วปีกเทียนหมิงทะยานหนีอีกครั้ง
เทียนฉี่! สกัดลูกศรนั่นไว้ที!เทียนหยวนตะโกนสั่งฮ่องเต้เทียนฉี่ขณะบินหนีหัวซุกหัวซุน
ทว่า ตะโกนเรียกอยู่หลายครั้ง กลับไร้ซึ่งเสียงตอบรับ
เทียนหมิงและเทียนหยวนหันมองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัย แต่กลับไม่พบแม้เงาของฮ่องเต้เทียนฉี่
เมื่อกวาดตามองไปทั่วท้องฟ้า สีหน้าของทั้งสองก็บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น
ไอ้สวะ! ไอ้คนขี้ขลาดตาขาว! กล้าทิ้งพวกเราหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว!สีหน้าของเทียนหยวนย่ำแย่ถึงขีดสุด
เทียนหมิงแม้ไม่ได้เอ่ยปากด่า แต่ใบหน้าก็มืดครึ้มดุจก้นหม้อ
มิน่าเล่า พักใหญ่มานี้พวกเขาไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของฮ่องเต้เทียนฉี่เลย ที่แท้มันชิงหนีไปตั้งนานแล้ว
ฝ่ายเย่หนานเองก็สังเกตเห็นว่าหายไปคนหนึ่ง
แต่เนื่องจากระบบเพิ่งประกาศภารกิจ สายตาของเขาจึงจดจ่ออยู่แต่กับเทียนหมิง หรือพูดให้ถูกคือจดจ่ออยู่กับเกราะบนตัวเทียนหมิงเท่านั้น
ช่างเถอะ จัดการสองตัวนี้เสร็จ ค่อยไปถล่มวังราชวงศ์เทียนฉี่ทีหลังก็ยังไม่สายเย่หนานไม่ได้ใส่ใจมากนัก
เมื่อเห็นลูกศรสีทองพุ่งไล่หลังมาติด ๆ เทียนหยวนก็ทำแบบเดิมโดยไม่ลังเล เขาจับเทียนหมิงเหวี่ยงมาเป็นโล่กำบังอีกครั้ง
ตูม!
ลูกศรปะทะเป้าหมายเต็มแรง
อ๊ากกก...
เสียงร้องโหยหวนดังประสาน ร่างของทั้งสองกระเด็นกลิ้งไปไกลลิบ
กลิ่นอายชีวิตของทั้งคู่เริ่มอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะเทียนหมิง แม้จะมีเกราะวิเศษคุ้มครอง แต่แรงกระแทกมหาศาลจากการปะทะซ้ำ ๆ ทำให้ภายในปั่นป่วน อวัยวะภายในบอบช้ำสาหัส เลือดลมตีกลับจนกระอักออกมาไม่หยุด
เจ้า… รีบหนีไปเถอะ… อย่าห่วงข้าเลย พาข้าไปด้วยก็รังแต่จะเป็นตัวถ่วง… เอานี่… รีบสวมเกราะนี่ซะ!เทียนหมิงตัดสินใจเด็ดขาด เขาถอดเกราะอ่อนออกจากตัวแล้วยัดใส่มือเทียนหยวน
ข้า…เทียนหยวนจ้องมองเกราะในมือด้วยดวงตาแดงก่ำ มือไม้สั่นเทา
อย่ามัวพูดมาก! ถ้าเจ้ารอดไปได้ จงมีชีวิตอยู่เพื่อแก้แค้นให้ข้า และที่สำคัญ… จงไปล้างแค้นไอ้คนทรยศนั่นเสีย! ข้าจะถ่วงเวลาเจ้านั่นไว้เองเทียนหมิงจ้องมองเทียนหยวนด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย
คนทรยศที่เขาเอ่ยถึง ย่อมหมายถึงฮ่องเต้เทียนฉี่ที่หนีไป
ตกลง! รักษาตัวด้วย!เทียนหยวนรู้ดีว่าสถานการณ์วิกฤตเพียงใด จึงรีบสวมเกราะอ่อนนั้นทันที
หากมัวแต่ยืดยาด ทั้งเขาและเทียนหมิงคงต้องตายตกไปพร้อมกันอยู่ที่นี่
ฟึ่บ! เทียนหยวนสวมเกราะเสร็จก็เร่งพลังเฮือกสุดท้าย ทะยานหนีไปทางเส้นขอบฟ้าอย่างรวดเร็ว
ฮึ! คิดจะหนีเย่หนานง้างคันธนูอีกครั้ง
วูบ!
ศรทองคำพุ่งทะยานไล่ตามไปติด ๆ
เมื่อเห็นลูกศรแห่งความตายกำลังพุ่งตามสหายไป เทียนหมิงกัดฟันกรอด รวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายพุ่งสวนขึ้นไปขวางทาง
ย้าก!เทียนหมิงคำรามลั่น
ครั้งนี้เขาไม่เหลือสิ่งใดให้เสีย ระเบิดพลังชีวิตทั้งหมดเข้าปะทะกับลูกศรสีทองเพื่อปกป้องสหาย
ฉึก!
ลูกศรเจาะทะลุร่างของเทียนหมิงอย่างง่ายดาย
ทว่าในวินาทีที่ลูกศรกำลังจะพุ่งทะลุร่างเขาออกไปเพื่อไล่ล่าเทียนหยวนต่อ เทียนหมิงกลับใช้มือทั้งสองข้างคว้าจับหางลูกศรไว้แน่น ตรึงมันไว้กับร่างของตนไม่ให้ขยับไปไหน
ไม่เพียงเท่านั้น เทียนหมิงยังอาศัยแรงส่งจากลูกศร พาร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดพุ่งย้อนกลับลงมาหาเย่หนานด้วยความเร็วสูง พร้อมจิตสังหารอันบ้าคลั่ง!