แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 142 อารมณ์บูดบึ้งของเย่หนาน
เมื่อเห็นว่าเย่หนานแต่งกายเรียบร้อยแล้ว เหมียวอินและเหมียวชิงอีจึงค่อย ๆ หันกลับมาอย่างระมัดระวัง
ภาพของชายหนุ่มในชุดขาวสะอาดสะอ้าน บุคลิกสง่างามดุจเทพเซียนอีกครั้ง ทำให้ทั้งสองถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ก็เย่หนานผู้นี้บทจะเพี้ยนก็เพี้ยนจนน่าปวดหัวจริง ๆ
ท่านผู้อาวุโส คนที่ท่านต่อสู้ด้วยคือใครหรือเจ้าคะเหมียวอินอดถามไม่ได้
ข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก มีกันสามคน ชายวัยกลางคนหนึ่ง แล้วก็ตาแก่สองคน หนีไปได้สองคน เห็นแว่ว ๆ ว่าชื่อเทียนฉี่อะไรสักอย่าง ใช่องค์ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์เทียนฉี่นั่นหรือเปล่าเย่หนานเล่าไปตามตรง
เขามีลางสังหรณ์อยู่แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจนัก
เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ…เหมียวชิงอีอุทานเบา ๆ
ความสงสัยของนางได้รับการยืนยันแล้ว
เป็นพวกนั้นจริง ๆ สินะเย่หนานเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเหมียวชิงอีพึมพำ
ทว่าในใจของเหมียวอินและเหมียวชิงอีกลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกยิ่งกว่า
หนึ่งคนต่อกรกับสามยอดฝีมือระดับเทพปฐพีแถมยังสังหารไปได้หนึ่ง อีกสองคนหนีตายหัวซุกหัวซุน โดยที่ตนเองแทบไม่ได้รับบาดเจ็บ
ทะ… ท่านผู้อาวุโส แท้จริงแล้วท่านแข็งแกร่งเพียงใดกันแน่เจ้าคะเหมียวอินรวบรวมความกล้าถามออกไป
หา! แข็งแกร่งแค่ไหน ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็แค่ระดับกลั่นลมปราณเองนะเย่หนานส่ายหน้าตอบหน้าตาย
เห็นเย่หนานไม่อยากพูดความจริง เหมียวอินก็แอบผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าเซ้าซี้ต่อ
แล้วพวกเจ้าจะไปไหนกันเย่หนานเปลี่ยนเรื่องถาม พลางมองไปที่รถม้า
ทางตระกูลเรียบร้อยแล้ว พวกข้ากำลังจะกลับสำนักเจ้าค่ะเหมียวอินตอบ
อ้อ งั้นขอข้าติดรถไปด้วยได้ไหม พอดีพาหนะข้าพังไปแล้วเย่หนานเอ่ยด้วยสีหน้าเก้อเขิน
ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของสองสาวก็เป็นประกายวาววับ
ย่อมได้แน่นอนเจ้าค่ะ!ทั้งสองตอบพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
ส่วนสาเหตุที่เย่หนานไม่เหาะไปเอง พวกนางไม่คิดจะถามให้มากความ ถือเสียว่าเป็นรสนิยมแปลกประหลาดของยอดคนก็แล้วกัน
แต่ว่า… ข้าอยากแวะกลับไปดูที่ราชวงศ์เทียนฉี่สักหน่อย ยังมีธุระค้างคาใจอยู่เย่หนานลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจบอกความต้องการ
ได้เลยเจ้าค่ะ!เหมียวอินรับคำทันทีโดยไม่ลังเล
หากได้เย่หนานร่วมเดินทางกลับสำนัก ย่อมเป็นการเพิ่มขุมกำลังที่แข็งแกร่งมหาศาล
ยอดคนผู้สามารถปะทะกับสามเทพปฐพีและเอาชนะได้อย่างราบคาบ แม้แต่ในสำนักของนาง นางยังไม่เคยพบเห็นผู้ใดทำได้เช่นนี้มาก่อน
เมื่อตกลงกันได้ รถม้าก็หันหัวกลับมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงทันที
ใช้เวลาไม่นาน พวกเขาก็กลับมาถึงเมืองที่เคยคึกคัก
เป้าหมายคือพระราชวังเทียนฉี่
ทว่ายิ่งเข้าใกล้เขตพระราชวัง บรรยากาศก็ยิ่งผิดปกติ
ความคึกคักที่เคยมีกลับกลายเป็นความโกลาหลวุ่นวาย
ทั่วทุกหัวระแหงเต็มไปด้วยการปล้นชิงฆ่าฟัน ไม่เว้นแม้แต่ทหารหลวงหรือชนชั้นสูงที่ต่างก็หนีเอาตัวรอดกันจ้าละหวั่น
เย่หนานและสองสาวมองภาพตรงหน้าด้วยความขมวดคิ้ว
โอ๊ะโอ! ทางนี้มีสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มสองนางด้วยแฮะทันใดนั้น กลุ่มทหารแตกทัพกลุ่มหนึ่งก็ตรงปรี่เข้ามาหา
สายตาโลมเลียจับจ้องไปที่เหมียวอินและเหมียวชิงอีอย่างน่ารังเกียจ
สามหาว!เหมียวชิงอีตวาดลั่น พร้อมสะบัดฝ่ามือออกไป
พลังฝ่ามือระดับนภาเร้นลับซัดกระแทกกลุ่มทหารเหล่านั้นจนปลิวว่อนไปคนละทิศละทาง
เห็นความร้ายกาจเช่นนั้น ฝูงชนรอบข้างต่างแตกฮือหนีตายกันอลหม่าน
ยิ่งเข้าใกล้พระราชวัง ความโกลาหลก็ยิ่งทวีความรุนแรง
จนกระทั่งเย่หนานและคณะมาถึงหน้าประตูพระราชวัง หัวใจของเย่หนานก็หล่นวูบ
สภาพพระราชวังดูรกร้างว่างเปล่า ไร้ซึ่งทหารยามเฝ้าประตูแม้แต่เงาเดียว
ไปกันเถอะ เข้าไปดูว่าท้องพระคลังยังอยู่ดีหรือไม่เย่หนานเดินนำเข้าไปเป็นคนแรก
จากนั้นเขาก็คว้าคอขันทีดวงซวยที่หนีไม่ทันแถวนั้นมาคนหนึ่ง บังคับให้นำทางไปยังท้องพระคลัง
ไม่นาน ทั้งคณะก็มาหยุดอยู่หน้าตำหนักใหญ่แห่งหนึ่ง
เวลานี้ หน้าตำหนักเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มารุมล้อม
ท่านพ่อ ท่านมาทำอะไรที่นี่เหมียวอินชะงักเมื่อเห็นบิดาของตน
เหมียวสยงเองก็ตกใจเมื่อเห็นบุตรสาว
แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถาม เขาก็เหลือบไปเห็นเย่หนานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จึงรีบเก็บความสงสัยแล้ววิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาต้อนรับทันที
ไม่ใช่แค่เหมียวสยง ผู้นำตระกูลอื่น ๆ ที่รอดชีวิตมาได้ก็อยู่ที่นี่เช่นกัน
เมื่อเห็นเย่หนาน ร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว แต่ก็รีบปรี่เข้ามาคารวะด้วยรอยยิ้มประจบประแจง
ท่านผู้อาวุโส ท่านมาทำอะไรที่นี่หรือขอรับเหมียวสยงถามไถ่
ผู้นำตระกูลอื่น ๆ ไม่กล้าเอ่ยปาก ได้แต่ยืนส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้
ไม่มีอะไร ข้าแค่แวะมาดู… ว่าแต่ท้องพระคลังเป็นอย่างไรบ้างเย่หนานมองประตูตำหนักที่เปิดอ้าซ่า ลางสังหรณ์ไม่ดีเริ่มก่อตัว
พวกเราก็ไม่แน่ใจนัก จู่ ๆ ราชวงศ์ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ผู้คนในวังพากันหลบหนี ฮ่องเต้เทียนฉี่ก็หายตัวไป แม้แต่ท้องพระคลังก็ว่างเปล่าไม่เหลืออะไรเลยเหมียวสยงรายงานตามความเป็นจริง
เฮ้อ! มาช้าไปสินะ!เย่หนานถอนหายใจยาว
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครเป็นคนกวาดสมบัติไป
นอกจากสองตัวที่หนีไปได้ จะเป็นใครไปได้อีก
แต่เย่หนานก็นึกไม่ถึงว่าพวกมันจะกล้าย้อนกลับมาขนของอีก นึกว่าจะหนีเตลิดไปไกลแล้วเสียอีก
แต่ก็ช่วยไม่ได้ อีกฝ่ายเหาะได้ ส่วนเขานั่งรถม้ามา จะไปตามทันได้อย่างไร
ช่างเถอะ พวกเจ้าจะทำอะไรก็ทำไป ข้าไปล่ะเย่หนานอารมณ์บูดบึ้ง
ภารกิจก็ไม่สำเร็จ สมบัติก็ไม่ได้สักชิ้น
ท่านผู้อาวุโส…เหมียวสยงตั้งท่าจะเอ่ยรั้ง
ท่านพ่อ!เหมียวอินส่งสายตาปรามบิดาทันที
เมื่อเห็นสายตาของบุตรสาว เหมียวสยงจึงจำต้องหุบปากเงียบ
เย่หนานเดินจากไปโดยมีเหมียวอินและเหมียวชิงอีรีบตามไปติด ๆ
เย่หนานกลับขึ้นไปนั่งบนรถม้า เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี จึงตัดสินใจตามสองสาวไปก่อน
ท่านผู้อาวุโส… ท่าน… มีจุดหมายปลายทางหรือยังเจ้าคะเหมียวอินถามด้วยความเกรงใจ
นางลังเลที่จะเอ่ยชวนเย่หนานไปที่สำนักตรง ๆ
เอ่อ… ข้าขอไปเที่ยวเล่นที่สำนักของเจ้าได้ไหม ข้าก็ไม่รู้จะไปไหนเหมือนกันเย่หนานเป็นฝ่ายเอ่ยปากเอง
ได้ยินเช่นนั้น เหมียวอินลิงโลดใจ
แต่สีหน้าก็เจื่อนลงเล็กน้อยท่านผู้อาวุโส สำนักของข้ารับแต่ศิษย์สตรี ไม่รับบุรุษเจ้าค่ะ หากท่านไปอาจจะยุ่งยากสักหน่อย แต่ท่านวางใจเถอะ ข้าจะลองเจรจากับท่านเจ้าสำนักให้เอง
เย่หนานนั้นมีแววตาที่ใสซื่อบริสุทธิ์ ตลอดเวลาที่ผ่านมา นอกจากจะแข็งแกร่งแล้ว เขายังเป็นสุภาพบุรุษที่น่าเลื่อมใส นี่คือเหตุผลที่นางอยากดึงเขาเข้าสำนัก
อีกอย่าง นางก็คิดว่าสำนักที่มีแต่ผู้หญิงมันน่าเบื่อเกินไป หากมีหนุ่มหล่อเจริญหูเจริญตาอย่างเย่หนานไปอยู่ด้วย คงจะกระชุ่มกระชวยไม่น้อย
สงสัยต้องหาทางกล่อมท่านเจ้าสำนักเสียหน่อยแล้วเหมียวอินคิดในใจ
หา! เป็นงั้นรึ ไม่เป็นไรหรอก ข้าแค่เบื่อ ๆ อยากลองไปเปิดหูเปิดตาดู ถ้าพวกเขาไม่ต้อนรับ ข้าก็แค่จากไป ไม่เห็นยากเย่หนานแปลกใจเล็กน้อย
เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีสำนักที่มีแต่ผู้หญิงล้วนด้วย
นี่ทำให้เขาเริ่มสนใจขึ้นมานิดหน่อยแล้วสิ
เหมียวชิงอีที่นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ แม้จะไม่พูดอะไร แต่แววตาก็ฉายแววกังวลลึก ๆ
ด้วยเหตุนี้ คณะเดินทางที่มีสมาชิกสามคนจึงเคลื่อนขบวนออกจากเมืองหลวง
ส่วนคนขับรถม้านั้น หลังจากได้รับเงินค่าจ้างก้อนโตก็แยกย้ายกันไป
ตลอดทาง ทั้งสามพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเมื่อเดินทางมาถึงเทือกเขาแห่งหนึ่ง
พวกเขาตัดสินใจหยุดพักแรม ก่อกองไฟกองใหญ่จากกิ่งไม้แถวนั้นเพื่อให้ความอบอุ่นและแสงสว่าง
สำนักของพวกเจ้าอยู่ไกลแค่ไหนกัน เดินทางมาทั้งวันยังไม่ถึงอีกเย่หนานถามขึ้นขณะนั่งผิงไฟ
ท่านผู้อาวุโส ระยะทางจากที่นี่น่าจะราว ๆ พันลี้ คงต้องใช้เวลาเดินทางอีกสักพักใหญ่เลยเจ้าค่ะเหมียวอินตอบด้วยสีหน้าเกรงใจ
อ้อ… อย่างนี้นี่เองเย่หนานพยักหน้าเข้าใจ ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไร เพราะถือว่าเป็นการท่องเที่ยวไปในตัวอยู่แล้ว