แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 151 สำนักนี้มีแต่อิสตรีจอมลวนลาม
เมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของเหมียวฉางอัน เหมียวอินรีบนำโอสถรักษาอาการบาดเจ็บที่พกติดตัวออกมาป้อนให้ผู้เป็นอาจารย์ทันที
เหล่าผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็ได้รับการพยุงขึ้นโดยศิษย์ในสำนัก ต่างรีบกลืนกินโอสถและเริ่มโคจรพลังเพื่อรักษาอาการบอบช้ำภายใน
มีเพียงเหมียวฉางอันเท่านั้นที่มิได้นั่งปรับสมดุลพลัง หลังกลืนโอสถลงคอ นางก็หันไปสั่งเหมียวอินเสียงเครียดเร็วเข้า… รีบพยุงข้าเข้าไปหาเขา
นางพูดพลางชี้มือไปทางที่เย่หนานยืนอยู่
ท่านอาจารย์ ท่านยังจะสู้อีกหรือเจ้าคะ ท่านผู้อาวุโสเย่อุตส่าห์ยั้งมือไว้ไมตรี หากสู้กันอีกท่านสู้เขาไม่ได้หรอกนะเจ้าคะเหมียวอินรีบเอ่ยห้ามด้วยความตกใจ เข้าใจผิดคิดว่าอาจารย์ยังผูกใจเจ็บต้องการไปคิดบัญชีกับเย่หนาน
นังเด็กบ้า! เรื่องตื้นลึกหนาบางแค่นี้เจ้ายังดูออก คิดว่าอาจารย์ของเจ้าโง่งมจนดูไม่ออกหรือไร รีบพยุงข้าไปเดี๋ยวนี้!เหมียวฉางอันถลึงตาใส่ศิษย์รักด้วยความโมโหระคนเอ็นดู
อ๋อ… เจ้าค่ะเหมียวอินโล่งอก รีบประคองร่างเหมียวฉางอันเดินตรงเข้าไปหาเย่หนาน
เวลานี้ เย่หนานกำลังก้มมองสภาพเสื้อผ้าของตนที่กลายเป็นเศษผ้าขี้ริ้วอีกครั้ง คิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยความหงุดหงิด
เฮ้อ! สงสัยวันหลังต้องเตรียมชุดสำรองไว้ในแหวนมิติสักร้อยชุด สู้กันทีไรเสื้อผ้าพังพินาศทุกที น่ารำคาญชะมัดเย่หนานลูบคางบ่นพึมพำ
ในขณะที่เย่หนานกำลังหัวเสียเรื่องเครื่องแต่งกาย เงาร่างไม่กี่สายก็มายืนอยู่เบื้องหน้า
เมื่อเห็นเหมียวฉางอันที่มุมปากยังมีคราบเลือดติดอยู่ เย่หนานก็เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยียวนเป็นไง ยังอยากจะซัดกับข้าอีกสักยกไหม
คำถามนั้นทำให้หัวใจของเหมียวฉางอันกระตุกวาบ หากบอกว่าไม่กลัวตายก็คงเป็นคำโกหกคำโต
ท่านผู้อาวุโสกล่าวล้อเล่นแล้ว เป็นพวกเราเองที่หุนหันพลันแล่น ล่วงเกินท่านผู้อาวุโส หวังว่าท่านผู้อาวุโสจะมีใจกว้างดุจมหาสมุทร โปรดให้อภัยและมอบโอกาสให้พวกเราได้ไถ่โทษด้วยเถิดเจ้าค่ะเหมียวฉางอันประสานมือคารวะเย่หนานน้อมตัวลงต่ำแทบติดพื้น
ช่างเถอะ ข้าไม่ใช่คนใจแคบคิดเล็กคิดน้อย เห็นแก่หน้าเหมียวอิน ข้าจะไม่ถือสาหาความพวกเจ้าอีก... แต่ถ้าอยากจะไถ่โทษจริง ๆ ก็ไปเตรียมของกินอร่อย ๆ มาเลี้ยงข้าสักมื้อก็พอเย่หนานโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
ได้เจ้าค่ะ! ได้แน่นอน! ผู้น้อยจะรีบไปจัดเตรียมด้วยตนเองเดี๋ยวนี้ ขอเชิญท่านผู้อาวุโสพักผ่อนในสำนักก่อนเถิดเจ้าค่ะเหมียวฉางอันได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ราวกับยกภูเขาออกจากอก
นางหันไปกำชับเหมียวอินไม่กี่คำ ก่อนจะกลายเป็นลำแสงพุ่งหายไป เพื่อไปคุมงานจัดเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับด้วยตนเอง
ท่านผู้อาวุโสเย่ ให้ข้าพาท่านเดินชมรอบ ๆ สำนักดีไหมเจ้าคะ ทิวทัศน์ของสำนักเหมียวอินงดงามไม่แพ้ที่ใดเลยนะเจ้าคะเหมียวอินยิ้มหวาน กล่าวเชิญชวน
แม้การต่อสู้เมื่อครู่จะรุนแรง แต่มันเกิดขึ้นที่บริเวณลานหน้าประตูสำนัก ภายในสำนักจึงไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด
มิเช่นนั้น ป่านนี้สำนักเหมียวอินคงเหลือเพียงชื่อให้จารึกในประวัติศาสตร์
เอาไว้ก่อนเถอะ ข้าขอหาที่เปลี่ยนชุดก่อนเย่หนานชี้ไปที่เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นจนแทบจะเปลือยท่อนบนอย่างจนใจ
เหมียวอินเพิ่งสังเกตเห็นแผงอกกำยำและกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์แบบของเย่หนานอย่างชัดเจน ใบหน้าของนางพลันแดงซ่านขึ้นมาทันที
เย่หนานรีบเดินไปหลบหลังก้อนหินยักษ์ก้อนหนึ่งเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า
ครู่ต่อมา เย่หนานก็เดินออกมาในชุดคลุมยาวสีขาวสะอาดตา กลับมามีบุคลิกสง่างามดุจเทพเซียนผู้หลุดพ้นทางโลกอีกครั้ง
เฮ้อ! เสียดายปลาสองตัวนั้นชะมัด ถ้าย่างกินคงอร่อยพิลึกเย่หนานเลียริมฝีปากด้วยความเสียดาย
ช่วยไม่ได้ แรงระเบิดเมื่อครู่รุนแรงเกินไป เจ้าปลาเคราะห์ร้ายพวกนั้นคงกลายเป็นผุยผงไปแล้ว
จากนั้น เหมียวอินก็พาเย่หนานเดินลัดเลาะเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของสำนักเหมียวอิน
ตลอดสองข้างทาง เหล่าศิษย์ในสำนักและผู้อาวุโสบางส่วน เมื่อเห็นเย่หนานเดินผ่านมา ต่างก็รีบหลบฉากหนีด้วยความหวาดกลัว
แต่ก็ยังมีศิษย์ใจกล้าบางส่วนที่แอบมองเย่หนานด้วยสายตาตื่นตะลึงระคนชื่นชม
การต่อสู้สะท้านฟ้าสะเทือนดินเมื่อครู่ พวกนางล้วนเห็นเหตุการณ์จากภายในสำนัก
นึกไม่ถึงว่าบุรุษหนุ่มที่ดูเหมือนมีเพียงระดับกลั่นลมปราณจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
หล่อจังเลย!แน่นอนว่าต้องมีพวกบ้าผู้ชายปะปนอยู่ด้วย
ในเมื่อทั้งสำนักมีแต่สตรี การมีคนแปลกประหลาดหลุดมาบ้างก็ถือเป็นเรื่องปกติ
ทว่าเย่หนานที่ต้องเดินฝ่าดงดอกไม้งามกลับรู้สึกทำตัวไม่ถูก
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องมาอยู่ท่ามกลางฝูงสตรีล้วน ๆ แถมแต่ละนางล้วนเป็นผู้ฝึกตนที่ดูแลตัวเองอย่างดี ผิวพรรณผุดผ่อง หน้าตางดงาม
โดยเฉพาะศิษย์สาวบางกลุ่มที่จับกลุ่มซุบซิบวิจารณ์เย่หนานอย่างไม่เกรงใจ สายตาที่มองมาแทบจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว วาจาที่ได้ยินแว่วมาก็ชวนให้ขนลุกซู่
ดูหุ่นเขาสิ! แน่นเปรี๊ยะเลย!
เมื่อกี้ข้าเห็นกล้ามหน้าอกเขาด้วย ขาวจั๊วะน่ากัดชะมัด!
ได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ ใบหน้าของเย่หนานดำทะมึนลงเรื่อย ๆ ส่วนเหมียวอินที่เดินอยู่ข้าง ๆ ก็หน้าแดงจนลามไปถึงใบหูด้วยความอับอาย
ท่านผู้อาวุโส… ขออภัยด้วยนะเจ้าคะ พวกนางก็เป็นแบบนี้แหละ ศิษย์ในสำนักเราแทบไม่เคยได้พบเจอบุรุษ กฎของสำนักก็เข้มงวดมาก ดังนั้น…ยิ่งพูดยิ่งเข้าตัว เหมียวอินกระดากอายจนแทบอยากจะมุดดินหนี
ไม่เป็นไร ข้าไม่ถือสาเด็กน้อยพวกนี้หรอกเย่หนานโบกมือทำทีเป็นไม่ใส่ใจ
แต่ในใจเขากลับกรีดร้องว่าโบราณว่าไว้ไม่ผิด ลูกผู้ชายตัวคนเดียวออกมาข้างนอก ต้องรู้จักระวังตัวให้ดี… สำนักนี้มันแหล่งรวมพวกอิสตรีจอมลวนลามชัด ๆ!
ไม่นานนัก ภายใต้การนำทางของเหมียวอิน เย่หนานก็มาถึงตำหนักใหญ่ใจกลางสำนัก
ที่นี่คือสถานที่สำหรับประชุมหารือข้อราชการของระดับสูง
ทันทีที่เย่หนานก้าวเข้าไปในตำหนัก เหล่าศิษย์สาวที่ตามมามุงดูจึงค่อย ๆ สลายตัวไป
หากไม่ใช่เพราะที่นี่เป็นเขตหวงห้ามสำหรับศิษย์ทั่วไป พวกนางคงตามเข้ามาดูต่อให้หนำใจเป็นแน่
เมื่อเข้ามาด้านใน เย่หนานก็พบว่าภายในตำหนักถูกประดับประดาด้วยโคมไฟและผ้าแพรหลากสีอย่างสวยงาม มีการจัดเตรียมการแสดงร่ายรำจากศิษย์สาวผู้เลอโฉมเพื่อต้อนรับ
แม้จะดูออกว่าเป็นการเตรียมการอย่างเร่งรีบ แต่ก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว
เห็นภาพนี้ เหมียวอินยังอดตะลึงไม่ได้ หากไม่ได้เติบโตมาที่นี่ นางคงคิดว่าตัวเองเข้าผิดสำนักเป็นแน่
น้อมคารวะท่านผู้อาวุโส
ทันทีที่เย่หนานปรากฏตัว เหล่าผู้อาวุโสที่รออยู่ก่อนแล้วต่างลุกขึ้นโค้งคำนับอย่างพร้อมเพรียง
เชิญท่านผู้อาวุโสนั่งที่ประธานเจ้าค่ะเหมียวฉางอันเดินเข้ามาผายมือเชื้อเชิญเย่หนานไปยังที่นั่งตำแหน่งสูงสุด
ดี ๆ ๆเย่หนานพยักหน้า ไม่ปฏิเสธให้มากความ เดินตรงไปหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ประธานทันที
เมื่อเย่หนานนั่งลงแล้ว เหมียวฉางอันและคนอื่น ๆ จึงกล้านั่งลงประจำที่
ไม่ต้องเกรงใจ กินสิ กินเลยเย่หนานไม่รอพิธีรีตอง ท้องไส้ของเขาประท้วงโครกครากมานานแล้ว
เจ้าค่ะ!ทุกคนรับคำอย่างนอบน้อม
เย่หนานไม่สนใจใครอีกต่อไป คว้าตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย
อื้ม! ไม่เลว ไม่เลวเลย อาหารของสำนักใหญ่นี่มันรสชาติดีจริง ๆเย่หนานเอ่ยชมไม่ขาดปาก
ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่เมตตาเจ้าค่ะ เนื่องจากเวลากระชั้นชิด จึงทำได้เพียงอาหารพื้น ๆ หวังว่าท่านผู้อาวุโสจะไม่รังเกียจเหมียวฉางอันกล่าวถ่อมตัวอย่างมีมารยาท
ความจริงแล้ว วัตถุดิบเหล่านี้ถือว่าชั้นเลิศ แต่ยังไม่ใช่ที่สุดของสำนัก
เพราะพวกนางล้วนบรรลุวิถีแห่งการอดอาหารกันหมดแล้ว เรื่องกินจึงเป็นเรื่องรอง อาหารเหล่านี้ปกติจะจัดเตรียมไว้สำหรับศิษย์ระดับล่างหรือแขกเหรื่อทั่วไป
นึกไม่ถึงว่าอาหารที่พวกนางมองข้าม วันนี้กลับมีประโยชน์มหาศาลในการเอาใจยอดคนผู้นี้
ดูท่าท่านผู้นี้จะชื่นชอบในรสชาติอาหาร คงต้องกำชับให้คนไปเสาะหาวัตถุดิบชั้นยอดมาเตรียมไว้เสียแล้วเหมียวฉางอันหมายมาดในใจ
เหล่าผู้อาวุโสคนอื่น ๆ นั่งตัวตรงแหน็ว ไม่กล้าส่งเสียงดัง
โดยเฉพาะเหมียวฉานและเหมียวเฉิงเทียน ทั้งสองก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาเย่หนาน กลัวว่าเขาจะนึกแค้นเคืองเรื่องก่อนหน้านี้
เอิ๊ก…
ผ่านไปพักใหญ่ เย่หนานที่จัดการกวาดอาหารบนโต๊ะจนเกลี้ยง ก็เรอออกมาเสียงดังด้วยความอิ่มหนำ
ท่านผู้อาวุโส… ไม่ทราบว่าการที่ท่านให้เกียรติมาเยือนสำนักต่ำต้อยของพวกเราในครานี้ มีธุระอันใดหรือเจ้าคะเมื่อเห็นว่าเย่หนานอิ่มแล้ว เหมียวฉางอันจึงตัดสินใจถามสิ่งที่ค้างคาใจ
นางยังคงเชื่อว่า ยอดคนระดับเย่หนานไม่มีทางมาที่นี่โดยไร้เหตุผล
จากพลังการต่อสู้ที่เย่หนานแสดงออกมา อย่างน้อยต้องอยู่ระดับเทพปฐพีขั้นที่เก้า
แต่การโจมตีสุดท้ายที่ระเบิดภูเขาหายไปเป็นแถบนั้น… พลังทำลายล้างระดับนั้น มันเกินขอบเขตของเทพปฐพีไปไกลโข
หรือว่า… ท่านผู้นี้จะก้าวข้ามขอบเขตเทพปฐพีไปแล้ว
ความคิดนี้ทำให้หัวใจของเหมียวฉางอันเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นระคนตื่นเต้น