แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 153 ปัญหามาเยือน
เมื่อเห็นว่าเหมียวฉางอันทำท่าจะระเบิดโทสะออกมาอีกครา เฟิงหานก็ใจหายวาบ รีบถอยกรูดไปหลบอยู่ด้านหลังชายชราร่างกำยำทันที
ฝ่ายชายชราร่างกำยำนั้นมิได้เอ่ยวาจาใด เพียงยืนกอดอกจ้องมองเหมียวฉางอันด้วยสายตาเรียบนิ่งทว่ากดดัน
เหมียวฉางอันขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกรอด แต่สุดท้ายนางก็จำต้องข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้ ไม่ได้ลงมือบุ่มบ่าม
ชายชราร่างยักษ์ตรงหน้า แผ่กลิ่นอายอันตรายบางอย่างที่ทำให้นางรู้สึกหวาดหวั่น
เพียงแค่การปะทะกันทางจิตเมื่อครู่ ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี
เมื่อเผชิญหน้ากับการหยามเกียรติของเฟิงหาน เหมียวฉางอันจำต้องกล้ำกลืนความอัปยศ หากเป็นเรื่องส่วนตัว นางคงบุกไปล้างอายที่ตระกูลเฟิงให้รู้แล้วรู้รอด
ทว่าเบื้องหลังของนางยังมีคนในสำนักเหมียวอินอีกนับพันชีวิต นางไม่อาจนำความอยู่รอดของสำนักมาเสี่ยงกับความวู่วามชั่วแล่น
แต่สิ่งที่ทำให้เหมียวฉางอันเคลือบแคลงใจคือ เหตุใดนางจึงสัมผัสได้ถึงอันตรายจากชายชราร่างยักษ์ผู้นี้
ทว่ากับเย่หนานที่มีพลังเหนือชั้นกว่ามาก นางกลับไม่รู้สึกถึงอันตรายใด ๆ เลย
หากนางสัมผัสได้ตั้งแต่แรก คงไม่กล้าลงมือกับเย่หนานอย่างบ้าบิ่นเช่นนั้นแน่
เมื่อเห็นว่าเหมียวฉางอันไม่กล้าลงมือ เฟิงหานก็ยืดอกเดินออกมาจากด้านหลังชายชราอีกครั้งด้วยความลำพองใจ
ฮ่า ๆ ๆ… สำนักเหมียวอินของพวกเจ้าก็มีน้ำยาแค่นี้สินะ หากไม่ใช่เพราะสำนักนี้มีแต่สตรี และพอจะมีรูปร่างหน้าตางดงามอยู่บ้าง บิดาคงคร้านจะเหยียบย่างเข้ามา!
พูดจบ เฟิงหานดูเหมือนจะยังระบายอารมณ์ไม่หนำใจ
เขาชี้หน้าด่ากราดไปทางเย่หนานไอ้หนู! เจ้ากล้ามายุ่งกับผู้หญิงที่ข้าหมายตาไว้ ข้าจำหน้าเจ้าไว้แล้ว ครั้งหน้าเจอเมื่อไหร่ ข้าจะถลกหนังเลาะกระดูกเจ้าออกมาดูเล่น!
กล่าวทิ้งท้ายด้วยความอาฆาตจบ เขาก็หันไปบอกชายชราร่างยักษ์ท่านผู้อาวุโสขู พวกเรากลับ!
เห็นเฟิงหานและผู้ติดตามหันหลังเดินจากไปอย่างวางก้าม เหมียวฉางอันและคนในสำนักต่างจ้องมองด้วยแววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
แต่กระนั้นพวกนางก็ไม่กล้าลงมือสังหาร เพราะลำพังตระกูลเฟิงก็แข็งแกร่งกว่าสำนักเหมียวอินอยู่ส่วนหนึ่งแล้ว
ยิ่งดูเหมือนว่าในช่วงปีที่ผ่านมา ตระกูลเฟิงจะยิ่งซุกซ่อนความลับบางอย่างที่ไม่อาจดูแคลนได้
มีเพียงเย่หนานที่นั่งอยู่โต๊ะอาหารเท่านั้นที่ยังทำหน้ามึนงง
อะไรวะนั่นเย่หนานที่กำลังนั่งกินของว่างดูละครฉากใหญ่อยู่ดี ๆ นึกไม่ถึงว่าจะโดนด่าเข้าให้
เมื่อได้ยินเฟิงหานด่าเย่หนาน เหมียวฉางอันและเหล่าผู้อาวุโสต่างชะงักกึก
ก่อนจะหันขวับมามองเย่หนานเป็นตาเดียว
และเป็นไปตามคาด… เมื่อเห็นใบหน้าดำทะมึนของเย่หนาน หัวใจของเหมียวฉางอันก็กระตุกวูบ
โดยเฉพาะเหมียวเฉิงเทียน ร่างกายของนางสั่นเทิ้มขึ้นมาทันที ราวกับภาพความทรงจำอันเลวร้ายย้อนกลับมาหลอกหลอน
ก่อนหน้านี้เพียงแค่นางด่าเย่หนาน ก็โดนตบจนหน้าหันมาแล้ว
มารดามันเถอะ! พวกเจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!เย่หนานตบโต๊ะดังปัง ตวาดลั่นด้วยความเดือดดาล
เสียงตวาดของเย่หนานทำให้เฟิงหานที่เดินออกไปได้หลายก้าวต้องหยุดชะงัก
เขาหันกลับมามองเย่หนานด้วยสายตาดูแคลนทำไม อยากรีบไปตายรึไง
ไม่ใช่ว่าเฟิงหานไม่อยากฆ่าเย่หนาน แต่… ที่นี่คือถิ่นของสำนักเหมียวอิน หากเกิดการต่อสู้แตกหักขึ้นมาจริง ต่อให้ผู้อาวุโสขูจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ย่อมต้องเสียเปรียบ ยกเว้นเสียแต่จะมีพลังเหนือกว่าอย่างขาดลอย
แต่เฟิงหานรู้ดีถึงระดับพลังของผู้อาวุโสขู ว่าอย่างมากก็เหนือกว่าเหมียวฉางอันเพียงเล็กน้อย ไม่อาจกวาดล้างทั้งสำนักได้ง่าย ๆ
กระนั้น การวางมาดข่มขู่ก็เป็นสิ่งที่เขาถนัด
ได้ยินคำขู่ของเฟิงหาน เย่หนานแสยะยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว
เอาสิ! บิดากำลังเบื่อชีวิต อยากหาที่ตายอยู่พอดีเย่หนานถลกแขนเสื้อขึ้น เดินดุ่ม ๆ เข้าหาทั้งสองคนอย่างไม่เกรงกลัว
ฮ่า ๆ ๆ… เมื่อกี้ข้าไม่ได้สังเกต ที่แท้ก็แค่ขยะขอบเขตกลั่นลมปราณนี่เองเฟิงหานระเบิดเสียงหัวเราะร่า ก่อนจะหันไปเยาะเย้ยเหมียวฉางอันเดี๋ยวนี้มาตรฐานของสำนักเหมียวอินตกต่ำลงขนาดนี้เชียวหรือ แม้แต่ขยะกลั่นลมปราณก็ยังรับเลี้ยงไว้
สิ่งที่น่าแปลกใจคือ เมื่อได้ยินคำดูถูกของเฟิงหาน เหมียวฉางอันและคนอื่น ๆ กลับไม่มีใครแสดงโทสะออกมาแม้แต่น้อย ทุกคนเพียงจ้องมองเฟิงหานด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์
ปฏิกิริยาของคนสำนักเหมียวอินทำให้ผู้อาวุโสขูที่ยืนอยู่ข้างเฟิงหานเริ่มขมวดคิ้ว
เขารู้สึกตะขิดตะขวงใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ระบุไม่ได้ว่าผิดปกติตรงไหน
เฟิงหานไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของคนรอบข้าง เขายังคงมองเย่หนานด้วยสายตาเหยียดหยามไอ้หนู เจ้าคิดจะทำอะไร อยากจะดวลตัวต่อตัวกับข้าหรือไง
เอาสิ จะตัวต่อตัวก็ได้ ข้าไม่เกี่ยงเย่หนานยักไหล่
ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเฟิงหานก็ลุกวาว
ดูจากอายุ เย่หนานน่าจะแก่กว่าเขาเพียงไม่กี่ปี
การได้กระทืบคนรุ่นราวคราวเดียวกันเป็นสิ่งที่เขาโปรดปราน เพราะมันสร้างความสะใจให้เขาได้อย่างยอดเยี่ยม
ข้ากลัวแต่ว่าเจ้าจะทนมือทนเท้าข้าไม่ไหว แล้วร้องเรียกให้คนอื่นช่วยน่ะสิเฟิงหานพูดพลางปรายตามองไปทางเหมียวฉางอันอย่างรู้ทัน
ได้ยินวาจาโอหังนั้น เหล่าผู้อาวุโสสำนักเหมียวอินต่างหนังตากระตุก แต่ก็ยังคงปิดปากเงียบ
วางใจเถอะ ข้าจะไม่มีวันสอดมือเข้าไปยุ่งเด็ดขาดเหมียวฉางอันรีบรับคำทันทีเมื่อจับเจตนาของเฟิงหานได้
ดี! ผู้อาวุโสขู ท่านช่วยจับตาดูพวกนางไว้ อย่าให้ใครยื่นมือเข้ามาสอด ข้าจะสั่งสอนไอ้เด็กนี่ให้หลาบจำเฟิงหานหันไปกำชับผู้ติดตาม
ผู้อาวุโสขูพยักหน้ารับ แม้จะไม่ได้เอ่ยปาก แต่ในใจกลับเริ่มสงสัย
หรือข้าจะคิดมากไปเอง สำนักเหมียวอินยังมีวรยุทธ์แฝงเร้นอยู่อีกหรือ ไม่น่าจะเป็นไปได้ผู้อาวุโสขูครุ่นคิด
ก่อนมาที่นี่ พวกเขาได้สืบข้อมูลของสำนักเหมียวอินมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดคืออดีตเจ้าสำนัก ซึ่งข่าวระบุว่าสิ้นชีพไปเมื่อหลายปีก่อน ปัจจุบันผู้ที่แกร่งที่สุดคือเหมียวฉางอันเท่านั้น
วิ้ง!
พริบตานั้น ขวานศึกเล่มยักษ์ก็ปรากฏขึ้นในมือของเฟิงหาน
เขาถือขวานอันคมกริบ จ้องมองเย่หนานด้วยแววตาอำมหิต
ที่บอกว่าจะสั่งสอนนั้นเป็นเพียงข้ออ้าง ความตั้งใจจริงของเขาคือต้องการสังหารเย่หนานให้ตายคาที่
ในความคิดของเขา ใครที่กล้ามายุ่งกับผู้หญิงของเขา มันผู้นั้นต้องตายสถานเดียว
เขาหมายปองสำนักเหมียวอินมานาน หวังจะรวบหัวรวบหางทำให้กลายเป็นฮาเร็มส่วนตัวของเขา
ไอ้หนู เจ้าไม่ใช้อาวุธรึเฟิงหานขมวดคิ้วเมื่อเห็นเย่หนานยืนมือเปล่า
จัดการเจ้า แค่มือเดียวก็เกินพอเย่หนานตอบกลับอย่างดูแคลน
สามหาว! ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตาย ก็อย่าโทษข้าแล้วกัน ตายซะ!เฟิงหานระเบิดพลังทั้งหมดออกมา แล้วพุ่งเข้าใส่เย่หนานด้วยความเร็วสูง
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังระดับกายาบริสุทธิ์ขั้นสูงสุดของเฟิงหาน เหมียวฉางอันและคนในสำนักต่างตกตะลึง
เหมียวอินที่เพิ่งได้รับวาสนาจากลูกแก้วของเย่หนาน ยังอยู่เพียงระดับกายาบริสุทธิ์ขั้นที่ห้า
นึกไม่ถึงว่าเฟิงหานที่ดูท่าทางโอู้อวด จะมีพรสวรรค์สูงส่งถึงเพียงนี้
ตระกูลเฟิงซุกซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่เหมียวฉางอันขบคิด
วูบ!
ชั่วพริบตาเดียว เฟิงหานก็พุ่งมาประชิดตัวเย่หนาน ง้างขวานยักษ์ฟันลงที่ลำคอของเย่หนานหมายจะบั่นเศียร
ใบหน้าของเฟิงหานบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาแทบจะมองเห็นภาพหัวของเย่หนานหลุดกระเด็นออกจากบ่า
แต่ทว่า…
เย่หนานตบสวนออกไปดื้อ ๆ
เพล้ง!
ขวานศึกในมือเฟิงหาน แตกละเอียดกลายเป็นผุยผงในทันที
ยังไม่ทันที่สมองจะประมวลผล ร่างของเฟิงหานก็ปลิวกระเด็นกลับหลังราวกับว่าวสายป่านขาด
นายน้อย!ผู้อาวุโสขูหน้าถอดสี ร้องเสียงหลง
ฟึ่บ!
ผู้อาวุโสขูรีบพุ่งตัวเข้าไปรับร่างของเฟิงหานเอาไว้
แต่ทันทีที่สัมผัสตัว แรงกระแทกมหาศาลก็ส่งผ่านร่างเฟิงหานมาถึงตัวเขา จนทำให้เขาต้องถอยกรูดไปข้างหลังกว่าสิบเมตรจึงจะหยุดยั้งแรงนั้นได้
เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้อาวุโสขูตื่นตระหนกจนขวัญหนีดีฝ่อ สายตาที่มองเย่หนานเปลี่ยนไปเป็นความหวาดกลัว
เวลานี้ สภาพของเฟิงหานชุ่มโชกไปด้วยเลือด กระดูกทั่วร่างแหลกละเอียด ร่างกายอ่อนปวกเปียกไร้กระดูก นอนแน่นิ่งไม่รู้เป็นตายร้ายดี
ยังไม่ทันที่ผู้อาวุโสขูจะได้ขยับตัวทำสิ่งใด เย่หนานก็สะบัดมือตบกลับหลังมาอีกครั้ง
ฝ่ามือปราณไร้ลักษณ์พุ่งแหวกอากาศตรงเข้าหาผู้อาวุโสขูในพริบตา
ตูมมม!!!
พลังทำลายล้างกวาดผ่านทุกสิ่งที่ขวางหน้า ส่งผลให้ผนังตำหนักด้านหลังผู้อาวุโสขูทะลุเป็นรูโหว่รูปฝ่ามือขนาดมหึมา!