แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 154 ชะตากรรมอันน่าเศร้าของสองศิษย์อาจารย์ชางหยวน
- Home
- แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า
- บทที่ 154 ชะตากรรมอันน่าเศร้าของสองศิษย์อาจารย์ชางหยวน
ร่างของผู้อาวุโสขูที่ถูกฝ่ามือซัดเข้าเต็มรัก ปลิวละลิ่วประหนึ่งลูกกระสุนปืนใหญ่พุ่งทะลุออกจากตัวตำหนักไปไกลลิบ
ตูม!
ชั่วพริบตาเดียว ร่างนั้นก็พุ่งชนเข้ากับตำหนักอีกหลังที่ตั้งอยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรจนพังครืนลงมาทั้งหลัง ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
เมื่อทุกอย่างสงบลง ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมพื้นที่
เหมียวฉางอันและทุกคนต่างจ้องมองเย่หนานที่ยืนสงบนิ่งด้วยสายตาตกตะลึง เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลังโดยไม่รู้ตัว
เหมียวอิน ครั้งนี้ต้องขอบใจเจ้าจริง ๆ มิเช่นนั้น…เหมียวฉานหันไปกระซิบกับเหมียวอินด้วยความรู้สึกโล่งอกอย่างที่สุด
เมื่อเทียบกับตอนที่เย่หนานลงมือสั่งสอนพวกนาง การโจมตีเมื่อครู่นี้ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ตอนนั้นเย่หนานเพียงแค่เล่นสนุก แต่กับผู้อาวุโสขู เขาลงมือด้วยเจตนาสังหารอย่างแท้จริง
จากแรงปะทะเมื่อครู่ ระดับสูงของสำนักเหมียวอินต่างสัมผัสได้ชัดเจนว่า ผู้อาวุโสขูนั้นแข็งแกร่งมาก แข็งแกร่งยิ่งกว่าพวกนางทุกคนในที่นี้เสียอีก
แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ ยอดฝีมือระดับนั้นกลับถูกเย่หนานตบกระเด็นเหมือนลูกบอลยาง โดยที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงร้อง
วูบ!
เย่หนานใช้ท่าวรยุทธ์เคลื่อนที่พริบตา
ร่างของเขาไปปรากฏอยู่เบื้องหน้ากองซากปรักหักพังนั้นทันที
เขา ยื่นมือออกไปคว้าจับกลางอากาศ แรงดูดมหาศาลพลันก่อตัวขึ้นในฝ่ามือ
ครืนนน...
เศษอิฐเศษปูนและซากไม้ที่ทับถมกันอยู่ถูกพลังที่มองไม่เห็นแหวกออกเป็นทาง
ฟึ่บ!
วินาทีต่อมา ร่างที่โชกไปด้วยเลือดและฝุ่นโคลนก็ลอยละลิ่วออกมาจากซากตึก เข้ามาอยู่ในกำมือของเย่หนาน
เย่หนานหิ้วคอเสื้อของผู้อาวุโสขูที่อยู่ในสภาพปางตายขึ้นมา แสยะยิ้มเย็นเยียบผู้อาวุโสขูสินะ เป็นอย่างไรบ้าง ยังจะปากดีอยู่อีกไหม
จ… เจ้า… เจ้ากล้าฆ่านายน้อย… เจ้าไม่ตายดีแน่ สำนักเหมียวอินจะต้องพินาศ ตระกูลเฟิงไม่มีทางปล่อยเจ้าไว้แน่แม้ร่างกายจะบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย แต่แววตาของผู้อาวุโสขูยังคงเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย จ้องมองเย่หนานอย่างกินเลือดกินเนื้อ แฝงแววเย้ยหยันในที
เหรอ งั้นข้าจะนั่งรอพวกมันอยู่ที่นี่แหละ ส่วนเจ้า… ล่วงหน้าไปรอพวกมันในนรกก่อนก็แล้วกันเย่หนานกล่าวจบก็ออกแรงที่มือทันที
โพละ!
เสียงระเบิดดังสนั่น ศีรษะของผู้อาวุโสขูแหลกละเอียดคาเขมือของเย่หนานในพริบตา
ส่วนเฟิงหาน นายน้อยตระกูลเฟิงผู้นั้น ร่างกายได้แหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปตั้งแต่ฝ่ามือที่สองของเย่หนานแล้ว
เชอะ!
เย่หนานปัดมือทำความสะอาด พลางแค่นเสียงหัวเราะใส่คำขู่ของคนตายอย่างไม่ยี่หระ
เมื่อเหตุการณ์สงบลง เหมียวฉางอันและเหล่าผู้อาวุโสสำนักเหมียวอินจึงค่อย ๆ เดินออกมาจากตำหนัก
สายตาที่พวกนางมองไปยังแผ่นหลังของเย่หนาน เต็มไปด้วยความยำเกรงยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าทวีคูณ
ท่านผู้อาวุโส… ท… ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะเหมียวฉางอันไม่รู้จะหาบทสนทนาใดมาเริ่มคุย จึงได้แต่ถามคำถามสิ้นคิดออกไปแก้เก้อ สีหน้าเจือความกระดากอายเล็กน้อย
ไม่เป็นไร ข้าจะเป็นอะไรได้เย่หนานตอบอย่างสบายอารมณ์
หาที่พักให้ข้าหน่อยก็แล้วกัน ข้าคงยังไม่ไปไหนช่วงนี้ กะว่าจะรอต้อนรับคนตระกูลเฟิงที่จะมาหาเรื่องพวกเจ้า จัดการให้จบ ๆ แล้วค่อยไปเย่หนานลูบคางพลางวางแผน
ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสเจ้าค่ะ! เรื่องที่พักข้าน้อยได้จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เชิญท่านผู้อาวุโสทางนี้เจ้าค่ะเหมียวฉางอันได้ยินดังนั้นก็ดีใจจนเนื้อเต้น
นางกำลังกลัดกลุ้มว่าจะเอ่ยปากขอความช่วยเหลืออย่างไรดี นึกไม่ถึงว่าเย่หนานจะเป็นฝ่ายเสนอตัวช่วยเหลือเอง นี่ทำให้นางคลายความกังวลลงไปได้มากโข
ไม่นานนัก เหมียวฉางอันก็นำทางเย่หนานไปยังเรือนรับรองส่วนตัวที่เงียบสงบ
ทว่าเดินไปได้ไม่ไกล เย่หนานก็สังเกตเห็นเสาหินสองต้นที่ตั้งอยู่ไม่ไกล บนเสานั้นดูเหมือนจะมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างถูกมัดติดอยู่ และกำลังดิ้นรนไปมา
นั่นตัวอะไรน่ะเย่หนานชี้มือไปข้างหน้า เอ่ยถามเหมียวฉางอัน
เหมียวฉางอันมองตามมือไป
เมื่อเห็นสิ่งนั้น สีหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมลงเล็กน้อย
เรียนท่านผู้อาวุโส นั่นคือคนบ้าสองคนที่รนหาที่ตาย บังอาจบุกรุกสำนักของเราหลายครั้งหลายครา ผู้อาวุโสในสำนักจึงจับมัดเอาไว้เพื่อสั่งสอนเจ้าค่ะเหมียวฉางอันรีบอธิบาย
อ้อเย่หนานเลิกคิ้วด้วยความสนใจไปดูกันหน่อยสิ
ว่าแล้วเขาก็เดินนำเข้าไปก่อนอย่างไม่รอช้า
เหมียวฉางอันย่อมไม่กล้าขัดใจ ได้แต่เดินตามหลังไปเงียบ ๆ
อื้อ! อื้อ! อื้อ!
เมื่อเห็นเย่หนานเดินเข้ามาใกล้ ร่างที่ถูกซ้อมจนบวมเป่งราวกับหัวหมูทั้งสองก็แสดงอาการดีใจอย่างออกนอกหน้า ดิ้นรนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ทว่าแขนขาถูกมัดตรึงไว้แน่น ปากก็ถูกยัดด้วยผ้า จึงทำได้เพียงส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ
เอ๊ะ ทำไมข้ารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเจ้าสองคนนี้พิกลเย่หนานขมวดคิ้ว พินิจพิจารณาสภาพใบหน้าที่บวมปูดของทั้งคู่
ดูจากรูปร่างและช่วงอายุ น่าจะเป็นชายชราหนึ่งคนและเด็กหนุ่มหนึ่งคน
แต่สภาพใบหน้านั้นยับเยินจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นใคร
ดูเหมือนพวกเขาจะมีอะไรอยากจะพูดนะ… ลองฟังดูหน่อยไหมเย่หนานหันไปถามเหมียวฉางอัน
เพราะทั้งสองคนดิ้นพล่านจนตาแทบถลน จ้องเขม็งมาที่เย่หนานอย่างมีความหวัง
เห็นปฏิกิริยาอันรุนแรงเช่นนั้น เหมียวฉางอันก็อดแปลกใจไม่ได้
แต่ในเมื่อเย่หนานเอ่ยปาก นางจึงจำต้องปล่อยให้พวกเขาพูด
ฟึ่บ!
เหมียวฉางอันสะบัดนิ้วเบา ๆ ผ้าที่ยัดปากทั้งสองคนก็หลุดร่วงลง
ท่านผู้อาวุโส! ในที่สุดข้าก็ได้พบท่านแล้ว โฮๆๆ…ทันทีที่ปากเป็นอิสระ ชายชราก็แหกปากร้องไห้โฮ เรียกหาเย่หนานเสียงดังลั่น
เจ้าคือเย่หนานได้ยินเสียงนี้ยิ่งรู้สึกคุ้นหูเข้าไปใหญ่ จึงเอ่ยถามหยั่งเชิง
เพราะที่นี่ไม่มีคนนอก และชายชราผู้นี้ก็จ้องมองเขาเขม็งขณะตะโกนเรียก
ฝ่ายเหมียวฉางอันที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินเช่นนั้น หัวใจก็กระตุกวูบ
หรือว่า… เจ้าสองคนนี้จะรู้จักกับท่านผู้อาวุโสเย่ หรือจะเป็นสหายของท่านยิ่งคิด ความกังวลก็ยิ่งเกาะกุมจิตใจ
หากเป็นคนรู้จักของเย่หนานจริง นางมิใช่ว่าก่อเรื่องใหญ่เข้าให้แล้วหรือ
ทะ… ท่านผู้อาวุโสเย่ ข้าเองขอรับ! ชางหยวนไงขอรับ…ชางหยวนรีบแนะนำตัวทั้งน้ำตา
ชางหยวนเย่หนานชะงักไปครู่หนึ่ง
เมื่อเพ่งมองอย่างละเอียดอีกครั้ง ในที่สุดเขาก็จำได้
พระเจ้าช่วย! พวกเจ้าไปโดนอะไรมา ทำไมถึงได้มีสภาพดูไม่จืดเยี่ยงนี้ จุ๊ ๆ ๆ…เย่หนานส่ายหน้าด้วยความเวทนาปนขบขัน
ชางหยวน:…….
ได้ยินคำทักทายของเย่หนาน ชางหยวนก็น้ำตาตกใน อยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก
เอ่อ… คือว่า พวกเขาเป็นคนรู้จักของข้าเอง ช่วยปล่อยลงมาหน่อยได้ไหมเย่หนานหันไปมองเหมียวฉางอันด้วยสายตาแปลก ๆ
ได้เจ้าค่ะ! ได้เจ้าค่ะ! ข้าน้อยจะรีบปล่อยเดี๋ยวนี้เหมียวฉางอันรู้สึกชาหนึบไปทั้งศีรษะ นึกไม่ถึงว่าสิ่งที่นางกังวลจะเป็นความจริง
เย่หนานรู้จักเจ้าบ้าสองคนนี้จริง ๆ ด้วย
เมื่อได้รับการปลดปล่อย สองศิษย์อาจารย์ชางเนี่ยนและชางหยวนก็หันไปส่งสายตาอาฆาตใส่เหมียวฉางอันแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบวิ่งเอาหน้าบวม ๆ ของตนเข้าไปหาเย่หนาน
ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสที่ช่วยชีวิตขอรับ!ชางหยวนและชางเนี่ยนร้องห่มร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลพราก
แล้วพวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่เย่หนานถามอย่างเอือมระอา
ท่านผู้อาวุโส ท่านจากไปโดยไม่บอกกล่าว พวกข้าเลยแกะรอยตามท่านมาต้อย ๆ นี่แหละขอรับหากไม่ใช่เพราะมีคนอื่นอยู่ด้วย ชางหยวนคงจะกระโดดกอดขาเย่หนานร้องไห้ฟูมฟายไปแล้ว ชีวิตช่วงนี้ช่างรันทดเหลือเกิน
ตามข้ามาทำไมเย่หนานยิ่งงงเข้าไปใหญ่
ท่านผู้อาวุโส! ข้าตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ต่อให้ท่านจะไล่ ข้าก็จะไม่ไปไหนเด็ดขาด ชาตินี้ข้าขอติดตามรับใช้ท่านอย่างถวายหัว จะให้ซักผ้าหุงหาอาหารข้าทำได้หมดขอรับ!ชางหยวนกัดฟันประกาศเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี
หา พูดบ้าอะไรของเจ้าเย่หนานได้ยินวาจาอันเหลือเชื่อนั้น ถึงกับทำหน้าไม่ถูก
ส่วนเหมียวฉางอันที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ เมื่อเห็นว่าเย่หนานไม่ได้ตำหนินางเรื่องที่จับคนของเขามาซ้อม ก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แต่ก็อดมองสองศิษย์อาจารย์ด้วยสายตาแปลกประหลาดไม่ได้