แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 156 แผ่นหนังสัตว์ปริศนา
ทราบแล้วขอรับเมื่อสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจในน้ำเสียงของชายชุดคราม เฟิงซุนก็ไม่กล้าเอ่ยปากมากความ ได้แต่ผงกศีรษะรับคำรัวเร็ว
ดี ข้าจะพักอยู่ที่นี่ชั่วคราว สิ่งที่ข้าสั่งให้เจ้าทำ จงรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้ เวลามีน้อย อย่าได้ชักช้าชายชุดครามกำชับทิ้งท้าย
ครู่ต่อมา หลังจากจัดการที่พักให้ชายชุดครามเรียบร้อยแล้ว
เฟิงซุนก็เรียกประชุมเหล่าระดับสูงของตระกูลเฟิงทันที เพื่อเริ่มดำเนินการตามแผน
สิ่งที่ข้าพูดไป พวกเจ้าคงเข้าใจกันแล้วใช่หรือไม่ เรื่องนี้รอช้าไม่ได้ วันนี้เราจะเริ่มเปิดรับสมัครผู้ที่มีพรสวรรค์ทันทีเฟิงซุนถ่ายทอดคำสั่งและรายละเอียดเท่าที่ตนรู้ให้แก่ทุกคนในที่ประชุม
หลังจบการประชุม ตระกูลเฟิงทั้งตระกูลก็เริ่มเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก
โดยปกติแล้ว ตระกูลใหญ่เช่นพวกเขาจะไม่เปิดรับคนนอกเข้าตระกูลสุ่มสี่สุ่มห้า ต่างจากสำนักศึกษา
แต่ครั้งนี้สถานการณ์พิเศษ จำเป็นต้องแหกกฎจารีตเดิม
ณ อีกฟากฝั่งหนึ่ง บนยอดเขาสูงภายในสำนักเหมียวอิน
หลังจากพักผ่อนจนหายเหนื่อย เย่หนานก็ออกมายืนชมจันทร์ที่ระเบียงหอเก๋ง
ข้างกายเขามีเงาร่างสองสายกำลังง่วนอยู่กับการปรนนิบัติพัดวี
ชางเนี่ยนที่เนื้อตัวมอมแมมหน้าดำหน้าแดงกำลังต้มน้ำชงชาให้เย่หนานอย่างขะมักเขม้น
ส่วนชางหยวน ผู้เป็นอาจารย์ สวมผ้ากันเปื้อนที่เย่หนานมอบให้ ยืนหน้าเตาย่างคอยพลิกเนื้อย่างอย่างตั้งอกตั้งใจ
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่สำนักหยกงาม พวกเขาเคยเห็นเย่หนานทำอาหารมาบ้าง จึงพอจะรู้วิธีการ และรู้ว่าเย่หนานชื่นชอบสิ่งนี้
นอกจากนี้ ตลอดการเดินทางตามหาเย่หนาน ชางหยวนไม่ได้มามือเปล่า เขาแอบซุ่มฝึกฝีมือการทำอาหารมาตลอดทาง ถึงขั้นไปจ้างพ่อครัวหัวป่าก์มาสอนเคล็ดลับ เพื่อหวังจะใช้ฝีปลายจวักเอาใจเย่หนานโดยเฉพาะ
เห็นสองศิษย์อาจารย์ทำท่าเก้ ๆ กัง ๆ แล้ว เย่หนานก็อดส่ายหน้าไม่ได้
เขาเอ่ยปากห้ามแล้ว แต่ทั้งคู่ก็ยังดื้อรั้นยืนกรานจะทำให้ได้ เขาจึงต้องปล่อยเลยตามเลย
ท่านผู้อาวุโสเย่ เชิญดื่มชาขอรับชางเนี่ยนประคองถ้วยชาส่งให้เย่หนานด้วยความระมัดระวัง
ขอบใจ!เย่หนานรับมาจิบเบา ๆ
อืม… ก็พอใช้ได้ แต่ยังต้องปรับปรุงอีกเยอะนะ เทียบกับฝีมือของอวี้เซียนแล้ว ยังห่างชั้นกันหลายขุมเย่หนานวิจารณ์ตามตรง
ได้ยินว่าเย่หนานยอมดื่มและไม่ได้รังเกียจ ชางเนี่ยนก็ยิ้มแก้มปริ
ขอรับ! ขอรับ! ท่านผู้อาวุโสกล่าวถูกต้อง ข้าจะตั้งใจศึกษาให้มากกว่านี้ขอรับชางเนี่ยนรับคำอย่างกระตือรือร้น มือข้างหนึ่งคอยเติมน้ำชา อีกมือหนึ่งถือตำราอ่านอย่างขะมักเขม้น
ตำราเล่มนั้นไม่ใช่คัมภีร์ยุทธ์ล้ำค่าอะไร แต่เป็นตำราชงชา
เห็นความพยายามของเด็กหนุ่ม เย่หนานก็ยิ้มบาง ๆ พลางส่ายหัว
ป่านนี้ไม่รู้ว่านังหนูหลิงหลงจะเป็นอย่างไรบ้างเย่หนานเหม่อมองดวงดาราบนท้องฟ้า พึมพำกับตัวเอง
สำหรับลูกศิษย์คนอื่น ๆ เขาไม่ค่อยห่วงนัก เพราะแต่ละคนล้วนมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว
จะมีก็แต่หลิงหลงที่เขายังวางใจไม่ลง ไม่ใช่กลัวนางจะไปทำร้ายใคร แต่กลัวความใสซื่อไร้เดียงสาของนางจะทำให้ถูกคนอื่นหลอกเอาได้ง่าย ๆ
หวังว่าอวี้เซียนจะดูแลน้องเล็กได้ดีนะเย่หนานส่ายหน้า พยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่าน
ท่านผู้อาวุโสวางใจเถิดขอรับ คุณหนูหลิงหลงฉลาดเฉลียวปานนั้น ย่อมต้องปลอดภัยหายห่วงแน่นอนชางหยวนที่กำลังย่างเนื้อได้ยินเสียงบ่นพึมพำ ก็รีบสอดปากเข้ามาเอาใจ
อืม ก็คงงั้นเย่หนานพยักหน้าเห็นด้วย
หลิงหลงแม้อายุยังน้อย แต่เรื่องไหวพริบปฏิภาณก็นับว่าไม่ธรรมดา
ในขณะที่ทั้งสามกำลังสนทนากัน เงาร่างสายหนึ่งก็เหาะขึ้นมาบนยอดเขา
เมื่อเห็นผู้มาเยือน เย่หนานก็เลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจท่านเจ้าสำนักเหมียว ดึกดื่นป่านนี้มีธุระอันใดหรือ
ท่านผู้อาวุโส ข้ามารบกวนยามวิกาล ต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะเหมียวฉางอันมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย
ไม่เป็นไร ข้าเองก็นอนไม่หลับอยู่พอดี ว่ามาเถอะ มีเรื่องอะไรเย่หนานโบกมืออย่างเป็นกันเอง
ข้าเพิ่งได้รับข่าวมาว่า ทางฝั่งตระกูลเฟิงดูเหมือนจะมีความเคลื่อนไหวแปลก ๆ เจ้าค่ะจากนั้นเหมียวฉางอันก็ถ่ายทอดข้อมูลที่ได้รับมาให้เย่หนานฟังจนหมดสิ้น
หือ ฟังดูแล้วเหมือนจะมีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้นจริง ๆ แฮะ ขนาดลูกชายตัวเองถูกฆ่าตายยังไม่สนใจ จะรีบไปทำอะไรที่สำคัญกว่างั้นรึ เจ้ารู้ไหมว่าเรื่องอะไรเย่หนานมองเหมียวฉางอันด้วยความสงสัย
เขาก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมป่านนี้ตระกูลเฟิงยังไม่ยกทัพมาล้างแค้น
ผู้น้อยเองก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ การที่ตระกูลเฟิงประกาศรับศิษย์อย่างเอิกเกริกเช่นนี้มันผิดวิสัยมาก แต่ก่อนไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้มาก่อนเหมียวฉางอันเองก็นึกว่าเย่หนานอาจจะรู้อะไรบางอย่าง จึงรีบมาปรึกษา
ท่านผู้อาวุโส… เรื่องนี้ข้าอาจจะพอรู้อะไรบ้างขอรับ
ในขณะที่เย่หนานและเหมียวฉางอันกำลังงุนงง ชางหยวนที่ง่วนอยู่หน้าเตาย่างก็เดินเข้ามาแทรก
โอ้ เจ้ารู้งั้นรึเย่หนานตาเป็นประกาย
สมัยหนุ่ม ๆ ข้าเคยออกท่องยุทธภพไปทั่วหล้า เรื่องราวความลับของแผ่นดินนี้ ข้าพอจะรู้มาบ้าง เพียงแต่ไม่เคยได้พิสูจน์ความจริงชางหยวนทำท่าครุ่นคิดรำลึกความหลัง
พอได้แล้ว อย่ามาทำท่ามากความ รีบ ๆ พูดมาเย่หนานขัดขึ้นอย่างหมั่นไส้
ได้ยินเย่หนานเร่งยิก ๆ ชางหยวนก็ไม่กล้าลีลาอีก เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้ออย่างระมัดระวัง หยิบแผ่นหนังสีขาวแผ่นหนึ่งออกมา
ดูจากลักษณะแล้วคล้ายกับหนังสัตว์อสูรชนิดหนึ่ง
ท่านผู้อาวุโส โปรดดูสิ่งนี้ขอรับชางหยวนยื่นแผ่นหนังให้เย่หนานด้วยความเคารพ
เห็นท่าทางลับๆ ล่อๆ และสีหน้าเคร่งเครียดของชางหยวน ความอยากรู้อยากเห็นของเย่หนานก็พุ่งสูงขึ้น
เขารับแผ่นหนังมา แล้วค่อย ๆ คลี่ออก
ไม่รู้ว่าเป็นหนังของตัวอะไร แต่มีแสงเรืองรองจาง ๆ แผ่ออกมา สัมผัสนุ่มมืออย่างประหลาด
ทว่าเย่หนานไม่ได้สนใจตัววัสดุ สายตาของเขาจับจ้องไปที่เนื้อหาบนแผ่นหนัง
ทันทีที่เห็นข้อความ เย่หนานก็ชะงักกึก
บนนั้นไม่มีลวดลายพิเศษใด ๆ มีเพียงตัวอักษรแถวเดียวเขียนไว้ตัวบรรจง
เวลาเหลือน้อยเต็มที ผู้ฝึกตนแห่งโลกเสวียนหลิง พวกเจ้าต้องรีบ… ต้องรีบแล้ว!
ดูเหมือนผู้จารึกข้อความนี้จะรีบร้อนและตื่นตระหนกอย่างมาก
ตัวอักษรโย้เย้บิดเบี้ยว และดูเหมือนยังเขียนไม่จบ ประโยคที่เห็นคล้ายเป็นเพียงบทนำเท่านั้น
ที่น่าตกตะลึงคือ ตัวอักษรเหล่านี้แฝงไว้ด้วยพลังอำนาจที่ลึกล้ำ เย่หนานสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล ราวกับว่าตัวอักษรแต่ละตัวสามารถพลิกฟ้าคว่ำสมุทรได้
ดูท่าเจ้าของลายมือนี้ จะต้องเป็นยอดคนที่แข็งแกร่งมากแน่ ๆสัญชาตญาณของเย่หนานบอกเช่นนั้น
นี่มันหมายความว่าไงเย่หนานเงยหน้าถามชางหยวน
ท่านผู้อาวุโส ตัวอักษรเหล่านี้แฝงเจตจำนงแห่งมรรคาที่ลึกล้ำ ข้ามีวันนี้ได้ก็เพราะอาศัยศึกษาลายมือเหล่านี้ แต่ด้วยสติปัญญาอันต่ำต้อยของข้า จนถึงบัดนี้ข้าเพิ่งจะเข้าใจเพียงผิวเผินของอักษรตัวเดียวเท่านั้นชางหยวนกล่าวด้วยความละอาย
ได้ยินคำสารภาพของชางหยวน เหมียวฉางอันที่ยืนฟังอยู่ถึงกับใจสั่นสะท้าน
อืม ข้าเองก็สัมผัสได้ แต่ที่ข้าถามคือ… ข้อความนี้มันหมายถึงอะไรเย่หนานจ้องหน้าชางหยวนเขม็ง
ท่านผู้อาวุโส แผ่นหนังสัตว์นี้ ข้าบังเอิญเก็บได้จากศพนิรนามเมื่อสมัยออกท่องเที่ยว หลายปีมานี้ เพื่อจะไขปริศนาของข้อความและซึมซับเจตจำนงของมัน ข้าได้ข้อสรุปที่เลือนรางอย่างหนึ่ง แต่ว่า…ชางหยวนลังเล สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
โว้ย! เป็นลูกผู้ชายแท้ ๆ จะมัวอึกอักทำซากอะไร รีบพูดมา!เย่หนานเริ่มหงุดหงิดที่อีกฝ่ายชอบพูดจากั๊กไว้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ
มหาภัยพิบัติกำลังจะมาถึงขอรับ และภัยพิบัติครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบต่อทั้งทวีป… แต่นี่ก็เป็นเพียงการคาดเดาของข้าเท่านั้นชางหยวนกล่าวเสียงเครียด
มหาภัยพิบัติเย่หนานเลิกคิ้ว เหมียวฉางอันเองก็ขมวดคิ้วแน่น
ท่านผู้อาวุโส เดิมทีข้าก็ไม่อยากจะคิดในแง่ร้าย แต่ผู้ที่สามารถทิ้งตัวอักษรที่ทรงพลังขนาดนี้ได้ กลับแสดงออกถึงความรีบร้อนและหวาดกลัวอย่างสุดขีด
ที่น่ากลัวที่สุดคือ เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะเขียนให้จบประโยค… สิ่งใดกันที่ทำให้ยอดคนระดับนั้นหวาดกลัวได้ถึงเพียงนี้ อีกทั้งข้ารู้สึกว่าผู้จารึกข้อความนี้ไม่ได้มีเจตนาร้าย ดังนั้น…
พูดมาถึงตรงนี้ ความหมายของชางหยวนก็ชัดเจนแจ้ง