แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 160 ทิ้งเงินไว้สิบล้าน
ลูกพี่ เอาอย่างไรดี นั่นมันเรือของสำนักเหมียวอิน!ลูกสมุนทางด้านซ้ายหันไปกระซิบถามชายร่างยักษ์ที่เป็นหัวหน้าด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
หัวหน้าโจรขมวดคิ้วแน่น เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเรือเหาะที่ชนนั้นจะเป็นของสำนักเหมียวอิน
สหายพรต พวกข้าเพียงต้องการตัวเจ้าเด็กนั่น ไม่ได้มีเจตนาจะเป็นศัตรูกับสำนักเหมียวอิน หวังว่าท่านจะไว้หน้าพวกข้าบ้างชายร่างยักษ์ประสานมือคารวะเหมียวฉางอัน
ทว่าบนใบหน้าของเขากลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว
เหมียวฉางอันกวาดตามองเพียงแวบเดียว ก็ประเมินระดับพลังของทั้งสามได้ทันที พวกมันล้วนอยู่ในขอบเขตเทพปฐพีขั้นที่เจ็ด
แม้จะไม่มีใครแข็งแกร่งเท่าเหมียวฉางอัน แต่หากทั้งสามร่วมมือกัน ต่อให้เอาชนะนางไม่ได้ แต่การจะหลบหนีเอาตัวรอดย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
พวกมันมั่นใจว่าระดับเจ้าสำนักอย่างเหมียวฉางอัน ย่อมไม่คิดจะผิดใจกับยอดฝีมือระดับเทพปฐพีถึงสามคนเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อย และคงจะยอมไว้หน้าพวกมันบ้าง
ได้ยินวาจาของชายร่างยักษ์ ดวงตาของเหมียวฉางอันหรี่ลงเล็กน้อย
หากสังหารพวกมันได้ในคราเดียว นางคงลงมือไปแล้ว แต่หากปล่อยให้พวกมันหนีรอดไปได้ แม้เพียงคนเดียว ย่อมกลายเป็นภัยคุกคามต่อสำนักเหมียวอินในภายภาคหน้า
ข้าจะไปกับพวกเจ้าเอง อย่าได้…ชายหนุ่มที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสพยายามจะเอ่ยปาก
เพื่อไม่ให้คนกลุ่มนี้ต้องเดือดร้อน
ผลัวะ!
หุบปาก! เอ็งนั่งเฉย ๆ ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวข้าค่อยมาคิดบัญชีกับเอ็งทีหลังเย่หนานตบไหล่ชายหนุ่มเบา ๆ แต่แฝงด้วยแรงกดดัน ก่อนจะเหวี่ยงร่างนั้นไปกองไว้ด้านข้างอย่างไม่ไยดี
พวกเจ้านั่นแหละ ตัวต้นเหตุใช่ไหมเย่หนานถลกแขนเสื้อขึ้น เดินดุ่ม ๆ เข้าไปประจันหน้ากับสามโจรยักษ์
เห็นท่าทีของเย่หนาน หัวใจของเหมียวฉางอันกระตุกวาบ นางรู้ดีว่าเย่หนานไม่มีทางปล่อยพวกมันไว้แน่ โทษฐานที่บังอาจทำให้เขาเจ็บตัว
ฝ่ายสามโจรยักษ์เมื่อเห็นเย่หนานเดินเข้ามาหา ก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่พอตรวจสอบระดับพลังและเห็นว่าเป็นเพียงขอบเขตกลั่นลมปราณพวกมันก็หมดความสนใจในทันที
ว่าอย่างไรท่านเจ้าสำนักเหมียว ท่านตัดสินใจได้หรือยังหัวหน้าโจรเมินเฉยต่อเย่หนานโดยสิ้นเชิง หันไปกดดันเหมียวฉางอันแทน
เมื่อเห็นว่าตนเองถูกมองข้ามราวกับธาตุอากาศ ใบหน้าของเย่หนานก็เริ่มมืดครึ้มลง
ข้าตัดสินใจแทนไม่ได้เหมียวฉางอันกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะหันกลับไปมองเย่หนานด้วยสายตาเคารพนอบน้อมและระมัดระวัง
หือ
ท่าทีของเหมียวฉางอันทำให้ทั้งสามต้องหันกลับมามองเย่หนานใหม่อีกครั้ง
หรือว่าข้าจะดูคนผิดหัวหน้าโจรพยายามเพ่งมองเย่หนานอย่างละเอียด แต่ไม่ว่าจะมองมุมไหน มันก็เห็นเป็นเพียงขอบเขตกลั่นลมปราณอยู่ดี
ช่างเถอะ จะเป็นใครก็ช่าง ขอแค่ตัดสินใจได้ก็พอหัวหน้าโจรคิดในใจ มันไม่อยากยืดเยื้อจนเกิดข้อพิพาทกับสำนักเหมียวอิน
ไอ้หนู ในเมื่อเจ้าตัดสินใจได้ งั้นพวกข้าจะขอพาตัวเจ้าเด็กนั่นไป เจ้าคงไม่มีปัญหานะหัวหน้าโจรเชิดหน้าถามด้วยน้ำเสียงดูแคลน
ในสายตาของพวกมัน เย่หนานคงเป็นเพียงชายบำเรอหน้าขาวที่เหมียวฉางอันเลี้ยงดูเอาไว้แก้เหงา
ได้สิ… ทิ้งเงินค่าทำขวัญไว้สักสิบล้านหินปราณระดับสูง แล้วพวกเจ้าก็ไสหัวไปได้เลยเย่หนานแสยะยิ้มกว้าง ยื่นข้อเสนอหน้าตาเฉย
ไอ้หนู! เจ้ากล้าล้อพวกข้าเล่นรึได้ยินคำเรียกไถ่ แววตาของหัวหน้าโจรพลันเปลี่ยนเป็นดุร้าย จ้องเขม็งไปที่เย่หนาน
ท่านเจ้าสำนักเหมียว ข้ายอมรับว่าท่านแข็งแกร่งกว่าพวกข้า แต่พวกข้าก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาหยามเกียรติได้ง่าย ๆหัวหน้าโจรหันไปขู่คำรามใส่เหมียวฉางอัน
ข้าบอกแล้วว่าข้าตัดสินใจไม่ได้ ในเมื่อท่านผู้อาวุโสต้องการสิบล้านหินปราณระดับสูง
ก็ต้องจ่ายมาตามนั้นเหมียวฉางอันยืนยันเสียงแข็ง สนับสนุนเย่หนานเต็มที่
ลูกพี่! จะไปพูดดีกับพวกมันทำไม พวกมันจงใจกวนตีนเราชัด ๆ ลงมือเลยดีกว่า!ลูกสมุนสองคนข้างหลังเริ่มทนไม่ไหว ระเบิดโทสะออกมา
พวกมันมั่นใจในฝีมือการต่อสู้ หากร่วมมือกันสามคน อย่างน้อยก็พอจะฟัดเหวี่ยงกับเหมียวฉางอันได้
งั้นพวกเจ้าก็ลองดู!
สิ้นเสียงคำรามของเหมียวฉางอัน
ตูม!
กลิ่นอายแห่งขอบเขตเทพปฐพีขั้นที่เก้าสูงสุด ระเบิดออกจากร่างของนาง พุ่งทะยานกดทับสามโจรยักษ์ราวกับขุนเขาถล่ม
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาล สีหน้าของชายฉกรรจ์ทั้งสามพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุด
พวกมันไม่คาดคิดว่าเหมียวฉางอันจะก้าวหน้าไปไกลถึงเพียงนี้
ในเวลาเดียวกัน เหมียวฉานก็ขยับตัวมายืนปิดล้อมอีกด้าน เตรียมพร้อมลงมือสังหารหากพวกมันคิดจะหนี
แม้พลังของเหมียวฉานจะด้อยกว่าพวกมัน แต่ก็ไม่อาจประมาทนางได้
ฮึ! วันนี้ถือว่าพวกข้าดวงซวย หินปราณระดับสูงข้าไม่มี มีแต่หินปราณระดับต่ำสิบล้านก้อนหัวหน้าโจรขบกรามแน่น ตัดสินใจหยิบแหวนมิติวงหนึ่งออกมาโยนให้
มันรู้ดีว่าขืนดึงดันสู้ต่อไป คนที่จะเสียเปรียบและอาจต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่คือพวกมันเอง
ความห่างชั้นระหว่างขั้นที่เจ็ดกับขั้นที่เก้าสูงสุดนั้น ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
ท่านผู้อาวุโส ท่านเห็นว่าอย่างไรเจ้าคะเหมียวฉางอันหันมาขอความเห็นจากเย่หนาน
ฝ่ายเย่หนาน เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายยอมจ่ายจริง ๆ ดวงตาก็ลุกวาวเป็นประกาย
เขาแค่พูดเล่นไปอย่างนั้นเอง
ล้อเล่นหรือไง สิบล้านหินปราณระดับสูง ต่อให้ขายสำนักเหมียวอินทิ้งทั้งสำนัก ยังไม่รู้ว่าจะหาได้ถึงครึ่งหรือเปล่า
นึกไม่ถึงว่าเจ้าพวกนี้จะมีเงินถุงเงินถังจริง ๆ แม้จะเป็นเพียงหินปราณระดับต่ำ แต่จำนวนสิบล้านก้อนก็นับว่าเป็นมหาศาลแล้ว สำหรับเย่หนาน ของฟรีใครบ้างจะไม่เอา
ตกลง! ถือซะว่าเป็นค่าเสียหายที่พวกเจ้าชนข้าแล้วกัน… ไสหัวไปได้!เย่หนานคว้าแหวนมิติมาเก็บไว้อย่างรวดเร็ว แล้วโบกมือไล่อย่างรำคาญใจ ราวกับไล่แมลงวัน
ฮึ! ฝากไว้ก่อนเถอะ!หัวหน้าโจรทิ้งท้ายด้วยความอาฆาต ก่อนจะพาลูกน้องเหาะจากไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อบินออกมาได้ไกลพอสมควร
ลูกพี่! เราจะยอมรามือแค่นี้หรือ นั่นมันเงินเก็บทั้งชีวิตของพวกเราเลยนะ!ลูกสมุนคนหนึ่งโอดครวญด้วยความเสียดาย
ฮึ! ทำไม หรือเจ้าอยากจะกลับไปสู้กับพวกมันหัวหน้าโจรปรายตามองลูกน้อง
สู้ก็สู้สิ! กลัวตายไม่ใช่ลูกผู้ชาย!ลูกสมุนคนนั้นกวัดแกว่งดาบในมือ ทำหน้าถมึงทึง
เพียะ!
ฝ่ามือหนัก ๆ ของหัวหน้าโจรตบเข้าที่กบาลของลูกสมุนจนหน้าหัน
ลูกพี่! ตบข้าทำไมเนี่ยลูกสมุนกุมแก้มถามด้วยความงุนงง
ถ้าข้าไม่พาออกมา ป่านนี้เอ็งกลายเป็นศพเฝ้าเรือไปแล้ว ไอ้โง่!หัวหน้าโจรด่ากราดด้วยความโมโหที่ลูกน้องช่างโง่เขลานัก
ไป! เราจะแอบสะกดรอยตามพวกมันไปห่าง ๆ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกมันจะเกาะกลุ่มกันตลอดเวลา ทันทีที่พวกมันแยกตัวกัน เราค่อยลงมือ ฆ่าไอ้ขยะกลั่นลมปราณนั่นทิ้ง แล้วชิงตัวเจ้าเด็กนั่นกลับมา พร้อมกับเงินของเรา!หัวหน้าโจรวางแผนด้วยแววตาอำมหิต
จริงด้วย! ลูกพี่ฉลาดปราดเปรื่องที่สุด!ลูกสมุนที่เพิ่งโดนตบ รีบเปลี่ยนท่าทีเป็นประจบสอพลอทันที
ตัดกลับมาที่บนเรือเหาะ
เย่หนานหันมาจ้องมองชายหนุ่มที่นั่งพิงกราบเรืออยู่
เอาล่ะ ถึงตาเอ็งแล้ว จะจ่ายค่าเสียหายยังไงเย่หนานแบมือทวงยิก ๆ
ท่านผู้อาวุโส… ข้า… ข้ามีเพียงเท่านี้ขอรับชายหนุ่มตัวสั่นเทา พยายามถอดแหวนมิติที่นิ้วออกมาด้วยมือที่สั่นระริก แล้วยื่นให้เย่หนาน
เย่หนานรับมาตรวจสอบด้วยความคาดหวัง
แต่เมื่อเห็นว่าภายในแหวนมีเพียงหินปราณคุณภาพต่ำวางระเกะระกะอยู่ไม่กี่ก้อน เขาก็เบ้ปากด้วยความผิดหวัง
ช่างเถอะ ดูท่าทางเอ็งก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไร วันนี้ข้าอารมณ์ดี จะทำทานให้สักครั้ง ไม่เอาของเอ็งแล้วเย่หนานโยนแหวนคืนให้เจ้าของ
ข… ขอบพระคุณขอรับ!ชายหนุ่มรับแหวนคืนมาด้วยความซาบซึ้งใจ
ว่าแต่… เอ็งจนกรอบขนาดนี้ ทำไมเศรษฐีระดับสิบล้านถึงต้องไล่ล่าเอ็งด้วยวะเย่หนานทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้นดาดฟ้าเรือ จ้องมองชายหนุ่มด้วยความสงสัยใคร่รู้
ข้า…ถูกถามจี้ใจดำ ชายหนุ่มก็หลบสายตา อึกอักไม่กล้าตอบ ราวกับมีความลับบางอย่างที่บอกไม่ได้
เอ้านี่ กินซะ ดูสภาพเอ็งแล้ว ขืนไม่รีบรักษา อีกไม่นานคงได้ไปเฝ้ายมบาลแน่เย่หนานดีดโอสถรักษาอาการบาดเจ็บเม็ดหนึ่งไปให้
นี่มัน… ขอบคุณท่านผู้อาวุโส!ชายหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจคว้าโอสถเข้าปากกลืนลงท้องไป