แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 165 ความเปลี่ยนแปลง หมอกขาวมรณะ!
แบบนี้สิถึงจะถูก!เย่หนานยิ้มอย่างพึงพอใจขณะกุมกระบี่สีขาวไว้ในมือ
เอ้า เอาไป ตอนนี้เจ้าอาจจะยังดึงพลังของมันออกมาได้ไม่หมด แต่ด้วยระดับพลังของเจ้าตอนนี้ น่าจะพอใช้ได้สักห้าส่วน ก็ถือว่าไม่มีปัญหาแล้วเย่หนานยื่นกระบี่ให้เหมียวฉางอัน
ข… ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสมากเจ้าค่ะเหมียวฉางอันตัวสั่นเทา ยื่นมืออันสั่นระริกออกไปรับกระบี่สีขาว
วิ้ง!
ทันทีที่สัมผัส กระบี่สีขาวดูเหมือนจะไม่พอใจที่ผู้ฝึกตนระดับเทพปฐพีบังอาจมาแตะต้องมัน
กลิ่นอายอันแหลมคมระเบิดออกจากตัวกระบี่อีกครั้ง
ฉัวะ!
พริบตาเดียว ฝ่ามือทั้งสองข้างของเหมียวฉางอันก็ปรากฏรอยแผลถูกบาดลึกหลายแห่ง แขนเสื้อฉีกขาดกระจุยจนเผยให้เห็นท่อนแขนขาวผ่องที่มีเลือดซึมออกมา
เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วมาก จนเหมียวฉางอันและคนอื่น ๆ ต่างตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
เคร้ง!
ด้วยความเจ็บปวด เหมียวฉางอันเผลอปล่อยมือ กระบี่สีขาวร่วงลงกระแทกพื้นเสียงดัง
ท่านเจ้าสำนัก!เหมียวฉานและเหมียวอินรีบเข้ามาประคองเหมียวฉางอันที่ถอยกรูดไป
เหมียวฉางอันไม่สนใจบาดแผลของตนเอง นางเงยหน้ามองเย่หนานด้วยแววตาขมขื่นท่านผู้อาวุโส… ข้าเกรงว่าข้าคงไม่มีวาสนาพอที่จะควบคุมกระบี่เล่มนี้ได้ ระดับของมันสูงเกินไปเจ้าค่ะ
นี่ไม่ใช่ความผิดของเหมียวฉางอัน สมบัติระดับนภามีจิตวิญญาณเพียงเบาบาง ไม่สามารถเลือกนายได้ แต่สมบัติที่เหนือกว่าระดับนภานั้นต่างออกไป มันมีจิตสำนึกเป็นของตัวเอง
เย่หนานไม่ตอบคำถาม เขาเพียงก้มลงเก็บกระบี่สีขาวขึ้นมาจากพื้น
ใบหน้าฉายแววไม่สบอารมณ์แค่สมบัติระดับราชันกระจอก ๆ กล้าดียังไงมาพยศ ดูท่าทางเจ้าคงอยากจะไปนอนเล่นในบ่ออุจจาระสินะ
ได้ยินคำพูดของเย่หนาน เหมียวฉางอันและคนอื่น ๆ หัวใจกระตุกวูบ
ระดับราชันจริง ๆ ด้วย… ท่านผู้อาวุโสเย่เป็นยอดคนระดับไหนกันแน่เหมียวฉางอันตกตะลึงจนพูดไม่ออก
แม้จะคาดเดาไว้บ้างแล้ว แต่พอได้ยินจากปากเย่หนานจริง ๆ ก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้
ราวกับฟังภาษาคนรู้เรื่อง กระบี่สีขาวในมือเย่หนานเริ่มสั่นระริก ส่งเสียงครางหงิง ๆ ราวกับหวาดกลัวคำขู่ของเขา
เห็นปฏิกิริยาของกระบี่ เย่หนานยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะส่งสายตาให้เหมียวฉางอัน
เหมียวฉางอันเข้าใจความหมายทันที
ท่านผู้อาวุโส ได้โปรดละเว้นมันเถิดเจ้าค่ะ ข้าเพียงแค่บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ หากมันไม่ยอมรับข้า ข้าก็ไม่บังคับเหมียวฉางอันรับมุกเย่หนานอย่างรู้ใจ
ได้ยินคำขอร้องของเหมียวฉางอัน กระบี่ขาวยิ่งสั่นอย่างรุนแรง พยายามจะดิ้นหนีจากมือเย่หนาน
เย่หนานคลายมือออกช้า ๆ
ฟึ่บ!
กระบี่สีขาวพุ่งไปหลบอยู่ด้านหลังเหมียวฉางอันทันที ตัวสั่นงันงก
กับคนอื่น มันอาจจะวางมาด
แต่กับเย่หนาน มันเชื่อหมดใจว่าชายคนนี้กล้าโยนมันลงบ่อขี้จริง ๆ แน่
ครั้งนี้เห็นแก่หน้าคนขอร้อง ข้าจะปล่อยเจ้าไป แต่ถ้าข้าได้ยินว่าเจ้าดื้อด้านอีกครั้งเดียว ข้าจะหักเจ้าทิ้งซะ!เย่หนานชี้นิ้วด่ากระบี่
สิ้นเสียงเย่หนาน กระบี่ขาวหยุดสั่น แล้วค่อย ๆ ลอยออกมาหยุดอยู่ตรงหน้าเหมียวฉางอันอย่างว่าง่าย
เห็นกระบี่ระดับราชันยอมสยบเพราะกลัวเย่หนาน เหมียวฉางอันทั้งตกใจและดีใจ
นางค่อย ๆ เอื้อมมือไปจับด้ามกระบี่อย่างระมัดระวัง
และครั้งนี้… กระบี่ขาวไม่ต่อต้านนางอีกต่อไป
กลับกัน มันเริ่มดูดซับเลือดจากฝ่ามือของนางอย่างกระตือรือร้น
ครู่ต่อมา เหมียวฉางอันก็รู้สึกถึงสายใยบางอย่างที่เชื่อมโยงนางกับกระบี่เข้าด้วยกัน
ความรู้สึกนี้ช่างมหัศจรรย์นัก นี่หรือคือความพิเศษของสมบัติระดับราชันเหมียวฉางอันอุทานในใจ
เหมียวฉานและคนอื่น ๆ ต่างมองด้วยความอิจฉาและยินดีไปกับเจ้าสำนัก
เพียงแค่สมบัติที่ได้รับแจกในวันนี้ ก็เพียงพอที่จะยกระดับสำนักเหมียวอินให้แข็งแกร่งขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ค่ำคืนผ่านพ้นไป ค่ายกลป้องกันเสียงถูกเปิดใช้งานบนเรือเหาะ ต่างคนต่างแยกย้ายไปพักผ่อนและบำเพ็ญเพียร
จนกระทั่งรุ่งสางของวันใหม่ ทุกคนก็ตื่นขึ้น
ทันทีที่ปิดค่ายกลป้องกันเสียง เสียงอึกทึกครึกโครมจากภายนอกก็ดังลอดเข้ามา
เกิดอะไรขึ้นเย่หนานที่เพิ่งล้างหน้าเสร็จขมวดคิ้วมุ่น
ท่านผู้อาวุโส เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ! ภายนอกถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ เรามองไม่เห็นทิศทางเลย อุปกรณ์นำทางทั้งหมดก็ใช้การไม่ได้เจ้าค่ะเหมียวฉางอันวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงาน
อะไรนะเย่หนานชะงัก
เมื่อเดินออกมาดู เย่หนานก็พบว่ารอบด้านขาวโพลนไปด้วยหมอกหนา
หนาชนิดที่ว่ามองไม่เห็นนิ้วมือตัวเองเมื่อยื่นออกไป
มองไม่เห็นผู้คน ได้ยินเพียงเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวาย
และดูเหมือนจะมีเสียงการต่อสู้ฆ่าฟันปะปนอยู่ด้วย เพราะมีคนฉวยโอกาสในม่านหมอกนี้ลงมือปล้นชิง
ทุกคนมารวมตัวกันที่ข้า!เย่หนานตะโกนเรียกทุกคนบนเรือ
ในสถานการณ์เช่นนี้ สัญชาตญาณบอกให้ทุกคนพึ่งพาผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด
เหมียวฉานและคนอื่น ๆ รีบเข้ามารวมกลุ่มรอบกายเย่หนาน
จับมือกันไว้ อย่าให้พลัดหลง!เย่หนานสั่ง แล้วคว้ามือเหมียวฉางอันที่อยู่ใกล้ที่สุดมากุมไว้แน่น
ถูกเย่หนานจับมือ เหมียวฉางอันสะดุ้งเล็กน้อย แก้มเนียนซับสีเลือดจาง ๆ
แต่ในเวลานี้ไม่มีใครมานั่งคิดเรื่องหยุมหยิม ทุกคนรีบจับมือต่อ ๆ กันเป็นลูกโซ่
อวี๋ชิงรีบคว้ามือชางหยวน
ส่วนชางหยวนกำลังจะเอื้อมมือไปจับเหมียวฉาน แต่ถูกนางถลึงตาใส่
จับปลอกกระบี่ข้า!
ชางหยวนจำใจต้องจับปลอกกระบี่อย่างเสียมิได้
ดูท่าสถานการณ์จะไม่สู้ดีแล้วเหมียวฉางอันมองหมอกที่หนาขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยสีหน้ากังวล
ท่านเจ้าสำนัก สังเกตไหมเจ้าคะว่าเสียงรอบข้างเริ่มเบาลงเหมียวฉานทักขึ้น
ทุกคนเงี่ยหูฟัง แล้วก็พบว่าเสียงอึกทึกเมื่อครู่เริ่มแผ่วลงจริง ๆ
นี่มัน… ไม่ใช่เสียงเบาลง แต่หมอกนี่มันกั้นเสียง!เหมียวฉางอันอุทาน
แม้พวกนางจะยืนชิดกันจนแทบสิงร่าง แต่เสียงพูดคุยยังฟังดูเบากว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
อะไรนะ!ทุกคนใจหายวาบ
ยังไม่ทันเข้าเขตป่าหมอกปีศาจของจริง ก็เจอดีเข้าให้แล้ว
น่าสนุกแฮะ ดูท่าครั้งนี้คงได้เล่นสนุกสมใจอยากเย่หนานกลับยิ้มกริ่มอย่างตื่นเต้น
โครม!
ทันใดนั้น เรือเหาะก็สั่นสะเทือนอย่างแรง ราวกับชนเข้ากับบางสิ่ง
เกิดอะไรขึ้นชางหยวนสะดุ้งโหยง
พวกเจ้ามีสัมผัสวิญญาณไม่ใช่รึ ลองตรวจสอบดูซิเย่หนานสั่ง
ท่านผู้อาวุโส พวกเราลองแล้วเจ้าค่ะ แต่สัมผัสวิญญาณถูกบางอย่างขัดขวาง สามารถตรวจสอบได้ในระยะแค่สิบเมตรเท่านั้น ข้าสงสัยว่าเป็นเพราะหมอกสีขาวนี่เจ้าค่ะเหมียวฉางอันรายงาน
แปลกประหลาดขนาดนั้นเชียวเย่หนานยิ่งสนใจเข้าไปใหญ่
ไป! ไปดูกันเย่หนานเดินนำขบวน ค่อย ๆ คลำทางไปยังจุดที่เกิดการชน
เมื่อมาถึง เย่หนานชะโงกหน้าออกไปดูและใช้มือคลำ ๆ
ท่านผู้อาวุโส มีเรือเหาะอีกลำชนเราอยู่เจ้าค่ะเหมียวฉางอันที่ใช้สัมผัสวิญญาณระยะใกล้บอก
ชนเรือเย่หนานชะงัก
จริงสิ! ข้าลืมไปได้ไงว่าข้ามีเนตรราชันสวรรค์อยู่ โอ๊ย… สมองปลาทองจริง ๆ ข้าเย่หนานตบหน้าผากตัวเองดังป้าบ
ไหนขอข้าดูหน่อยซิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เย่หนานหรี่ตาลง
วิ้ง!
ลำแสงสีทองสองสายสว่างวาบขึ้นในดวงตาของเย่หนาน
แต่ภาพที่ปรากฏแก่สายตา ทำให้เย่หนานถึงกับตกตะลึง!