แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 168 มังกรทองยักษ์!
ขณะที่พวกเขามุ่งหน้าลึกเข้าไปเรื่อย ๆ เหมียวฉางอันก้มมองร่องลึกที่ยังคงหลงเหลือละอองแสงสีทองจาง ๆ อยู่เบื้องล่าง หัวใจของนางก็เต้นกระหน่ำไม่หยุด
แข็งแกร่ง… แข็งแกร่งเกินไปแล้ว ข้ายังคงประเมินพลังของท่านผู้อาวุโสต่ำไป เหนือกว่าขอบเขตเทพปฐพียังสามารถฟาดฟันได้ด้วยกระบี่เดียว ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนักความตื่นตะลึงในใจของเหมียวฉางอันนั้นมากล้นจนยากจะบรรยาย
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
ผ่านไปครู่ใหญ่ เหมียวฉางอันก็พาเย่หนานข้ามมาถึงอีกฟากของทะเลสาบ
ท่านผู้อาวุโส เราจะทำอย่างไรต่อไปเจ้าคะเหมียวฉางอันหันมาขอคำชี้แนะ
ข้างหน้านั่นคือป่าหมอกปีศาจสินะเย่หนานมองสำรวจป่าทึบที่ปกคลุมด้วยหมอกหนาเบื้องหน้าด้วยความสนใจ
โดยเฉพาะต้นไม้ใบหญ้าที่นี่ มันทั้งใหญ่โตและหนาทึบกว่าปกติ ราวกับเป็นคนละโลกกับภายนอก
ใช่เจ้าค่ะ ที่นี่คือทางเข้าป่าหมอกปีศาจเหมียวฉางอันพยักหน้า
งั้นก็เข้าไปกันเถอะ เมื่อกี้ข้าล่อพวกงูยักษ์ไปแล้ว พวกเหมียวอินก็น่าจะปลอดภัย ดีไม่ดีอาจจะเข้าไปข้างในก่อนแล้วก็ได้เย่หนานคาดเดา
เจ้าค่ะ!เหมียวฉางอันไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเดินตามเย่หนานเข้าไป
หารู้ไม่ว่า หลังจากเย่หนานเข้าไปในป่าแล้ว
ในทะเลสาบด้านหลัง มีเงาร่างเล็กจ้อยกำลังตะเกียกตะกายว่ายน้ำท่าลูกหมาตกน้ำอย่างทุลักทุเล
ปากก็ส่งเสียงเห่าโฮ่ง! โฮ่ง!เป็นระยะ
นั่นคือเจ้าหมาดำตัวน้อยที่ถูกเย่หนานเตะกระเด็นมานั่นเอง
เพียงแต่ตอนนี้ เจ้าหมาน้อยแยกเขี้ยวขู่คำราม ส่งเสียงฮึดฮัดด้วยความไม่สบอารมณ์ หากมีใครฟังภาษาหมาออก คงจะได้ยินคำผรุสวาทที่หยาบคายที่สุดในโลกหลุดออกมาจากปากมัน
แต่ที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าคือ เหล่างูยักษ์ที่ดุร้าย กลับไม่กล้าเข้าใกล้เจ้าหมาน้อยตัวนี้ พวกมันทำได้เพียงชูคอมองอยู่ห่าง ๆ ด้วยความหวาดระแวง
โฮ่ง! โฮ่ง!
เจ้าหมาดำปรายตามองฝูงงูยักษ์ด้วยสายตาเหยียดหยาม ไม่เห็นพวกมันอยู่ในสายตา ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาว่ายน้ำท่าหมาตกน้ำมุ่งไปข้างหน้าต่อไป
ทว่าปฏิกิริยาของฝูงงูนั้นรุนแรงนัก เพียงแค่ถูกเจ้าหมาน้อยปรายตามอง พวกมันถึงกับสะดุ้งโหยงแล้วเลื้อยหนีกันกระเจิง
ณ อีกด้านหนึ่งของป่าหมอกปีศาจ
ริมทะเลสาบอีกแห่งหนึ่ง มีหมูตัวใหญ่กำลังลากสตรีสองนางไปข้างหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก
ที่น่าตกใจคือ หมูตัวนี้แผ่กลิ่นอายระดับเทพปฐพีออกมา!
อวี้เซียน หลังจากผ่านการเดินทางและได้รับวาสนามากมาย ตอนนี้ระดับพลังของนางเลื่อนขึ้นมาถึงขอบเขตกายาเหล็กแล้ว ต้องขอบคุณหลิงหลงที่นำพาวาสนามาให้ตลอดทาง
ส่วนหลิงหลงนั้น ดูภายนอกนางยังคงเป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาที่ไร้วรยุทธ์
แต่คนสองคนกับหมูหนึ่งตัว กลับสร้างความประหลาดใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
หลิงหลง… พี่ว่าที่นี่มันดูอันตรายชอบกลนะ เรา… เราไม่ไปกันดีไหมอวี้เซียนมองแผ่นหลังของหลิงหลงที่นั่งอยู่ข้างหน้าด้วยความกังวล
พี่อวี้เซียน กลัวอะไรกันเล่า พี่ชายหนานสอนข้าเสมอว่า คนเราต้องมีจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย รู้ไหมหลิงหลงหันมาเทศนาฉอด ๆ
ได้ยินคำสอนของหลิงหลง อวี้เซียนถึงกับพูดไม่ออก
ท่านผู้อาวุโสเย่สอนอะไรให้นางกันเนี่ย หลิงหลงยังเด็กขนาดนี้ จะเอาไปเปรียบกับท่านที่เป็นยอดคนได้ยังไงอวี้เซียนบ่นอุบในใจ
สองสาวที่ออกมาผจญภัยคือหลิงหลงและอวี้เซียนนั่นเอง
ตอนนี้พวกนางกำลังมองไปรอบ ๆ ด้วยความสับสน
เพราะหมอกหนาทำให้พวกนางหลงทิศ และเบื้องหน้าก็คือทะเลสาบกว้างใหญ่
พวกนางได้ยินข่าวลือเรื่องป่าหมอกปีศาจ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของหลิงหลง จึงดั้นด้นมาที่นี่
รอบข้างยังมีผู้คนจากหลายสำนัก และเรือเหาะลอยอยู่เต็มฟ้า
แต่ไม่มีใครรู้ตัวเลยว่า พวกเขากำลังถูกหมอกขาวพาเคลื่อนที่ไปกลางทะเลสาบ
แม้แต่อวี้เซียนและหลิงหลงก็ไม่รู้ตัว มีเพียงเจ้าหมูใต้ร่างที่เริ่มส่งเสียงร้องอู๊ด ๆ ด้วยความกระวนกระวาย
หลิงหลง… ทำไมพี่รู้สึกเย็นวาบ ๆ เหมือนมีสายตาน่ากลัวจ้องมองเราอยู่เลยอวี้เซียนขนลุกซู่ รู้สึกถึงสายตาอาฆาตจากเงามืด
เอ๋ ทำไมข้าไม่เห็นรู้สึกอะไรเลยล่ะหลิงหลงทำหน้าสงสัย
ตูม! ตูม! ตูม!
สิ้นเสียงหลิงหลง เสียงระเบิดก็ดังระงมไปทั่ว
อวี้เซียนหน้าถอดสี รีบชักกระบี่ออกมาเตรียมพร้อมระวังภัย
หลิงหลงเองก็ขมวดคิ้วมองไปรอบ ๆ
ฟ่อ…
วินาทีต่อมา งูยักษ์ตัวหนึ่งก็พุ่งพรวดขึ้นมาจากน้ำ ตรงหน้าสองสาว
เมื่อเห็นชัด ๆ ว่าคืออะไร
ว้ายยย! งูยักษ์! ตัวใหญ่เบ้อเริ่มเลย!หลิงหลงตะโกนลั่นด้วยความตกใจ
แม้อวี้เซียนจะตกใจ แต่สัญชาตญาณสั่งให้นางพาหลิงหลงหนี
แต่เสียงของหลิงหลงก็ดังขึ้นอีกครั้งเจ้าหมู! เร็วเข้า! พุ่งชนมันเลย! น่ากลัวชะมัด!
หลิงหลงตะโกนสั่งพลางตบหลังเจ้าหมูรัว ๆ
อวี้เซียนได้ยินคำสั่งก็หน้ามืดครึ้ม
ส่วนเจ้าหมูที่อยู่ใต้ร่าง จ้องมองงูยักษ์ตรงหน้า พลังปราณในกายเริ่มปะทุขึ้น
ดูเหมือนมันเตรียมจะสู้ตายถวายหัว
ฟ่อ! ฟ่อ! ฟ่อ!
แต่ทว่า… งูยักษ์ไม่ได้มีแค่ตัวเดียว ฝูงงูนับร้อยโผล่ขึ้นมาล้อมกรอบ ทำเอาสองสาวตะลึงงัน
คุณพระช่วย! งูเยอะแยะไปหมดเลย!หลิงหลงหน้าซีด
เจ้าหมูที่เตรียมจะสู้ตาย เมื่อเห็นกองทัพงูมหาศาล…
ฟึ่บ!
เงาหมูหายวับไปในพริบตา… มันทิ้งเจ้านายวิ่งหนีไปแล้ว!
เมื่อพาหนะหายไป สองสาวก็รู้สึกโหวงเหวงที่ก้น ก่อนจะเริ่มร่วงหล่นลงสู่พื้นน้ำ
หลิงหลง! เกาะพี่ไว้แน่น ๆ!อวี้เซียนตั้งสติได้ รีบคว้าตัวหลิงหลงมากอดไว้แน่น ขณะที่ทั้งคู่กำลังร่วงลงไป
ในขณะวิกฤต หลิงหลงรีบควานมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายสีชมพูใบเก่งของนาง
เอานี่แหละ!หลังจากคุ้ยเขี่ยของจิปาถะ นางก็หยิบตุ๊กตาไม้แกะสลักตัวหนึ่งออกมา
เมื่อเห็นตุ๊กตาไม้ตัวนั้น หัวใจของอวี้เซียนก็กระตุกวูบ
มันเป็นรูปสลักของสัตว์ที่มีลำตัวยาวคล้ายงู แต่มีเขาและหนวดยาวเฟื้อย
ทว่าความรู้สึกที่แผ่ออกมานั้น แตกต่างจากงูยักษ์ที่น่าขยะแขยงโดยสิ้นเชิง มันให้ความรู้สึกน่าเกรงขาม ทรงอำนาจ และศักดิ์สิทธิ์
แม้ตุ๊กตาไม้ของเย่หนานจะมีรูปร่างแปลกประหลาดมากมาย แต่อวี้เซียนก็พอจะแยกแยะออกว่าส่วนใหญ่เป็นรูปคนหรือสัตว์
นี่มันตัวอะไรอวี้เซียนงุนงง นางไม่เคยเห็นสัตว์ชนิดนี้มาก่อน
ฟึ่บ!
หลิงหลงไม่ลังเล นางขว้างตุ๊กตาไม้ออกไปสุดแรง
วิ้ง!
ทันใดนั้น แสงสีทองสว่างวาบเจิดจ้าไปทั่วท้องฟ้า
สัตว์ยักษ์สีทองอร่ามขนาดมหึมาปรากฏกายขึ้น!
ลำตัวของมันยาวเหยียดนับพันเมตร กว้างหลายสิบเมตร สองสาวเมื่อเทียบกับมันแล้ว เล็กจ้อยยิ่งกว่ามดปลวก
นี่มัน…อวี้เซียนสมองขาวโพลนเมื่อเห็นสัตว์เทพเจ้าสีทองตรงหน้า
ยังไม่ทันที่อวี้เซียนจะได้สติ สัตว์ยักษ์สีทองนั้นก็เคลื่อนไหววูบเดียว ช้อนรับร่างของนางและหลิงหลงขึ้นไปไว้บนศีรษะของมันอย่างนุ่มนวล
อวี้เซียนเข่าอ่อนทรุดลงนั่งกับเกล็ดสีทองบนหัวมังกร ขาแข้งอ่อนแรงจนลุกไม่ขึ้น
พี่อวี้เซียน เป็นอะไรไปหลิงหลงรีบเข้ามาดูอาการ
หลิงหลง… น... นี่มันตัวอะไรกันแน่อวี้เซียนถามเสียงสั่น
ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เคยได้ยินพี่ชายหนานบอกว่า เจ้านี่เรียกว่ามังกรแล้วก็บอกว่าพวกงูกลัวเจ้านี่ที่สุดเลยหลิงหลงลูบคางทำท่าครุ่นคิด
มังกรอวี้เซียนพยายามนึกทบทวนความรู้ที่มี แต่ก็ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนในตำราเล่มใด
ท่านผู้อาวุโสเย่ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!ภาพลักษณ์ความยิ่งใหญ่ของเย่หนานในใจอวี้เซียนพุ่งทะยานสูงขึ้นไปอีกหลายระดับชั้น
โฮกกก!!!
เสียงมังกรคำรามกึกก้อง กลิ่นอายแห่งราชันแผ่ขยายกดดันไปทั่วทิศ
เหล่าอสรพิษที่ดุร้าย เมื่อต้องแสงทองและแรงกดดันจากมังกร ร่างกายของพวกมันก็ระเบิดออกกลายเป็นผุยผงในทันที
ภาพการทำลายล้างนี้ทำให้อวี้เซียนใจสั่นสะท้าน
ฮึ! บังอาจมาทำให้ข้าตกใจ แถมยังทำให้เจ้าหมูของข้าหนีไปอีก สมควรตาย!มีเพียงหลิงหลงที่ยืนเท้าสะเอวอยู่บนหัวมังกร จ้องมองฝูงงูที่ถูกสังหารด้วยความสะใจปนโมโห