แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 167 หนึ่งกระบี่เบิกนภา
ท่านผู้อาวุโส นี่คือดอกไม้อะไรหรือเจ้าคะเหมียวฉางอันจ้องมองดอกไม้สีขาวในมือเย่หนานด้วยความใคร่รู้
อ๋อ ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ไม้ประดับที่ข้าปลูกไว้ดูเล่น เก็บไว้ในแหวนมิติมานานแล้วเย่หนานตอบอย่างไม่ใส่ใจ
แต่คำตอบนั้นกลับทำให้เหมียวฉางอันต้องขมวดคิ้วแน่น
เพราะกฎเหล็กของแหวนมิติคือห้ามเก็บสิ่งมีชีวิตไม่เว้นแม้แต่พืช
หากสิ่งที่เย่หนานพูดเป็นความจริง ดอกไม้ที่สามารถเติบโตในแหวนมิติได้ ย่อมต้องเป็นสมบัติระดับตำนานที่ไม่อาจประเมินค่า
ทันทีที่ดอกไม้สีขาวปรากฏขึ้น กลิ่นอายเย็นเยียบโดยรอบก็ทวีความรุนแรง
เสียงขู่ฟ่อของงูยักษ์ดังระงมไปทั่วทิศ ทำเอาเหมียวฉางอันขนลุกซู่ เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง
ในอีกด้านหนึ่ง
เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกงูมันถึงถอยกันหมดจินต้าฝูตวัดกระบี่ฟันงูยักษ์ขาดสองท่อน พลางตะโกนถามด้วยความงุนงง
มือขวาของเขาจับมือลูกชาย จินต้าเป่า เอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
ช่างหัวมันสิ ท่านพ่อ! รีบฉวยโอกาสนี้หนีเร็ว!จินต้าเป่าเตือนสติ
เออ! จริงด้วย!
จินต้าฝูรีบควักเข็มทิศโบราณสีเทาออกมา
น่าแปลกที่เข็มทิศนี้ดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบจากหมอกปริศนา เข็มหมุนวนรอบหนึ่งก่อนจะชี้ไปทางทิศหนึ่งอย่างมั่นคง
ไปทางนั้น!จินต้าฝูไม่รอช้า ลากลูกชายพุ่งทะยานไปตามทิศที่เข็มชี้
โดยมียอดฝีมือระดับเทพปฐพีของตระกูลนับสิบคนติดตามไปติด ๆ
ด้วยอานุภาพของเข็มทิศและฝีมือที่ไม่ธรรมดา กลุ่มของตระกูลจินจึงเกาะกลุ่มกันไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ไม่พลัดหลง
เช่นเดียวกับอีกฟากฝั่งของหมอกขาว
กลุ่มคนนับสิบกำลังเคลื่อนที่ผ่านหมอกหนาอย่างรวดเร็ว
นายท่าน นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นขอรับเฟิงซุนเอ่ยถามชายชุดครามผู้นำขบวน ขณะที่มือข้างหนึ่งใช้พลังพยุงร่างของหลานหลิงให้ลอยตามมา
ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน รีบออกจากที่นี่ก่อนค่อยว่ากันชายชุดครามตอบเสียงเครียด เขาเองก็มืดแปดด้านเช่นกัน
ในมือของเขากำหินสีดำก้อนเล็กที่เปล่งแสงเรืองรองนำทาง… หินชนิดเดียวกับที่เคยมอบให้หลานหลิง
กลับมาที่เย่หนาน
เวลานี้ เขาถูกฝูงงูยักษ์นับร้อยนับพันล้อมรอบไว้ทุกทิศทาง
แต่สายตาของพวกมันไม่ได้จับจ้องที่เย่หนาน... เป้าหมายของพวกมันคือดอกไม้สีขาวในมือเขา!
พวกมันกระสับกระส่าย ส่งเสียงขู่ฟ่อด้วยความปรารถนาอันรุนแรง อยากจะพุ่งเข้ามากลืนกินดอกไม้นั้นใจจะขาด
แต่กลับไม่มีตัวใดกล้าขยับ ได้แต่เลื้อยวนเวียนไปมาด้วยความหวาดระแวง
เพราะมีกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังคืบคลานเข้ามา…
นี่มัน…เหมียวฉางอันรู้สึกเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่
นี่คือความหวาดกลัวตามสัญชาตญาณเมื่อเผชิญหน้ากับตัวตนที่แข็งแกร่งกว่าอย่างท่วมท้น
ราชาแห่งงูมาแล้วสินะ… นึกไม่ถึงว่าในนี้จะมีสัตว์อสูรระดับนี้ซ่อนอยู่เย่หนานพึมพำด้วยความประหลาดใจ
ท่านผู้อาวุโส… ท่านรับมือไหวไหมเจ้าคะ ข้ารู้สึกว่าเจ้านี่… มันเหนือกว่าขอบเขตเทพปฐพีไปแล้วเหมียวฉางอันบีบมือเย่หนานแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่เคยสู้กับตัวแบบนี้มาก่อน น่าจะเป็นตัวที่เก่งที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอมาแล้วมั้งเย่หนานตอบตามตรง
คำตอบซื่อ ๆ ของเย่หนานยิ่งทำให้เหมียวฉางอันใจคอไม่ดี
ต่อให้เย่หนานจะเป็นยอดคนเหนือขอบเขตเทพปฐพีและสามารถต่อกรกับราชาแห่งงูได้
แต่นางล่ะ นางจะรอดไหม
หากเกิดการปะทะกันขึ้น เพียงแค่แรงระเบิดจากการต่อสู้ นางอาจจะแหลกสลายกลายเป็นผุยผงไปในพริบตา
วินาทีนี้ นางตระหนักถึงความอ่อนแอและไร้ค่าของตนเองอย่างลึกซึ้ง
โฮกกก!
ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทก็ดังสนั่นหวั่นไหว
เสียงคำรามที่อัดแน่นด้วยพลังปราณมหาศาล กระแทกเข้าใส่ทุกสรรพสิ่ง
อั่ก!
เหมียวฉางอันที่อยู่ใกล้ที่สุด กระอักเลือดออกมาคำโต
ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ที่กำลังหนีตายต่างอกสั่นขวัญแขวน เร่งฝีเท้าหนีสุดชีวิต
บัดซบ! ในทะเลสาบนี้มีสัตว์อสูรระดับนี้อยู่ด้วยรึ เร็วเข้า! รีบไป!ทางด้านตระกูลเฟิง ชายชุดครามหน้าถอดสี รีบเร่งความเร็วขึ้นอีก
บอกให้กินน้อย ๆ หน่อยไม่เชื่อ เห็นไหมว่าลำบากแค่ไหน!จินต้าฝูบ่นกระปอดกระแปดใส่ลูกชายที่ตัวเองลากอยู่
ท่านพ่อ ท่านอ้วนกว่าข้าอีกนะ! บินไม่ไหวแล้วมาโทษข้าได้ไงจินต้าเป่าเถียงคอเป็นเอ็น
เห็นสองพ่อลูกเถียงกันไม่เลิก ยอดฝีมือผู้ติดตามทนดูไม่ไหว รีบเข้าไปช่วยหิ้วปีกทั้งคู่เหาะหนีไปอย่างรวดเร็ว
ครืนนน...
เบื้องหน้าเย่หนานและเหมียวฉางอัน ผืนน้ำเริ่มหมุนวน ก่อตัวเป็นพายุหมุนน้ำขนาดมหึมาสูงเสียดฟ้า
ตูม!
พายุหมุนระเบิดออก เผยให้เห็นร่างของพญางูยักษ์ที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารกว่างูทั่วไปหลายสิบเท่า
ฟ่อ…
ราชางูจ้องเขม็งไปที่ดอกไม้สีขาวในมือเย่หนาน
จากนั้นมันก็เบนสายตามาที่เย่หนาน แววตาฉายชัดถึงความอำมหิตและความต้องการสังหาร
เจ้าคงเป็นลูกพี่ใหญ่ของที่นี่สินะ ข้าเห็นว่าเจ้าบำเพ็ญเพียรมาอย่างยากลำบาก หากเจ้ายอมถอยไป ข้าจะละเว้นชีวิตเจ้าให้เย่หนานเงยหน้ามองพญางูยักษ์ เอ่ยเจรจาอย่างใจเย็น
ทว่าคำพูดของเย่หนานกลับไปกระตุ้นโทสะของราชางูเข้าอย่างจัง
ตูม!
ราชางูปลดปล่อยแรงกดดันมหาศาลถาโถมใส่เย่หนานและเหมียวฉางอัน
เย่หนานยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง แต่เหมียวฉางอันส่งเสียงร้องอู้อี้ ร่างกายงอลงด้วยความเจ็บปวด กระดูกลั่นกรอบแกรบ
เห็นเหมียวฉางอันเจ็บปวด แววตาของเย่หนานเปลี่ยนเป็นเย็นชา
ให้ทางรอดไม่ชอบ… งั้นก็อย่าโทษข้าแล้วกัน
โฮกกก!
ราวกับฟังเย่หนานออก ราชางูคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด อ้าปากกว้างพุ่งเข้าใส่เย่หนานหมายจะกลืนกินทั้งเป็น
เมื่อเห็นปากอันมหึมาพุ่งเข้ามา สมองของเหมียวฉางอันขาวโพลน นางหลับตาปี๋ เตรียมใจรับชะตากรรม
แต่ในวินาทีวิกฤต เสียงตะโกนก้องฟ้าของเย่หนานก็ดังขึ้น
กระบี่… มา!
วิ้ง!
ลำแสงสีทองสว่างวาบขึ้นที่มือขวาของเย่หนาน
แสงนั้นรวมตัวกันกลายเป็นกระบี่ยาวสีทองอร่าม
ตัวกระบี่แผ่กลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์และสูงส่งเหนือคำบรรยาย ราวกับราชันผู้ปกครองสวรรค์
ทันทีที่กระบี่ทองปรากฏ เหมียวฉางอันก็ตัวสั่นสะท้าน
นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นเย่หนานใช้อาวุธ
และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ กระบี่ขาวระดับราชันในมือนาง จู่ ๆ ก็สั่นระริกด้วยความหวาดกลัว พยายามจะมุดหนี ไม่ว่านางจะปลอบโยนอย่างไรก็ไม่เป็นผล
วูบ!
เย่หนานถือกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือ ปราณกระบี่สีทองหมุนวนรอบกาย
เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วตวัดกระบี่ขึ้นจากล่างสู่บนอย่างเรียบง่าย
ตัด!
ซูมมม!
คลื่นกระบี่สีทองพุ่งทะยานออกไป ตัดผ่าทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ราชางูที่กำลังพุ่งเข้ามา หยุดชะงักกลางอากาศ
คลื่นกระบี่ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น มันพุ่งผ่านร่างราชางู ผ่าทะเลสาบออกเป็นสองส่วน
ยาวไปจนถึงก้นทะเลสาบ ทิ้งรอยแยกขนาดมหึมาไว้บนพื้นดิน
แม้แต่หมอกหนาที่ปกคลุมอยู่ ก็ถูกคลื่นกระบี่แหวกออกเป็นทางยาว เผยให้เห็นเส้นทางสว่างไสวที่ทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา
ฉัวะ!
ร่างของราชางูขาดออกจากกันเป็นสองท่อน ร่วงหล่นลงสู่ทะเลสาบเสียงดังสนั่น
ฝูงงูที่เหลือเห็นภาพนั้นต่างแตกตื่นหนีตายกันอลหม่าน
เย่หนานไม่ได้สนใจพวกมัน เขายื่นมือออกไปคว้ากลางอากาศ
แก่นอสูรสีแดงสดที่ถูกผ่าครึ่งของราชางูลอยเข้ามาในมือเขา
เอ้า เอาไปเย่หนานโยนแก่นอสูรให้เหมียวฉางอันที่ยังยืนตะลึงมองรอยแยกบนผิวน้ำ
ข… ขอบคุณ… ขอบคุณเจ้าค่ะ!เหมียวฉางอันรับมาอย่างงุนงง
นี่คือแก่นอสูรของสัตว์อสูรเหนือระดับเทพปฐพี! นับเป็นสมบัติล้ำค่ามหาศาล
แต่ในเวลานี้ นางกลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด สมองของนางยังคงอื้ออึงกับภาพการโจมตีเมื่อครู่
ยืนบื้ออะไรอยู่ รีบไปกันเถอะ ตอนนี้มีทางแล้วเย่หนานสะกิดเรียกสติ
จ… เจ้าค่ะ!เหมียวฉางอันสะดุ้งตื่นจากภวังค์ รีบพยุงเย่หนานเหาะไปตามเส้นทางที่คลื่นกระบี่เบิกไว้ให้อย่างรวดเร็ว