แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 183 มนุษย์ต่างดาว?
อย่างไรก็ตาม อวี๋ชิงไม่ได้ปริปากบ่นน้อยใจแต่อย่างใด สำหรับเขาแล้ว วาสนาเพียงเท่านี้หากไม่ได้ติดตามกลุ่มของเย่หนานมา ชั่วชีวิตนี้ก็คงไม่มโอกาสได้สัมผัส
ส่วนเหล่าผู้ฝึกตนรอบด้าน ทำได้เพียงยืนมองตาปริบๆ ดูพวกเมี่ยวฉางอันแบ่งสันปันส่วนซากงูยักษ์กันอย่างเอิกเกริก โดยไม่มีใครกล้าเอ่ยปากท้วงติงแม้แต่ครึ่งคำ
เมื่อจัดการแบ่งสมบัติเสร็จสิ้น ทุกคนจึงเริ่มสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ
พื้นที่แห่งนี้มีลักษณะคล้ายแท่นบูชาขนาดใหญ่ กินอาณาบริเวณกว้างขวางหลายสิบเมตร
เบื้องหน้าของพวกเขามีเส้นทางแยกออกเป็นสามสาย ทว่าแต่ละเส้นทางล้วนถูกปิดกั้นด้วยประตูหินบานมหึมา
ผู้อาวุโส ให้ข้าน้อยลองเปิดทางให้ท่านเองขอรับ เซวี่ยขวงผู้ซึ่งอ่านสถานการณ์ได้ไว รีบเสนอหน้าอาสาเป็นทัพหน้าหวังทำคะแนน
เย่หนานเลิกคิ้วมองด้วยความแปลกใจ
ฝ่ายชางหยวนที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้แต่บ่นพึมพำด้วยความหมั่นไส้ ไอ้สุนัขรับใช้ ชิงตัดหน้าข้าไปจนได้
เมี่ยวฉางอันและอวี๋ชิงที่ได้ยินเสียงบ่นพึมพำนั้น ต่างพากันส่ายหน้าอย่างระอาใจ
อื้อ… ฮึบ! ทำไม… ทำไมมันไม่ขยับเลยวะ! เซวี่ยขวงเกร็งพลังจนหน้าดำหน้าแดง สองมือจิกเกร็งไปที่ประตูหินพยายามงัดแงะสุดชีวิต แต่ทว่าประตูหินกลับตั้งตระหง่านนิ่งสนิท ไม่สะเทือนแม้แต่น้อย
เฮอะ! ตัวใหญ่แต่ไร้น้ำยา ถอยไป! ดูข้าดีกว่า ชางหยวนได้ทีรีบกล่าวทับถมพลางเดินวางมาดเข้าไปแทนที่
ทว่าทันทีที่ชางหยวนออกแรงผลักประตูหิน เขาก็ต้องชะงักกึก
เป็นไงล่ะ? ดูเหมือนเจ้าเองก็น้ำยาบูดเหมือนกันนี่หว่า ฮ่าๆๆๆ… เซวี่ยขวงระเบิดเสียงหัวเราะเยาะเย้ยทันที
ชางหยวนหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย เขาใส่แรงไปไม่น้อยแล้วจริงๆ แต่ประตูหินบานนี้กลับหนักอึ้งราวกับขุนเขา
แปลกประหลาดถึงเพียงนี้เชียวหรือ? เมี่ยวฉางอันเริ่มสนใจ นางก้าวเข้าไปลองทดสอบบ้าง
แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับเทพปฐพีขั้นสูงอย่างนาง ก็ยังต้องขมวดคิ้ว
ผู้อาวุโส ประตูหินนี้มีเงื่อนงำบางอย่างเจ้าค่ะ มันหนักผิดปกติ เมี่ยวฉางอันหันไปรายงานเย่หนาน
ข้าขอลองหน่อย เย่หนานเดินเนิบนาบเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูหิน
เขาใช้มือข้างเดียวจับขอบประตู แล้วลองออกแรงผลักเบาๆ
หือ? น่าสนใจ มุมปากของเย่หนานยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เพราะแม้เขาจะออกแรงไปบ้างแล้ว แต่มันกลับไม่ขยับเขยื้อน
เมื่อเห็นว่าแม้แต่เย่หนานยังไม่อาจทำให้ประตูสั่นคลอน ทุกคนต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน
วิ้ง!
พริบตาถัดมา แขนขวาของเย่หนานก็พลันเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ส่องแสงเจิดจ้า
กร๊อบ!
เสียงหินแตกดังลั่นสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางสายตาที่แทบจะถลนออกมานอกเบ้าของทุกคน ประตูหินบานมหึมาถูกเย่หนานกระชากหลุดออกมาทั้งบานราวกับฉีกกระดาษ
ไอ้หนู คิดจะมาวัดแรงกับข้ายังเร็วไปร้อยปี เย่หนานมองประตูหินในมือด้วยสายตาดูแคลน
วูบ!
จากนั้นเขาก็เก็บประตูหินยักษ์เข้าแหวนมิติไปหน้าตาเฉย
เย่หนานประเมินแล้วว่า นอกจากน้ำหนักที่มหาศาล วัสดุที่ใช้สร้างประตูนี้ยังไม่ธรรมดา เก็บไว้ก่อนเผื่อวันหน้าจะได้ใช้ประโยชน์
ตึง! ตึง!
เสียงดังสนั่นเกิดขึ้นอีกสองครั้งติดต่อกัน ประตูหินอีกสองบานที่เหลือถูกเย่หนานกระชากออกมาอย่างป่าเถื่อนและไร้ความปรานี
การกระทำที่เหนือสามัญสำนึกของเย่หนานทำเอาคนอื่นๆ พูดไม่ออก
มีเพียงเซวี่ยขวงเท่านั้นที่มองเย่หนานด้วยสายตาเทิดทูนบูชา ราวกับได้พบพระเจ้าที่ตนตามหามานาน
ไปทางไหนดีล่ะเนี่ย? เย่หนานยืนเกาหัวมองดูปากทางดำมืดทั้งสามช่องด้วยความลังเล
คิดไปก็ปวดหัว สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจเลือกทางสายกลาง ไปตรงกลางนี่แหละ ง่ายดี
ว่าแล้วเขาก็เดินดุ่มๆ เข้าไป เมี่ยวฉางอันและพรรคพวกรีบเดินตามไปติดๆ
เหล่าผู้ฝึกตนกลุ่มอื่นทำท่าจะเดินตามเข้ามา แต่ชางหยวนที่รั้งท้ายขบวนหันขวับกลับมาตวาดเสียงแข็ง
พวกเจ้าอย่าได้สะเออะตามมา! พวกเราไม่ใช่หน่วยกู้ภัยของพวกเจ้า ไสหัวไปให้พ้น!
ชางหยวนหมั่นไส้คนกลุ่มนี้มานานแล้ว ยามมีภัยก็หลบหลัง ยามมีลาภก็จ้องจะแย่ง ช่างน่ารังเกียจ
เมื่อโดนชางหยวนด่าแสกหน้า เหล่าผู้ฝึกตนอิสระและสำนักต่างๆ หน้าเจื่อนลงทันที
พวกเขาย่อมอยากเกาะกลุ่มไปกับเย่หนาน เพราะความแข็งแกร่งของเย่หนานคือหลักประกันความปลอดภัยชั้นดี แต่ในเมื่อโดนไล่ตะเพิดอย่างไม่ไว้หน้า พวกเขาก็จำต้องยอมถอย
สุดท้าย ฝูงชนจึงแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งไปทางซ้าย อีกกลุ่มไปทางขวา แยกย้ายกันไปตามยถากรรม
หลังจากที่ทุกคนดำดิ่งลงสู่ใต้พิภพจนหมดสิ้น
ณ แท่นหินเหนือทะเลลาวาด้านบน ลูกสุนัขสีดำตัวหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้น มันทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นในอากาศ หันซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง
สายตาของมันจับจ้องไปยังบ่อลาวาเบื้องหน้า
โฮ่ง! โฮ่ง!…
เจ้าหมาดำแยกเขี้ยวขู่คำราม ส่งเสียงเห่ากรรโชกราวกับกำลังสบถด่าใครบางคนด้วยถ้อยคำหยาบคายที่สุดเท่าที่หมาตัวหนึ่งจะทำได้
ตูม!
โดยไม่ลังเล มันกระโจนลงสู่บ่อลาวาเดือดพล่าน ดำดิ่งลึกลงไปทันที
สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือ ความร้อนระอุของลาวาที่หลอมละลายได้แม้กระทั่งเหล็กกล้า กลับไม่อาจทำอันตรายขนสีดำขลับของมันได้แม้แต่เส้นเดียว
ฮัดชิ้ว! ใครวะ? ใครมันนินทาข้าอีกแล้ว?
ภายในอุโมงค์มืดมิด เย่หนานที่ถือลูกแก้วสีฟ้าส่องทางเดินไปจามไป พร้อมบ่นพึมพำอย่างหัวเสีย
เมี่ยวฉางอันและคนอื่นๆ ลอบมองหน้ากันด้วยสีหน้าแปลกๆ
ว่าแต่ทางนี้มันจะไปโผล่ที่ไหนเนี่ย? มืดตึ๊ดตื๋อเลย เย่หนานบ่นอุบ
ผู้อาวุโส ดูนั่นสิเจ้าคะ นั่นมันรูปอะไร? เมี่ยวฉางอันสังเกตเห็นบางอย่างบนผนังถ้ำ จึงรีบชี้ให้ดู
ทุกคนหันไปมองตามนิ้วของนาง
ก็แค่รูปวาดฝาผนังไม่ใช่รึ? ไม่เห็นมีอะไรเลย เย่หนานชูมุกราตรีในมือขึ้นสูงเพื่อส่องไฟ พลางพิจารณารูปวาดเหล่านั้นด้วยความสนใจ
ภาพวาดบนผนังเป็นรูปสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ แต่รูปร่างเตี้ยแคระ หัวโตผิดสัดส่วน และมีดวงตากลมโตขนาดใหญ่ราวกับไข่ไก่สองฟอง
ยิ่งพิจารณา เย่หนานก็ยิ่งรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด
เขาขมวดคิ้วมุ่น ครุ่นคิดอยู่นาน
เฮ้ย! ทำไมมันหน้าตาเหมือนพวกเอเลี่ยนที่ข้าเคยเห็นในหนังตอนอยู่โลกเลยวะ? เย่หนานนึกขึ้นได้ในที่สุด ถึงกับบ่นพึมพำกับตัวเอง
ผู้อาวุโส ท่านรู้จักสิ่งมีชีวิตพวกนี้หรือขอรับ? อวี๋ชิงถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของเย่หนานเปลี่ยนไป
ข้าก็ไม่แน่ใจนัก แต่ถ้ารูปร่างแบบนี้ ภาษาบ้านเกิดข้าเขาเรียกว่า มนุษย์ต่างดาว น่ะ เย่หนานอธิบาย
มนุษย์ต่างดาว? ทุกคนทวนคำพร้อมกันด้วยความงุนงง
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินคำศัพท์แปลกหูเช่นนี้ และเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นรูปวาดสิ่งมีชีวิตประหลาดพรรค์นี้
เสียดายชะมัด ถ้ามีมือถือติดตัวมาด้วยคงถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ถ้ามีโอกาสได้กลับโลกคงเอาไปอวดชาวบ้านได้ยันลูกบวช เย่หนานนึกเสียดายในใจ
แต่เขาก็รู้ดีว่าโอกาสที่จะได้กลับไปนั้นริบหรี่เต็มที
ช่างเถอะ ไปกันต่อ มันก็แค่รูปวาด ไม่มีอะไรน่าดูหรอก เย่หนานตัดบท
ยิ่งเดินลึกเข้าไป ทางเดินที่เคยคับแคบก็เริ่มขยายกว้างขวางขึ้นเรื่อยๆ
ภาพวาดบนผนังก็มีจำนวนมากขึ้น แต่เนื้อหาเริ่มดูสับสนวุ่นวาย จนเย่หนานเองก็ดูไม่รู้เรื่อง
ในที่สุด พวกเขาก็เดินทะลุออกมาสู่โถงถ้ำขนาดมหึมา
เย่หนานโยนลูกแก้วสีฟ้าขึ้นไปลอยค้างกลางอากาศ แสงสว่างสาดส่องไปทั่วบริเวณ เผยให้เห็นทัศนียภาพภายในอย่างชัดเจน
ทุกคนต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น
ภายในโถงถ้ำมีรูปปั้นขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่หลายรูป ลักษณะของรูปปั้นเหมือนกับภาพวาดมนุษย์ต่างดาวก่อนหน้านี้ไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแต่ขยายขนาดขึ้นจนสูงเกือบร้อยเมตร
หรือว่าเอเลี่ยนตัวเปี๊ยกๆ ที่ข้าเคยเห็นในหนังจะเป็นของปลอม? ของจริงมันต้องตัวใหญ่ยักษ์แบบนี้หรือ? เย่หนานเริ่มสับสนในข้อมูลที่ตนเองมี
เอ๊ะ? นี่มันอะไรกัน?
เสียงอุทานของเซวี่ยขวงดังขึ้น เขาเดินสำรวจไปทั่วจนไปสะดุดตากับวัตถุประหลาดที่วางกองอยู่ในมุมมืด
เย่หนานและคนอื่นๆ เดินตามเสียงเข้าไปดู
สำหรับคนอื่น มันอาจเป็นเพียงก้อนโลหะรูปร่างประหลาด
แต่สำหรับเย่หนาน ทันทีที่เห็นสิ่งนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงแทบถลน
เชี่ย! เชี่ย! เชี่ย!
เย่หนานสบถคำหยาบออกมาสามคำรวดด้วยความตกตะลึงสุดขีด