แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 2 รับศิษย์ล้มเหลว ศิษย์อีกคนโผล่มา
ไม่นานนัก ปลาน้ำแดงรสเลิศก็ถูกตักขึ้นจากกระทะ
เย่หนานผัดผักเพิ่มอีกไม่กี่อย่าง
จากนั้นทั้งสองคน ก็มานั่งล้อมวงกินข้าวที่โต๊ะตัวเดิม
หลิงหลงอ่า พรุ่งนี้ พี่ต้องออกไปข้างนอกสักหน่อย เจ้าเฝ้าบ้านดีๆ นะ เข้าใจไหม เย่หนานเอ่ยกำชับหลิงหลงขณะคีบข้าวเข้าปาก
พี่หนาน ข้าไปด้วยไม่ได้หรือ หลิงหลงจ้องมองเย่หนานด้วยดวงตากลมโตคู่สวย
ไม่ได้ พี่ไม่ได้จะไปเที่ยวเล่น หนทางมันค่อนข้างไกล กลัวเจ้าจะเหนื่อยเปล่าๆ เย่หนานตอบกลับไป
พี่หนาน ข้าไม่กลัวเหนื่อย หลิงหลงยืนยันเสียงหนักแน่น
นางมีความทรงจำเพียงแค่สองปีเท่านั้น
ในโลกของนาง มีเพียงเย่หนานผู้เดียว
ไม่ว่าจะทำอะไร นางก็อยากจะติดตามเย่หนานไปทุกหนทุกแห่ง
เชื่อฟังพี่สิ พรุ่งนี้บ่ายๆ พี่ก็กลับมาแล้ว มื้อเที่ยงเจ้าก็ไปกินที่โรงเตี๊ยมตรงข้าม เงินเก็บไว้ตรงไหนเจ้าก็รู้นี่นา เย่หนานมองหลิงหลงอย่างอ่อนโยน
อื้อ หลิงหลงรับคำพลางยื่นปากเล็กๆ อย่างแง่งอน
เย่หนานครุ่นคิดมาตลอดช่วงบ่าย
ในที่สุดก็ตัดสินใจ ว่าพรุ่งนี้จะลองไปดูงานรับศิษย์ของสำนักไร้ขอบเขตเสียหน่อย
เขาพอจะรู้อยู่บ้างว่าสำนักไร้ขอบเขตเปิดรับศิษย์ปีละหนึ่งครั้ง
และพรุ่งนี้ก็เป็นวันที่สำนักไร้ขอบเขตเปิดรับศิษย์อย่างเป็นทางการ
ในเมื่อเป็นการรับศิษย์ครั้งแรก เขาก็อยากจะพยายามให้ถึงที่สุด
ภารกิจรับศิษย์นี้ เขาเฝ้ารอมาถึงสามปีเต็มกว่าจะถูกกระตุ้นขึ้นมาได้
ดังนั้น เขาจึงอยากจะลองไปตามหาแม่นางหลานหลิงคนนั้นอีกสักครั้ง
หากครั้งนี้ยังถูกปฏิเสธ เขาก็พร้อมจะตัดใจ
เพราะ มีหนึ่ง มีสอง แต่จะไม่มีสาม
เขาอุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางไปรับศิษย์ถึงที่ด้วยตัวเองขนาดนี้
หากหลานหลิงยังไม่ตกลง เขาก็จะไม่รับนางเป็นศิษย์อีกต่อไป
อย่างมากก็แค่ รอศิษย์คนต่อไป
เขาก็มีขีดจำกัดความอดทนเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าจะต้องง้อขอรับศิษย์ให้ได้เสียเมื่อไหร่
เมื่อกินอิ่มดื่มด่ำ ทั้งสองก็เข้านอนและหลับสนิท
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เย่หนานก็เริ่มออกเดินทาง
จากเมืองเผิงเฉิงไปยังสถานที่รับศิษย์ของสำนักไร้ขอบเขต ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณสามชั่วยาม
เพื่อประหยัดเวลา เขาจึงยอมควักเนื้อจ่ายค่าเช่ารถม้าในราคาถูก
ไม่นานนัก เย่หนานก็มาถึงจุดคัดเลือกของสำนักไร้ขอบเขต
ที่นี่เป็นลานกว้างขนาดมหึมา มีถนนเชื่อมต่อมาจากทั้งสี่ทิศแปดทาง
เขาเดินทางมาตามถนนสายหนึ่งในนั้น
บนถนนสายอื่นๆ ก็ยังมีผู้คนและรถม้าสัญจรไปมาอย่างคับคั่ง
เวลานี้ที่ลานกว้างเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
ล้วนแต่เป็นคนหนุ่มสาว บางคน ก็มีผู้ปกครองตามมาส่งด้วย
น่าคิดถึงชะมัด บรรยากาศเหมือนตอนเปิดเทอมสมัยก่อนเลยแฮะ เย่หนานลงจากรถม้าพลางทอดถอนใจ
แต่ทว่า เขาก็ไม่ลืมธุระสำคัญ
เย่หนานเริ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ ทันที
เพียงครู่เดียว เขาก็พบหลานหลิง
อาศัยจังหวะที่การทดสอบยังไม่เริ่ม เขาจึงเดินตรงเข้าไปหาทันที
แม่นาง เราเจอกันอีกแล้วนะ เย่หนานทักทายหลานหลิง
เขาพยายามอย่างที่สุดที่จะแสดงด้านที่อ่อนโยนและเป็นมิตรออกมา
เมื่อเห็นเย่หนาน หลานหลิงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
จากนั้น ใบหน้าของนางก็บึ้งตึงลงทันตา
นางนึกไม่ถึงว่า เย่หนานจะหน้าด้านหน้าทนตามมาถึงที่นี่
ทำไม เจ้ายังคิดจะรับข้าเป็นศิษย์อยู่อีกหรือ หลานหลิงมองเย่หนานด้วยสายตาหยอกเย้าแกมดูแคลน
ว่าอย่างไร แม่นางยินดีกราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่ ขอเพียงเจ้ายอมกราบข้า เจ้าจะไม่มีวันเสียใจภายหลังแน่นอน เย่หนานเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ข้าบอกไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าข้าไม่ต้องการ อีกอย่าง เจ้าก็ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ หลานหลิงตอบกลับเสียงเย็นชา
นางเป็นถึงจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่ ใครกันจะมีคุณสมบัติมาเป็นอาจารย์ของนาง
ที่นางยอมลดตัวมาเข้าสำนักไร้ขอบเขตในครั้งนี้ เป้าหมายก็เพื่อทรัพยากรเท่านั้น
ต่อให้ได้เข้าสำนัก นางก็จะไม่กราบใครเป็นอาจารย์ทั้งสิ้น
เดิมทีเย่หนานผู้แสนสุภาพ เตรียมจะหยิบเคล็ดวิชาออกมาโชว์ให้หลานหลิงตกตะลึงเล่น
เมื่อวานเพราะภารกิจเด้งขึ้นมาปุบปับจนตื่นเต้นเกินเหตุ เลยลืมเรื่องนี้ไปสนิท
ดังนั้น วันนี้เขาจึงตั้งใจพกเคล็ดวิชาพิเศษติดตัวมาด้วย
แต่ทว่า มือยังไม่ทันล้วงเข้าไปในอกเสื้อ
เขาก็ต้องมาได้ยินวาจาดูถูกเหยียดหยามจากปากของหลานหลิงเสียก่อน
ในเมื่อเจ้าไม่สมัครใจ ก็ช่างมันเถิด เย่หนานค่อยๆ ลดมือลง เอ่ยเสียงเรียบไม่ยินดียินร้าย
เย่หนานไม่ได้โกรธเคือง และไม่คิดจะต่อความยาวสาวความยืด
เขาหันหลังกลับและเดินจากไปทันที
หลานหลิงมองแผ่นหลังของเย่หนานที่เดินจากไป พลางเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างสมเพช
ระบบ ข้าปฏิเสธภารกิจรับศิษย์ได้ไหม เย่หนานกลับมานั่งบนรถม้าคันเดิม
[ไม่ได้ แต่ ครั้งนี้อนุโลมให้]
เมื่อได้ยินคำตอบของระบบ เย่หนานก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
เขากลัวว่าระบบจะมีบทลงโทษอะไรแปลกๆ
ตลอดทางขากลับ เย่หนานที่นั่งอยู่ในรถม้าอารมณ์บ่จอยสุดๆ
เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งเขากลับมาถึงหน้าร้าน
เมื่อเห็นเย่หนานกลับมา
หลิงหลงที่นอนอาบแดดอยู่บนเก้าอี้โยกของเขาก็ตาลุกวาว
พี่หนาน กลับมาแล้วเหรอ หลิงหลงรีบวิ่งถลาเข้ามาหาเย่หนาน
อืม เย่หนานตอบรับสั้นๆ
เมื่อสังเกตเห็นว่าเย่หนานดูไม่ค่อยร่าเริง หลิงหลงจึงถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ พี่หนาน เป็นอะไรไปหรือเปล่า
ไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องน่ารำคาญใจนิดหน่อย เย่หนานส่ายหน้า
พี่หนาน เดี๋ยวข้าไปชงชาให้นะ หลิงหลงรู้ความยิ่งนัก รีบวิ่งไปชงชาเอาใจเย่หนาน
เห็นท่าทางของหลิงหลง เย่หนานก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
ความขุ่นข้องหมองใจก่อนหน้านี้ถูกโยนทิ้งไปจนหมดสิ้น
ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าปากท้อง
ทว่า ในขณะที่เขากำลังนอนเอนกายอาบแดดอยู่นั้น
ชายหนุ่มชุดดำอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปีผู้หนึ่ง ก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า
เถ้าแก่ ซื้อเหล้าหน่อย ชายหนุ่มชุดดำมองมาที่เย่หนาน
เมื่อเห็นสภาพของชายหนุ่มชุดดำ เย่หนานก็ชะงักกึก
เพราะ บนตัวของชายหนุ่มคนนี้ มีกลิ่นสุราคละคลุ้ง
ใบหน้าซีดเผือด และที่มุมปาก ดูเหมือนจะมีคราบเลือดที่ยังไม่แห้งสนิท
ได้ เย่หนานพยักหน้า ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
คนเขามาซื้อเหล้า เราก็ขายเหล้า ก็แค่นั้น
แต่ทันทีที่เย่หนานลุกขึ้นยืน เสียงของระบบก็ดังขึ้น
[ติ๊ง ตรวจพบ ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะเป็นศิษย์ของโฮสต์ในบริเวณใกล้เคียง กรุณาโฮสต์เดินทางไปรับศิษย์]
หือ เย่หนานชะงักค้าง
เขามองชายหนุ่มชุดดำข้างกายด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย
เมื่อเห็นเย่หนานจ้องมองตน ชายหนุ่มชุดดำก็ยิ้มตอบตามมารยาท
แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูฝืนเต็มทน
เห็นได้ชัดว่าบาดเจ็บภายในมาไม่เบา
ส่วนเย่หนานในยามนี้ ภายในใจกลับเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น
เขานึกว่าจะต้องรอไปอีกสามปีเสียแล้ว
ไม่นึกเลยว่า ผ่านไปไม่ทันไร ก็มีโอกาสรับศิษย์อีกครั้ง
เวลานี้เย่หนานมั่นใจแล้วว่า เป้าหมายคือชายหนุ่มชุดดำตรงหน้านี้แน่นอน
เพราะ หน้าต่างระบบ ได้เด้งขึ้นมาตรงหน้าเย่หนานโดยอัตโนมัติ
ข้อมูลบนนั้น เป็นข้อมูลของชายหนุ่มชุดดำไม่ผิดแน่
ถึงกระนั้น เย่หนานก็ยังคงเก็บอาการ รับกาเหล้าที่ชายหนุ่มยื่นมาให้อย่างใจเย็น
เอ้า นี่ เย่หนานยื่นกาเหล้าที่เติมจนเต็มกลับไปให้ชายหนุ่ม
ชายหนุ่มชุดดำรับกาเหล้า จ่ายเงิน แล้วทำท่าจะเดินจากไป
เดี๋ยวสิ เย่หนานรีบเอ่ยรั้งไว้
มีอะไรหรือ ชายหนุ่มชุดดำหันกลับมามอง
ข้าเห็นว่า เจ้ากับข้าดูจะมีวาสนาต่อกัน ไฉนไม่ลองนั่งลงดื่มด้วยกันสักจอกเล่า เย่หนานส่งยิ้มบางๆ
เอ่อ ก็ได้ ชายหนุ่มชุดดำครุ่นคิดครู่หนึ่งก็ไม่ปฏิเสธ ตอนนี้เขาแค่อยากเมามายดับทุกข์ จะดื่มที่ไหนก็เหมือนกัน
หลิงหลง ยกโต๊ะออกมาที เย่หนานตะโกนบอกคนในร้าน
หลิงหลงที่กำลังต้มน้ำอยู่ได้ยินเสียงเรียกพอดี
จ้ะ หลิงหลงขานรับ
ไม่นาน หลิงหลงก็ยกโต๊ะตัวหนึ่งออกมา
โต๊ะตัวไม่ใหญ่ ขนาดพอๆ กับโต๊ะพับญี่ปุ่นในโลกเก่าของเขา
แต่ถึงอย่างนั้น สำหรับเด็กหญิงวัยเจ็ดแปดขวบ มันก็ถือว่าหนักเอาการ
ทว่า หลิงหลงกลับหิ้วมันออกมาด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ
เมื่อเห็นหลิงหลงหิ้วโต๊ะด้วยมือเดียว ชายหนุ่มชุดดำก็ตกตะลึงเล็กน้อย
เพราะในสายตาของเขา หลิงหลงเป็นเพียงคนธรรมดา
หากเป็นผู้บำเพ็ญเพียรคงไม่แปลกอะไร
แต่สำหรับเย่หนาน เขาชินชาเสียแล้ว
ตั้งแต่ตอนที่รับหลิงหลงมาเลี้ยงใหม่ๆ เขาก็เริ่มสังเกตเห็นว่าหลิงหลงมีพละกำลังมหาศาล
ก่อนหน้านี้หินก้อนหนักหลายร้อยจิน ยังถูกหลิงหลงโยนปลิวด้วยมือเดียวมาแล้ว
พี่หนาน ไม่ดื่มชาแล้วหรือ หลิงหลงถามเย่หนาน พลางปรายตามองชายหนุ่มชุดดำด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ไม่ดื่มแล้ว ตอนนี้พี่อารมณ์ดี อยากดื่มเหล้ามากกว่า เย่หนานลูบศีรษะทุยๆ ของหลิงหลง
ภาพความอบอุ่นของสองพี่น้อง ทำให้หัวใจของชายหนุ่มชุดดำปวดร้าว
หัวใจของเขา ราวกับถูกมีดกรีดแทง
ครั้งนี้เขาไม่ได้สนใจเย่หนาน ยกไหสุราขึ้นกระดกเข้าปากดื่มรวดเดียว