แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 3 รับศิษย์สำเร็จอย่างเป็นทางการ รางวัลคือสกิลสุดโกง
เย่หนานไม่ได้ห้ามปราม เพียงนั่งมองดูอย่างเงียบๆ
กระทั่ง ชายหนุ่มชุดดำซดเหล้าเข้าไปหลายไห
ใบหน้าของเขาแดงก่ำ จนสังเกตเห็น หยาดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มของชายหนุ่ม
เย่หนานถอนหายใจออกมา
แม้แต่หลิงหลงที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เบะปากน้อยๆ
ดูเหมือนนางเองก็พลอยอยากจะร้องไห้ตามไปด้วย
นางไม่รู้ว่าพี่ชายชุดดำตรงหน้าทำไมจู่ๆ ถึงร้องไห้
แต่นางรู้ดีว่า พี่ชายชุดดำคนนี้ช่างน่าสงสารเหลือเกิน
จนเมื่อชายหนุ่มคลายความเศร้าโศกลง
เสียงของเย่หนานจึงดังขึ้น สบายใจขึ้นบ้างหรือยัง
ขออภัย ข้าดื่มมากไปหน่อย ทำให้เถ้าแก่ต้องมาเห็นเรื่องน่าขบขันแล้ว ชายหนุ่มชุดดำปรับอารมณ์กล่าวตอบ
ไม่เป็นไร ใครๆ ก็มีเรื่องให้คิดหนักกันทั้งนั้น ยิ่งกับ คนตัวคนเดียวอย่างเจ้าด้วยแล้ว เย่หนานมองชายหนุ่มชุดดำด้วยสายตาเวทนา
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ตอนแรกชายหนุ่มชุดดำที่กำลังเมามายไม่ได้ใส่ใจ
ทว่าเพียงชั่วครู่
เขาก็ลุกพรวดขึ้นยืน จ้องมองเย่หนานด้วยสายตาหวาดระแวง และถามเสียงแข็ง เจ้าเป็นใคร
เพล้ง
แม้แต่ไหเหล้าในมือ ก็พลัดตกลงไปแตกกระจายที่พื้น
เย่หนานเป็นคนเชิญเขาดื่มแต่แรก ทั้งสองไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ประกอบกับ อารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน เขาจึงไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่ประโยคที่เย่หนานบอกว่าเขาตัวคนเดียว
น้ำหนักของคำนี้ มันไม่ธรรมดา
เมื่อนำสองเรื่องมาปะติดปะต่อกัน เขาจึงรู้สึกว่าเย่หนานคนนี้ไม่ชอบมาพากล
เมื่อไม่นานมานี้ ตระกูลของเขาถูกกวาดล้าง ตอนนั้นเขาออกไปฝึกฝนนอกตระกูลจึงรอดมาได้
ถึงกระนั้น เขาก็ยังถูกไล่ล่าอย่างไม่ลดละ
บาดแผลเต็มตัวนี้ ก็ได้มาจากเหตุการณ์นั้น
และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกเจ็บปวดในใจ เมื่อเห็นความสนิทสนมของสองพี่น้องเย่หนาน
ไม่ใช่ความอิจฉาริษยา แต่เป็นความเจ็บปวด
เขาเกลียดตัวเองที่ไร้ความสามารถ ปกป้องคนในตระกูลไม่ได้
และมีความเป็นไปได้สูงว่า ตัวเขาเองก็จะถูกตามล่าจนตายในเร็วๆ นี้
เคร้ง
กระบี่เล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของชายหนุ่มชุดดำ ปลายกระบี่ชี้ตรงไปที่เย่หนาน ราวกับรอคำตอบ
เมื่อเห็นชายหนุ่มชุดดำชี้กระบี่ใส่เย่หนาน
หลิงหลงที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่ยอม นางกระโดดมายืนขวางหน้าเย่หนานทันที ห้ามเจ้ารังแกพี่หนานของข้านะ
กู้เฉิน ตระกูลผู้บำเพ็ญเพียร ถูกฆ่าล้างตระกูล เย่หนานไม่ได้ตอบคำถามของกู้เฉิน
แต่กลับ เล่าภูมิหลังและชะตากรรมของเขาออกมาจนหมดเปลือก
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่หนาน กู้เฉินยิ่งตกตะลึง
แต่ทว่า ความตกใจก็หายไปในพริบตา
ในความคิดของเขา เย่หนานก็คงเป็นพวกที่มาฆ่าเขาเช่นกัน
อย่ามองข้าด้วยสายตาแบบนั้น ถ้าข้าคิดจะฆ่าเจ้า จะต้องรอให้เจ้ากินอิ่มดื่มด่ำไปทำไม เย่หนานพูดเสริมต่อ
งั้นเจ้าเป็นใคร ต้องการอะไร กู้เฉินเริ่มคิดว่าคำพูดของเย่หนานก็มีเหตุผล
ถ้าจะฆ่าเขาจริงๆ คงไม่ต้องอ้อมค้อมขนาดนี้
แต่ทว่า เขาก็ยังไม่ลดความระแวงลง
ข้าอยากรับเจ้าเป็นศิษย์ เจ้าจะยินดีหรือไม่ เย่หนานบอกจุดประสงค์ของตนเอง
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่หนาน กู้เฉินถึงกับชะงัก
ท่าน รับข้าเป็นศิษย์ กู้เฉินมองเย่หนานอย่างไม่อยากจะเชื่อ
เพราะ เขาสังเกตเห็นระดับพลังของเย่หนานมานานแล้ว
ขนาดตัวเขาเองยังเป็นถึง ขั้นรวบรวมวิญญาณ แล้วคนระดับ ขั้นกลั่นลมปราณ อย่างเย่หนานจะมีปัญญามาสอนอะไรเขา
เมื่อได้ยินเย่หนานพูดเช่นนั้น กู้เฉินก็เก็บกระบี่ลง
เขารู้แล้วว่าเย่หนานคงไม่ใช่คนที่ถูกส่งมาฆ่าเขา
อีกทั้ง ยังรู้รายละเอียดเกี่ยวกับเขาดีขนาดนี้
เรื่องนี้เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน ข่าวคราวยังไม่น่าจะแพร่ออกไปจากเมืองนั้นได้เร็วขนาดนี้
เขาอดข้าวอดน้ำ ไม่หลับไม่นอน หนีตายมาตลอดทางจนถึงที่นี่ ก็ใช้เวลาไปครึ่งเดือน
ข่าวไม่น่าจะมาถึงที่นี่ได้
ว่าอย่างไร ยินดีหรือไม่ เย่หนานมองกู้เฉินด้วยท่าทีสงบนิ่ง
จริงๆ แล้ว ในใจเขากำลังเต้นรัวด้วยความกังวล
เขากลัวจริงๆ ว่ากู้เฉินจะปฏิเสธ
จากการสังเกตสั้นๆ กู้เฉินนับว่าเป็นคนมีคุณธรรมน้ำมิตร
ไม่เหมือนแม่นางหลานหลิงคนนั้น
ท่านสอนอะไรข้าได้บ้าง กู้เฉินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม
เกิดถ้าเป็นวาสนาจริงๆ แล้วเขาพลาดไปล่ะ
มีข่าวลือว่ามีตาเฒ่าสัตว์ประหลาดบางคนชอบกดระดับพลังตัวเองแล้วแฝงตัวอยู่ในโลกมนุษย์
ถ้าเย่หนานมีฝีมือจริง เขาจะกราบเป็นอาจารย์ก็ไม่เสียหาย
แต่ถ้าไม่ใช่ เขาก็จะกลายเป็นตัวซวยพาเย่หนานเดือดร้อน
เขาไม่อยากดึงคนบริสุทธิ์เข้ามาเกี่ยวด้วย
กระบี่เมื่อครู่ของเจ้า อยู่ระดับไหน เย่หนานถามกู้เฉิน
ศาสตราวิเศษระดับสาม กู้เฉินตอบ
เอากระบี่เล่มนั้นมาให้ข้า เย่หนานสั่ง
เมื่อได้ยินคำสั่ง กู้เฉินขมวดคิ้ว
แต่ ไม่นานก็คลายลง
ถ้าเย่หนานเก่งกว่าเขา ต่อให้มีกระบี่ เขาก็สู้ไม่ได้อยู่ดี
ในทางกลับกันก็เช่นกัน
เคร้ง
กู้เฉินนำกระบี่ออกจากแหวนมิติอีกครั้ง แล้วส่งให้เย่หนาน
เย่หนานรับกระบี่มา พิจารณาดูคร่าวๆ
แล้วเอ่ยช้าๆ ห่วยแตกเกินไป
จากนั้นมือทั้งสองข้างของเย่หนานก็ออกแรงเล็กน้อย
ยังไม่ทันที่กู้เฉินจะตั้งตัว
เพล้ง
กระบี่เล่มนั้นถูกเย่หนานหักเป็นสองท่อนอย่างง่ายดาย
ท่าน กู้เฉินถึงกับใบ้กิน
ศาสตราวิเศษระดับสามเชียวนะ ถูกเย่หนานหักทิ้งง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ
แม้จะรู้สึกโกรธ แต่ ในขณะเดียวกันก็ตื่นตะลึงในความแข็งแกร่งของเย่หนาน
ยอดฝีมือที่สามารถหักศาสตราวิเศษระดับสามด้วยมือเปล่า เขาโตมาป่านนี้ยังไม่เคยพบเคยเห็น
ตกลงยินดีกราบอาจารย์หรือยัง เย่หนานยิ้มพลางมองกู้เฉิน
แต่ข้า กู้เฉินจะเอ่ยปากแย้ง แต่ถูกเย่หนานขัดขึ้นก่อน
ข้ารู้ว่าเจ้าจะพูดอะไร ขอเพียงเจ้ากราบข้าเป็นอาจารย์ ศัตรูของเจ้าก็คือศัตรูของข้า ลูกผู้ชายอกสามศอก จะมัวมากลัวหัวหดอยู่ทำไม
คำพูดของเย่หนานกระแทกใจกู้เฉินอย่างจัง
ตุบ
ศิษย์กู้เฉิน คารวะท่านอาจารย์ กู้เฉินคุกเข่าโขกศีรษะเสียงดังสนั่น
ฮ่าฮ่าฮ่า ศิษย์รัก ลุกขึ้นเร็วเข้า เย่หนานถอนหายใจอย่างโล่งอก ตอนนี้เขารู้สึกเบิกบานใจยิ่งนัก
[ติ๊ง ยินดีด้วย โฮสต์รับศิษย์สำเร็จ มอบรางวัลขั้นกลั่นลมปราณหนึ่งหมื่นชั้น และปลดล็อกข้อจำกัดของโฮสต์]
[ติ๊ง ยินดีด้วย โฮสต์ปลดล็อกสกิลสุดโกง: เนตรทลายมายา และปลุกกายาพิเศษของศิษย์กู้เฉิน: กายาวัชระราชัน พร้อมปลดล็อกสกิลสุดโกง: เออีไอโอยู หยุด]
[ติ๊ง เนื่องจากการรับศิษย์ครั้งแรกสำเร็จ ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของศิษย์ทุกคนจะเพิ่มขึ้นสองเท่า ปัจจุบันอยู่ที่สองร้อยเท่า]
เมื่อได้ยินเสียงระบบ หน้าของเย่หนานก็มืดครึ้ม คิดในใจว่า เอาเถอะ ก็โกงจริงๆ นั่นแหละ เล่นเพิ่มมาให้ตั้งหมื่นชั้น
กายาพิเศษ ข้าพอเข้าใจ แต่ ไอ้เออีไอโอยู หยุดนี่มันบ้าอะไรเนี่ย เย่หนานถามระบบในใจ
[เรียนโฮสต์ เพียงแค่ตะโกนคำสั่ง แล้วยืนนิ่งอยู่กับที่ จะเข้าสู่สถานะ ที่การโจมตีใดๆ ก็ไม่สามารถล็อกเป้าได้]
ห๊ะ โหดขนาดนั้นเชียว ระบบ ลำเอียงนี่หว่า รีบ รีบเลย จัดให้ข้าสักอันสิ เย่หนานตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
แต่ร้องเรียกอยู่ตั้งนาน ระบบก็ไม่สนใจเย่หนานแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นระบบเงียบกริบ เย่หนานได้แต่ด่าในใจ ไอ้ระบบหมาเวร ถุย
แต่ในวินาทีถัดมา
เย่หนานรู้สึกปวดหนึบที่ดวงตา
แต่ก็เป็นเพียงชั่ววูบเท่านั้น
หลิงหลงที่อยู่ข้างๆ เริ่มชินกับสีหน้าแปลกๆ ของเย่หนานแล้ว
ส่วนกู้เฉินที่อยู่ข้างๆ กลับรู้สึกแปลกใจ
ท่านอาจารย์ เป็นอะไรไปหรือขอรับ กู้เฉินโบกมือไปมาตรงหน้าเย่หนาน
เอ่อ ไม่มีอะไร แค่นึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ เจ้าเป็นศิษย์คนที่สองของข้า ข้าก็ไม่มีของขวัญอะไรจะให้ เจ้าไปเลือกเคล็ดวิชาและอาวุธเอาเองเถอะ เย่หนานรีบเปลี่ยนเรื่อง
นี่คือศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า ชื่อเย่หลิงหลง เย่หนานหันไปทางหลิงหลง หลิงหลงอ่า พาศิษย์น้องของเจ้าไปดูของหน่อยสิ
เมื่อได้ยินเย่หนานพูดถึงเคล็ดวิชาและอาวุธ กู้เฉินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาบ้าง
เพียงแต่ พอเห็นบ้านที่ดูธรรมดาแสนธรรมดาตรงหน้า เขาก็รู้สึกฝ่อลงทันที
ในความเข้าใจของเขา ของดีมักจะถูกพกติดตัว
ยิ่งเป็นเคล็ดวิชาและอาวุธด้วยแล้ว
การวางทิ้งขว้างไว้ในบ้านคนธรรมดาแบบนี้ ย่อมไม่ใช่ของดีอะไรแน่ๆ
แต่ เขาก็ไม่ได้คิดมาก
ในเมื่อกราบอาจารย์แล้ว เขาก็ต้องยอมรับ
อื้อ หลิงหลงรับคำอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แล้วพากู้เฉินเดินเข้าไปข้างใน
นางจำได้แม่นว่า เจ้าคนนี้เมื่อกี้ยังเอากระบี่ชี้หน้าพี่หนานของนางอยู่เลย
เดี๋ยวก่อน ข้าเกือบลืมไป ข้าจะสอนเคล็ดวิชาลับให้เจ้าอีกอย่างหนึ่ง เย่หนานทำท่าทางลึกลับพลางเดินมาหากู้เฉิน
เชิญท่านอาจารย์สั่งสอนขอรับ กู้เฉินรอฟังอย่างนอบน้อม
วันข้างหน้า หากเจ้าเจอศัตรูที่สู้ไม่ได้ ให้ตะโกนดังๆ ว่าเออีไอโอยู หยุดแล้วยืนนิ่งอยู่กับที่ก็พอ เย่หนานถ่ายทอดสกิลสุดโกงให้ฟัง