แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 201 แสงสว่างท่ามกลางความสิ้นหวัง
ข้าไม่ไป! ต่อให้หัวเด็ดตีนขาดข้าก็ไม่ไป หากข้าทิ้งท่านหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวในวันนี้ ชั่วชีวิตนี้ข้าคงไม่อาจให้อภัยตัวเองได้! จินต้าเป่าตะโกนก้องด้วยใบหน้าเด็ดเดี่ยว แววตาที่เคยขี้ขลาดบัดนี้เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
เฮ้อ! ไอ้ลูกโง่… ถ้าเช่นนั้นก็มาสู้ให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลย สองพ่อลูกเราจะกอดคอกันตายอย่างสมศักดิ์ศรี! จินต้าฝูแสยะยิ้มกว้าง แม้ในใจจะขมขื่น แต่ความภูมิใจในตัวลูกชายกลับเอ่อล้น
จินต้าเป่ามีนิสัยอย่างไร คนเป็นพ่อย่อมรู้อยู่เต็มอก เมื่อเห็นว่าไม่อาจเกลี้ยกล่อมได้ ก็จำต้องยอมรับความจริงและเผชิญหน้ากับชะตากรรม
วูบ!
จินต้าฝูไม่คิดออมแรงอีกต่อไป ร่างท้วมพุ่งทะยานขึ้นสู่เวหา สะบัดดาบฟาดฟันคลื่นพลังใส่โคนหนวดประหลาดเหล่านั้นอย่างบ้าคลั่ง
เขารู้ดีว่าการตัดหนวดปลายแถวไปก็ไร้ประโยชน์ มีเพียงการทุ่มสุดตัวเพื่อทำลายต้นตอที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนทรายเท่านั้น จึงจะมีโอกาสรอดชีวิต
ทางด้านจินต้าเป่า แม้ร่างจะโชกไปด้วยเลือด แต่สองมือยังคงกระชับดาบใหญ่ กัดฟันฟาดฟันศัตรูอย่างไม่ย่อท้อ
ความตายที่อยู่ตรงหน้าได้หล่อหลอมให้จินต้าเป่าสลัดคราบคุณชายเจ้าสำราญผู้เกียจคร้านทิ้งไป กลายเป็นนักรบผู้ห้าวหาญอย่างเต็มตัว
แม้หนวดเนื้อเหล่านั้นจะพุ่งทะลุร่าง สร้างบาดแผลฉกรรจ์ครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็เพียงกัดฟันแน่น ไม่ยอมปริปากร้องออกมาแม้แต่คำเดียว
ภาพความทรหดของบุตรชายอยู่ในสายตาของจินต้าฝูตลอดเวลา แม้หัวใจคนเป็นพ่อจะเจ็บปวดเจียนตาย แต่เขาก็ไม่อาจเอ่ยปากห้ามปราม
ในสถานการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้ บาดแผลทางกายเป็นเรื่องเล็ก หากกำจัดตัวการไม่ได้ สิ่งที่รออยู่คือความตายของทั้งคู่ เขาต้องแยกแยะให้ออก
โผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้! จินต้าฝูคำรามลั่น ดวงตาแดงฉานดุจโลหิต ระดมฟาดคลื่นดาบใส่พื้นทรายเบื้องล่างอย่างบ้าคลั่ง
ตูม! ตูม! ตูม!
ฝุ่นทรายตลบอบอวล พลังปราณระเบิดกระจัดกระจาย
ดูเหมือนความบ้าดีเดือดของจินต้าฝูจะได้ผล แรงสั่นสะเทือนมหาศาลส่งผลให้สัตว์ร้ายใต้ผืนทรายเริ่มรู้สึกเจ็บปวด
โฮก!
ทันใดนั้น ผืนทรายเบื้องหน้าจินต้าฝูค่อยๆ นูนสูงขึ้นเป็นเนินเขาขนาดย่อม และขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ
ฮ่าๆๆ… ในที่สุดก็ยอมโผล่หัวออกมาแล้วสินะ! จินต้าฝูแสยะยิ้มอำมหิต
ทว่าเมื่อร่างมหึมาของมันเผยโฉมออกมาจนหมดสิ้น หัวใจของสองพ่อลูกตระกูลจินก็พลันเย็นเยียบลงจนถึงขั้ว
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคืออสูรกิ้งก่ายักษ์ที่มีรูปร่างหน้าตาน่าสะพรึงกลัว ส่วนหัวของมันเต็มไปด้วยหนวดเล็กๆ ยุบยับน่าขยะแขยง
ที่น่าสิ้นหวังที่สุดคือขนาดตัวของมันที่มีความสูงหลายสิบเมตร จินต้าฝูและจินต้าเป่ายืนอยู่เบื้องหน้ามัน ไม่ต่างอะไรกับมดปลวกตัวจ้อย
ดูท่า… วันนี้คงเป็นวันตายของเราจริงๆ เสียแล้ว จินต้าฝูถอนหายใจยาว
เพียงแค่อสูรกิ้งก่ายักษ์ตัวนี้ปรากฏตัว เขาก็รู้ทันทีว่าโอกาสหนีรอดเป็นศูนย์
กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของมันนั้นแข็งแกร่งเหนือชั้นกว่าเขาแบบเทียบกันไม่ติด มันคือความห่างชั้นที่ไม่อาจข้ามผ่าน
เดิมทีเขาหวังว่าการล่อให้มันออกมาจะช่วยเปิดช่องโหว่ ให้เขาได้ระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อเปิดทางหนีให้ลูกชาย แต่เขาประเมินตัวเองสูงเกินไป
ด้วยระดับพลังของเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ ต่อให้เขาระเบิดชีพจรพลีชีพ ก็คงทำได้เพียงสร้างรอยขีดข่วนให้มันเท่านั้น ไม่อาจสร้างบาดแผลฉกรรจ์ได้เลย
จินต้าเป่าและจินต้าฝูสบตากัน ในวาระสุดท้ายนี้ แววตาของทั้งคู่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว กลับมีเพียงรอยยิ้มที่มอบให้แก่กัน
ท่านพ่อ… ชาติหน้าข้าขอเกิดเป็นลูกท่านอีก จินต้าเป่าฉีกยิ้มกว้าง ทั้งที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด
ดี! ชาติหน้าพ่อจะย่างเนื้ออร่อยๆ ให้เจ้ากินอีก ฮ่าๆๆ… จินต้าฝูหัวเราะร่าทั้งน้ำตา
แม้จะรู้จุดจบ แต่สองพ่อลูกก็ไม่คิดจะยอมจำนน พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะสู้จนลมหายใจสุดท้าย
พรึ่บ!
เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นรอบกายจินต้าฝู ผิวพรรณที่เคยเต่งตึงเริ่มเหี่ยวย่นลงอย่างรวดเร็ว เขากำลังเผาผลาญอายุขัยและโลหิตบริสุทธิ์เพื่อแลกกับพลัง
เมื่อเห็นบิดาทุ่มสุดตัว จินต้าเป่าก็ไม่น้อยหน้า เร่งเร้าพลังชีวิตเผาผลาญโลหิตตามอย่างบิดาทันที
วินาทีนี้ สองพ่อลูกยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ ด้วยปณิธานอันแรงกล้าที่จะฝากแผลไว้บนร่างสัตว์ร้ายให้จงได้
ฆ่า! ทั้งสองตะโกนก้องพร้อมกัน พุ่งทะยานเข้าใส่อสูรกิ้งก่ายักษ์
การประสานงานของพ่อลูกช่างรู้ใจกันเป็นอย่างดี คนหนึ่งโจมตีส่วนบน อีกคนโจมตีส่วนล่าง
พลังแห่งความโกรธเกรี้ยวทำให้การโจมตีของพวกเขารุนแรงขึ้นจนน่าตกใจ
ในช่วงแรก พวกเขายังพอต่อกรกับมันได้บ้าง แต่เพียงไม่นาน เรี่ยวแรงก็เริ่มถดถอยและตกเป็นรอง
จินต้าฝูฟันดาบลงไปนับร้อยนับพันครั้ง แต่เกล็ดของอสูรกิ้งก่ายักษ์กลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน หัวใจของเขาหนักอึ้งดุจถ่วงด้วยขุนเขา
เมื่อมาถึงขั้นนี้ ทางเลือกมีเพียงหนึ่งเดียว… ไม่ตายก็รอด
ต่อให้ฆ่าเจ้าไม่ได้ ข้าก็จะขอระเบิดตัวเองให้เจ้าเจ็บปวดเจียนตาย! จินต้าฝูตัดสินใจเด็ดขาด เตรียมใช้วิชาระเบิดชีพจร
ท่านพ่อ!
จินต้าเป่ามองภาพนั้นด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว เขาเกลียดตัวเองที่เกียจคร้านการฝึกฝน จนในยามวิกฤตเช่นนี้กลับปกป้องคนที่รักไม่ได้
เขาทำได้เพียงยืนมองบิดาที่ถูกต้อนจนตรอก กำลังจะระเบิดร่างตัวเองเพื่อปกป้องเขา
วูบ!
ทว่าความเร็วของอสูรกิ้งก่ายักษ์นั้นเหนือจินตนาการ เพียงพริบตาเดียว หนวดนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้ามาพันธนาการร่างของจินต้าฝูไว้อย่างแน่นหนา
พลังงานมหาศาลที่จินต้าฝูรวบรวมไว้เพื่อระเบิดร่าง ถูกหนวดเหล่านั้นดูดกลืนหายไปจนหมดสิ้นภายในไม่กี่ลมหายใจราวกับเขื่อนแตก
บัดซบ! จินต้าฝูหน้าซีดเผือดด้วยความสิ้นหวัง เขาไม่คาดคิดเลยว่าแม้แต่จะตายพร้อมกับศัตรู เขายังทำไม่ได้
ก่อนหน้านี้เขาคาดเดาว่ามันมีสติปัญญา บัดนี้ชัดเจนแล้วว่าเขาคิดถูก
สัตว์อสูรระดับนี้ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสูงส่งนัก มันไม่มีอารมณ์ความรู้สึกซับซ้อนเหมือนมนุษย์ สิ่งเดียวที่มันสนคือการรักษาสภาพร่างกายให้สมบูรณ์พร้อมที่สุด
หากมีสิ่งใดที่อาจเป็นภัยคุกคาม แม้เพียงเล็กน้อย มันจะเลือกกำจัดหรือยับยั้งทันที
และแน่นอน จินต้าฝูอ่อนแอกว่ามันมาก มันจึงเลือกที่จะจับเขาไว้
เมื่อสิ้นตัวขัดขวาง อสูรกิ้งก่ายักษ์ก็ตวัดลิ้นยาวเหยียดพุ่งเข้ามัดร่างจินต้าเป่า ลากตัวเขาเข้าไปหมายจะกลืนกินลงท้อง
ภาพที่เห็นทำให้จินต้าฝูหัวใจแตกสลาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานแสนสาหัส
ผิดกับจินต้าเป่าที่มีสีหน้าสงบนิ่ง เขาหันมาส่งยิ้มให้บิดาเป็นครั้งสุดท้าย ในแววตานั้นไม่มีเค้าลางของเด็กน้อยผู้เอาแต่ใจอีกต่อไป
มีเพียงแววตาของนักรบผู้ร่วมเป็นร่วมตายกับสหายร่วมรบ
นึกไม่ถึงว่าจะต้องมาตายแบบนี้… น่าเจ็บใจชะมัด จินต้าเป่าพึมพำกับตัวเอง ขณะมองดูปากอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมเบื้องหน้า
ทว่าในวินาทีที่จินต้าเป่ากำลังจะถูกกลืนกินนั้นเอง ปาฏิหาริย์ก็บังเกิด
วิ้ง!
แสงสีทองเจิดจรัสสาดส่องออกมาจากอกเสื้อของจินต้าเป่า
ตูม!
แสงนั้นทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นคลื่นกระแทก ผลักดันร่างมหึมาของอสูรกิ้งก่ายักษ์ให้ถอยกรูดออกไป หนวดที่พันธนาการร่างของจินต้าฝูขาดสะบั้นลงในพริบตา
ลูกพ่อ! จินต้าฝูไม่รอช้า รีบพุ่งเข้าไปรับร่างของบุตรชายที่ร่วงหล่นลงมา
นี่มัน…
ทันทีที่เท้าแตะพื้น จินต้าเป่าไม่สนใจเสียงเรียกของบิดา เขารีบแหวกสาบเสื้อที่หน้าอกออกดู
ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทั้งคู่ แสงสีทองขนาดเท่ากำปั้นค่อยๆ ลอยออกมาจากอกเสื้อของจินต้าเป่า
เมื่อแสงจางลง เผยให้เห็นวัตถุต้นกำเนิดแสง จินต้าฝูและจินต้าเป่าถึงกับตกตะลึงจนตาค้าง
นะ… นี่มัน งานแกะสลักไม้ที่พี่เย่ให้ข้ามานี่นา จินต้าเป่าเอ่ยเสียงตะกุกตะกักด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่า งานแกะสลักไม้ที่ดูธรรมดาสามัญชิ้นนี้ ซึ่งจินต้าฝูและจินต้าเป่าเคยคิดว่าเป็นเพียงของที่ระลึกไร้ค่า จะกลับกลายเป็นของวิเศษช่วยชีวิต
ในยามคับขันเช่นนี้ มันกลับระเบิดพลานุภาพมหาศาล ช่วยชีวิตพวกเขาจากปากเหยี่ยวปากกาได้อย่างน่าอัศจรรย์
ดูท่า… สหายเย่ที่เจ้าเรียกขานผู้นั้นจะไม่ใช่คนธรรมดาเสียแล้ว พ่อลูกเรามองคนผิดไปถนัดตา จินต้าฝูอุทานด้วยความเลื่อมใสระคนตกใจ
ทว่าวิกฤตยังไม่ผ่านพ้นไป อสูรกิ้งก่ายักษ์ที่ถูกผลักกระเด็นไปเมื่อครู่ คำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด มันตะเกียกตะกายพุ่งเข้าใส่สองพ่อลูกอีกครั้งด้วยความเร็วสูง
เมื่อเห็นดังนั้น หัวใจของจินต้าฝูและจินต้าเป่าก็บีบรัดแน่นอีกครั้ง
บัดนี้เรี่ยวแรงของพวกเขาเหือดแห้งจนหมดสิ้น สายตาทั้งสองคู่ต่างจับจ้องไปที่งานแกะสลักไม้ที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศอย่างมีความหวัง
พวกเขารู้ดีว่า เจ้าสิ่งนี้คือฟางเส้นสุดท้ายที่จะยึดเหนี่ยวชีวิตของพวกเขาไว้ได้