แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 202 เกาะขาทองคำ
เป็นไปตามคาด ท่ามกลางสายตาที่เบิกโพลงด้วยความตระหนกของสองพ่อลูกตระกูลจิน ตุ๊กตาไม้แกะสลักค่อยๆ ขยายขนาดขึ้นมหึมาในชั่วพริบตา กลายร่างเป็นบุรุษผู้สง่างามในชุดคลุมสีเขียวเรียบง่าย ทว่าเปี่ยมด้วยบารมีน่าเกรงขามดุจเทพเจ้า ใบหน้าแดงก่ำ หนวดยาวสลวย ในมือกระชับง้าวมังกรจันทร์เสี้ยวเล่มยักษ์
ภาพที่ปรากฏทำเอาสองพ่อลูกตระกูลจินยืนตะลึงงันจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
เกิดมาจนป่านนี้ พวกเขาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนว่าสมบัติวิเศษจะสามารถแปลงร่างเป็นคนที่มีชีวิตชีวาได้ขนาดนี้
โฮก!
ในขณะที่ทั้งสองกำลังตกตะลึง อสูรกิ้งก่ายักษ์ก็ได้พุ่งเข้ามาถึงตรงหน้า อ้าปากกว้างหมายจะกลืนกินทั้งจินต้าฝู จินต้าเป่า และบุรุษชุดเขียวลงไปในคำเดียว
สองพ่อลูกกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ขาสั่นพับๆ ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหลังบุรุษชุดเขียว
ทันใดนั้น บุรุษชุดเขียวก็เริ่มเคลื่อนไหว
มือหนึ่งยกขึ้นลูบเครางาม อีกมือลากง้าวมังกรจันทร์เสี้ยว ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง
วิ้ง!
ง้าวมังกรจันทร์เสี้ยวในมือสั่นสะเทือน ส่งเสียงคำรามกึกก้องกังวาน
เพียงตวัดแขนวูบเดียว คมง้าวพลันขยายใหญ่ขึ้นนับร้อยเมตร พาดผ่านท้องนฟ้าราวกับจะผ่าโลก
แล้วฟันฉับลงไป!
ตูม!
ผืนปฐพีสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เบื้องหน้าปรากฏรอยแยกขนาดมหึมาราวกับหุบเหว
ส่วนอสูรกิ้งก่ายักษ์ที่เคยสำแดงเดชอย่างน่าเกรงขามเมื่อครู่ ภายใต้คมง้าวนี้ มันกลับเปราะบางยิ่งกว่ากระดาษ ร่างถูกผ่าแยกเป็นสองซีกในพริบตา โดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงร้อง
เมื่อจัดการศัตรูเสร็จสิ้น บุรุษชุดเขียวก็เก็บง้าว ยืนลูบเคราด้วยท่วงท่าสง่างาม ก่อนที่แสงสีทองจะสว่างวาบขึ้น ร่างนั้นกลับคืนสู่สภาพตุ๊กตาไม้แกะสลัก ลอยกลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าจินต้าเป่า
หนึ่งง้าว… เพียงง้าวเดียวก็ปลิดชีพตัวตนระดับมหาภัยพิบัติได้ราบคาบ
อึก!
จินต้าฝูและจินต้าเป่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาจับจ้องไปยังตุ๊กตาไม้ที่เปล่งแสงสีทองเรืองรอง สลับกับมองซากศพอสูรกิ้งก่ายักษ์และร่องลึกบนพื้นดิน
ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสที่ช่วยชีวิตขอรับ สองพ่อลูกรีบประสานมือคารวะตุ๊กตาไม้ตรงหน้าด้วยความเคารพสูงสุด
หลังจากคารวะเสร็จ จินต้าเป่าถึงกับมือไม้สั่นระริก ค่อยๆ ยื่นมือออกไปประคองตุ๊กตาไม้กลับมาอย่างทะนุถนอม
เวลานี้ จินต้าเป่าไม่กล้าทำตัวลบหลู่ดูหมิ่นอีกต่อไป เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าไหมสีทองสะอาดเอี่ยมออกมาห่อตุ๊กตาไม้อย่างบรรจง ก่อนจะเก็บใส่ไว้ในอกเสื้อด้วยความระมัดระวังราวกับไข่ในหิน
เห็นลูกชายประคบประหงมของวิเศษเช่นนั้น จินต้าฝูผู้เป็นพ่อก็ได้แต่มองตาละห้อย มือไม้คันยุบยิบอยากจะขอลองจับดูบ้าง แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปาก กลัวว่าของวิเศษจะปฏิเสธคนนอกอย่างเขา
ลูกพ่อ ครั้งนี้เจ้าเจอผู้วิเศษเข้าให้แล้วจริงๆ หลังจากเห็นลูกชายเก็บของเรียบร้อย จินต้าฝูถึงได้เอ่ยปากด้วยความปลาบปลื้ม
แน่นอนอยู่แล้ว ท่านก็ดูสิว่าลูกใคร สายตาข้าเฉียบคมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พอเห็นพ่อชม จินต้าเป่าก็เริ่มยืดอกคุยโวทันที
พอได้แล้ว ไอ้ลูกคนนี้ สันดานเจ้าเป็นยังไงข้าจะไม่รู้เรอะ ทำมาเป็นได้ทีคุยโต… แต่ว่าตอนนี้เราต้องรีบออกไปจากที่นี่ ท่านผู้นั้นต้องอยู่ข้างในนี้แน่ เราต้องรีบไปสมทบกับเขา สีหน้าของจินต้าฝูเปลี่ยนเป็นจริงจัง
ใช่ๆๆ ขาทองคำใหญ่ขนาดนี้ เราต้องเกาะไว้ให้แน่น ที่นี่มันอันตรายเกินไปแล้ว จินต้าเป่าพยักหน้าเห็นด้วยรัวๆ เขาเองก็รู้ดีว่า ท่านผู้นั้น ที่พ่อหมายถึงคือเย่หนาน
จากนั้นทั้งสองก็เดินไปสำรวจซากศพอสูรกิ้งก่ายักษ์
ครั้งนี้ถือว่าในเคราะห์ยังมีโชค จินต้าฝูถือลูกแก้วสีขาวขุ่นในมือด้วยความตื่นเต้น
นี่คือ เน่ยตาน หรือแก่นแท้อสูรที่คว้านออกมาจากร่างของกิ้งก่ายักษ์
มิน่าเล่า เขาถึงว่ายิ่งเสี่ยงมาก ผลตอบแทนก็ยิ่งมาก พลังงานในเน่ยตานเม็ดนี้มากพอที่จะทำให้ระดับพลังของข้าเลื่อนขั้นได้เลยทีเดียว จินต้าฝูเสริมด้วยความลิงโลด
ท่านพ่อ อย่ามัวแต่พูดมาก ท่านน่ะบรรลุขั้น ปี้กู่ ไม่ต้องกินต้องถ่ายแล้ว แต่ข้ายังหิวไส้กิ่วนะ ขอแล่เนื้อเจ้านี่กินรองท้องก่อนเถอะ แม้หน้าตาอสูรจะน่าเกลียด แต่ความหิวไม่เข้าใครออกใคร
เห็นสภาพลูกชาย จินต้าฝูก็ไม่ได้ว่ากล่าวอันใด
หลังจากกินดื่มกันจนอิ่มหนำสำราญ ทั้งคู่ก็ออกเดินทางต่อเพื่อหาทางออกจากทะเลทราย
รสชาติก็งั้นๆ แหละ กินไปไม่กี่คำก็อิ่มซะแล้ว จินต้าเป่าเดินไปบ่นไป พลางลูบพุงกะทิ
เจ้าจงพอใจเถอะ เนื้อสัตว์อสูรระดับนี้อัดแน่นไปด้วยพลังปราณวิญญาณ ไม่ทำเจ้าท้องแตกตายก็บุญโขแล้ว เดินไปก็โคจรพลังย่อยไปด้วย อย่าให้เสียของ มันช่วยเพิ่มพูนตบะเจ้าได้มหาศาลเชียวนะ จินต้าฝูอดไม่ได้ที่จะบ่นสั่งสอน
รู้แล้วน่า ท่านพ่อ จินต้าเป่ารับคำส่งเดช เดินไปพลางหยิบเนื้อย่างขึ้นมากัดกินเล่นเป็นระยะ
ท่านพ่อ ท่านว่าพี่ชายเย่เป็นใครกันแน่ ทำไมถึงมีของวิเศษระดับตำนานแบบนี้ได้ ทั้งที่ดูก็เป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้นกลั่นลมปราณแท้ๆ จินต้าเป่าถามด้วยความสงสัย
พ่อเองก็จนปัญญาจะคาดเดา บางทีนี่อาจเป็นวิถีของยอดคนผู้เร้นกาย จำใส่กะลาหัวไว้เลยนะ ครั้งหน้าถ้าเจอท่านผู้นั้น ห้ามไปตีเสมอเรียกพี่เรียกน้องอีก ให้สงบเสงี่ยมเจียมตัวเข้าไว้ หน้าที่หลักของเจ้าคือ เกาะขาทองคำ ของท่านผู้นั้นไว้ให้แน่น เข้าใจไหม จินต้าฝูกำชับเสียงเข้ม
ได้ยินบิดาสั่งสอน จินต้าเป่าก็พยักหน้ารับคำอย่างเคร่งขรึม
…
พาหนะเย่หนาน โปรดขึ้นรถ… พาหนะเย่หนาน โปรดขึ้นรถ…
ในขณะเดียวกัน เย่หนานกับเสวี่ยขวงกำลังยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับ จ้องมองเจ้า ม้าจักรพรรดิ ที่กำลังส่งเสียงสังเคราะห์ซ้ำไปซ้ำมาอย่างน่ารำคาญ
ลูกพี่ ข้าว่าเจ้านี่มันยังซ่อมไม่เสร็จนะขอรับ เสวี่ยขวงเหลือบมองสีหน้าดำทะมึนของเย่หนาน
ข้าไม่เชื่อหรอก วันนี้ข้าจะงัดข้อกับมันดูสักตั้ง ถ้าปราบพยศมันไม่ได้ ข้าจะไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น เย่หนานถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างเอาเรื่อง เตรียมจะรื้อระบบเจ้าจักรกลเจ้าปัญหา
เสวี่ยขวงผู้รู้หลบเป็นปีกก็รีบปลีกตัวไปจับสัตว์อสูรตัวเล็กๆ มาสองตัว แล้วเริ่มก่อกองไฟย่างเนื้ออย่างรู้งาน
แน่นอนว่าระหว่างนั้นมีสัตว์อสูรโผล่มาป่วนเย่หนานอยู่เรื่อยๆ แต่เย่หนานที่กำลังหงุดหงิดกับ ปัญญาประดิษฐ์ (หรือปัญญาอ่อนประดิษฐ์ในความคิดเขา) ก็ตบสวนกลับไปด้วยฝ่ามือพลังปราณเปรี้ยงเดียว สัตว์อสูรเหล่านั้นก็แหลกเหลวคาที่
ผ่านไปไม่นาน รอบบริเวณก็เต็มไปด้วยซากศพสัตว์อสูรนอนเกลื่อนกลาด
เสวี่ยขวงมองซากศพเหล่านั้นพลางกลืนน้ำลาย สัตว์อสูรบางตัวในกองนั้นแข็งแกร่งขนาดที่เขายังไม่กล้าตอแย แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเย่หนาน กลับกลายเป็นเพียงมดปลวกที่โดนตบทีเดียวดับ
ลูกพี่ เนื้อย่างได้ที่แล้วขอรับ เสวี่ยขวงยื่นไม้เสียบเนื้อย่างส่งกลิ่นหอมฉุยให้เย่หนาน
เย่หนานรับมาเคี้ยวตุ้ยๆ สายตายังคงจดจ้องวิเคราะห์เจ้าปัญญาประดิษฐ์ตรงหน้าอย่างไม่วางตา
ตัดภาพมาที่กลุ่มของหลิงหลง พวกนางยังคงเดินวนเวียนอยู่ในป่าทึบ
เนื่องจากหลงทิศทาง จึงได้แต่อาศัยสัญชาตญาณเดินดุ่มๆ กันไป
ก่อนหน้านี้มีผู้บำเพ็ญเพียรดาหน้ากันเข้ามามากมายดุจฝูงตั๊กแตน แต่พอเข้ามาจริงๆ กลับแทบไม่เจอผู้คนเลย แสดงให้เห็นว่าป่าหมอกปีศาจแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาลเพียงใด
ลัล ลัล ลา…
หลิงหลงเดินนำขบวนอย่างร่าเริง กระโดดโลดเต้นไปตามทาง โดยมีเด็กสาวชุดดำคอยเดินตามต้อยๆ คอยประจบเอาใจไม่ห่าง
ตลอดทางพวกนางพบเจอสัตว์อสูรบ้าง แต่ล้วนถูกหญิงชราจัดการเรียบวุธ
ประกอบกับเสียงระเบิดกัมปนาทจาก ไข่ดำหมายเลขสี่ ก่อนหน้านี้ ทำให้สัตว์อสูรส่วนใหญ่ตื่นกลัวจนหนีหายไปหมด
สมกับเป็นป่าหมอกปีศาจ แดนต้องห้ามในตำนาน นึกไม่ถึงว่าจะมีสมุนไพรล้ำค่ามากมายขนาดนี้ หญิงชราก้มลงเก็บสมุนไพรวิเศษด้วยความตื่นเต้น
นับตั้งแต่ได้ร่วมทางกับหลิงหลงและอวี้เซียน หญิงชราและหลานสาวได้พบเจอสมุนไพรระดับสูงตลอดทาง
อวี้เซียนและเด็กสาวชุดดำต่างก็เก็บเกี่ยวผลประโยชน์กันจนกระเป๋าตุง มีเพียงหลิงหลงผู้นำทางที่เอาแต่กระโดดเล่น ไม่แยแสสมุนไพรเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
ลูกพี่ ท่านไม่เอาจริงๆ หรือเจ้าคะ ทุกครั้งที่เจอสมุนไพร เด็กสาวชุดดำจะเอ่ยถามหลิงหลงก่อนเสมอ
ไม่เอาหรอก เจ้าเก็บไปเถอะ ข้าขี้เกียจถือ หลิงหลงโบกมือปัดอย่างไม่ไยดี