แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 21 งานประมูล
น้องหลิงหลง พี่สาวเอาของอร่อยมาฝากเจ้าแล้ว จูหลานนั่งลงข้างเตียงหลิงหลงพร้อมรอยยิ้มหวานหยดย้อย
พร้อมกับวางของทั้งหมดลงบนโต๊ะหัวเตียง
พอได้ยินคำว่าของกิน ดวงตาของหลิงหลงก็ลุกวาวเป็นประกาย
จริงหรือ เอาอะไรอร่อยๆ มาบ้าง หลิงหลงหันขวับไปมองจูหลาน
มีแต่ขนมขึ้นชื่อทั้งนั้นเลยนะ แถมพี่สาวยังซื้อเสื้อผ้าสวยๆ มาฝากเจ้าด้วย จูหลานพูดไปพลางแกะห่อของขวัญทีละชิ้น
เมื่อเห็นของในห่อ ดวงตาของหลิงหลงก็ยิ่งเป็นประกายระยิบระยับ
นางไม่รอช้า คว้าขนมขึ้นมากินทันที
ส่วนเสื้อผ้าน่ะเหรอ โยนทิ้งไว้ข้างๆ ก่อน
ในแหวนมิติของนางมีเสื้อผ้าเพียบอยู่แล้ว ล้วนแต่เป็นของที่เย่หนานให้มาทั้งนั้น
เมื่อเห็นหลิงหลงกินอย่างตะกละตะกลามแต่สีหน้าเปี่ยมสุข
จูหลานก็อดไม่ได้ที่จะคิดในใจว่า สองพี่น้องคู่นี้ กินเก่งกันจริงๆ
เอ่อ น้องหลิงหลง ในขณะที่จูหลานกำลังจะเอ่ยปาก
ก็ถูกหลิงหลงขัดจังหวะขึ้นมาก่อน ข้ารู้ว่าเจ้ามาทำไม เมื่อกี้ข้าได้ยินหมดแล้ว
ได้ยินดังนั้น จูหลานก็รู้สึกกระดากอายเล็กน้อย
แต่ นางก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่นั่งรอเงียบๆ จนกว่าหลิงหลงจะกินเสร็จ
จูหลานยังคอยบริการส่งผ้าเช็ดหน้าและน้ำดื่มให้อย่างรู้ใจ
ผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม ของกินทั้งหมดก็ถูกหลิงหลงกวาดเรียบ
เมื่อเห็นว่าหลิงหลงกินเสร็จแล้ว จูหลานก็เตรียมจะเอ่ยปากอีกครั้ง
รอเดี๋ยวนะ ข้าขอหาก่อน หลิงหลงโบกมือน้อยๆ ของนางวูบหนึ่ง
ของจุกจิกสารพัดอย่างก็ร่วงกราวลงมาบนเตียง
เมื่อเห็นของบนเตียง จูหลานก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
เพราะไม่มีเคล็ดวิชาอะไรเลย มีแต่พวกตุ๊กตาไม้แกะสลัก กับของเล่นแปลกๆ เต็มไปหมด
เคล็ดวิชาทั้งหมดอยู่กับเย่หนานต่างหาก
เอ้า นี่ ให้เจ้า หลิงหลงยื่นตุ๊กตาไม้แกะสลักตัวหนึ่งให้จูหลาน
มันคือตุ๊กตาไม้รูปคนหัวโล้นสวมผ้าคลุม
ตุ๊กตาไม้พวกนี้ เย่หนานเก็บไว้ในห้องเก็บของ
วันหนึ่งหลิงหลงเห็นว่ามันน่ารักดี เลยหยิบมาเล่นบ้าง
ตอนแรกนางก็นึกว่า มันเป็นแค่ตุ๊กตาไม้ธรรมดา
แต่มีอยู่ครั้งหนึ่ง นางโดนหมาตัวใหญ่ไล่กัด
ด้วยความโมโห หลิงหลงเลยขว้างตุ๊กตาไม้ใส่มัน
เดิมทีแค่กะจะปาใส่หมาเฉยๆ แต่ตุ๊กตาไม้นั้นกลับกลายร่างเป็นคน
แล้วซัดหมัดเดียว ต่อยหมาตัวนั้นกระเด็นไปเลย
จูหลานรับตุ๊กตาไม้มาอย่างงงๆ
นางรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย นึกว่าเย่หนานให้นางมาหาหลิงหลงเพราะมีของวิเศษอะไรรออยู่
ที่ไหนได้ หลิงหลงกลับให้ตุ๊กตาไม้แกะสลักมาตัวเดียว
จูหลานเก็บตุ๊กตาไม้ลงไป นางคิดว่าคงเป็นเพราะนางยังทำได้ไม่ดีพอ เย่หนานถึงยังไม่พอใจ
เมื่อเห็นหลิงหลงกำลังเก็บกวาดของรกๆ บนเตียง
จูหลานก็หมดอารมณ์จะอยู่ต่อ พูดคุยอีกไม่กี่คำ นางก็ขอตัวกลับ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็เช้าวันรุ่งขึ้น
แต่เช้าตรู่ เย่หนานและหลิงหลงก็ถูกคนรับใช้พาตัวไปยังโรงประมูล
ส่วนสาเหตุที่จูหลานไม่มารับด้วยตัวเอง เป็นเพราะวันนี้งานที่โรงประมูลยุ่งมาก นางปลีกตัวมาไม่ได้
ภายใต้การนำทางของคนรับใช้ เย่หนานและหลิงหลงก็มาถึงโรงประมูล
เวลานี้ผู้คนมารวมตัวกันที่หน้าโรงประมูลอย่างคับคั่ง และกำลังทยอยเดินเข้าไปอย่างเป็นระเบียบ
ส่วนเย่หนานและหลิงหลงนั้น จูหลานได้จัดเตรียมไว้ให้ล่วงหน้าแล้ว
พวกเขาถูกพาตัวไปยังห้องรับรองสุดหรูที่ชั้นบนสุดของอาคาร
เย่หนานไม่ได้คิดจะซื้ออะไร แค่อยากมาเปิดหูเปิดตา
เพราะมัวแต่อุดอู้อยู่ในเมืองเผิงเฉิงอันแสนกันดาร จนแทบจะเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว
ไม่นาน งานประมูลก็เริ่มขึ้น
เย่หนานมองดูของประมูลผ่านตาไปชิ้นแล้วชิ้นเล่าด้วยความตื่นตาตื่นใจ พลางทอดถอนใจให้กับความร่ำรวยของคนมีเงิน
เวลาล่วงเลยไป จนกระทั่งมาถึงช่วงท้ายของงาน
ทุกท่าน ต่อไปจะเป็นของประมูลชิ้นสุดท้าย และเป็นไฮไลท์ของงานในวันนี้ เคล็ดวิชาระดับห้าหนึ่งเล่ม ราคาเริ่มต้นที่หนึ่งหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ การเสนอราคาแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันหินวิญญาณระดับต่ำ จูหลานประกาศก้อง
โดยปกติจะมีพิธีกรของโรงประมูลทำหน้าที่นี้
แต่วันนี้นางลงมาทำหน้าที่ด้วยตัวเอง เพื่อเป็นการให้เกียรติเย่หนาน
ทุกคนต่างรู้ดีว่า การที่จูหลานลงมาทำหน้าที่เอง ของประมูลชิ้นสุดท้ายในวันนี้ ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน
นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเคล็ดวิชาระดับห้า
วินาทีนี้ ทั่วทั้งฮอลล์ฮือฮากันยกใหญ่
ข้าให้สองหมื่น เสียงของชายวัยกลางคนดังออกมาจากห้องรับรองห้องหนึ่ง
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เย่หนานก็ทำหน้าแปลกๆ
แต่เนื่องจากห้องรับรองถูกปิดกั้นด้วยค่ายกล คนข้างในมองเห็นข้างนอก แต่คนข้างนอกมองไม่เห็นข้างใน
เจ้าของเสียงไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเจ้าเมืองหยวนหลินนั่นเอง
แต่คนอื่นๆ ไม่ได้ใส่ใจ แม้คนในห้องรับรองจะมีฐานะไม่ธรรมดา
แต่กฎของงานประมูลคือ ใครให้ราคาสูงกว่าก็ได้ของไป
เสียงเสนอราคาดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพียงครู่เดียว ราคาก็พุ่งไปถึงสามหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ
ในขณะเดียวกัน ในห้องรับรองอีกห้องหนึ่ง มีเงาร่างสามร่างกำลังตื่นเต้นกันยกใหญ่
ท่านผู้เฒ่าสูงสุด พวกเราควรจะเสนอราคาเพิ่มไหม นั่นมันเคล็ดวิชาระดับห้าเชียวนะ หลานเฟิงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้าร้อนรน
ถูกต้องแล้ว พวกเขาคือคนของตระกูลหลานทั้งสามคน
ซึ่งมีหลานเฟิงและหลานเซียงรวมอยู่ด้วย
ราคาปาไปสามหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำแล้วนะ ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย ชายชราขมวดคิ้วกล่าว
อีกทั้งคนที่ร่วมประมูลยังมีหยวนหลิน ในฐานะหนึ่งในขุมอำนาจของเมืองหยวน เขาย่อมจำเสียงของเจ้าเมืองได้
ท่านผู้เฒ่าสูงสุด หินวิญญาณหาใหม่ได้ แต่เคล็ดวิชาระดับห้า ไม่ใช่สิ่งที่จะได้มาง่ายๆ นะเจ้าคะ หลานเซียงที่อยู่ข้างๆ ก็ร้อนใจไม่แพ้กัน
ก็ได้ ผู้เฒ่าสูงสุดจำต้องยอมจำนน
สี่หมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ ผู้เฒ่าสูงสุดตะโกนราคาสี่หมื่นออกมาในรวดเดียว
เขาต้องการใช้ราคานี้กดดันทุกคนให้ถอย
และก็ได้ผลจริงๆ ทันทีที่เขาตะโกนราคา
ผู้คนด้านล่างต่างเงียบกริบ
แม้แต่ขุมอำนาจที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับตระกูลหลาน ก็ยังหยุดเสนอราคา
ราคามันสูงเกินไปแล้ว
ห้าหมื่น แต่ทว่าในวินาทีนั้น เสียงของหยวนหลินก็ดังสวนขึ้นมา
น้ำเสียงแฝงไปด้วยความกัดฟันกรอด
เมื่อได้ยินตัวเลขห้าหมื่น
เสียงสูดปากด้วยความตกใจดังระงมไปทั่ว
เคล็ดวิชาระดับห้านั้นล้ำค่าจริง แต่ห้าหมื่นหินวิญญาณก็เพียงพอที่จะซื้อมันได้แล้ว
เพราะ บางสำนัก หากจ่ายหินวิญญาณมากพอ ก็สามารถซื้อหาได้เช่นกัน
เพียงแต่ราคานี้มันสูงเกินไป
เมื่อได้ยินตัวเลขห้าหมื่น คนของตระกูลหลานต่างมุมปากกระตุก
พวกเขารู้ว่าถึงเวลาต้องถอยแล้ว
เจ้าหยวนหลินนี่มันบ้าไปแล้วหรือเปล่า ผู้เฒ่าสูงสุดตระกูลหลานขมวดคิ้ว
ห้าหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ เทียบเท่ากับรายได้รวมหลายปีของตระกูลหลานเลยทีเดียว
ส่วนเย่หนานที่อยู่ในห้องรับรองนั้น ยิ้มแก้มปริอย่างมีความสุข
เขากระดกชาเข้าปากรวดเดียว จนใบชาหลุดเข้าไปด้วย
แค่ก แค่ก สำลักหน้าดำหน้าแดงจนเกือบตาย
หลิงหลงที่อยู่ข้างๆ ปรายตามองเย่หนานด้วยความเอือมระอา
นางไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับงานประมูล
เก้าอี้ดีๆ มีไม่นั่ง ดันไปนอนเอกเขนกบนเก้าอี้โยกตัวเล็กที่พกมาเอง
เคาะค้อนจบการประมูล ในที่สุดหยวนหลินก็ได้ของชิ้นนี้ไปครอบครอง
ฟึ่บ
ทันใดนั้น เงาร่างสวมหน้ากากดำก็พุ่งตรงไปยังแท่นประมูล หมายจะช่วงชิงเคล็ดวิชาระดับห้า
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเร็วมากจนทุกคนตั้งตัวไม่ติด
สามหาว จูหมิงไห่ ผู้ดูแลความปลอดภัยของงานประมูล พุ่งเข้าไปสกัดชายชุดดำทันที
รนหาที่ตาย ชายสวมหน้ากากดำแค่นเสียงเหยียดหยาม พร้อมซัดฝ่ามือเข้าใส่จูหมิงไห่
ตูม
เพียงฝ่ามือเดียว จูหมิงไห่ก็กระเด็นปลิวออกไป
อั้ก
จูหมิงไห่กระอักเลือดออกมาคำโต
ขั้นผสานแก่นแท้ ระดับสูงสุด จูหมิงไห่หน้าถอดสีด้วยความตกตะลึง
เขาอยู่เพียง ขั้นผสานแก่นแท้ ระดับห้า ไหนเลยจะเป็นคู่ต่อสู้ของคนผู้นี้ได้