แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 20 ขนมมัดใจหลิงหลง
นอกจากคนสนิทของจูหลานแล้ว ยังมีบางคนที่นางไม่ได้ไว้วางใจนัก จึงไม่ได้เรียกมาร่วมประชุม
คุณหนูรอง ไม่ทราบว่ามีเรื่องด่วนอันใดหรือขอรับ ชายชราที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดเอ่ยถามขึ้น
ทุกท่าน วันนี้ที่ข้าเรียกพวกเจ้ามา เพราะวันนี้ ข้าได้พบกับบุคคลผู้หนึ่งที่มีที่มาไม่ธรรมดา บางที นี่อาจเป็นโอกาสพลิกฟื้นของพวกเรา จูหลานมองทุกคนด้วยสายตาจริงจัง
เมื่อได้ยินคำพูดของจูหลาน ทุกคนต่างชะงักไปครู่หนึ่ง
จากนั้น สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดตาม
คุณหนูรอง คนผู้นั้นเป็นใครกัน ชายชราคนเดิมเอ่ยถามอีกครั้ง
เขาคือจูหมิงไห่ คนที่จูหลานไว้ใจที่สุด และเป็นผู้อาวุโสที่มีบารมีสูงสุดในกลุ่มคนเหล่านี้
ความจริงแล้ว ข้าเองก็ไม่ทราบฐานะที่แท้จริงของเขา แต่ ความใจป้ำของคนผู้นี้ ข้าไม่เคยพบเคยเห็นที่ไหนมาก่อนในชีวิต จูหลานเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟัง
พร้อมทั้งนำเคล็ดวิชาที่ได้มา ส่งต่อให้จูหมิงไห่พิจารณา
เมื่อได้ฟังเรื่องราว และได้เปิดดูม้วนคัมภีร์ในมือ
จูหมิงไห่ยิ่งดูก็ยิ่งตกตะลึง
เคล็ดวิชาเหล่านี้ไม่ธรรมดาเลย มันเหนือล้ำกว่าเคล็ดวิชาระดับเดียวกันที่มีอยู่ในปัจจุบันมากนัก จูหมิงไห่กล่าว
หลังจากจูหมิงไห่ดูจบ ก็ส่งต่อให้คนอื่นๆ ได้ดู
ทุกคนต่างก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน
ดังนั้นข้าถึงบอกว่า ฐานะที่มาของคนผู้นี้ ต้องไม่ธรรมดาแน่ ต่อให้เป็นตระกูลจูของข้าในอดีต ก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะใจป้ำขนาดนี้ จูหลานกล่าวเสริม
ถูกต้อง หากคนผู้นี้ไม่เห็นค่าของเคล็ดวิชาเหล่านี้จริงๆ ภูมิหลังของเขาย่อมต้องยิ่งใหญ่กว่าตระกูลจู นี่อาจเป็น โอกาสของพวกเราจริงๆ จูหมิงไห่เริ่มมีความหวัง
แต่ ข้ากำลังกลุ้มใจว่าจะทำอย่างไรให้เขายอมช่วยพวกเรา จูหลานขมวดคิ้ว
เอ๊ะ เมื่อครู่ท่านบอกว่าเขามากันสองคนไม่ใช่หรือ งั้นเราก็เข้าทางแม่นางน้อยคนนั้นก่อนสิ แม่หนูนั่นเป็นน้องสาวของเขา สถานะย่อมไม่ธรรมดาเช่นกัน จูหมิงไห่ตาเป็นประกาย
ได้ยินดังนั้น จูหลานก็ดวงตาลุกวาว
จริงด้วยสิ ทำไมนางถึงลืมแม่หนูน้อยคนนั้นไปได้นะ
ตกลง เอาตามนี้แหละ พวกเจ้าเตรียมงานประมูลพรุ่งนี้ให้พร้อม ข้าจะออกไปทำธุระข้างนอกก่อน จูหลานตัดสินใจเด็ดขาด แล้วรีบลุกออกไปทันที
จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร นางแค่ออกไปซื้อขนม ของกินอร่อยๆ โดยเฉพาะของที่เด็กผู้หญิงน่าจะชอบ
จากมื้ออาหารเมื่อครู่ นางดูออกว่าสองพี่น้องตระกูลเย่เป็นพวกชอบกิน
กับเย่หนานนางอาจจะเกรงใจไม่กล้าพูดตรงๆ แต่กับหลิงหลง น่าจะคุยง่ายกว่า
อีกอย่าง นางอุตส่าห์ส่งสายตาหวานเชื่อมให้เย่หนานขนาดนั้น แต่เขาทำเหมือนมองไม่เห็น
นางเริ่มสงสัยแล้วว่า เย่หนานอาจจะไม่ชอบผู้หญิง
จูหลานพาคนรับใช้สองคนไปเหมาซื้อขนมขึ้นชื่อ และข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กผู้หญิงมาเพียบ
ก่อนหน้านี้นางสังเกตเห็นหลิงหลงใส่กระโปรงสั้นแบบแปลกตา นางไม่เคยเห็นเสื้อผ้าแบบนี้มาก่อน
แต่ก็ไม่แปลก ในโลกผู้บำเพ็ญเพียร แฟชั่นหลุดโลกมีให้เห็นถมไป
หลังจากซื้อของเสร็จ นางก็รีบกลับหอเทียนเซียง
มุ่งหน้าตรงไปยังห้องพักของหลิงหลงทันที
ห้องของเย่หนานและหลิงหลงอยู่ติดกัน
แม้หลิงหลงจะอายุแค่เจ็ดแปดขวบ แต่มีความเป็นผู้ใหญ่เกินตัว การแยกห้องนอนคนเดียวจึงไม่ใช่ปัญหา
เมื่อมาถึงหน้าห้องหลิงหลง จูหลานเตรียมจะเคาะประตู
แต่เมื่อเหลือบมองห้องเย่หนานข้างๆ นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจเคาะห้องเย่หนานก่อน
แอ๊ด
เย่หนานเปิดประตูออกมา เห็นจูหลานยืนยิ้มหวานอยู่ที่หน้าประตู
อ้าว เจ้าเองเหรอ มีธุระอะไรหรือเปล่า เย่หนานถาม
ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ ข้าแค่นำของว่างขึ้นชื่อของเมืองหยวนมาให้คุณชายเย่กับแม่นางหลิงหลง จูหลานมองเย่หนานด้วยสายตาอ่อนโยน
โอ้ ของว่างเหรอ ใส่ใจจริงๆ ขอบใจมากนะ เย่หนานสังเกตเห็นถุงพะรุงพะรังในอ้อมกอดคนรับใช้ด้านหลังจูหลาน
จูหลานพยักหน้าให้สัญญาณ คนรับใช้คนหนึ่งก็นำของทั้งหมดเข้าไปวางไว้ในห้องเย่หนาน
เมื่อเห็นเย่หนานอารมณ์ดี
จูหลานลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจคุยกับเย่หนานตรงๆ ดีกว่า
นางคิดทบทวนดูแล้ว การไปเล่นลูกไม้กับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมนัก
เมื่อเห็นจูหลานยังไม่ยอมกลับ เย่หนานก็ถามด้วยความสงสัย แม่นางจูหลาน มีเรื่องอะไรอีกหรือ
คุณชายเย่ ผู้น้อยมีเรื่องอยากจะรบกวนเจ้าค่ะ จูหลานโค้งกายคารวะอย่างนอบน้อม
แม้นางจะอายุมากกว่าเย่หนานไม่กี่ปี แต่ หน้าตาก็ดูรุ่นราวคราวเดียวกัน
เพียงแต่รูปร่างของนางดูอวบอิ่มเย้ายวนกว่า ไม่เหมือนสาวน้อยแรกรุ่น
เห็นจูหลานทำท่าจริงจัง เย่หนานก็เริ่มสนใจ
อย่ามัวยืนข้างนอกเลย เข้ามาคุยข้างในเถอะ เย่หนานไม่ได้รังเกียจ
ในเมื่ออีกฝ่ายดูแลต้อนรับเขาอย่างดี จะมีเรื่องไหว้วานบ้างก็เป็นเรื่องปกติ
เมื่อเห็นเย่หนานไม่รังเกียจ แถมยังเชิญเข้าไปคุย นางก็ดีใจมาก
จูหลานรีบรับของจากคนรับใช้ด้านหลัง แล้วเดินตามเย่หนานเข้าไปในห้อง
หลังจากพูดคุยกันพักใหญ่ ในที่สุดเย่หนานก็เข้าใจสาเหตุที่จูหลานมาขอความช่วยเหลือ
ที่แท้ จูหลานเดิมทีเป็นคุณหนูรองของตระกูลมหาอำนาจแห่งหนึ่ง
แต่ ทว่าถูกคนในตระกูล รวมถึงพี่น้องของตนเองกีดกัน
จนทำให้นางถูกขับไล่ออกจากตระกูล สาเหตุหลักๆ ก็คือ พรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรของนางต่ำต้อยนัก
นางถูกพี่น้องคนอื่นๆ ทิ้งห่างไปไกล
ตระกูลของนางไม่ต้องการให้ทายาทสายตรงมีความอ่อนแอเช่นนี้
ดังนั้นนอกจากจะไล่ออกมาแล้ว ยังโยนกิจการหอการค้าและโรงประมูลที่รายได้ไม่ค่อยดีมาให้นางดูแล
ซึ่งก็คือหอเทียนเซียงและโรงประมูลในเมืองหยวนแห่งนี้นั่นเอง
ส่วนมารดาของนางเสียชีวิตไปนานแล้ว บิดาก็มีภรรยาและอนุภรรยามากมาย ไม่ได้ใส่ใจความเป็นตายร้ายดีของนาง
เมื่อเห็นจูหลานเล่าเรื่องราวด้วยความเศร้าสร้อย เย่หนานก็อดเห็นใจไม่ได้
แม้เขาจะเคยตัวคนเดียวมาก่อน แต่ต่อมาก็มีหลิงหลงอยู่เป็นเพื่อน
แถมยังมีระบบคอยช่วย ชีวิตเลยไม่ได้ลำบากยากแค้น ไม่ต้องคอยระแวงใคร
เรื่องที่เจ้าเล่ามา ข้าก็เข้าใจนะ แต่ ข้าไม่มีอิทธิพลอะไรจริงๆ ข้ามีแค่น้องสาวหนึ่งคนกับลูกศิษย์อีกสองคนเท่านั้น อีกอย่าง นี่มันเรื่องในครอบครัวเจ้า คนนอกอย่างข้าเข้าไปยุ่งคงไม่เหมาะ เย่หนานทำหน้าลำบากใจ
เพราะแม่นางจูหลานก็นิสัยใช้ได้
เมื่อได้ยินคำตอบของเย่หนาน จูหลานก็ชะงักไป
นางดูออกว่าเย่หนานไม่ได้ล้อเล่น จูหลานรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ในสายตานาง เย่หนานคงเป็นแค่คนที่โชคดีได้รับวาสนามาจริงๆ
กินของเขาแล้วปากมันจะนิ่งเฉยก็กระไรอยู่ เย่หนานคิดสักพัก จึงบอกจูหลานว่า เจ้าลองไปหาน้องสาวข้าที่ห้องข้างๆ สิ ในมือนางมีของบางอย่างที่อาจจะช่วยเจ้าได้
เมื่อได้ยินคำแนะนำของเย่หนาน จูหลานที่กำลังห่อเหี่ยวก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที
จูหลานรู้ดีว่า ต่อให้เย่หนานไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่ แต่ ในมือเขามีเคล็ดวิชาอยู่มากมาย ซึ่งอาจรวมถึงเคล็ดวิชาที่แม้แต่ตระกูลใหญ่ยังต้องน้ำลายหก
หากนางได้รับเคล็ดวิชาเหล่านั้นมาสร้างกองกำลังของตัวเอง ไม่แน่ว่านางอาจจะกลับไปทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของนางได้
ขอบพระคุณคุณชายเย่เจ้าค่ะ จูหลานลุกขึ้นโค้งคำนับ
เย่หนานโบกมือ ไม่ได้พูดอะไร
จากนั้นจูหลานก็นำของขวัญเหล่านั้น มุ่งหน้าไปยังห้องข้างๆ
ประตูห้องแง้มอยู่เล็กน้อย ซึ่งทำให้จูหลานแปลกใจ
เพราะ ตอนมาถึงเมื่อครู่ นางสังเกตเห็นว่าประตูปิดสนิทอยู่
แต่ ก็ไม่ได้ใส่ใจ จูหลานเดินเข้าไปในห้อง
ทันทีที่ก้าวเข้าไป นางก็เห็นหลิงหลงนอนคว่ำอยู่บนเตียงนุ่ม สองขาแกว่งไปมาอย่างสบายอารมณ์ ในมือถือหนังสือเล่มหนึ่ง