แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 212 แจกวิชา
ลูกพี่ ท่านไม่เป็นไรใช่ไหมขอรับ เสวี่ยขวงหน้าซีดเผือด ตัวสั่นงันงก หากเมื่อครู่เย่หนานไม่โยนเขาออกมา ป่านนี้เขาคงกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
ความตายที่เฉียดผ่านหน้าไปในชั่วพริบตานั้น มิใช่เรื่องล้อเล่น มันคือสัมผัสแห่งความตายที่เย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ
บัดซบ! มันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย เย่หนานเงยหน้ามองท้องนภาด้วยสีหน้าดำทะมึน
ท้องฟ้าว่างเปล่าไร้เงาคน รอบกายมีเพียงเสียงสัตว์อสูรคำรามแว่วมาตามสายลม ไม่เห็นมีวี่แววของผู้บำเพ็ญเพียรคนใดที่อาจหาญมาลอบโจมตีเขา
เย่หนานได้แต่ขมวดคิ้ว นึกว่ามีคนตาถั่วที่ไหนกล้ามาลองดี
ช่างมันเถอะ รีบไปทำภารกิจระบบให้จบๆ ดีกว่า เวลาเหลือไม่มากแล้ว เย่หนานบ่นพึมพำ
โชคดีที่บริเวณใกล้เคียงมีลำธารเล็กๆ ไหลผ่าน เย่หนานจึงแวะชำระล้างคราบเขม่าควันและเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ ก่อนจะออกเดินทางต่อ
ทว่าครานี้เขาไม่ได้เร่งรีบวิ่งตะบึงเหมือนก่อนหน้า เพราะจุดหมายปลายทางอยู่ไม่ไกลแล้ว
ลูกพี่ เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ ทำไมจู่ๆ ถึงมีสายฟ้าฟาดลงมาใส่พวกเรา เสวี่ยขวงยังคงข้องใจ เดินไปถามไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ข้าจะไปรู้เรอะ สงสัยฝนจะตกฟ้าเลยร้องมั้ง เย่หนานตอบแบบขอไปที พลางเหลือบมองท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งไร้เมฆหมอกด้วยสายตาหวาดระแวง
อากาศแจ่มใสขนาดนี้ แต่ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาเนี่ยนะ มันจะเกินไปหน่อยไหม
ทั้งสองเดินทางต่อมาได้สักพัก ก็เริ่มเห็นเงาผู้คนหนาตาขึ้น
ยายหนูหลิงหลงไปซุกซนอยู่ที่ไหนกันนะ เย่หนานกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความเป็นห่วง
ลูกพี่ ท่านกำลังมองหาอะไรอยู่หรือขอรับ เผื่อข้าจะช่วยอะไรได้บ้าง เสวี่ยขวงเห็นเย่หนานบ่นพึมพำ จึงรีบเสนอหน้าเข้ามาประจบเอาใจ
นี่ เจ้าเคยเห็นเด็กน้อยหน้าตาแบบนี้บ้างไหม เย่หนานหยิบภาพวาดของหลิงหลงออกมาวางตรงหน้าเสวี่ยขวง
เมื่อเห็นภาพวาดเด็กหญิงหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม เสวี่ยขวงก็ถามด้วยความระมัดระวัง ลูกพี่ เด็กคนนี้เกี่ยวข้องอะไรกับท่านหรือขอรับ
นางเป็นศิษย์… เอ้ย เป็นน้องสาวข้าน่ะ เย่หนานเกือบหลุดปากบอกว่าเป็นลูกศิษย์ แต่ในเมื่อยังไม่ได้กราบไหว้กันเป็นทางการ จึงเปลี่ยนเป็นน้องสาวแทน
น้องสาว
เมื่อได้ยินคำนี้ ดวงตาของเสวี่ยขวงก็ลุกวาวขึ้นมาทันที
ลูกพี่วางใจได้เลย ข้าจะช่วยตามหาเอง ข้าสามารถเกณฑ์คนแถวนี้ให้ช่วยกันหาได้ด้วย หัวใจของเสวี่ยขวงพองโตด้วยความดีใจ
การจะประจบสอพลอเย่หนานนั้นยากเย็นแสนเข็ญ แต่การเอาใจเด็กน้อยคนหนึ่งย่อมง่ายกว่ามาก ยิ่งเป็นถึงน้องสาวของเย่หนานด้วยแล้ว นี่คือโอกาสทองในการสร้างความดีความชอบชัดๆ
ฮ่าๆๆ… โอกาสรุ่งโรจน์ของข้าเสวี่ยขวงมาถึงแล้ว! เสวี่ยขวงหัวเราะร่าในใจ
ทำไม เจ้ามีเพื่อนฝูงอยู่ในนี้หรือไง จะไปตามหาให้นางได้ยังไง เย่หนานมองเสวี่ยขวงด้วยสายตาจับผิด
แหะๆ… ลูกพี่ เพื่อนฝูงน่ะไม่มีหรอกขอรับ แต่ในโลกผู้บำเพ็ญเพียรแห่งนี้ ขอแค่ผลประโยชน์มากพอ จะหาคนช่วยสักกี่คนย่อมไม่ใช่เรื่องยาก หากรางวัลล่อใจเพียงพอ ต่อให้ต้องเฉือนเนื้อตัวเอง คนพวกนี้ก็ยอมทำทั้งนั้น เสวี่ยขวงตอบด้วยความมั่นใจ
จริงด้วย! ข้าลืมคิดไปได้ยังไง เจ้ามันอัจฉริยะชัดๆ เย่หนานตาเป็นประกายเมื่อได้ยินแผนการ
แล้วต้องใช้อะไรให้พวกมันถึงจะยอมช่วยล่ะ สมบัติวิเศษงั้นรึ เย่หนานเริ่มหนักใจ เขาแม้จะมีสมบัติเยอะ แต่คนในนี้มีนับพันนับหมื่น ขืนแจกหมดมีหวังหมดตัวกันพอดี
ที่สำคัญ หากแบ่งสรรปันส่วนไม่ลงตัว อาจกลายเป็นการชักศึกเข้าบ้าน แม้เขาจะไม่กลัว แต่ความวุ่นวายก็น่ารำคาญใจ
ลูกพี่ หากท่านมีพวกสมบัติระดับต่ำที่ท่านไม่ใช้แล้ว หรือพวกเคล็ดวิชาพื้นฐาน โอสถธรรมดาๆ ก็เอามาให้ข้าเถอะ ข้าจัดการเอง รับรองว่าจะต้องได้ข่าวคราวน้องสาวลูกพี่แน่นอน เสวี่ยขวงเสนอแนะ
ในสายตาของเสวี่ยขวง ตัวตนระดับเย่หนานย่อมต้องมีขยะระดับต่ำติดตัวอยู่บ้าง
การใช้ของเหล่านี้เป็นเหยื่อล่อ แม้ยอดฝีมือระดับสูงอาจไม่สน แต่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับล่างในนี้มีจำนวนมหาศาล นี่คือกองกำลังค้นหาที่น่ากลัวเลยทีเดียว
เอาสิ ถ้าเจ้าจัดการเรื่องนี้ได้ ข้าจะให้ของดีเป็นรางวัล เย่หนานตรองดูแล้วเห็นว่าเข้าท่า
วูบ!
เย่หนานสะบัดมือวูบหนึ่ง กองภูเขาขนาดย่อมที่ประกอบด้วยคัมภีร์เคล็ดวิชา ศาสตราวุธ และขวดโอสถ ปรากฏขึ้นตรงหน้าเสวี่ยขวงทันที
เมื่อเห็นของตรงหน้า เสวี่ยขวงถึงกับสะดุ้งโหยง
นี่มัน… เคล็ดวิชาระดับเก้า แถมยังมีเยอะขนาดนี้ เสวี่ยขวงมือสั่นระริก รีบหยิบม้วนคัมภีร์ขึ้นมาเปิดดู แล้วก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่ามีตั้งแต่ระดับหนึ่งไปจนถึงระดับเก้าปะปนกันอยู่
อึก!
เสวี่ยขวงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คำว่า ระดับต่ำ ที่เขาหมายถึง คือพวกวิชาชาวบ้านร้านตลาด หรืออย่างมากก็แค่ระดับสองระดับสาม
ไม่นึกเลยว่าเย่หนานจะเล่นใหญ่ขนาดนี้ ลำพังตัวเขาเองยังฝึกปรือแค่เคล็ดวิชาระดับแปด แถมยังเป็นฉบับไม่สมบูรณ์อีกต่างหาก
ละ… ลูกพี่ ท่านแน่ใจนะว่าจะใช้ของพวกนี้ ปากของเสวี่ยขวงสั่นจนพูดแทบไม่เป็นภาษา
การเอาสมบัติล้ำค่าขนาดนี้มาแจกเล่น เป็นใครก็ต้องเสียดายจนกระอักเลือด แม้จะไม่ใช่ของเขาก็ตาม
เขาตรวจสอบดูคร่าวๆ แล้ว ทุกชิ้นล้วนเป็นระดับท็อปในขั้นของมันทั้งสิ้น
ทำไม มีปัญหาอะไร นี่มันของห่วยแตกที่สุดที่ข้ามีแล้วนะ ปกติข้าเอาไว้ใช้จุดไฟต้มน้ำทำกับข้าวด้วยซ้ำ แต่ใช้ไม่หมดก็เลยเหลืออยู่นี่แหละ เย่หนานพยักหน้าหน้าตาย มองดูท่าทางตื่นตระหนกของเสวี่ยขวงด้วยความขบขัน
อะไรนะ จุดไฟทำกับข้าว เสวี่ยขวงเข่าอ่อนทรุดฮวบลงกับพื้น มองกองสมบัติล้ำค่าตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่าเหมือนคนวิญญาณหลุด
เลิกตกใจได้แล้ว รีบไปจัดการธุระให้เสร็จ ข้ารีบ เย่หนานเร่งยิกๆ
อะ… อ้อ! ขอรับ! ได้ขอรับ! ว่าแต่… ลูกพี่ ข้าขอเลือกเก็บไว้สักเล่มได้ไหมขอรับ เสวี่ยขวงมองเย่หนานตาละห้อย
ตามใจเจ้าเถอะ ขอแค่จัดการงานให้เรียบร้อย ของพวกนี้เจ้าจะจัดการยังไงก็เรื่องของเจ้า เย่หนานโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
รับทราบ! ท่านรอฟังข่าวดีได้เลย! ฮี่ๆๆ… เสวี่ยขวงดีใจจนเนื้อเต้น รีบกวาดสมบัติทั้งหมดลงแหวนมิติอย่างรวดเร็ว
วูบ!
จากนั้นเสวี่ยขวงก็กระโดดขึ้นไปยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนก้อนหินยักษ์ไม่ไกลนัก ในมือถือม้วนคัมภีร์เคล็ดวิชา โบกสะบัดไปมาพร้อมตะโกนก้อง
แจกเคล็ดวิชา! แจกสมบัติวิเศษ! เร่เข้ามา! พี่น้องทั้งหลาย ใครอยากได้รีบมามุงทางนี้!
ส่วนเย่หนานเลือกที่นั่งสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ เงียบๆ สายตาจับจ้องไปรอบด้าน
เบื้องหน้าไม่ไกลนัก ปรากฏทุ่งศิลาจารึกจำนวนมหาศาล แต่ละแผ่นเปล่งแสงเรืองรอง
ศิลาจารึกเหล่านี้สลักลวดลายค่ายกลเอาไว้ และเรียงรายล้อมรอบลำแสงสีทองที่เป็นศูนย์กลาง ก่อตัวเป็นกำแพงวงแหวนขนาดมหึมา
ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนผู้บำเพ็ญเพียรที่มาชุมนุมกันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางคนพยายามจะเดินฝ่าดงศิลาจารึกเข้าไป
วิ้ง!
ทันทีที่มีคนลุกล้ำ โซ่ตรวนสีทองที่เกิดจากอักขระรูนก็พุ่งออกมาเชื่อมต่อระหว่างศิลาจารึก ก่อเกิดเป็นตาข่ายพลังงาน
ผู้บำเพ็ญเพียรที่พยายามฝ่าเข้าไปถูกกระแทกกระเด็นออกมา ผู้ที่มีตบะอ่อนด้อยถึงขั้นถูกพลังสังหารจนร่างแหลกเหลวคาที่
นี่มันค่ายกลบ้าอะไรกัน เสียงก่นด่าด้วยความโกรธแค้นดังระงม
ทำไมต้องเป็นศิลาจารึกอีกแล้ว คนในโลกผู้บำเพ็ญเพียรนี่ชอบเล่นกับก้อนหินกันจังนะ เย่หนานมองดูด้วยความสงสัย
ในขณะที่เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรกำลังหัวเสียและหมดหนทาง จู่ๆ เสียงตะโกนของเสวี่ยขวงก็ดึงดูดความสนใจของพวกเขา
แจกเคล็ดวิชา มันบ้าหรือเปล่า
ฝูงชนจำนวนมากเริ่มทยอยเดินเข้ามามุงดู รวมถึงยอดฝีมือระดับกายาคงกระพัน หลายคน
เมื่อเห็นไทยมุงจำนวนมาก เสวี่ยขวงก็คลี่ภาพวาดที่ได้รับจากเย่หนานออกมาโชว์
ใครเคยเห็นเด็กผู้หญิงคนนี้ หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับนาง ข้าให้ทันที เคล็ดวิชาระดับแปดหนึ่งเล่ม! เสวี่ยขวงประกาศก้องพลางชูม้วนคัมภีร์ในมือขึ้น
ความจริงเขาไม่อยากจะแจกของดีระดับแปดนักหรอก มันน่าเสียดายจะตายไป
แต่เย่หนานนั่งจ้องอยู่ไม่ไกล เขาจำใจต้องควักของดีออกมาล่อตาล่อใจ
ส่วนระดับเก้านั้น… ฝันไปเถอะ เขาเก็บเข้ากระเป๋าตัวเองเรียบร้อยแล้ว ใครจะโง่แจกของแบบนั้นกัน!
ไอ้หนุ่ม! เอ็งล้อพวกข้าเล่นหรือไง คิดว่าเคล็ดวิชาระดับแปดเป็นผักกาดขาวในตลาดสดรึ ฮึ่ม! ชายชราผู้มีตบะขั้น นภาเร้นลับขั้นสูงสุด มองม้วนคัมภีร์ในมือเสวี่ยขวงแล้วแค่นเสียงเย้ยหยันด้วยความไม่เชื่อถือ