แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 241 สองขั้วสุดโต่ง
อืม รู้ก็ดีแล้ว นำทางไปเถอะ เย่หนานไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป
ฮึ! งานประมูลพรรค์นี้ ข้าล่ะเสียใจจริง ๆ ที่ร่วมลงทุนด้วย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจินต้าฝูขอถอนตัวจากงานประมูลของพวกเจ้า! จินต้าฝูระเบิดอารมณ์ใส่ผู้ดูแลงานประมูล ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินตามเย่หนานไป
เมื่อเห็นกลุ่มของเย่หนานเดินจากไป ผู้ดูแลงานประมูลและคนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไร
รีบส่งคนไปรายงานเรื่องนี้เบื้องบน ชายผู้นี้ช่างลึกลับและแปลกประหลาดยิ่งนัก ผู้ดูแลงานประมูลครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจรายงานเรื่องนี้ขึ้นไป
บนเรือเหาะ เย่หนานและพรรคพวกพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง
ระหว่างทาง กุยหมิงได้อธิบายเรื่องราวขององค์กรนักปรุงยาแห่งนี้ให้ฟังคร่าว ๆ
แท้จริงแล้ว องค์กรนี้แบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือนักปรุงยาที่หลอมโอสถทุกชนิดโดยไม่เลือกวิธีการ ขอเพียงหลอมโอสถชั้นเลิศออกมาได้ พวกมันก็พร้อมจะทำทุกอย่าง
ส่วนอีกฝ่ายคือกลุ่มของกุยหมิง แม้จะมุ่งมั่นในวิถีแห่งโอสถเช่นกัน แต่ก็ยังมีสติสัมปชัญญะและเหตุผล ไม่ได้สูญเสียความเป็นมนุษย์ นับว่าเป็นนักปรุงยาฝ่ายธรรมะ
ส่วนนักปรุงยาตามเมืองต่าง ๆ หรือในสำนัก ถือเป็นนักปรุงยาอิสระที่รักความสงบและไม่ต้องการเข้าร่วมองค์กรใด
ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าว่า นักปรุงยาสุดโต่งพวกนั้นก็คือคนที่จับตัวศิษย์สำนักเมี่ยวอินไปงั้นสิ แล้วก็… ในเมื่อพวกเจ้าแบ่งเป็นสองฝ่าย แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าพวกมันจับคนไปซ่อนไว้ที่ไหน เย่หนานมองกุยหมิงด้วยความสงสัย
ผู้อาวุโสอาจยังไม่ทราบ แม้พวกมันจะบ้าคลั่ง แต่ทักษะการปรุงยากลับไม่ด้อยไปกว่าพวกเราเลย แถมพวกมันยังไร้ซึ่งข้อห้ามใด ๆ ทักษะบางอย่างจึงเหนือล้ำกว่าพวกเราเสียอีก นักปรุงยาฝ่ายเราบางคนทนต่อความเย้ายวนไม่ไหว จึงแอบติดต่อแลกเปลี่ยนวิชากับพวกมันอย่างลับ ๆ การที่ข้าจะรู้เบาะแสมาบ้างจึงไม่ใช่เรื่องแปลกขอรับ กุยหมิงอธิบาย
เมื่อได้ยินเหตุผลที่ฟังดูพิลึกพิลั่นของกุยหมิง เย่หนานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไร
สำหรับเขาแล้ว ขอเพียงตามหาคนของสำนักเมี่ยวอินจนพบ เรื่องอื่นเขาก็คร้านจะใส่ใจ
ไม่นานนัก เรือเหาะก็เดินทางมาถึงหุบเขาแห่งหนึ่ง
ทั่วทั้งหุบเขาเต็มไปด้วยดอกไม้และใบหญ้านานาพันธุ์ มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่พืชพรรณธรรมดา แต่ล้วนเป็นสมุนไพรวิญญาณทั้งสิ้น
ผู้อาวุโส ที่นี่น่าจะเป็นรังใหญ่ของนักปรุงยาพวกนั้นแล้วขอรับ กุยหมิงกล่าวด้วยความนอบน้อม
พวกเจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ เดี๋ยวข้ามา เย่หนานไม่ได้ตอบรับกุยหมิง แต่หันไปสั่งอวี้เซียนและจินต้าฝู
เมื่อได้ยินคำสั่ง ทั้งสองก็พยักหน้ารัว พวกเขารู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของนักปรุงยาเป็นอย่างดี ย่อมไม่กล้าตามเย่หนานไปเป็นตัวถ่วง
ฟุ่บ!
เย่หนานดีดตัวกระโดดพุ่งตรงดิ่งลงไปยังหุบเขาเบื้องล่าง
ตูม!
วินาทีต่อมา ร่างของเย่หนานก็ร่วงลงมากระแทกใจกลางหุบเขาอย่างจัง
แรงกระแทกมหาศาลทำเอาสมุนไพรวิญญาณบนพื้นดินจำนวนไม่น้อยแหลกสลายเป็นจุณไปในพริบตา
ผู้ใดกัน! การปรากฏตัวของเย่หนานสร้างแรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เพียงไม่นาน ผู้คนจำนวนมากก็กรูเข้ามาล้อมรอบตัวเขา
มีทั้งชายหญิง คนหนุ่มสาวและคนเฒ่าคนแก่ บริเวณหน้าผารอบหุบเขายังมีถ้ำเจาะเรียงรายอยู่อย่างหนาแน่น ดูเหมือนว่าคนเหล่านี้จะอาศัยอยู่ภายในถ้ำเหล่านั้น
ทว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงระดับพลังของเย่หนาน ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา ก่อนจะเผยสีหน้าดูแคลนออกมาอย่างปิดไม่มิด
เย่หนานไม่ได้ใส่ใจสายตาเย้ยหยันเหล่านั้น เขาเอ่ยถามเข้าประเด็นทันที พวกเจ้าเอาคนของสำนักเมี่ยวอินไปไว้ที่ไหน
เมื่อได้ยินคำถามของเย่หนาน ทุกคนต่างชะงักและเริ่มระแวดระวังตัวขึ้นมาทันที
แต่เมื่อกวาดตามองรอบกายแล้วไม่พบผู้ใดติดตามมาด้วย สายตาที่พวกเขามองเย่หนานก็แปรเปลี่ยนไป
พวกมันย่อมรู้จักสำนักเมี่ยวอินที่เย่หนานพูดถึง เพราะก่อนหน้านี้เพิ่งจะจับสตรีกลุ่มใหญ่มา ว่ากันว่าเป็นศิษย์ของสำนักเมี่ยวอิน
หากไม่ใช่เพราะเบื้องบนสั่งการไว้ว่า ห้ามแตะต้องศิษย์สตรีเหล่านั้นจนกว่าจะจับตัวเจ้าสำนักเมี่ยวอินมาได้ ป่านนี้พวกมันคงจับหญิงสาวเหล่านั้นไปหลอมเป็นโอสถและทดลองยาจนหมดสิ้นแล้ว
พวกมันคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าต้องมีคนมาช่วย แต่คิดไม่ถึงเลยว่า คนแรกที่บุกมาช่วย จะเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นกลั่นลมปราณ ช่างเป็นเรื่องตลกขบขันเสียจริง
เมื่อเห็นว่าคำพูดของตนถูกเมินเฉย แถมทุกคนยังเอาแต่จ้องมองมาที่เขา
เย่หนานรู้สึกได้เลยว่า สายตาที่จ้องมองมานั้นไม่ได้มองเขาเป็นมนุษย์ แต่กำลังมองเขาเป็นเหมือนสมุนไพรชั้นดีต้นหนึ่ง ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
ข้าจะถามอีกครั้ง คนของสำนักเมี่ยวอินอยู่ที่ไหน เย่หนานปลดปล่อยพลังอำนาจในร่างออกมาทันที
นี่ไม่ใช่แรงกดดันจากระดับพลังบำเพ็ญ แต่เป็นพลังปราณวิญญาณมหาศาลที่เย่หนานปลดปล่อยออกมา เป็นการสยบด้วยพละกำลังอันเด็ดขาด
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ…
เพียงชั่วพริบตาเดียว กลุ่มคนที่เคยมองเย่หนานด้วยสายตาดูถูกดูแคลน ต่างก็ถูกแรงกดดันกระแทกจนหมอบราบลงกับพื้น ไม่อาจขยับเขยื้อนกายได้แม้แต่น้อย
ทุกคนต่างเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด พวกมันไม่เคยคาดคิดเลยว่า มดปลวกขั้นกลั่นลมปราณที่พวกตนเหยียดหยาม จะสามารถปลดปล่อยพลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ได้
จะพูด หรือไม่พูด เย่หนานหรี่ตามองฝูงชนที่หมอบราบอยู่บนพื้นรอบกาย
ไอ้เด็กเมื่อวานซืน บังอาจนัก! ทันใดนั้น เงาร่างนับร้อยสายก็พุ่งทะยานออกมาจากถ้ำน้อยใหญ่รอบหุบเขา
กลิ่นอายพลังของคนเหล่านี้ล้วนไม่ธรรมดา ล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขั้นกายาบริสุทธิ์ บางคนถึงกับบรรลุถึงขั้นกายาบริสุทธิ์ระดับเก้าแล้วด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นเหล่านักปรุงยาพุ่งเข้ามาล้อมกรอบตนเองจนไร้ทางหนีอีกครั้ง เย่หนานก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่แยแสต่อสิ่งใด
สหาย ระหว่างพวกเราดูเหมือนจะไม่มีความแค้นเคืองอันใดต่อกัน แล้วเหตุใดจึงบุกมาระรานถึงที่นี่ ชายชราผู้หนึ่งที่ดูอาวุโสที่สุด แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจและเอ่ยถามเย่หนาน
หากไม่ใช่เพราะพลังอำนาจที่เย่หนานเพิ่งแสดงออกมาเมื่อครู่ทำให้พวกมันรู้สึกหวั่นเกรงอยู่บ้าง ป่านนี้พวกมันคงสยบเย่หนานแล้วลากตัวไปหลอมเป็นโอสถนานแล้ว จะมีเวลามาพูดคุยเจรจาด้วยเช่นนี้หรือ
คนของสำนักเมี่ยวอินอยู่ที่ไหน เย่หนานไม่ตอบคำถามของชายชรา เขายังคงมุ่งตรงประเด็น
ท่านมีความสัมพันธ์อันใดกับสำนักเมี่ยวอินหรือ เท่าที่ข้าจำได้ สำนักเมี่ยวอินไม่มีบุรุษมิใช่หรือ ชายชรายังคงซักไซ้ด้วยความเคลือบแคลงสงสัย
ตาเฒ่า เจ้าพูดจาไร้สาระมากไปแล้ว ข้าเป็นคนถามเจ้านะ เย่หนานเริ่มหมดความอดทน
ฮึ! สหาย ที่นี่คืออาณาเขตขององค์กรนักปรุงยา ต่อให้เจ้าจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่อาจมาทำตัวโอหังเช่นนี้ได้! คนของสำนักเมี่ยวอิน พวกเราจับตัวมาจริง แต่ข้าหวังว่าท่านจะไม่รนหาที่ตาย หากเจ้ายอมจากไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ ภายหลังพวกเรายินดีจะมอบโอสถให้ท่านเป็นการตอบแทน ชายชราได้ยินคำพูดของเย่หนานก็เริ่มมีน้ำโหเช่นกัน
เพียะ!
ชายชราพูดยังไม่ทันขาดคำ ก็รู้สึกได้ถึงแรงกระแทกอันหนักหน่วงที่พวงแก้ม ร่างของมันปลิวลอยละลิ่วกระเด็นออกไปทันที
พูดจาพล่ามไร้สาระ ในเมื่อพวกเจ้าไม่คิดจะปล่อยคน เช่นนั้นข้าก็จะไม่เกรงใจแล้ว เย่หนานชักฝ่ามือกลับมา ใบหน้าเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
เจ้าบังอาจทำร้ายท่านประธานสมาคมนักปรุงยาของพวกเรา รนหาที่ตายนัก! บุกเข้าไปฆ่ามันพร้อมกัน แล้วค่อยจับมันไปหลอมเป็นโอสถซะ! เมื่อเห็นชายชราถูกเย่หนานตบจนกระเด็น ผู้คนรอบข้างก็เบิกตากว้างด้วยความโกรธแค้น
ซู่ ซู่ ซู่…
วินาทีนั้น นักปรุงยาทั่วทั้งหุบเขาต่างพุ่งทะยานเข้าใส่เย่หนาน เสียงตะโกนก้องร้องฆ่าฟันดังกึกก้องไปทั่วสารทิศ แม้แต่จินต้าฝูและคนอื่น ๆ ที่รออยู่บนเรือเหาะด้านนอก ก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน
มิหนำซ้ำ ยังได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวเป็นระลอก ๆ
ผู้อาวุโสจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมขอรับ เมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่สั่นสะเทือนจนน่าหวาดหวั่น กุยหมิงก็เอ่ยถามด้วยความกังวลใจ
เจ้ากังวลเรื่องคุณชายเย่ สู้ไปกังวลเรื่องนักปรุงยาพวกนั้นจะดีกว่านะ อวี้เซียนปรายตามองกุยหมิง
ใช่แล้วล่ะ คนอื่นเป็นอย่างไรข้าไม่รู้ แต่ในสายตาข้า ผู้อาวุโสเย่คือผู้ไร้เทียมทาน! จินต้าฝูไม่ลืมที่จะเอ่ยประจบประแจงเย่หนาน
พลังการต่อสู้ที่เย่หนานเคยแสดงให้เห็นในป่าหมอกปีศาจก่อนหน้านี้ ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของจินต้าฝูและอวี้เซียนอย่างชัดเจน
เมื่อได้ยินคำพูดของทั้งสอง กุยหมิงก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ในสายตาของเขา จินต้าฝูและอวี้เซียนกำลังพูดจาโอ้อวดเกินจริง
ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นกายาบริสุทธิ์นับร้อยคน จะจัดการได้ง่ายดายปานนั้นเชียวหรือ