แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 258 ขโมยเนื้อ
เมื่อเรื่องราววุ่นวายจบลง กลุ่มของไป๋หลิงก็ออกเดินทางต่อ ทิ้งไว้เพียงพื้นดินที่เสียหายยับเยินจากแรงปะทะ
ท่านสุดหล่อขอรับ เหตุใดท่านถึงไม่สังหารมันทิ้งไปเสียเลยเล่า จอมมารเพลิงทมิฬเอ่ยถามตัวตลกด้วยความสงสัย
แม้เขาจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องราวทั้งหมด แต่จากการที่ได้ติดตามมาสักระยะหนึ่ง เขารู้ดีว่าตัวตลกผู้นี้ไม่มีทางลงมือกับมดปลวกตัวเล็กๆ โดยไร้เหตุผล
ก็ไม่มีอะไรมาก แค่คันไม้คันมืออยากหาที่ลง ตัวตลกตอบอย่างไม่ยี่หระ
เมื่อเห็นว่าตัวตลกไม่อยากขยายความ จอมมารเพลิงทมิฬก็ไม่กล้าเซ้าซี้ถามต่อ
จริงสิ ท่านสุดหล่อขอรับ ข้าดูแล้วที่นี่ก็ดูธรรมดาพิกล ท่านพาข้ามาที่นี่ หรือว่าจะมีของดีอะไรซ่อนอยู่ จอมมารเพลิงทมิฬมองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง
สถานที่แห่งนี้สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรในดินแดนนี้อาจนับว่าเป็นแดนสมบัติที่หาได้ยากยิ่ง แต่สำหรับระดับของพวกเขาแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีอะไรดึงดูดใจเลยแม้แต่น้อย
ข้าเคยบอกหรือว่าจะพาเจ้ามาที่นี่ ตัวตลกเกาหัวแกรกๆ มองจอมมารเพลิงทมิฬด้วยแววตาใสซื่อ
จอมมารเพลิงทมิฬ ……
ได้ยินคำตอบเช่นนี้ จอมมารเพลิงทมิฬถึงกับไปไม่เป็น
จบกัน… โรคความจำเสื่อมกำเริบอีกแล้วหรือนี่ จอมมารเพลิงทมิฬได้แต่บ่นอุบในใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ
ตลอดการเดินทาง เขาเริ่มจะชินชากับพฤติกรรมคุ้มดีคุ้มร้ายของอีกฝ่ายแล้ว แต่ทุกครั้งที่อาการกำเริบ คนที่ซวยก็คือเขาต้องรับเคราะห์ทุกที
ช่างเถอะ ตามๆ ไปก็พอ เรื่องอื่นข้าคร้านจะใส่ใจแล้ว ปล่อยเลยตามเลยแล้วกัน จอมมารเพลิงทมิฬปลงตก
หิวแล้วแฮะ ย่างอะไรกินกันเถอะ จู่ๆ ตัวตลกก็หยุดเดิน แล้วทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นดื้อๆ
ได้ยินดังนั้น จอมมารเพลิงทมิฬก็แทบจะกุมขมับ
ท่านแข็งแกร่งขนาดนี้ ยังจะรู้สึกหิวอีกหรือขอรับ เขาได้แต่บ่นในใจ ไม่กล้าพูดออกไปตรงๆ
ฟุ่บ…
เปลวเพลิงสีดำทมิฬลุกโชนขึ้นบนฝ่ามือของจอมมารเพลิงทมิฬ เตรียมจะก่อไฟ
แต่ทว่าในวินาทีถัดมา…
เพียะ!
ร่างของจอมมารเพลิงทมิฬก็ปลิวละลิ่วกระเด็นออกไป กลิ้งคลุกฝุ่นท่าเดิมไม่มีผิดเพี้ยน
ท่านสุดหล่อ… ข้าทำอะไรผิดอีกแล้วหรือขอรับ เสียงครวญครางด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจดังขึ้น
เจ้านี่มันไม่รู้จักคำว่าสุนทรียภาพเอาเสียเลย! จะย่างของกินให้อร่อย มันก็ต้องใช้ฟืนย่างสิโว้ย! เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม ตัวตลกดูเหมือนจะโกรธจัด
ข้าผิดไปแล้วขอรับท่านสุดหล่อ! ข้าจะรีบไปหาฟืนเดี๋ยวนี้แหละ! เห็นตัวตลกโกรธจริงจัง จอมมารเพลิงทมิฬรีบกระวีกระวาดวิ่งไปเก็บกิ่งไม้แห้งในบริเวณใกล้เคียงมาอย่างรวดเร็ว
หลังจากได้กองฟืนมาแล้ว ตัวตลกก็หยิบกล่องไม้ขีดไฟออกมาจากที่ไหนสักแห่ง แล้วจุดไฟขึ้นอย่างชำนาญ
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ของสิ่งนี้ย่อมมาจากคลังสมบัติของเย่หนานแน่นอน
จอมมารเพลิงทมิฬมองดูการกระทำที่ดูเหมือนมนุษย์ธรรมดาของตัวตลกด้วยความไม่เข้าใจ
เมื่อก่อกองไฟเสร็จสรรพ ทั้งสองก็เพิ่งตระหนักถึงปัญหาใหญ่หลวง
ท่านสุดหล่อขอรับ… แล้วเราจะกินอะไรกัน ดูเหมือนเราจะไม่มีเสบียงเลยนะขอรับ จอมมารเพลิงทมิฬมองดูกองไฟที่ลุกโชนพลางเอ่ยถามเสียงอ่อย
เอ้า เจ้าไม่ได้พกของกินมาหรอกรึ ตัวตลกหันขวับมามอง
ท่านสุดหล่อ… ข้า… ข้าไม่ได้กินอะไรมาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันปีแล้วนะขอรับ จอมมารเพลิงทมิฬตอบอย่างระมัดระวัง กลัวจะโดนตบอีกรอบ
ไม่เป็นไร เรื่องขี้ปะติ๋ว ตัวตลกโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะยื่นนิ้วที่ดูแข็งทื่อเหมือนนิ้วตุ๊กตาไม้ ออกไปกรีดกลางอากาศข้างกาย
แคว่ก!
รอยแยกมิติขนาดราวสองเมตรปรากฏขึ้นทันที
จากนั้น ตัวตลกก็ยื่นแขนข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในรอยแยกนั้น ควานซ้ายทีขวาที ราวกับกำลังคลำหาของในกระเป๋า
ตัดภาพมาที่อีกฟากฝั่งหนึ่ง ณ เทือกเขาแห่งหนึ่ง
หลังจากกลุ่มของเย่หนานออกจากเมืองมาได้ไม่นาน ก็ถึงเวลาอาหารมื้อสำคัญอีกครั้ง (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ด้านข้างมีเนื้อสัตว์อสูรที่ถูกแล่และทำความสะอาดจนเกลี้ยงเกลาวางเรียงรายอยู่ เหลือเพียงแค่นำขึ้นตะแกรงย่างเท่านั้น
เย่หนานกำลังง่วนอยู่กับการปรุงน้ำซอสรสเด็ด โดยมีเซวี่ยขวางคอยยืนดูและจดจำทุกขั้นตอนอย่างตั้งใจ ในฐานะลูกผู้ชายที่สาบานตนว่าจะเป็นพ่อครัวเอกของเย่หนาน เขาต้องฝึกฝนฝีมือให้เชี่ยวชาญ
ส่วนอวี้เซียนก็นั่งต้มน้ำชากลิ่นหอมกรุ่น นางเองก็บรรลุสัจธรรมแล้วว่า การชงชาให้เย่หนานนั้นสำคัญยิ่งกว่าการบำเพ็ญเพียรเสียอีก
มีเพียงหลิงหลงและอวิ๋นเตี๋ย สองสาวจอมซนที่นั่งจ้องมองกองเนื้อสัตว์อสูรด้วยความงุนงง เมื่อจู่ๆ ก็มีมือปริศนาโผล่ออกมาจากความว่างเปล่า แล้วลูบคลำไปมาบนกองอาหารของพวกนาง
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ…
วินาทีต่อมา ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างของสองสาว เนื้อสัตว์อสูรที่เตรียมไว้ทั้งหมดถูกมือปริศนานั้นกวาดเรียบ ดึงหายวับเข้าไปในรอยแยกมิติ
พวกเจ้าสองคนมัวเหม่ออะไรกันอยู่ เร็วเข้า ชาต้มเสร็จแล้ว รีบเอาร่างย่างเสียที เป็นผู้หญิงยิงเรือหัดงานครัวไว้บ้าง เย่หนานเงยหน้าขึ้นมาเห็นหลิงหลงและอวิ๋นเตี๋ยยืนทื่อ หัวโยกซ้ายโยกขวาพร้อมกันอย่างเป็นจังหวะ ก็อดบ่นไม่ได้
พี่… พี่หนาน… เนื้อหายไปแล้ว หลิงหลงได้สติ หันขวับมาบอกเย่หนานเสียงตะกุกตะกัก
อะไรนะ หาย จะอู้งานก็หาข้ออ้างที่มันเข้าท่ากว่านี้หน่อยสิ เย่หนานขมวดคิ้ว ไม่เชื่อหูตัวเอง
ท่านผู้อาวุโสเย่ มันหายไปจริงๆ เจ้าค่ะ อวิ๋นเตี๋ยรีบยืนยันอีกเสียง
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของอวิ๋นเตี๋ย เย่หนานก็วางมือจากงานตรงหน้า เดินตรงเข้าไปหาสองสาวพร้อมกับเซวี่ยขวาง
เมื่อเห็นความว่างเปล่าตรงจุดที่เคยวางกองเนื้อภูเขาเลากา เย่หนานถึงกับยืนนิ่งอึ้ง
หายไปจริงๆ หรือ พวกเจ้าแอบเอาไปซ่อนหรือเปล่า เย่หนานรู้ดีว่าหลิงหลงชอบเล่นพิเรนทร์
ท่านผู้อาวุโสเย่ เมื่อครู่จู่ๆ ก็มีมือข้างหนึ่งโผล่ออกมา แล้วกวาดของพวกนี้หายไปหมดเลยเจ้าค่ะ อวิ๋นเตี๋ยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง
ใช่ๆ! ข้าก็เห็นกับตาเลย หลิงหลงพยักหน้ารัวๆ สนับสนุน
เมื่อเห็นว่าทั้งสองไม่ได้โกหก สีหน้าของเย่หนานก็ดำทะมึนลงทันที กล้าดีอย่างไรมาขโมยผลงานของเขาไปต่อหน้าต่อตา!
แล้วทำไมพวกเจ้าไม่ห้ามมันไว้เล่า เย่หนานหันมาถลึงตาใส่สองสาว
ได้ยินคำถามของเย่หนาน ทั้งสองก็ชะงักไป
เออจริงด้วย… ทำไมพวกเราถึงไม่ห้ามนะ หลิงหลงรู้สึกว่าคำพูดของเย่หนานช่างมีเหตุผลยิ่งนัก เมื่อครู่นางมัวแต่ตะลึงมองมือข้างนั้น จนลืมเรื่องเนื้อไปเสียสนิท
เห็นท่าทางซื่อบื้อของหลิงหลง เย่หนานก็ได้แต่กระตุกมุมปาก
บัดซบ! ไอ้หน้าโง่ตัวไหนบังอาจมาขโมยเนื้อข้า แน่จริงก็โผล่หัวออกมาสิฟะ มาตัวต่อตัวกันเลยดีกว่า ไม่อย่างนั้นข้าขอแช่งให้เจ้ามีลูกไม่มีรูตูด! เย่หนานหมดมาดผู้เชี่ยวชาญ ยืนเท้าสะเอวด่ากราดไปทั่วสารทิศด้วยความโมโหหิว
หลังจากยืนด่าจนเหนื่อย แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าใครจะโผล่ออกมา เย่หนานจึงตัดสินใจว่าจะไปล่าสัตว์อสูรมาใหม่
แต่ทว่า… จังหวะที่เขาหันหลังกลับไป เขาก็ต้องยืนแข็งทื่ออีกครั้ง
เครื่องปรุงและน้ำซอสสูตรเด็ดที่เขาเพิ่งผสมเสร็จเมื่อครู่… หายเกลี้ยง! เหลือทิ้งไว้เพียงไหเปล่าที่กลิ้งโคลงเคลงอยู่บนพื้น
รังแกกันเกินไปแล้วโว้ย… เส้นความอดทนของเย่หนานขาดผึง กัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น
อย่าว่าแต่เย่หนานเลย แม้แต่เซวี่ยขวางและคนอื่นๆ ก็แทบจะระเบิดอารมณ์
ไอ้บ้าเอ๊ย! ขโมยเนื้อยังพอว่า นี่เล่นขโมยเครื่องปรุงไปด้วยเลยรึ จิตใจทำด้วยอะไร!
กลับมาที่อีกด้านหนึ่ง
จอมมารเพลิงทมิฬมองดูตัวตลกที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ ก็ดึงเอาเนื้อสัตว์อสูรที่แล่เสร็จสรรพ พร้อมด้วยขวดโหลเครื่องปรุงนานาชนิดออกมาจากรอยแยกมิติ
เห็นภาพนี้แล้ว จอมมารเพลิงทมิฬพูดไม่ออก ได้แต่ยกนิ้วโป้งให้ตัวตลกอย่างนับถือจากใจจริง
เอ๊ะ ท่านสุดหล่อ ทำไมเลือดกำเดาไหลล่ะขอรับ จอมมารเพลิงทมิฬสังเกตเห็นเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากจมูกของตัวตลก ก็ร้องทักด้วยความตกใจ
ไม่เป็นไร โรคเก่าน่ะ ตัวตลกใช้หลังมือปาดเลือดกำเดาทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหยิบมีดพกออกมาเริ่มหั่นเนื้อ
ท่วงท่าการหั่นเนื้อนั้น ช่างเหมือนกับลีลาของคนแซ่เย่ไม่มีผิดเพี้ยน
เมื่อได้ยินว่าเป็นโรคเก่า จอมมารเพลิงทมิฬก็ไม่ซักไซ้ต่อ แค่เลือดกำเดาไหลคงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรกระมัง
และแล้ว… ภาพตัดสลับของสองฝั่งก็เกิดขึ้น ฝั่งหนึ่งกำลังโกรธจนควันออกหู ส่วนอีกฝั่งกำลังนั่งกินเนื้อย่างอย่างเอร็ดอร่อย ช่างเป็นความแตกต่างที่สุดขั้วเสียจริง