แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 275 มหาสงครามแห่งจงโจว
ตูม!
หลังจากการปะทะอันรุนแรง ทั้งสองฝ่ายต่างถอยร่นออกมาและดูเหมือนจะมีฝีมือสูสีกัน
ภาพเหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตะลึงให้แก่เหลยเป้า จางเฟิง รวมไปถึงคนตระกูลซูที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างออกไป
สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจยิ่งกว่าคือ ทำไมยอดฝีมือระดับบรรพบุรุษเหล่านี้ถึงเพิ่งจะปรากฏตัวออกมาเอาป่านนี้ ปกติแล้วการจะได้พบหน้าพวกเขานั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
ที่สำคัญคือ พวกเขาถึงกับยอมลงมือด้วยตนเอง สี่ขุมอำนาจใหญ่แม้จะดูเหมือนน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง แต่ต่างก็รู้ดีว่าเหล่าบรรพบุรุษผู้เฒ่าเหล่านี้มีอายุขัยเหลืออีกไม่มาก
ทุกครั้งที่ลงมือ ย่อมเป็นการเร่งวันตายให้มาถึงเร็วขึ้น เว้นเสียแต่ว่าจะมีเดิมพันที่คุ้มค่าพอให้แลกด้วยชีวิต
เมื่อคิดได้ดังนั้น สีหน้าของทุกคนจากทุกขุมอำนาจก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที
โดยเฉพาะเหล่ายอดฝีมือระดับสูง สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ผลไม้สีดำที่ชิงมู่กำลังดูดซับพลังอยู่อย่างพร้อมเพรียง
ยอดฝีมือระดับเจ้า ข้าน่าจะเคยได้ยินชื่อมาก่อน เจ้ามีนามว่ากระไร บรรพบุรุษสำนักสัตว์อสูรเอ่ยถามอิ้งชางหมิง
ฮึ! เจ้าเป็นใคร ตอนที่ข้าท่องยุทธภพไปทั่วจงโจว เจ้ายังเป็นวุ้นอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ อิ้งชางหมิงตอบกลับด้วยความดูแคลน
บัดซบ!
ตูม!
ทั้งสองฝ่ายระเบิดพลังใส่กันอีกครั้ง เสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ถอยร่นไปคนละทิศละทาง
ส่วนผู้บำเพ็ญเพียรโดยรอบ ต่างพากันแตกฮือหนีตายออกจากรัศมีการทำลายล้าง
ท่านพ่อ นางไม่เป็นอะไรเลยหรือเจ้าคะ ซูเม่ยเอ๋อร์จ้องมองไป๋หลิงที่ยืนอยู่ใจกลางสนามรบด้วยความตกตะลึง
ตอนแรกซูเจิ้นเทียนไม่ได้สังเกต แต่เมื่อได้ยินลูกสาวทัก เขาจึงหันไปมองไป๋หลิง
ความจริงแล้วเมื่อครู่ ไป๋หลิงใช้วิชาต้านสวรรค์ป้องกันคลื่นพลังกระแทกเอาไว้ เพียงแต่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น
พลังช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก แถมพลังชีวิตยังเปี่ยมล้น ไม่มีทีท่าว่าจะเสื่อมถอยเลยแม้แต่น้อย เขาทำได้อย่างไรกัน บรรพบุรุษสำนักสัตว์อสูรที่ถอยร่นออกมา แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่ง แต่ภายในใจกลับตื่นตระหนกสุดขีด
การปะทะเมื่อครู่ทำให้มือของเขาสั่นระริก แต่เขาต้องฝืนข่มอาการเอาไว้
ผิดกับอิ้งชางหมิงที่ดูสบายๆ ไร้ซึ่งอาการบาดเจ็บ
สหาย ไยต้องมาตั้งตัวเป็นศัตรูกับข้าด้วยเล่า สู้หลีกทางให้เราแบ่งปันผลไม้นั้นร่วมกันไม่ดีกว่าหรือ ในสายตาของบรรพบุรุษสำนักสัตว์อสูร เขาเข้าใจว่าอิ้งชางหมิงได้รับพลังจากผลไม้สีดำนั้น จึงทำให้พลังชีวิตกลับมาสมบูรณ์
ฮึ! ของพรรค์นั้นเจ้ามีสิทธิ์ฝันถึงด้วยรึ ช่างไม่เจียมตัว อิ้งชางหมิงแค่นเสียงเยาะเย้ย
ดี! ในเมื่อพูดดีๆ ไม่รู้เรื่อง ก็อย่าโทษข้าแล้วกัน บรรพบุรุษสำนักสัตว์อสูรตาเป็นประกายอำมหิต ตะโกนก้องไปทั่วสารทิศ ตาแก่เจี้ยน (กระบี่) เจ้าจะดูอยู่อีกนานแค่ไหน ออกมาร่วมมือกันหน่อยเป็นไร
สิ้นเสียงตะโกน ทุกคนต่างตกใจ
โดยเฉพาะจางเฟิงแห่งสำนักกระบี่ หรือว่า… ท่านบรรพบุรุษก็มาด้วย
วิ้ง!
วินาทีต่อมา เสียงกระบี่กรีดร้องก้องนภา ชายชราในชุดคลุมลายกระบี่ปรากฏกายขึ้นข้างกายเหลยลี่ (บรรพบุรุษสำนักสัตว์อสูร) พร้อมกับกลิ่นอายกระบี่อันคมกริบที่แผ่ออกมารอบตัว
ว่าไง จะร่วมมือกันหรือไม่ เหลยลี่ถามย้ำ
แน่นอน นี่คือความหวังเดียวของพวกเรา เมื่อพันปีก่อน เคยมีคนได้รับผลไม้นี้ ไม่เพียงทะลวงขั้นสำเร็จ แต่ยังสามารถก้าวออกไปจากทวีปนี้ได้ ตาแก่เจี้ยนกำหมัดแน่น สายตาจับจ้องไปที่อิ้งชางหมิงที่ยืนขวางทางอยู่
คำพูดของตาแก่เจี้ยนจุดประกายความโลภในใจของผู้บำเพ็ญเพียรทุกคน ไม่ว่าจะเก่งหรืออ่อนด้อย ต่างมองผลไม้สีดำตรงหน้าชิงมู่ด้วยสายตาหิวกระหาย
สมบัติที่ทำให้ระดับไร้ประมาณต้องแย่งชิงกัน ย่อมไม่ใช่ของธรรมดา
แต่ด้วยความที่ฝีมือไม่ถึงขั้น พวกเขาทำได้เพียงมองตาปริบๆ
สาเหตุที่ตาแก่เจี้ยนไม่ปิดบังความลับนี้ เป็นเพราะไม่มีความจำเป็น
ยอดฝีมือระดับสูงย่อมปิดบังกันไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนพวกมดปลวกที่ต่ำกว่าขั้นไร้ประมาณ เขาไม่เห็นอยู่ในสายตา เขาเพียงต้องการใช้แรงกดดันนี้บีบคั้นเผ่าจิ่วโยวและพวกอิ้งชางหมิง
เป็นดังคาด อิ้งชางหมิงและพรรคพวกยังคงนิ่งเฉย แต่หมิงหัวและคนในเผ่าจิ่วโยวเริ่มหน้าถอดสี มองไปรอบๆ ด้วยความหวาดระแวง
สหาย ท่านก็เห็นแล้วว่าลำพังตัวคนเดียวไม่อาจต้านทานพวกเราสองคนได้ หากเกิดความเสียหายขึ้นมา มันจะไม่คุ้มเสียนะ ตาแก่เจี้ยนเกลี้ยกล่อมแกมข่มขู่
ฟุ่บ! (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
แต่ทว่า… เจิ้นเทียนกลับพุ่งเข้ามาสมทบยืนเคียงบ่าเคียงไหล่อิ้งชางหมิง ปลดปล่อยกลิ่นอายพลังออกมาอย่างไม่มีกั๊ก
อะไรนะ! ผู้ชมโดยรอบต่างเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นยอดฝีมือระดับเดียวกันโผล่มาอีกคน
สองคนนี้เป็นใครกันแน่ ซูเจิ้นเทียนหน้าเปลี่ยนสี
อย่าไปสนว่ามันเป็นใคร เป้าหมายของเราคือผลไม้สีดำนั่น ทันใดนั้น ชายชราศีรษะล้านเลี่ยนก็เดินออกมาจากด้านหลังกลุ่มคนตระกูลซู
ท่านบรรพบุรุษ ท่านก็มาด้วยหรือ ซูเจิ้นเทียนใจหายวาบ
ข้าเหลืออายุขัยอีกไม่มาก หากไม่มาเสี่ยงดวงครั้งนี้ คงได้ลงโลงไปจริงๆ บรรพบุรุษตระกูลซูตอบเสียงเรียบ
ท่านบรรพบุรุษ ไม่ได้นะขอรับ! พวกเราจะลงมือกับเผ่าจิ่วโยวอีกไม่ได้แล้ว ในอดีตเราทำผิดพลาดครั้งใหญ่ไปแล้ว จะให้ซ้ำรอยเดิมอีกหรือ ซูเจิ้นเทียนเอ่ยทัดทานด้วยความขมขื่น
หุบปาก! โลกผู้ฝึกตนคือปลาใหญ่กินปลาเล็ก มัวแต่ใจเสาะเยี่ยงสตรีแบบเจ้า จะทำการใหญ่สำเร็จได้อย่างไร เมื่อไหร่ถึงจะได้เลื่อนขั้นเป็นไร้ประมาณสักที บรรพบุรุษตระกูลซูตวาดใส่ซูเจิ้นเทียน
ท่านบรรพบุรุษ! ท่านทำเช่นนี้ไม่กลัวผลกรรมย้อนสนองหรือ เห็นได้ชัดว่าเผ่าจิ่วโยวในตอนนี้ น่ากลัวยิ่งกว่าในอดีตเสียอีก! ซูเจิ้นเทียนทนไม่ไหว ตะโกนสวนกลับไป
เพียะ!
สิ้นเสียงซูเจิ้นเทียน ฝ่ามือของบรรพบุรุษตระกูลซูก็ตบฉาดเข้าที่ใบหน้าของเขา
ไอ้ลูกไม่รักดี! บังอาจนักนะ! บรรพบุรุษตระกูลซูกัดฟันกรอด
เห็นบิดาถูกตบหน้าท่ามกลางสายตาผู้คน ซูเม่ยเอ๋อร์หน้าซีดเผือด
วันนี้ต่อให้ท่านสังหารข้า ข้าก็จะไม่ยอมลงมือกับเผ่าจิ่วโยวเด็ดขาด! ซูเจิ้นเทียนประกาศก้องด้วยความเด็ดเดี่ยว
ไอ้หัวล้าน คุยเรื่องในครอบครัวจบหรือยัง จบแล้วก็รีบมาช่วยกัน เสียงของตาแก่เจี้ยนดังขัดจังหวะ
ฮึ! แน่นอน ข้าจะปล่อยให้ตาแก่หนังเหนียวอย่างพวกเจ้าได้หน้าไปคนเดียวได้อย่างไร บรรพบุรุษตระกูลซูแค่นเสียงเย็น ก่อนจะพาลูกน้องคนสนิทไปยืนร่วมแนวรบกับตาแก่เจี้ยนและเหลยลี่
เฮ้! บรรพบุรุษของเจ้าล่ะ ตอนนี้สองรุมสาม พวกเราเสียเปรียบอยู่นะ อิ้งชางหมิงหันไปยิ้มร่าถามหมิงหัว
เขากับเจิ้นเทียนไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด ต่อให้สู้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะพวกเขามี แบ็ค ดี
ข้ามาแล้ว เสียงหญิงชราแหบพร่าดังขึ้นกลางวง
ฟุ่บ!
ลำแสงสายหนึ่งพุ่งลงมาปรากฏกาย เป็นหญิงชราถือไม้เท้าหัวมังกร นางคือ หมิงลั่ว บรรพบุรุษแห่งเผ่าจิ่วโยว
ยายเฒ่าหมิง คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะยังไม่ตายอีกนะ ตาแก่เจี้ยนเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
พวกเจ้ายังไม่ตาย หญิงแก่อย่างข้าจะรีบตายไปไย หมิงลั่วยิ้มตอบ
ฮึ! ตอนนี้เจ้าเหลือพลังสักกี่ส่วนเชียว ศึกครั้งนั้นเจ้าบาดเจ็บปางตายมิใช่รึ เหลยลี่ถามด้วยใบหน้าถมึงทึง
พลังข้าอาจสู้พวกเจ้าไม่ได้ แต่ถ้าแค่ถ่วงเวลาคนใดคนหนึ่งในพวกเจ้า ก็คงไม่ยากเกินแรง หมิงลั่วตอบอย่างไม่ยี่หระ
ท่านบรรพบุรุษ ท่าน… หมิงหัวมีสีหน้ากังวล อยากจะเอ่ยปากทัดทาน
แต่หมิงลั่วยกมือห้ามไว้
เลิกพล่ามไร้สาระ รีบจัดการพวกมันซะ ไม่อย่างนั้นไอ้หนูนั่นดูดซับพลังผลไม้หมดแน่ บรรพบุรุษตระกูลซูไม่อยากรออีกต่อไป
ตกลง! เหลยลี่ชิงลงมือก่อน พุ่งเป้าไปที่หมิงลั่วซึ่งดูอ่อนแอที่สุด
ไอ้แก่เจ้าเล่ห์! ตาแก่เจี้ยนและบรรพบุรุษตระกูลซูสบถในใจ
ในเมื่อเป็นศัตรูกันมานับพันปี วันนี้ก็ขอสะสางบัญชีแค้นให้สิ้นซาก
ตูม! ครืนนน...
มหาสงครามปะทุขึ้น ยอดฝีมือขั้นไร้ประมาณหกคนปะทะกัน บรรยากาศช่างน่าสะพรึงกลัวจนผู้บำเพ็ญเพียรโดยรอบต้องรีบหนีตายกันอลหม่าน
แม้จะถอยออกมาไกลแล้ว แต่เผ่าจิ่วโยวก็ยังคงถูกรุมกินโต๊ะจากสามขุมอำนาจใหญ่ มีเพียงซูเจิ้นเทียนและลูกสาวที่ไม่เข้าร่วม
ชั่วพริบตา พื้นที่รัศมีหลายร้อยลี้กลายเป็นสนามรบนรกแตก แบ่งออกเป็นสองสมรภูมิใหญ่