แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 28 กู้เฉินผู้เจิดจรัส
ในเมื่อทุกคนมากันครบแล้ว เช่นนั้นเราก็มาเริ่มการคัดเลือกศิษย์กันก่อนเถิด ส่วนการประลองค่อยว่ากันทีหลัง ฉินอู๋เต้าเอ่ยขึ้น
ทุกคนต่างไม่มีข้อโต้แย้ง
โหม่ง
เสียงฆ้องดังกังวานอีกครา
บริเวณรอบนอกลานกว้าง เนืองแน่นไปด้วยผู้คน
มีทั้งชาวเมืองที่มามุงดูความครึกครื้น และเหล่าหนุ่มสาวที่มารอเข้ารับการทดสอบ
ไม่นานนัก ภายใต้การจัดแจงของสี่สำนักใหญ่
ที่กลางลานก็เต็มไปด้วยกลุ่มคนหนุ่มสาว
ทุกคนล้วนอยู่ในเกณฑ์อายุที่กำหนด
และหนึ่งในนั้น มีชายหนุ่มชุดดำผู้หนึ่งรวมอยู่ด้วย
ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือกู้เฉินนั่นเอง
เพียงแต่ตอนนี้ เขากำลังครุ่นคิดบางอย่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เพราะ หากเขาต้องการประลองฝีมือกับศิษย์ของสำนักเหล่านี้ เขาก็จำเป็นต้องเข้าสังกัดสำนักใดสำนักหนึ่งเสียก่อน
แต่ปัญหาคือ เขามาเพื่อประลอง ไม่ได้อยากจะเข้าสำนัก
การประลองเป็นเพียงผลพลอยได้ เป้าหมายหลักของเขาคือการสั่งสอนนังผู้หญิงแซ่หลานคนนั้นต่างหาก ความแค้นครั้งก่อน กู้เฉินยังจำฝังใจ
จากการสืบข่าว เขาได้ยินมาว่าหลานหลิงก็จะมาร่วมการประลองในครั้งนี้ด้วย
ดังนั้น เขาจึงเงยหน้าขึ้น กวาดสายตามองไปที่หอคอยทั้งสี่
พยายามคิดหาวิธีที่จะแฝงตัวเข้าไปให้ได้
ในขณะที่กำลังกวาดตามองอยู่นั้น จู่ๆ กู้เฉินก็ชะงักกึก
เขาคิดว่าตาฝาดไป
รีบยกแขนเสื้อขึ้นขยี้ตาแรงๆ
เมื่อเพ่งมองไปทางหอคอยของสำนักอวี้หัวอีกครั้ง กู้เฉินก็ฉีกยิ้มกว้าง
ยิ้มจนแก้มแทบปริ
เพราะ เขาเห็นเย่หนาน
ท่านอาจารย์มาได้อย่างไร แล้วทำไมถึงไปอยู่กับคนของสำนักอวี้หัวได้ กู้เฉินรู้สึกดีใจจนเนื้อเต้น
ไม่รอช้า เขารีบวิ่งออกจากแถวทดสอบของสำนักไร้ขอบเขต มุ่งหน้าไปยังจุดรับสมัครของสำนักอวี้หัวทันที
ทางด้านเย่หนานที่นั่งอยู่บนหอคอยสำนักอวี้หัว ก็ตาเป็นประกายเช่นกัน
เขาเองก็มองเห็นกู้เฉินแล้ว
อวี้เซียนคอยจับตาดูทุกอิริยาบถของเย่หนานอยู่ตลอด
นางกลัวว่าจะดูแลต้อนรับไม่ดี จนทำให้เย่หนานไม่พอใจ
เมื่อเห็นเย่หนานจ้องมองไปที่ลานกว้างด้วยความตื่นเต้น อวี้เซียนจึงมองตามไปด้วยความสงสัย
และแล้ว นางก็เห็นชายหนุ่มชุดดำวิ่งออกมาจากแถวทดสอบของสำนักไร้ขอบเขต
และมุ่งหน้าตรงมายังจุดทดสอบของสำนักอวี้หัวของนาง
นางเข้าใจได้ในทันที
ชายหนุ่มชุดดำคนนี้ น่าจะเป็นลูกศิษย์ที่เย่หนานตามหา
เมื่อคืนนางส่งมู่ไป๋ออกไปตามหา แต่คว้าน้ำเหลว
ทำให้นางหงุดหงิดใจไม่น้อย แต่ตอนนี้ นางกลับยิ้มออกมาได้
แต่ทว่า คนเยอะเกินไป ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา
นอกจากอวี้เซียนที่คอยสังเกตการณ์อย่างละเอียดแล้ว สำนักอื่นๆ ต่างก็ไม่ได้สนใจการเคลื่อนไหวของกู้เฉิน
อย่างไรก็ตาม การทดสอบศิษย์ยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก
เจ้าสำนักอวี้ เรื่องแรงสั่นสะเทือนเมื่อวาน ท่านพอจะทราบสาเหตุหรือไม่ ข้าสงสัยว่า จะมียอดฝีมือจากต่างถิ่นเดินทางเข้ามาในเขตของพวกเราสี่สำนัก เย่ว์ซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
แม้แต่เจ้าสำนักอีกสองคน ก็เงี่ยหูรอฟังอย่างตั้งใจ
เพราะ พวกเขาต่างมีสายข่าวและหูตาอยู่ในเมืองเมฆา
เหตุการณ์ประหลาดเมื่อวาน พวกเขาได้รับรายงานกันถ้วนหน้า และเมื่อเช้านี้ยังได้ไปดูสถานที่จริงมาแล้วด้วย
นี่เป็นเรื่องที่พวกเขากังวลใจมาตลอด
เมื่อได้ยินคำถาม อวี้เซียนเหลือบมองเย่หนานแวบหนึ่งอย่างแนบเนียน
แต่ก็ยังตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน ก็ไม่ได้เกิดเรื่องใหญ่อะไรนี่ บางทีเขาอาจจะแค่ผ่านมา
แค่ผ่านมา ใครมันจะว่างจัดขนาดผ่านมาแล้วรื้อถอนตึกเล่น หานถานพูดแทรกขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
คำพูดนี้ทำเอาทุกคนพูดไม่ออก
นั่นสิ ใครมันจะว่างทำเรื่องพรรค์นั้น
แต่ ก็จริงที่ไม่ได้เกิดเหตุรุนแรงอะไร หลังจากนั้นก็เงียบหายไป
พวกเขาจึงสรุปเอาเองว่า อาจจะเป็นยอดฝีมือสติเฟื่องที่ผ่านมาแล้วนึกสนุก
สิ่งสำคัญคือไม่มีใครบาดเจ็บล้มตาย นี่คือสิ่งที่ทำให้พวกเขาสบายใจ เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือยอดฝีมืออำมหิตที่พวกเขาไม่อาจต่อกรได้
ส่วนเย่หนาน ได้แต่นั่งทำหน้านิ่งไม่รู้ไม่ชี้
ในขณะที่เจ้าสำนักทั้งหลายกำลังสนทนากัน
วูบ
ลำแสงสายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ทุกสายตาจับจ้องไปที่ต้นกำเนิดแสง
นั่นคือศิลาทดสอบพรสวรรค์ของศิษย์หน้าใหม่
ระดับสีแบ่งออกเป็น: แดง, ส้ม, เหลือง, เขียว, ฟ้า, คราม, ม่วง
และลำแสงที่พุ่งเสียดฟ้าอยู่ในขณะนี้ คือสีม่วง
เห็นภาพนี้ ทุกคนนั่งไม่ติดที่แล้ว
โดยเฉพาะสี่สำนักใหญ่
เป็นเขานี่เอง นึกไม่ถึงว่า จะหนีรอดมาได้ หลานหลิงหรี่ตาลงเล็กน้อย
ปรากฏการณ์นี้ เกิดจากกู้เฉินเป็นคนทำ
เมื่อเห็นลำแสงสีม่วง เจ้าสำนักทั้งสี่ต่างลุกพรวดขึ้นยืนพร้อมกัน
โดยเฉพาะฉินอู๋เต้า เขาได้ยินเสียงพึมพำของหลานหลิง
หลิงเอ๋ย เจ้ารู้จักเขาหรือ ฉินอู๋เต้าหันไปถามหลานหลิง
เจ้าค่ะ หากเป็นไปได้ ขอท่านเจ้าสำนักโปรดทุ่มสุดตัวเพื่อรับเขาเข้าสำนัก จะมีแต่ผลดีไม่มีผลเสียเจ้าค่ะ หลานหลิงกล่าวอย่างจริงจัง
เรื่องที่กู้เฉินมีกายาพิเศษ นางไม่ได้บอกใคร
แม้แต่เรื่องกายาพิเศษของนางเอง นางก็ปิดเงียบไม่บอกใครเช่นกัน
กายาของกู้เฉิน ในสายตาหลานหลิง ไม่ได้น่ากลัวอะไร
แต่ เรื่องที่จะพาสำนักไร้ขอบเขตผงาดเป็นมหาอำนาจ ไม่ใช่คำคุยโว
หากดึงกู้เฉินเข้าสำนักไร้ขอบเขตได้ นางก็จะมีโอกาสจัดการกู้เฉินได้ง่ายขึ้น
เมื่อได้ยินคำแนะนำของหลานหลิง ฉินอู๋เต้าขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็เชื่อในคำพูดของนาง
เขารู้ถึงความสามารถของหลานหลิง แม้จะอายุน้อย แต่ วิสัยทัศน์และสติปัญญาของนาง เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิต
นี่ ขนาดข้าไม่ได้ใช้กายาพิเศษ ยังขนาดนี้เลยเหรอ กู้เฉินอยากจะร้องไห้
เขาแค่กะจะเข้ามาเงียบๆ นึกไม่ถึงว่า จะเด่นขนาดนี้
เฮ้อ ร่างกายที่ท่านอาจารย์ปรับแต่งให้ ช่างน่ากลัวจริงๆ กู้เฉินอุทานชื่นชมในใจ
วินาทีนี้ กู้เฉินกลายเป็นจุดสนใจของทุกคน
สีม่วง กี่ปีแล้วที่ไม่มีศิษย์พรสวรรค์ระดับสีม่วงปรากฏตัว เย่ว์ซานตะโกนลั่น
ในขณะที่เขากำลังตะโกนอยู่นั้น เงาร่างหนึ่งก็ได้กระโดดลงจากหอคอย พุ่งตรงไปยังกู้เฉินเรียบร้อยแล้ว
เห็นดังนั้น เย่ว์ซานชะงัก เสียงตะโกนขาดห้วง
จากนั้นใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ ตวาดลั่นด้วยความโกรธ เจ้าหมาหานถาน ไร้ยางอายนัก ชิงลงมือก่อนได้ไง
ฟึ่บ
พูดจบ เย่ว์ซานไม่รีรอ รีบกระโดดตามลงไปทันที
แม้แต่ฉินอู๋เต้า ก็ยังรีบตามไปติดๆ
มีเพียงอวี้เซียนที่ยังคงนั่งนิ่งอย่างสงบ
ท่านเจ้าสำนัก พวกเรารีบไปกันเถอะเจ้าค่ะ ขืนช้าจะโดนสำนักอื่นแย่งตัวไปนะเจ้าคะ ผู้อาวุโสบางคนของสำนักอวี้หัวเห็นอวี้เซียนไม่ขยับ ก็เริ่มร้อนใจ
จะรีบไปไย พ่อหนุ่มคนนั้นมีอาจารย์อยู่แล้ว จะถูกแย่งไปได้อย่างไร คำพูดของอวี้เซียนทำให้ทุกคนสงบลง
มีอาจารย์แล้ว ใครกัน ผู้อาวุโสบางคนยังคงงุนงง
อะแฮ่ม อาจารย์ของเขาก็คือข้าเอง เพราะงั้น พวกเจ้าวางใจเถอะ เขาไม่ไปเข้าสำนักอื่นหรอก เย่หนานเอ่ยแทรกขึ้นมา
ได้ยินดังนั้น ทุกคนหันขวับไปมองเย่หนานด้วยความตกตะลึง
พวกศิษย์น่ะไม่เท่าไหร่ เพราะได้รับการอบรมสั่งสอนจากเย่หนานมาดีแล้ว
แต่พวกผู้อาวุโสนี่สิ เริ่มลังเลสงสัย แต่ก็เลือกที่จะเชื่อใจอวี้เซียน
คนที่อวี้เซียนเรียกว่าท่านผู้อาวุโส ย่อมไม่ธรรมดา
เพียงแต่ พวกเขามองเย่หนานทะลุปรุโปร่งแล้วว่า ก็แค่ ขั้นกลั่นลมปราณ
ที่น่าเหลือเชื่อที่สุดคือ ขั้นกลั่นลมปราณ จะรับศิษย์พรสวรรค์ระดับสีม่วงได้ยังไง
ผู้อาวุโสเหล่านี้ยังไม่รู้ว่า เย่หนานเคยแสดงอิทธิฤทธิ์ต่อหน้าลูกศิษย์ของพวกเขามาแล้ว
เพียงแต่เย่หนานนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ พวกศิษย์เลยไม่กล้าฟ้อง
ดังนั้นผู้อาวุโสจึงไม่รู้ว่าเย่หนานคือคนที่ตบศิษย์รักของพวกเขาจนหน้าบวม
มู่ไป๋และพรรคพวกรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของเย่หนานดี ผู้อาวุโสเหล่านี้ ไม่มีทางสู้ได้แน่
ขืนลงมือ ดีไม่ดี อาจจะโดนตบ
ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ผู้อาวุโสเหล่านี้อาจจะต้องมาเข้าแถวเรียงหนึ่ง ให้เย่หนานตบเรียงตัวก็ได้
พ่อหนุ่ม ยินดีจะเข้าสำนักเหมันต์ของข้าหรือไม่ ขอเพียงเจ้าตกลง ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์สืบทอดโดยตรง หานถานพุ่งมาถึงตัวกู้เฉินเป็นคนแรก
อย่าไปฟังมัน ถ้าเจ้ามาอยู่สำนักดาบอัสนีของข้า นอกจากจะเป็นศิษย์สืบทอดแล้ว เคล็ดวิชาและสมบัติในคลัง เจ้าเลือกได้ตามใจชอบ เย่ว์ซานตามมาติดๆ พร้อมเกทับ
ถ้าเจ้ามาอยู่สำนักไร้ขอบเขต สิ่งที่พวกเขาให้ ข้าให้หมด แถมยัง แต่งตั้งเจ้าเป็นว่าที่เจ้าสำนักทันที ฉินอู๋เต้าไม่ยอมน้อยหน้า
เดิมทีเขาตั้งใจจะให้หลานหลิงสืบทอดตำแหน่ง
แต่ นานวันเข้า
เขารู้ว่า หลานหลิงไม่ใช่ปลาในบ่อเล็ก สำนักไร้ขอบเขตไม่อาจรั้งนางไว้ได้
การรั้งนางไว้ รังแต่จะกลายเป็นการปิดกั้นนางเสียเปล่าๆ
ก่อนหน้านี้ เขาเคยแอบทดสอบพรสวรรค์นางเป็นการส่วนตัว ผลคือศิลาทดสอบระเบิดคาที่
ส่วนกู้เฉินนั้นเหมาะสมกว่า อายุยังน้อยแต่บรรลุถึง ขั้นรวบรวมวิญญาณ ระดับเก้า แถมยังมีพรสวรรค์ระดับสีม่วง