แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 30 สามสำนักใหญ่ร้อนรุ่มดั่งไฟสุม
มิน่าเล่า ท่านผู้อาวุโสถึงไม่กังวลเลยสักนิด อวี้เซียนเหลือบมองเย่หนานอย่างหวาดหวั่น
เขาแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว หลานหลิงหรี่ตาลงเช่นกัน
ฉินอู๋เต้าหน้าดำคร่ำเครียด หากกู้เฉินไปเข้าสำนักอื่นยังพอทน
แต่นี่ดันไปเข้ากับสำนักอวี้หัวที่เป็นไม้เบื่อไม้เมา เรื่องนี้ทำเอาเขากำหมัดแน่นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นกร๊อบ
ยิ่งกู้เฉินแสดงความอัจฉริยะออกมามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งร้อนใจมากเท่านั้น
ถึงขั้นคิดจะลอบสังหารกู้เฉินให้สิ้นซากเสียตอนนี้เลย เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม
ร่างกายแบบนั้น ฝึกฝนกันยังไง หานถานยังคงงุนงง
พวกเขาคิดไม่ถึงหรอกว่า กู้เฉินจะมีกายาพิเศษ
และ กายาพิเศษสำหรับพวกเขาแล้ว มันเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อม
มีบันทึกไว้เพียงในตำราโบราณกาลเท่านั้น
ในดินแดนทักษิณอันเล็กจ้อยแห่งนี้ แม้พวกเขาจะดูสูงส่งเทียมฟ้า
แต่ ต่อหน้ามหาอำนาจที่แท้จริง พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรจากมดปลวก
อาจจะฝึกฝนวิชาสายกายภาพแบบพิเศษมาก็ได้ เย่ว์ซานคาดเดา
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป
กู้เฉินไม่ใช้ลีลาพริ้วไหว เขาใช้หมัดเพียวๆ เข้าปะทะตรงๆ
กายาวัชระราชันของกู้เฉินนั้นแข็งแกร่งเกินบรรยาย ยิ่งระดับพลังเพิ่มขึ้น ความแข็งแกร่งของร่างกายก็ทวีคูณ
ตอนนี้เขาสามารถรับมือศาสตราวุธระดับสามด้วยมือเปล่าได้แล้ว
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกู้เฉินที่มีกายาวัชระราชันหนุนหลัง ในที่สุดคู่ต่อสู้ก็ต้านทานไม่ไหว พ่ายแพ้ลงไป
หลังจากพักผ่อนครู่หนึ่ง ก็มาถึงศึกตัดสินคู่สุดท้าย
เมื่อเห็นหลานหลิงยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม กู้เฉินก็ฮึกเหิมเต็มที่ เขาอยากจะสั่งสอนนังผู้หญิงคนนี้ให้สาสมกับความแค้นครั้งเก่า
ราวกับมองเจตนาของกู้เฉินออก หลานหลิงกลับยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยว่า ข้ายอมแพ้
สิ้นเสียงนั้น ทั่วทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบงัน
หลิงเอ๋ย เจ้าทำอะไรของเจ้า ฉินอู๋เต้าหันขวับไปมองหลานหลิง น้ำเสียงแฝงความไม่พอใจ
ท่านเจ้าสำนัก ข้าสู้เขาไม่ได้ อย่างน้อย ก็ไม่ใช่ตอนนี้ หลานหลิงอธิบายอย่างไม่ยี่หระ
แม้ตอนนี้นางจะมีระดับพลังเท่ากับกู้เฉิน แต่กู้เฉินได้ปลุกกายาพิเศษขึ้นมาแล้ว
ในขณะที่นางยังไม่ได้ปลุก หากสู้กันในสภาพปกติ นางย่อมไม่ใช่คู่มือของกู้เฉินแน่
เรื่องนี้พิสูจน์มาแล้วก่อนหน้านี้
แม้นางจะมีไม้ตายก้นหีบที่มั่นใจว่าจะเอาชนะกู้เฉินได้
แต่นางไม่อยากเปิดเผยมันต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้
ส่วนเรื่องแพ้ชนะ สำหรับนางแล้วไม่ได้สำคัญอะไรนัก
การตัดสินใจของหลานหลิง ไม่เพียงทำเอาคนอื่นอึ้ง แม้แต่กู้เฉินก็ยังไปไม่เป็น
เขาไม่นึกว่านางจะยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้
ทำเอาเขาอารมณ์ค้าง หาที่ระบายไม่ได้ หงุดหงิดชะมัด
คำพูดของข้ายังคงมีผลเสมอ เจ้าจงเก็บไปคิดให้ดี โอกาสแบบนี้ถ้าพลาดไป ต่อให้เจ้าอยากจะมาติดตามข้าทีหลัง ก็ไม่มีสิทธิ์แล้วนะ ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น หลานหลิงก็เดินจากไป
กู้เฉินทำหูทวนลมกับคำพูดของนาง รีบเดินกลับไปหาเย่หนาน
ท่านอาจารย์ ศิษย์ทำสำเร็จแล้วขอรับ กู้เฉินโค้งคำนับเย่หนานที่กำลังกระซิบกระซาบอยู่กับหลิงหลง
หา จบแล้วเหรอ ดี งั้นเย็นนี้พวกเราไปกินสุกี้หม้อไฟฉลองกัน เย่หนานไม่ได้สนใจผลการประลองเลยสักนิด มัวแต่เม้าท์มอยกับหลิงหลงเพลิน
ในความคิดของเขา กู้เฉินชนะใสๆ อยู่แล้ว
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่หนาน ทุกคนก็ถึงกับพูดไม่ออก
สรุปว่า ที่ผ่านมาท่านมัวแต่คิดเรื่องกินอย่างเดียวเลยสินะ อาจารย์แบบนี้ พวกเขาเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
ส่วนไอ้สุกี้หม้อไฟที่เย่หนานพูดถึง ทุกคนก็งงเป็นไก่ตาแตก
แต่ก็พอเดาได้ว่า คงเป็นของกินชนิดหนึ่งนั่นแหละ
การประลองจบลง ผู้ชนะเลิศคือสำนักอวี้หัว
สำนักอื่นๆ จึงทยอยกันกลับ
โดยเฉพาะสำนักเหมันต์และสำนักดาบอัสนี ที่กลับไปพร้อมกับความหนักอึ้งในใจ
งานนี้พวกเขาพ่ายแพ้ยับเยิน ถึงขั้นเริ่มวิตกกังวลกับอนาคตข้างหน้า
สำนักอวี้หัวมีกู้เฉิน สำนักไร้ขอบเขตมีหลานหลิง ทำเอาสองสำนักนี้นั่งไม่ติด
ก่อนหน้านี้พวกเขายังพยายามหาทางดึงกู้เฉินมาเป็นพวก
แต่ดูจากทรงแล้ว คงหมดหวัง
เห็นทีชีวิตต่อจากนี้ คงลำบากยากเข็ญน่าดู
ส่วนฉินอู๋เต้าแห่งสำนักไร้ขอบเขต ก็กลับไปพร้อมใบหน้าดำทะมึนเช่นกัน
เมื่อเห็นเย่หนานกำลังจะพากู้เฉินและหลิงหลงจากไป
อวี้เซียนรีบวิ่งมาขวางหน้าเย่หนาน แล้วโค้งคำนับอย่างนอบน้อม ท่านผู้อาวุโส ขอเชิญท่านไปพำนักที่สำนักอวี้หัวสักหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ ถือเป็นการไถ่โทษที่คนของสำนักข้าเคยล่วงเกินท่าน
เป้าหมายหลักของอวี้เซียนคือไม่อยากปล่อยยอดฝีมืออย่างเย่หนานให้หลุดมือไป
หา ไถ่โทษ ไม่ต้องหรอก ข้าลืมไปหมดแล้ว เย่หนานโบกมือปฏิเสธอย่างไม่ใส่ใจ แล้วหันหลังเตรียมเดินหนี
ได้ยินคำตอบของเย่หนาน อวี้เซียนร้อนรนจนแทบบ้า
นางไม่นึกว่าเย่หนานจะปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยขนาดนี้
มองแผ่นหลังของทั้งสามคนที่เดินห่างออกไป อวี้เซียนกระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความขัดใจ
ฉากอาการงอแงเหมือนสาวน้อยของอวี้เซียน ทำเอาคนในสำนักอวี้หัวอ้าปากค้าง
พวกเขาเคยเห็นเจ้าสำนักในมุมนี้ที่ไหนกัน
ในหัวของอวี้เซียนกำลังประมวลผลหาวิธีรั้งตัวเย่หนานไว้ร้อยแปดพันเก้า
แต่ยังไม่ทันจะได้คิดออก เย่หนานที่เดินไปได้ไม่ไกลก็หยุดเดินกะทันหัน
เอ๊ะ ถ้าข้าไปอยู่ในสำนักที่เต็มไปด้วยพวกหัวกะทิ การหาลูกศิษย์ก็น่าจะง่ายขึ้นไม่ใช่หรือ ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัว ราวกับพ่อค้าที่มองเห็นช่องทางทำกำไร
ตกลง เห็นแก่ความจริงใจของเจ้า ข้าตกลงไปกับเจ้าก็ได้ เย่หนานหันกลับมาบอกอวี้เซียน
เห็นการกลับลำแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ทุกคนถึงกับพูดไม่ออก
มีเพียงอวี้เซียนที่ตั้งสติได้ทัน รีบวิ่งไปหาเย่หนาน แล้วกล่าวอย่างนอบน้อมว่า ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสที่ให้เกียรติเจ้าค่ะ
ตอนนี้ใบหน้าของอวี้เซียนเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความปิติยินดี
ถ้าท่านบรรพชนรู้ว่าข้าพายอดฝีมือระดับเดียวกับท่านเข้าสำนัก จะทำหน้ายังไงนะ อวี้เซียนคิดในใจอย่างสนุกสนาน
ไม่นาน สัตว์อสูรปักษาสวรรค์ที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวที่เย่หนานเคยขี่ก็บินลงมาจอดตรงหน้า
ข้ากับท่านผู้อาวุโสจะล่วงหน้าไปก่อน พวกเจ้าค่อยตามมาทีหลัง อวี้เซียนทิ้งลูกศิษย์และผู้อาวุโสไว้เบื้องหลังอย่างไม่ไยดี
แล้วพาเย่หนานและศิษย์ทั้งสองขึ้นหลังสัตว์อสูรบินจากไปทันที
มองดูทิศทางที่เจ้าสำนักบินจากไป
เหล่าศิษย์ยังพอทำใจได้ แต่เหล่าผู้อาวุโสหน้าเขียวปั๊ด
ตอนมาก็มาด้วยกัน ตอนกลับทิ้งกันดื้อๆ เอาแต่เย่หนานไปซะงั้น
ความจริง ไม่ใช่ว่าอวี้เซียนไม่สนใจพวกเขา แต่นางกลัวเย่หนานเปลี่ยนใจ
รีบพาเย่หนานกลับสำนัก มัดใจคนอินดี้อย่างเย่หนานให้อยู่หมัดเสียก่อน
นางพอจะจับทางได้แล้วว่า สิ่งที่เย่หนานโปรดปรานที่สุดคือ เรื่องกิน
ด้วยความเร็วของสัตว์พาหนะ เพียงสองชั่วยามก็มาถึงสำนักอวี้หัว แสดงให้เห็นถึงความร้อนใจของอวี้เซียน
ตลอดทาง นางนั่งลุ้นตัวโก่ง กลัวเย่หนานจะโพล่งออกมาว่าข้าไม่อยากไปแล้ว
นางได้สัมผัสตัวตนของเย่หนานมาบ้างแล้ว แม้จะเก่งกาจและดูสง่างาม
แต่ นิสัยนั้นช่างเอาแน่เอานอนไม่ได้
โชคดีที่เย่หนานเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ในโลกผู้บำเพ็ญเพียร ยอดฝีมือที่เก่งกาจแต่เข้าถึงง่ายแบบนี้ หาได้ยากยิ่ง
ว้าว สวยจังเลย หลิงหลงมองดูสำนักที่โอ่อ่าอลังการ เต็มไปด้วยดอกไม้ส่งกลิ่นหอมและเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว ตาเป็นประกายวิบวับ
กู้เฉินดูจะเฉยๆ กว่า ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมาก
อืม ไม่เลวเลย เทียบกับบ้านรูหนูของข้าไม่ได้เลยแฮะ เย่หนานพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
นี่คือสถานที่ที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมานับตั้งแต่มายังโลกนี้
ท่านผู้อาวุโส ข้าได้จัดเตรียมที่พักไว้ให้ท่านเรียบร้อยแล้ว เชิญทางนี้เจ้าค่ะ อวี้เซียนส่งข่าวมาบอกทางสำนักล่วงหน้าตั้งแต่ตอนเดินทางแล้ว
เย่หนานพยักหน้า เดินตามอวี้เซียนไปยังยอดเขาสูงตระหง่านเสียดฟ้า
บนยอดเขามีน้ำตกไหลริน และเรือนไม้ที่สะอาดสะอ้านตั้งอยู่
รอบข้างเต็มไปด้วยมวลดอกไม้และเสียงนกร้อง
ราวกับแดนสวรรค์บนดิน หรือที่พำนักของยอดคนผู้รักสันโดษ
เห็นสีหน้าพึงพอใจของเย่หนาน อวี้เซียนก็ลอบยิ้มในใจ
นางรู้ดีว่า ยอดฝีมือผู้เร้นกายมักจะชอบบรรยากาศที่เงียบสงบแต่สะดวกสบาย
แต่ยังไงก็ต้องถามตามมารยาท
อวี้เซียนหันไปถามเย่หนานอย่างนอบน้อม ท่านผู้อาวุโส พึงพอใจหรือไม่เจ้าคะ
พอใจ พอใจมาก ที่นี่แจ่มแมวสุดๆ เย่หนานพยักหน้ารัวๆ