แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 31 ตกใจแทบช็อก ตู้เสื้อผ้าตามมาด้วยงั้นเหรอ
ฟึ่บ
ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น
ชายหนุ่มคนหนึ่งก็รีบวิ่งขึ้นมาบนยอดเขาด้วยความรวดเร็ว มาหยุดอยู่ตรงหน้าอวี้เซียน แล้วยื่นแหวนมิติวงหนึ่งให้นางด้วยความนอบน้อม
อวี้เซียนรับแหวนมิติมา พยักหน้าเป็นสัญญาณให้ชายหนุ่มถอยออกไป
ท่านผู้อาวุโส ในนี้มีเนื้อสัตว์อสูรหลากหลายชนิด และวัตถุดิบทำอาหารอื่นๆ อีกมากมายเจ้าค่ะ หากท่านต้องการสิ่งใดเพิ่มเติม บอกข้าได้ทันทีนะเจ้าคะ อวี้เซียนรีบส่งแหวนมิติให้เย่หนาน
โธ่ ทำไมต้องเกรงใจกันขนาดนี้ด้วย เย่หนานรับแหวนมาด้วยความยินดี
เขาเองก็นึกไม่ถึงว่า อวี้เซียนจะใส่ใจรายละเอียดขนาดนี้ เตรียมวัตถุดิบไว้ให้พร้อมสรรพ
การได้รับใช้ท่านผู้อาวุโส ถือเป็นเกียรติของผู้น้อยเจ้าค่ะ อวี้เซียนรีบรับคำอย่างอ่อนน้อม
ในขณะที่นางกำลังสนทนากับเย่หนาน
หยกสื่อสารในอกเสื้อของนางก็ส่องแสงสว่างวาบขึ้นมา
อวี้เซียนหยิบหยกขึ้นมาดู ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นข้อความจากบรรพชนของสำนัก
เมื่อเห็นว่าอวี้เซียนดูเหมือนจะมีธุระ
เย่หนานจึงเอ่ยขึ้นว่า ถ้าเจ้ามีธุระก็ไปทำเถอะ ขาดเหลืออะไรข้าจะบอกเอง
เจ้าค่ะ งั้นผู้น้อยขอตัวก่อนนะเจ้าคะ อวี้เซียนโค้งคำนับเย่หนาน แล้วรีบลงเขาไปอย่างรวดเร็ว
เมื่ออวี้เซียนจากไป เย่หนานและศิษย์ทั้งสองก็เริ่มเดินสำรวจรอบๆ
หลิงหลงไม่เคยเห็นสถานที่ที่งดงามเช่นนี้มาก่อน นางตื่นเต้นวิ่งไปวิ่งมาราวกับผึ้งน้อยสำรวจดอกไม้
เสี่ยวเฉิน เจ้าก็ไปเลือกห้องพักสักห้องสิ เย่หนานหันไปบอกกู้เฉิน
ขอรับ ท่านอาจารย์ กู้เฉินรับคำอย่างว่าง่าย
เย่หนานเลือกเรือนหลังใหญ่ที่สุดที่ตั้งอยู่ตรงกลาง
ส่วนหลิงหลงนั้น ขอมานอนรวมกับเย่หนาน
เย่หนานไม่ได้ว่าอะไร เพราะเรือนที่เขาเลือกมีห้องว่างเหลือเฟือ เขาคนเดียวอยู่ไม่หมดหรอก
ส่วนบ้านรูหนูที่เมืองเผิงเฉิง ก็ปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นแหละ
อ๊าก
ในขณะที่เย่หนานกำลังจัดห้องอยู่นั้น
เสียงร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวของกู้เฉินก็ดังขึ้น
เกิดอะไรขึ้น เย่หนานสะดุ้งโหยงกับเสียงร้อง
หลิงหลงได้ยินเสียงก็รีบวิ่งตามมาดู
ทันทีที่มาถึง ก็เห็นกู้เฉินวิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้องที่เพิ่งเลือกไว้ ตะเกียกตะกายหนีตายออกมา
เสี่ยวเฉิน เจ้าเป็นอะไรไป หลิงหลงขมวดคิ้วถาม
ท่านอาจารย์ ตู้ ตู้เสื้อผ้านั่นมันตามมาด้วยขอรับ กู้เฉินหน้าซีดเผือด ตะโกนบอกเย่หนานเสียงสั่น
ตู้เสื้อผ้า ตู้เสื้อผ้าอะไร เย่หนานยังงงๆ ปรับอารมณ์ไม่ทัน
แต่หลิงหลงที่ยืนอยู่ข้างๆ ตกใจจนตาโต นางรู้ทันทีว่ากู้เฉินหมายถึงอะไร
ก็ตู้เสื้อผ้าที่ท่านขังมันไว้ที่เมืองเผิงเฉิงไงขอรับ กู้เฉินรีบเตือนความจำเย่หนาน
หา ไอ้ตัวนั้นน่ะเหรอ มันอยู่ที่เมืองเผิงเฉิงไม่ใช่หรือไง หรือว่ามันแอบตามมาเอง เย่หนานถลกแขนเสื้อ เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องที่กู้เฉินเลือก ซึ่งอยู่ติดกับห้องของเขา
หลิงหลงและกู้เฉินทำได้เพียงย่องตามไปห่างๆ
รักษาระยะห่างจากเย่หนานไว้พอสมควร
และแล้ว เมื่อเดินเข้าไป เย่หนานก็เห็นตู้เสื้อผ้าตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง
เย่หนานพินิจดู ก็พบว่าเป็นตู้ใบเดียวกับที่เขาเคยล็อกกุญแจขังไว้จริงๆ
เพียงแต่ เจ้าตู้นี้ดูสงบเสงี่ยมเจียมตัวกว่าครั้งก่อนมาก
ตอนนี้มันนิ่งสนิท
เมื่อเห็นว่ามันยังสงบดี เย่หนานก็ไม่ได้สนใจ หันไปบอกกู้เฉินว่า ศิษย์รัก เจ้าไปเลือกห้องใหม่เถอะ สงสัยไอ้หมาเวรนี่มันอยากนอนห้องนี้
ดะ ได้ขอรับ กู้เฉินจำต้องยอมรับความซวยไป
เรื่องนี้เป็นเพียงเหตุการณ์แทรกเล็กน้อย
เย่หนานยังไม่ลืมเรื่องสุกี้หม้อไฟที่ตั้งใจไว้
เขาเดินไปที่ริมแม่น้ำใต้หน้าผาน้ำตก
ก่อนหน้านี้เขาสังเกตเห็นปลาตัวใหญ่หลายตัวว่ายวนอยู่ในน้ำ คาดว่าเป็นฝีมือของอวี้เซียนที่เตรียมไว้ให้
เย็นนี้กินปลาหม้อไฟแล้วกัน เย่หนานถลกขากางเกง เดินลุยน้ำลงไปจับปลา
กู้เฉินที่เพิ่งเลือกห้องใหม่เสร็จ เดินออกมาเห็นเย่หนานจับปลา
ก็รีบลงไปช่วยจับทันที
ส่วนหลิงหลงนั้น นอนเอกเขนกบนเก้าอี้โยกตัวโปรด อ่านนิยายอย่างสบายใจเฉิบ
เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ เย่หนานก็เริ่มตั้งเตา
กู้เฉินคอยเป็นลูกมือ
ในขณะที่ทั้งสองกำลังง่วนกับการทำอาหาร ก็มีเงาร่างสองร่างปรากฏขึ้นบนยอดเขา
ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นอวี้เซียน และชายชราท่าทางภูมิฐานผู้หนึ่งที่มาพร้อมกับนาง
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่า นี่คือบรรพชนของสำนักอวี้หัว
เขาได้ยินเรื่องราวจากอวี้เซียน จึงเกิดความสงสัยอยากมาเห็นด้วยตาตัวเอง
แต่เมื่อทั้งสองเห็นเย่หนานและกู้เฉินสวมผ้ากันเปื้อน ทำท่าทางเหมือนพ่อครัวหัวป่าก์ ก็ถึงกับอึ้งไป
แต่ ชายชราก็ไม่ได้ตัดสินคนจากภายนอก
เย่หนานที่กำลังยุ่งอยู่เงยหน้าขึ้นมาเห็นทั้งสองพอดี
สหาย ข้าคือบรรพชนแห่งสำนักอวี้หัว นามว่าอวี้เซียวจื่อ อวี้เซียวจื่อประสานมือคารวะเย่หนาน
ท่านผู้อาวุโส อวี้เซียนเองก็แสดงความเคารพ
เพียงแต่ใบหน้าที่อ่อนเยาว์ของเย่หนาน ทำให้อวี้เซียวจื่อรู้สึกประหลาดใจ
รวมถึงกลิ่นอายพลัง ขั้นกลั่นลมปราณ ที่แผ่ออกมา
แต่ พอลองคิดดู วิชารักษาความอ่อนเยาว์ก็มีอยู่จริง
แม้จะได้ยินมาจากอวี้เซียนแล้ว แต่พอมาเห็นด้วยตาตัวเอง ก็ยังอดทึ่งไม่ได้
สวัสดี สวัสดี เย่หนานรีบเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้วประสานมือตอบ มาได้จังหวะพอดีเลย เดี๋ยวอยู่กินปลาหม้อไฟด้วยกันนะ
ได้สิ รบกวนด้วยนะ อวี้เซียวจื่อตอบรับคำเชิญ
เรื่องเล็กน้อย แค่กินข้าวเอง พวกท่านไปนั่งรอข้างนอกก่อนเถอะ ในครัวควันมันเยอะ เย่หนานบอกอย่างใส่ใจ
คนผู้นี้ช่างน่าสนใจ นิสัยใจคอก็ไม่เลว อวี้เซียวจื่อนั่งลงที่โต๊ะหินในลานบ้าน เอ่ยชมพร้อมรอยยิ้ม
ท่านบรรพชน ท่านดูออกไหมเจ้าคะว่าท่านผู้นี้อยู่ระดับใด อวี้เซียนถามอวี้เซียวจื่อ
ดูไม่ออก เมื่อกี้ข้าลองตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว เขาเป็นเพียงผู้ฝึกตน ขั้นกลั่นลมปราณ เท่านั้น อวี้เซียวจื่อตอบด้วยความสงสัย
อะไรนะเจ้าคะ แม้แต่ท่านบรรพชนก็ยังดูไม่ออก อวี้เซียนตกตะลึง
ไม่เห็นน่าแปลกใจ ผู้ฝึกตนบางคนมีสมบัติวิเศษหรือเคล็ดวิชาที่ใช้ปกปิดระดับพลัง หรือบางคนก็แข็งแกร่งเกินไป จนแม้แต่ข้าก็ไม่อาจสัมผัสได้ อวี้เซียวจื่อวิเคราะห์
ได้ยินคำพูดของอวี้เซียวจื่อ อวี้เซียนใจเต้นระรัว
ท่านบรรพชนคิดว่า เขาเป็นแบบไหนเจ้าคะ ตอนนี้หัวใจของอวี้เซียนเต้นแรง
นางหวังลึกๆ ว่าเย่หนานจะเป็นอย่างหลัง
หากเย่หนานแข็งแกร่งกว่าบรรพชน นั่นหมายถึงระดับ ขั้นปฐพีเร้นลับ ซึ่งเป็นระดับตำนานที่หาตัวจับยาก
หากสำนักของนางมียอดฝีมือระดับ ขั้นปฐพีเร้นลับ คอยหนุนหลัง แค่คิดนางก็ตื่นเต้นจนแทบคลั่ง
ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ แต่ข้าคิดว่าความเป็นไปได้ของข้อแรกมีสูงกว่า เพราะ ยอดฝีมือระดับนั้น จะมาทำอะไรที่สำนักเล็กๆ อย่างเรา เพื่ออะไร อวี้เซียวจื่อดับฝันอวี้เซียน
เฮ้อ นั่นสินะเจ้าคะ อวี้เซียนถอนหายใจ เห็นด้วยกับคำพูดของบรรพชน
ยิ่งแข็งแกร่ง เป้าหมายก็ยิ่งสูงส่ง ย่อมไม่มาเสียเวลากับสำนักเล็กจ้อยเช่นนี้
ในขณะที่ทั้งสองกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิด เสียงหนึ่งก็ดังขัดจังหวะ
อาหารมาแล้วจ้า เย่หนานยกกะละมังใส่ปลาหม้อไฟออกมา
ใช่แล้ว ใส่กะละมัง เขาทำเสร็จแล้วเทใส่กะละมังยกมาเลย
เมื่อเห็นเนื้อปลาเต็มกะละมัง อวี้เซียวจื่อและอวี้เซียนต่างก็อึ้ง
แต่ กลิ่นหอมยั่วน้ำลายจริงๆ
เมื่อได้ยินเสียงเรียกกินข้าว หลิงหลงก็รีบวิ่งเข้ามา
เพราะมีคนนอกอยู่ นางจึงวางตัวเรียบร้อย ไม่ได้กระโจนเข้าใส่อาหารทันที
กู้เฉินยกถ้วยชามตามออกมา
รีบกินตอนร้อนๆ เดี๋ยวเย็นแล้วจะเสียรสชาติ เย่หนานบอกแขกผู้มาเยือน
หลังจากเกรงใจกันพอเป็นพิธี ทั้งสองก็เริ่มลงมือคีบอาหาร
แม้พวกเขาจะบรรลุขั้นวิเศษที่ไม่ต้องกินอาหารแล้ว แต่การกินเพื่อความสุนทรีย์ก็ยังทำได้
เมื่อเนื้อปลาคำแรกเข้าปาก อวี้เซียวจื่อและอวี้เซียนต่างเบิกตากว้าง
เพราะ รสชาติมันอร่อยเหาะเกินคำบรรยาย