แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 32 วิกฤตการณ์หอเทียนเซียง
ตัดภาพกลับมาที่เมืองหยวน
ณ หอเทียนเซียง
เวลานี้ภายในหอเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
บรรยากาศตึงเครียดราวจุดระเบิด เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการเข่นฆ่า
จูหมิง ข้าถูกขับออกจากตระกูลแล้ว ทำไมเจ้ายังไม่ยอมปล่อยข้าไปอีก จูหลานจ้องมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยความโกรธแค้น
ด้านหลังจูหมิง มีกลุ่มคนยืนอยู่จำนวนมาก
ล้วนเป็นคนของตระกูลหลาน
จูหมิงเพิ่งมาถึงเมืองหยวน ก็ตรงไปหาตระกูลหลานทันที ตระกูลหลานจึงได้ล่วงรู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของหอเทียนเซียง
เพื่อประจบเอาใจจูหมิง พวกเขาจึงรายงานเรื่องเคล็ดวิชาที่จูหลานนำออกประมูลให้จูหมิงรับรู้จนหมดเปลือก
รอบบริเวณมีร่างของผู้คนนอนเกลื่อนกลาด ล้วนเป็นลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ของจูหลาน บ้างก็สลบไสล บ้างก็สิ้นใจตาย
และที่แทบเท้าของจูหมิง มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ข้างหนึ่ง
ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือหยวนหลิน
เวลานี้มุมปากของเขามีเลือดไหลซึม ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผล
เคล็ดวิชาที่เขาประมูลมาได้ และเคล็ดวิชาที่เย่หนานมอบให้ บัดนี้ตกอยู่ในมือของจูหมิงแล้ว
พี่รอง ข้าไม่อยากจะทำร้ายท่านหรอกนะ ขอแค่ท่านบอกที่มาของเคล็ดวิชานี้มา ข้าก็จะปล่อยท่านไป จูหมิงมองจูหลานด้วยสายตาหยอกเย้า
แม้จะเป็นเพียงเคล็ดวิชาระดับสี่ระดับห้า แต่ คุณภาพของมันถือเป็นระดับท็อปสุดในบรรดาเคล็ดวิชาระดับเดียวกัน
เคล็ดวิชาระดับสี่ห้าที่เขาเคยสัมผัสมาเมื่อเทียบกับเล่มนี้แล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับขยะ
ยิ่งไปกว่านั้น การที่มีคนนำมันออกมาประมูล ย่อมแสดงว่าเจ้าของเคล็ดวิชาต้องมีของดีที่ดียิ่งกว่านี้เก็บซ่อนอยู่
ก่อนหน้านี้ตอนที่เย่หนานขึ้นไปทานอาหารที่ชั้นบน มีคนเห็นเหตุการณ์ไม่น้อย และในจำนวนนั้นก็มีคนของตระกูลหลานรวมอยู่ด้วย
ขุมอำนาจในระแวกนี้ต่างรู้ตื้นลึกหนาบางกันดี ผู้ที่สามารถขึ้นไปทานอาหารชั้นสามได้ในช่วงเวลานั้น นอกจากหยวนหลินแล้ว ก็มีเพียงเด็กหนุ่มชุดขาวผู้นั้น
และประจวบเหมาะที่ในวันรุ่งขึ้น ก็มีเคล็ดวิชาระดับห้าโผล่ออกมาประมูล ยากที่จะไม่ทำให้คนสงสัยไปที่เย่หนาน
ฝันไปเถอะ จูหลานกัดริมฝีปากแน่น จ้องจูหมิงด้วยความเดือดดาล
พี่รอง อย่าคิดนะว่าตระกูลจะไม่รู้ว่าท่านคิดจะทำอะไร เพื่อความไม่ประมาท พี่ใหญ่เลยส่งข้ามาดู นึกไม่ถึง ว่าจะมีรางวัลที่คาดไม่ถึงรออยู่ ดูเหมือนจูหมิงจะล่วงรู้ความคิดของจูหลานมาตั้งแต่ต้น
อีกอย่าง บนตัวพี่รอง น่าจะมีเคล็ดวิชาแบบนี้อยู่อีกใช่ไหม เอาออกมาให้น้องชายคนนี้ดูหน่อยสิ แววตาของจูหมิงฉายความโลภออกมาอย่างไม่ปิดบัง
ไม่ต้องเดาก็รู้ จูหลานต้องมีเคล็ดวิชาที่ดีกว่าซ่อนอยู่แน่
เมื่อได้ยินคำพูดของจูหมิง หัวใจของจูหลานก็กระตุกวูบ
นางเพิ่งจะเริ่มฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับนภานั้น แม้จะทรงพลัง แต่ นางเพิ่งฝึกได้ไม่กี่วัน
ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ นางไม่มีทางถอยแล้ว
อย่าว่าแต่ตระกูลหลานที่คอยประจบสอพลอจูหมิงเลย ลำพังแค่ผู้เฒ่าผู้พิทักษ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังจูหมิง ก็เป็นถึงยอดฝีมือ ขั้นผสานแก่นแท้ ระดับสูงสุด
ข้าให้เจ้าก็ได้ แต่ เจ้าต้องไม่ทำร้ายพวกเราและท่านเจ้าเมืองหยวนอีก จูหลานไม่มีทางเลือก เพื่อรักษาชีวิต จำต้องยอมจำนน
ในขณะที่จูหมิงกำลังจะเอ่ยปากแย้ง
ฟึ่บ
ม้วนคัมภีร์ปรากฏขึ้นในมือของจูหลานทันที
มันคือเคล็ดวิชาระดับนภาเล่มนั้น
เมื่อเห็นม้วนคัมภีร์ในมือจูหลาน
ทุกคนต่างหรี่ตาลง
เพราะ พวกเขาสัมผัสได้ว่าคัมภีร์ม้วนนี้ดูไม่ธรรมดา และมีกลิ่นอายที่ลึกลับยิ่งกว่า
ดี ข้ารับปาก จูหมิงไม่ได้ใส่ใจ รีบตอบตกลงอย่างง่ายดาย
ข้าต้องการให้เจ้าสาบาน ไม่งั้นข้าไม่เชื่อ จูหลานจ้องจูหมิงเขม็ง
พี่รอง อย่าได้คืบจะเอาศอก แค่เคล็ดวิชาเล่มเดียว ท่านคิดว่าข้าจะใส่ใจขนาดนั้นเชียวหรือ จูหมิงทำท่าทางดูแคลน
ถ้าแค่รับปากปากเปล่าก็ว่าไปอย่าง แต่จะให้เขาสาบาน
สำหรับผู้บำเพ็ญเพียร การสาบานถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะจะถูกผูกมัดด้วยกฎแห่งสวรรค์
หากผิดคำสาบาน จะเกิดหายนะขึ้นกับตัว
ฮึ ข้าเชื่อว่าเจ้าจะตกลง จูหลานไม่กลัวว่าจูหมิงจะปฏิเสธ
คุณชายสาม ข้าเข้าไปแย่งมาเลยก็สิ้นเรื่อง ผู้เฒ่าข้างกายจูหมิงเอ่ยปาก
พูดจบ ก็เตรียมจะพุ่งเข้าไป
เมื่อเห็นผู้เฒ่าเข้ามาใกล้ จูหลานรีบตวาดลั่น ถ้าพวกเจ้ากล้าแย่ง ข้าจะทำลายเคล็ดวิชานี้ซะ