แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 36 สองตระกูลฉู่อวดดีเกินเบอร์
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่หนาน อวี้เซียวจื่อก็รู้สึกกังวลใจ
หากเกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้น สำนักอวี้หัวของเขาต้องโดนหางเลขไปด้วยแน่
แต่ทว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในสำนักของเขาแล้ว จะทำเป็นทองไม่รู้ร้อนก็คงไม่ได้
ทางด้านฉู่หุนและพรรคพวกก็ไม่ได้เกรงกลัวว่าอวี้เซียนจะทำอะไรพวกเขา เพราะหากพวกเขาเป็นอะไรไป ตระกูลฉู่ต้องรับรู้เรื่องนี้แน่
พวกเขาเชื่อว่าสำนักอวี้หัวรู้ดีว่าอะไรควรไม่ควร
ไม่นานนัก อวี้เซียนก็นำตัวฉู่หุนและพวกมาถึงยอดเขาหนาน
ท่านผู้อาวุโส ข้าพาคนมาให้แล้วเจ้าค่ะ อวี้เซียนโค้งคำนับเย่หนานด้วยความเคารพ
ฉู่หุนและพวกเองก็มองเห็นเย่หนาน
และพวกเขาก็จำอวี้เซียวจื่อที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้
สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจคือ การที่อวี้เซียนแสดงความเคารพต่อผู้ฝึกตน ขั้นกลั่นลมปราณ คนหนึ่งก่อน นี่เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมาก แต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น
พวกเจ้าคือคนที่ฆ่าล้างตระกูลลูกศิษย์ข้าสินะ เย่หนานมองฉู่หุนและพวกด้วยสายตาเย็นชา
เมื่อได้ยินคำถามของเย่หนาน ทั้งฉู่หุนและชายวัยกลางคนต่างหรี่ตาลง
มิน่าล่ะ ข้าก็ว่าทำไมคนที่ตระกูลฉู่ส่งออกไปถึงหายสาบสูญไปหมด ที่แท้ก็เป็นฝีมือของสำนักอวี้หัวพวกเจ้านี่เอง ฉู่หุนหน้าเขียวคล้ำ จ้องมองอวี้เซียนและอวี้เซียวจื่อด้วยความโกรธ
ผู้ฝึกตน ขั้นรวบรวมวิญญาณ สองคนแรก กู้เฉินอาจจะมีโอกาสโต้กลับได้บ้าง
แต่ผู้ฝึกตน ขั้นผสานแก่นแท้ ที่ส่งไปทีหลัง กู้เฉินไม่มีทางรับมือได้แน่
ผลสุดท้ายคือหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย
แม้เย่หนานจะอ้างตัวว่าเป็นอาจารย์ของกู้เฉิน แต่ฉู่หุนและพวกไม่เชื่อแม้แต่น้อย ขั้นกลั่นลมปราณ จะมีน้ำยาอะไร
พวกเขาปักใจเชื่อว่านี่เป็นแผนของสำนักอวี้หัว ที่จัดฉากเอาคน ขั้นกลั่นลมปราณ มารับหน้าแทน
และ มั่นใจว่าตอนนี้กู้เฉินต้องเข้าร่วมสำนักอวี้หัวไปแล้วแน่นอน
ยิ่งได้เห็นอวี้เซียวจื่ออยู่ที่นี่ด้วย สีหน้าของพวกเขายิ่งดูไม่ได้
พวกเขาคิดว่า อวี้เซียนไม่คิดจะปล่อยพวกเขาไป จึงพามาให้อวี้เซียวจื่อลงมือจัดการ
เมื่อได้ยินคำกล่าวหาของฉู่หุน ทั้งอวี้เซียนและอวี้เซียวจื่อต่างก็อึ้ง
นึกไม่ถึงว่า แค่จะมาดูเรื่องสนุก กลับโดนหางเลขไปด้วย
แต่ทั้งสองก็รู้ดีว่า ตอนนี้ต่อให้อธิบายไป ก็คงไม่มีประโยชน์
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบ ฉู่หุนก็ยิ่งมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตน
เขาจ้องมองอวี้เซียวจื่อและอวี้เซียนด้วยความเดือดดาล ทำไม ถูกข้าจับได้คาหนังคาเขา เลยคิดจะฆ่าปิดปากรึ บอกไว้ก่อนนะ ถ้าพวกข้าเป็นอะไรไป ตระกูลฉู่ต้องสืบสาวราวเรื่องมาถึงตัวพวกเจ้าแน่
ส่วนเย่หนานที่เป็นเพียง ขั้นกลั่นลมปราณ ถูกพวกเขามองข้ามไปโดยสิ้นเชิง
ได้ยินดังนั้น อวี้เซียนและอวี้เซียวจื่อต่างหน้าดำคร่ำเครียด
ให้ตายเถอะ พวกเขายังไม่ได้พูดอะไรสักคำ เจ้าพวกนี้มโนไปเองเป็นตุเป็นตะ
พอได้แล้ว เลิกพล่ามไร้สาระแล้วไสหัวไปซะ เย่หนานทนดูไม่ไหว ตัดสินใจเก็บเรื่องนี้ไว้ให้ลูกศิษย์จัดการเอง
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่หนาน สีหน้าของฉู่หุนก็มืดมนลง
เขาหันไปตวาดใส่อวี้เซียวจื่อและอวี้เซียน คนของสำนักพวกเจ้า ไร้มารยาทเช่นนี้เชียวรึ
ถ้าไม่ติดว่าอวี้เซียวจื่ออยู่ตรงนี้ เขาคงตบเย่หนานตายไปนานแล้ว
พอเถอะ รีบไสหัวไปได้แล้ว เมื่อได้ยินเย่หนานไล่แขก อวี้เซียวจื่อก็โล่งอก จึงรีบไล่คนพวกนี้ออกไป
กลัวเย่หนานจะเปลี่ยนใจ
เมื่อโดนอวี้เซียวจื่อไล่ ฉู่หุนก็ไม่พอใจ
เขาจ้องมองอวี้เซียวจื่อด้วยความโกรธ ข้ารู้ว่าท่านแข็งแกร่งกว่าข้า แต่ ตระกูลฉู่ในยามนี้ ไม่ใช่สิ่งที่สำนักอวี้หัวจะมาล่วงเกินได้ง่ายๆ
ส่งตัวกู้เฉินมา แล้วให้ข้าลงมือสังหารไอ้เด็กไร้มารยาทคนนี้ด้วยมือข้าเอง เรื่องนี้ถึงจะจบ ไม่อย่างนั้น พอกลับไป ข้าเกรงว่า เรื่องมันจะบานปลายจนยากจะแก้ไข
ฉู่หุนไม่ได้พูดตัดรอนจนเกินไป เพราะเขารู้ดีว่าหากทำให้อวี้เซียวจื่อโกรธ เขาเองก็คงรอดยาก
แต่คำขู่และการแสดงจุดยืนก็ยังจำเป็นต้องมี
เมื่อได้ยินวาจาอวดดีไม่กลัวตายของฉู่หุน ทั้งอวี้เซียนและอวี้เซียวจื่อต่างหนังตากระตุก
และเป็นไปตามคาด ทันทีที่เห็นสีหน้าของเย่หนาน พวกเขาก็รู้ว่า จบเห่แล้ว
เมื่อเห็นเย่หนานจ้องมองมาด้วยสายตาเย็นชา ฉู่หุนก็ไม่สะทกสะท้าน มองอะไร มดปลวกอย่างเจ้า มีสิทธิ์มองข้าด้วยรึ
ฉู่หุนสังเกตเห็นท่าทีของอวี้เซียวจื่อและอวี้เซียนมาตลอด
เขาเข้าใจผิดคิดว่า คำขู่ของเขาทำให้อีกฝ่ายเกรงกลัว
วินาทีนี้ ฉู่หุนรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย
ความอัดอั้นตันใจก่อนหน้านี้มลายหายไปจนสิ้น
เมื่อเห็นความอวดดีของคนทั้งสอง เย่หนานก็หน้าตึง ไม่มีความจำเป็นต้องเจรจาอีกต่อไป
ในเมื่อไม่อยากไปดีๆ ก็ไปลงนรกซะ เย่หนานค่อยๆ ยกมือขึ้น
เห็นท่าทางของเย่หนาน ฉู่หุนและพวกต่างยิ้มเยาะ
ขั้นกลั่นลมปราณ คนเดียว จะทำอะไรได้ แค่เกายังไม่หายคันเลย
มีเพียงอวี้เซียนและอวี้เซียวจื่อที่ตกใจหน้าตื่น
โดยเฉพาะอวี้เซียวจื่อ ที่รีบพุ่งเข้าไปขวาง
ขืนฆ่าคนตระกูลฉู่สองคนนี้ เรื่องราวต้องบานปลายแน่
แต่ทว่า ทันทีที่ก้าวเท้าออกไปได้ไม่กี่ก้าว เย่หนานก็กดฝ่ามือลงใส่ฉู่หุนและพวก
ตอนแรกฉู่หุนยังไม่รู้สึกอะไร แต่จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีแรงกดดันมหาศาลถาโถมลงมาจากเหนือศีรษะ
และแรงกดดันนั้นก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาจึงเงยหน้าขึ้นมอง
ไม่มองยังพอว่า พอเห็นเข้าถึงกับสะดุ้งสุดตัว
ฝ่ามือปราณขนาดมหึมา กำลังกดทับลงมาที่พวกเขา
แย่แล้ว ฉู่หุนและพวกไม่มีเวลาคิดอะไรมาก รีบรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีเตรียมต้านทาน
ตูม
ฝ่ามือฟาดลงมา พลังที่ฉู่หุนและพวกรวบรวมไว้ เปรียบเสมือนมดปลวกที่คิดจะเขย่าต้นไม้ใหญ่
แม้แต่อวี้เซียวจื่อที่พุ่งเข้ามาขวาง ก็ถูกคลื่นพลังกระแทกจนปลิวละลิ่ว
ท่านบรรพชน อวี้เซียนร้องลั่น รีบวิ่งเข้าไปดูอาการ
เอ่อ เผลอใส่แรงเยอะไปหน่อย เย่หนานยิ้มแห้งๆ ด้วยความรู้สึกผิด เมื่อกี้เขาโมโหไปหน่อย เลยยั้งมือไม่ทัน
เมื่อฝุ่นควันจางลง ที่ที่ฉู่หุนและพวกเคยยืนอยู่ ไม่เหลือแม้แต่เงาคน ยอดเขาหายไปเกือบครึ่งแถบ
เห็นภาพตรงหน้า แม้จะเป็นครั้งที่สองที่ได้เห็น อวี้เซียนก็ยังอดตะลึงไม่ได้
แต่คนที่ตกใจที่สุด คงหนีไม่พ้นอวี้เซียวจื่อ
เมื่อกี้ถ้าเขาเร็วกว่านี้อีกนิด เขาคงแหลกไปพร้อมกับยอดเขาแล้ว
แข็งแกร่งมาก นี่มันระดับ ขั้นปฐพีเร้นลับ ชัดๆ ข้าช่างโง่เขลานัก ที่คิดว่าท่านผู้นี้จะอยู่ระดับเดียวกับข้า อวี้เซียวจื่อกล่าวด้วยความขมขื่น
ขั้นปฐพีเร้นลับ ข้าบำเพ็ญเพียรมาทั้งชีวิตยังไม่อาจไปถึง ไม่อาจเข้าถึงพลังแห่งฟ้าดิน แต่วันนี้กลับได้เห็นยอดฝีมือระดับนี้ด้วยตาตัวเอง สายตาที่อวี้เซียวจื่อมองเย่หนานเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
มันเต็มไปด้วยความตกตะลึง ความสงสัย และความตื่นเต้น
ตกตะลึงในความแข็งแกร่ง สงสัยว่าทำไมยอดฝีมือระดับนี้ถึงมาอยู่ที่สำนักเล็กๆ ของเขา
และตื่นเต้น ที่มียอดคนระดับเทพมาพำนักอยู่ที่สำนักของเขา
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ขอเพียงได้รับคำชี้แนะจากเย่หนาน เขาเองก็อาจมีโอกาสก้าวเข้าสู่ ขั้นปฐพีเร้นลับ ได้
เพราะมีเพียงผู้ที่ก้าวเข้าสู่ ขั้นฟ้าดิน เท่านั้น จึงจะนับว่าเป็นยอดฝีมือที่แท้จริง
เมื่อเข้าใจในพลังแห่งฟ้าดิน ก็จะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับตำนาน ขั้นผลัดเปลี่ยนกายา
ผู้ที่ไปถึงระดับนั้น จะสามารถเหาะเหินเดินอากาศ ท่องไปในใต้หล้าได้อย่างอิสระ
เมื่อได้ยินคำพูดของอวี้เซียวจื่อ อวี้เซียนก็ตกใจไม่แพ้กัน
นางคิดว่าเย่หนานน่าจะอยู่แค่ระดับ ขั้นกายาคงกระพัน
นึกไม่ถึงว่า จะเป็นถึง ขั้นปฐพีเร้นลับ
ก่อนหน้านี้นางก็เคยสงสัย แต่ไม่กล้าฟันธง เพราะ ยอดฝีมือระดับนี้หาตัวจับยากเกินไป
จนกระทั่งตอนนี้ นางถึงได้ประจักษ์แก่สายตา
อวี้เซียวจื่อที่เป็นถึง ขั้นกายาคงกระพัน ระดับสูงสุด ยังต้านทานแค่เศษเสี้ยวพลังฝ่ามือของเย่หนานไม่ได้
อุ๊ยตาย เป็นอะไรมากไหมเนี่ย เย่หนานรีบวิ่งไปหาอวี้เซียวจื่อ เตรียมจะช่วยพยุง
ตอนลงมือเมื่อกี้เขาก็เห็นอวี้เซียวจื่อแล้ว แต่ พลังที่ปล่อยออกไปมันรั้งกลับมาไม่ได้แล้ว
โชคดีที่อวี้เซียวจื่อไม่เป็นอะไร ไม่อย่างนั้น เขาคงรู้สึกผิดแย่